“ องค์หญิงไท่หนิงซวง ข้าขอแนะนำ นี่คือท่านซูเทียน หมอเทวะ ข้าเชิญท่านมาช่วยรักษาชาวบ้าน” ผู้ใหญ่บ้านรีบมาแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน
“ ท่านหมอเทวะ” องค์หญิงพอรู้ว่าเทียนคือหมอเทวะ ก็รีบคำนับอย่างนอบน้อมทันที น้ำเสียงก็เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
“ ข้าว่าเราหาที่หลบฝนกันก่อนเถอะ อีกไม่นานฝนที่นี่จะตกหนัก” เทียนบอกทุกคนให้เตรียมหาที่หลบฝน ทั้งที่ฟ้ายังมีแดดส่อง ไม่มีเมฆดำ ลอยอยู่บนฟ้าเลย
แต่ทุกคนก็ต้องตามใจเทียน คนไข้ก็ย้ายเข้าไปหลบฝนกัน ก่อน ในขณะนั้นทั้งสี่มุมของหมู่บ้าน ก็เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง แต่ไม่ทันไร ก็เกิดฝนเทลงมาดับไฟอย่างรวดเร็ว สร้างความสงสัยให้กับคนในหมู่บ้านยิ่งนัก มีคนวิ่งฝ่าน้ำฝนมารายงานผู้ใหญ่บ้าน
“ ผู้ใหญ่ ทางการทหารได้ลอบวางเพลิงเผาหมู่บ้านของเราทั้งสี่ทิศ แต่ว่ามีฝนตกมาอย่างแรงเสียก่อน ทำให้ไฟดับ ทหารเตรียมกองทัพม้า จะบุกเข้ามาเข่นฆ่าคนในหมู่บ้านแล้ว ทำยังไงดี” ชายที่คอยเฝ้ายามรายงานผู้ใหญ่บ้าน ที่เริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว องค์หญิงไท่หนิงซวงได้ฟังเช่นนั้น ก็โมโหยิ่งนัก
“ นี่พวกมันไม่รู้หรือยังไง ว่าข้ายังอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้”
“ องค์หญิง เชิญเสด็จออกจากหมู่บ้านนี้ไปก่อนเถอะพะยะค่ะ” องครักษ์ชายหญิงสองคนที่คอยคุ้มกันองค์หญิงรีบเตือนให้องค์หญิงรีบหนี
“ ไม่ต้องไปหรอก พวกทหารไม่มีใครเข้ามาในหมู่บ้านนี้ได้หรอก เชื่อข้าซิ”
เทียนเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้ฟัง สร้างความสงสัยให้กับทุกคนยิ่งนัก ทันใดนั้นฟ้าก็เกิดคำรามเสียงดังฟังแล้วน่ากลัวยิ่ง จากนั้นก็มีสายฟ้าเริ่มผ่าลงมาที่หมู่บ้าน โดนพวกทหารที่ถืออาวุธเข้ามา ล้วนกระเด็นกระดอน ออกจากหมู่บ้าน ร่างกายถูกไฟฟ้าผ่าจนดำ จนไหม้เกรียม ร่างกายหมดสภาพที่จะทำอะไรได้
ทหารที่ได้รับคำสั่งเกือบสองพันคน ที่เข้ามาในหมู่บ้านล้วนบาดเจ็บหนัก ส่วนที่รออยู่นอกหมู่บ้าน ก็ถูกสายฟ้าไล่ฟาด จนแตกกระเจิงไม่กล้าเข้าใกล้หมู่บ้านต้นเหมยแห่งนี้ ต้องหนีกลับไปที่จักรวรรดิไท่หยวนจนหมด
หลังจากฝนตก อากาศหนาวเย็นก็เข้ามาแทนที่ เริ่มมีหิมะตก ดอกเหมยเริ่มบานทีละนิด สร้างความตกใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก ทุกคนหันมามองหน้าเทียนที่ยืนยิ้มไม่พูดอะไร แต่หัวหน้าหมู่บ้านเชื่อสนิทใจ ว่าเทียนเป็นผู้ทำเรื่องนี้อย่างแน่นอน เลยพาทุกคนคุกเข่า ขอบคุณเทียนอีกครั้ง
“ เอาล่ะ พอแล้ว คนที่ไปในสุสาน ยังอยู่ไหม ข้าอยากสอบถามพวกเขาสักเล็กน้อย” เทียนยังไม่ตอบคำถามองค์หญิง แต่กลับถามคนที่เข้าไปในสุสาน
ในที่สุดคนที่เข้าไปในสุสานจำนวน สิบคนก็เข้ามา
“ พวกท่านเข้าไปในสุสานทั้งหมดกี่คน”
“ หกสิบกว่าคน มาจากหลายที่พวกเราไม่รู้จัก ข้าว่าที่จักรวรรดิไท่หยวนมีมากว่าครึ่ง คนจ้างก็มาจากจักรวรรดิไท่หยวน” คนงานขุดสุสานรีบเอ่ย
“ พวกท่านได้รับพิษจากจิ้งจอกมรกต ถ้าไม่รับยาแก้พิษ ก็จะทรมานจนตายภายในสามเดือน ตอนนี้พวกเจ้าปลอดภัยแล้ว อีกไม่เกินสามวัน ขนจิ้งจอกที่ขึ้นมาจะค่อยๆ หลุดออกไปเอง ว่าแต่พวกเจ้าเข้าไปเห็นจิ้งจอกมรกตตัวนั้นบ้างหรือเปล่า”
เทียนสงสัย ทุกคน ไม่มีใครเห็นเลยแต่ว่าเห็นกลุ่มควันสีเขียว เท่านั้น แล้วก็สูดดมเข้าไป ทีแรกก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ต่อมาก็มีอาการหายใจไม่ค่อยได้ และทำให้คนรอบๆ ติดเชื้อไปด้วย
“ หากใครมีอาการแบบนี้อีก ก็ใช้ขิงสับ กับกระเทียมสับ ต้มน้ำ สมุนไพรสองตัวนี้ช่วยรักษาอาการปอดอักเสบ ทำให้ปอดแข็งแรง ลมหายใจไม่ติดขัด และเพื่อให้ผลดี ข้าได้ใส่โสมคนพันปีเข้าไป เพื่อกระตุ้นให้ คนป่วยแข็งแรงเร็วขึ้น หากไม่มี
ให้ใช้โสม หรือ เห็ดหลิงจือ หรือ ถั่งเช่า อย่างน้อย 100 ปี ข้าจะทำให้หายเร็วขึ้นถ้าไม่มีใช้ยาบำรุง ก็ใช้แค่ขิงกับกระเทียมก็ได้ อาจหายช้าหน่อยเท่านั้นเอง”
เทียนสอนทุกคนให้ใช้สมุนไพร อย่างง่าย ๆ เวลาถูกพิษจะได้รักษาเองได้
ส่วนองค์หญิงถึงกับสงสัย ทำไมสมุนไพรแค่นี้ก็รักษาได้แล้วหรือ ทำไมพวกแพทย์หลวงที่ตามมาช่วยกันรักษา กลับคิดไม่ถึงกัน
“ องค์หญิงมีเรื่องอยากถามข้าหรือ” เทียนเห็นองคหญิงมีเรื่องสงสัยมาก
“ ใช่ ท่านหมอเทวะทราบได้อย่างไรว่าชาวบ้านโดนยาพิษ สุนัขจิ้งจอกมรกต”
“ เรื่องนี้เริ่มจากการตรวจ หาสาเหตุของโรคก่อนอันดับแรก ซึ่งมีวิธีการตรวจหาเชื้อได้หลายวิธี เช่น ดูจากน้ำลาย เลือด น้ำปัสสาวะ อุจจาระ แต่กรณีนี้ตรวจเลือดก็รู้แล้ว ปกติพิษทั่วไปจะทำปฏิกิริยากับเลือดเป็นสีดำหรือ สีน้ำเงิน แต่นี้มีเป็นสีเขียว แล้วอาการภายนอกมีขน สัตว์ที่มีพิษสีเขียว และมีขนมีแค่ สัตว์ชนิดเดียว คือจิ้งจอกเขียวมรกตเท่านั้น พอรู้ว่ามีเชื้อมาจากสิ่งใด ก็รักษาได้ไม่ยาก”
เทียนสรุปอย่างง่ายๆ
“ แต่ว่าพิษนี้สามารถแพร่ระบาดได้โดยง่าย ข้าคงต้องไปรักษาคนที่จักรวรรดิไท่หยวนต่อ พวกท่านรู้ไหมว่าหัวหน้าคนที่พาพวกท่านเข้าสุสานคือใคร” เทียนเอ่ยถาม คนที่เข้าสุสานมาก่อน
“ เขาคือ ต้าหูเค่อ เป็นเจ้าของร้านค้าของเก่าใหญ่ที่สุดของ จักรวรรดิไท่หยวน”
เทียนพยักหน้า เตรียมเดินทางไปเมืองไท่หยวน แต่องค์หญิงเอ่ยทักก่อน
“ ท่านหมอเทวะ พวกเราก็กำลังเดินทางกลับถ้าเช่นนั้น พวกเราก็เดินทางพร้อมกันเถอะ” องค์หญิงเอ่ยชวนเทียนนั่งรถม้า ไปด้วยกัน เทียนไม่รู้จักใครที่นั่น ก็เลยตกลงเดินทางพร้อมกับองค์หญิงไท่หนิงซวน
พอทั้งสองนั่งรถม้าไป องค์หญิงกลับคุกเข่าต่อหน้าเทียน
“ ท่านหมอเทวะ กรุณารับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะ” องค์หญิงไท่หนิงซวนถึงกับขอให้เทียนรับเป็นศิษย์ เทียนได้แต่นิ่งอึ้ง ตัวเองก็ยังเด็กเพียง 8 ขวบยังต้องเรียนอีกเยอะ เทียนมองดูองค์หญิงที่มองแล้วทรงตั้งพระทัยมั่นยิ่งนัก
“ ลุกขึ้นเถอะ มาคุยกันก่อน”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์” องค์หญิงเรียกเทียนอาจารย์ไปแล้ว
“ ท่านเป็นถึงองค์หญิง เหตุใดถึงอยากเป็นแพทย์ และทางราชวงศ์ของท่านเขายินยอมให้ท่านเป็นแพทย์หรือ”
“ พวกเขาไม่ยอมแน่ แต่ไม่กล้าขัดขวางอย่างเต็มที่” องค์หญิงบอกตามตรง
“ แล้วทำไม เจ้าถึงอยากคำนับข้าเป็นอาจารย์” เทียนถามด้วยความสงสัย
“ เมื่อหลายเดือนก่อน ข้าได้ยินข่าวว่ามีท่านหมอเทวะ รักษาโรคได้ทุกโรค ปรากฏที่เมืองเทพยุทธ์
ข้าได้ติดตามข่าวคราวของท่านมาตลอด แต่พอรู้ว่าท่านเก็บค่ารักษา คนละ 10 ล้าน ทีแรกข้าก็เลิกนับถือท่านไปสักพัก แต่ไม่นาน ท่านประกาศรักษาคนฟรี อีก 600 คน ทำให้ข้าเปลี่ยนใจ ข้าเคยแอบไปหาท่าน แต่ว่าไม่พบท่าน จึงได้แต่สอบถามชาวบ้าน กว่าห้าสิบคน ว่าท่านเป็นคนเช่นไรทำให้ข้าแน่ใจว่าท่านต้องเป็นหมอที่ดีแน่ มาวันนี้ยิ่งได้พบท่านทำให้ข้า ดีใจยิ่งนัก จึงไม่อยากเสียเวลา จึงได้ขอเป็นศิษย์ท่าน” องค์หญิงไท่หนิงซวนเอ่ยตามตรง เทียนมองหน้าเด็กสาววัย 16 ปีที่มีความตั้งใจยิ่งที่อยากเป็นหมอ เลยยอมรับเป็นศิษย์คนแรก
“ ต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่าหนิงซวน ข้าจะอยู่เมืองไท่หยวน 2 เดือนเจ้าไปหาสถานที่ แล้วบอกว่าข้าจะรักษาคนทั่วไป วันละ 20 คน และ ตามหา คนที่ติดเชื้อสุนัขจิ้งจอกมรกต มารักษาให้หมด แล้วจากนั้น ข้าจะเดินทางไปอีก 5 จักรวรรดิ รับรักษาแบบเดียวกัน จนครบ ช่วงนี้เจ้าไปขอ บิดามารดา ของเจ้าให้เรียบร้อย”
เทียนวางแผนจะเดินสายไปรักษาทั่วทั้ง 6 จักรวรรดิ ดีกว่าอยู่เฉยๆ เพราะเวลานี้
เทียนฝึกตนในเวลากลางคืน เป็นส่วนใหญ่ องค์หญิงหนิงซวนดีใจนัก พอถึงเมืองไท่หยวน ก็ไปประกาศ ว่าหมอเทวะเปิดรักษาที่เมืองไท่หยวนให้คน มารอลงทะเบียนรักษาได้เลย แล้วจัดหาที่พักให้เทียนเสร็จ องค์หญิงหนิงซวนเข้าไปบอกกับ เสด็จพ่อ กับ เสด็จแม่ทันที
“ ไม่ได้ เจ้าจะไปอยู่กับชายหนุ่มเพียงสองคนเป็นปีๆ เช่นนี้ได้อย่างไร” จักรพรรดิไท่หยวนเอ่ยห้ามด้วยความเป็นห่วง
“ นั่นนะซิ หมอคนนี้ก็ยังหนุ่มแน่น เจ้าเป็นถึงองค์หญิงจะทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ได้อย่างไร” ราชินีเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน
“ เจ้าทำเช่นนี้ องค์ชายชิงหยุน รัชทายาทจักรวรรดิชิงสือเขาจะคิดอย่างไร ว่าคู่หมั้นของเขาไปกับชายหนุ่ม ตระเวนไปทั่ว หกจักรวรรดิกันแบบสองต่อสอง” องค์ชายไท่เหอ พี่ชายเอ่ยเตือนด้วยอีกคน
“ ข้าไม่ได้เป็นคู่หมั้นของเขาสักหน่อย และข้าก็มีเสี่ยวชิง กับ เสี่ยวลู่ ไปด้วยไม่ได้ไปกันแค่สองคน แล้วคนที่พวกท่านพูดถึง เขาคืออาจารย์ของข้านะ” องค์หญิงหนิงซวนเริ่มไม่ค่อยพอใจ
“ ลูกหญิง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าจะทำให้ราชวงศ์ของเราเสื่อมเสีย ข้าในฐานะเป็นพระบิดา ข้ายอมไม่ได้” จักรพรรดิสะบัดมือแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจว่า องค์หญิงหนิงซวนจะคิดอย่างไร
เทียนได้ที่สถานที่รักษา ก็เริ่มรักษาผู้คนทันที โดยมีเสี่ยวลู่ กับเสี่ยวชิง คอยเป็นผู้ช่วย โดยที่องค์หญิงหนิงซวนยังไม่มา เทียนบอกให้ไปเรียกคนแรกเข้ามาได้เลย คนแรกเป็นเด็กหนุ่ม วัย 17 ปี เดินถ่างขาเข้ามาด้วยกางเกงที่ฟิตจัด มองแล้วดูเหมือนแมงแกลบ เข้ามานั่งแล้วทำหน้ากวนบาทาสุด ๆ
“ เป็นอะไรมาหรือ” เทียนเอ่ยถามไปปกติ
“ ถ้ารู้ว่าเป็นอะไร แล้วจะมาหาหมอหรือ” เทียนมองหน้าคนไข้ชัด ๆ ด้วยความสงสัย เจ้านี่มาหาเรื่องเป็นคนแรกเลยหรือยังไง ขณะที่กำลังคิดไม่ทันพูดอะไร ก็มีหญิงสาววัย 40 ปีเดินเข้ามา แล้วก็ตบหัว ชายหนุ่มดัง ป้าบ
“ ไปไกลๆ เลย ไอ้ลูกเวร ให้มาจองคิว ไม่ได้ให้มากวนท่านหมอ
ข้าต้องของโทษแทนลูกชายด้วย มันชอบหาเรื่องไปวันๆ เท่านั้น พอดีข้าไปห้องน้ำเลยมาช้า”
“โธ่แม่ แค่เย้าเล่นๆ ไม่รู้เป็นหมอเทวะตัวจริงหรือเปล่า”
“ ไปไกลๆเลย” เทียนฟังแล้วก็ไม่อยากเสียเวลา เลยเอ่ยถามก่อน
“ ท่านป้า เป็นอะไรมาหรือ ดูหน้าตาแล้วก็ดูเป็นปกติ” เทียนสงสัย
ป้ายืนมือซ้ายให้ดูทันที ปรากฏว่ามือซ้ายของท่านป้ามี อยู่หกนิ้ว
“ มีหกนิ้วถือว่าดีกว่าคนทั่วไปแล้ว ท่านป้าจะตัดมันออกทำไม”
ป้าไม่ตอบยื่นมืออีกข้างให้ดู ปรากฏว่ามีนิ้วอยู่ สี่นิ้ว นิ้วชี้ไม่มี แล้วก็นิ้วโป้งก็งอไปหนึ่งนิ้ว เป็นนิ้วล็อคนี่เอง
“ ท่านหมอ ช่วยทำให้มันย้ายจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งได้ไหม และช่วยดึงนิ้วโป้งที่มันงอให้กลับมาที ข้าง้อมันหลายครั้ง จนป่านนี้มันยังคง งออยู่ไม่ยอมหายเลย” ท่านป้ายังอารมณ์ดีอีกนะ
“ ได้หมอรักษาให้ แต่ว่า นิ้วที่หกที่พระเจ้าประทานมาให้ หมอดูแล้วมันเป็นสิ่งดี หมอไม่แนะนำให้ตัดทิ้ง เดี๋ยวหมอรักษานิ้วที่งอให้หายขาด แล้วเพิ่มนิ้วที่หายไป ครบห้านิ้ว ต่อไปท่านป้าจะกลายเป็นคน 11 นิ้วยิ่งใหญ่กว่าใครดีไหม”
“ จริงหรือ ท่านหมอทำได้หรือ” เทียนพยักหน้า แล้วใช้เข็มฝังไปที่ต้นแขนเพื่อทำให้ แขนชาไม่รู้สึกเจ็บปวด เทียนใช้เข็มสะกิดเอาปลอกที่หุ้มเส้นเอ็นที่ยึดออก จากนั้นก็ใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษา นิ้วที่มันล็อคอยู่ ก็คลายออก แล้วเทียนก็ให้กินยาเม็ดรักษาระดับสวรรค์ ทำให้นิ้วชี้ที่หายไปค่อย ๆ งอกออกมาอย่างน่าอัศจรรย์ ไอ้หนุ่ม แมงแกลบเห็นนิ้วมือแม่ ตัวเองงอกออกมาเลยส่งเสียงออกมาปากคอสั่น
“ พระ..เจ้า เป็น ไปได้ยังไงนี่...” เสี่ยวลู่ กับเสี่ยวชิงยินเฝ้าดูอยู่ก็ได้แต่อ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่าจะมี เรื่องมหัศจรรย์ เกิดขึ้นได้
“ หายแล้ว ท่านป้ากับ ลูกชายกลับบ้านได้” แล้วเทียนก็ให้คนไข้คนอื่นเข้ามาต่อ
แต่ว่าป้ากับลูกใหญ่ยังไม่หายตกใจ พอออกจากห้องหมอ ก็ร้องส่งเสียงดีใจจนลั่นไปหมด ทุกคนเห็นว่าป้าแกนิ้วงอกจริง เลยมามุงดูกันใหญ่ คราวนี้ชาวบ้านที่ยังไม่เคยได้ยินชื่อ ก็เกิดการประมูลคิวรักษาสร้างความวุ่นวายพอสมควร จนองค์หญิงหนิงซวนต้องประกาศว่า หากใครลงชื่อ แล้วนำคิวไปขายต่อ จะไม่มีการรักษาให้ ทุกคนเลยไม่มีใครกล้าขายคิวรักษาอีก
“ ท่านอาจารย์ ต้าหูเค่อเวลานี้เจ็บหนักมาไม่ได้ หมอคนอื่นก็ช่วยไม่ได้ คนที่ตามไปด้วยโดนกักบริเวณ เวลานี้คนในตระกูลต้าหู ล้วนถูกพิษจิ้งจอกมรกต ทางสำนักแพทย์ ได้สั่งล้อมบ้านเขาเอาไว้แล้ว ข้าว่าพวกเรารีบเข้าไปช่วยพวกเขากันเถอะ” องค์หญิงหนิงซวนรายงาน เทียนก็รีบไปทันที พอไปถึง องค์หญิงก็เข้าไปเจรจากับ สำนักแพทย์ แล้วทหารรักษาเมือง แล้วทุกคนหันมามองเทียนเป็นจุดเดียว
“ ท่านเป็นหมอเทวะ ที่เคยรักษาโรคคำสาปชนิดนี้มาแล้วจริงๆ หรือ” หัวหน้าสำนักแพทย์ มองหน้าเทียนด้วยความไม่แน่ใจ เทียนได้แต่พยักหน้า
“ ข้าให้ท่านไปเพียงคนเดียว ให้เวลาท่าน 1 วัน ถ้ามีใครหายดีก็ค่อยๆ ส่งพวกเขาออกมาให้พวกเราตรวจ จากนั้นถ้าหายดีจริง พวกเราจะได้เข้าไปช่วยท่านเอง”
เทียนเข้าใจ ถึงแม้ว่าองค์หญิงอยากเข้าไป แต่ด้วยศักดิ์ฐานะ จึงเข้าไปไม่ได้
เทียนเข้าไปด้านใน พบคนล้มตายไปหลายคน ที่เหลือก็กลายเป็นคนที่มีขนเต็มไปหมด เทียนรีบนำยาเม็ดที่หลอมเอาไว้รักษาพิษชนิดนี้ให้พวกเขากิน พอหายก็ให้รีบไปช่วยคนอื่นต่อในที่สุดไม่เกินสองชั่วยามทุกคนก็กลับมาเป็นปกติ
ต้าหูเค่อ รีบออกมาขอบคุณเทียนเป็นการใหญ่
“ ท่านต้าหูเค่อ ไม่ทราบว่าคนที่ไปในสุสานนั้นมีใครอีกไหม”
“ ไม่มีแล้วทั้งหมดอยู่หมู่บ้านต้นเหมย กับที่สำนักต้าหูเค่อนี่แหละ” เทียนฟังจบก็สบายใจ
“ แล้วเจ้าเห็น จิ้งจอกมรกตหรือไม่” เทียนเอ่ยถามกลัวว่ามันจะไปแพร่พิษที่อื่น
“ ข้าไม่เคยเห็นมันเลย แต่ว่าในสุสานมันมีควันพิษสีเขียว ถ้าท่านหมอแก้พิษได้ ไม่ทราบว่าท่านสนใจทรัพย์สมบัติข้างในสุสานบ้างไหม” ต้าหูเค่อเอ่ย
“ ข้าไม่สนใจสมบัติ แต่ข้าต้องการจิ้งจอกมรกต"
จากนั้นทั้งสองเลยนัดกันว่า อีกสามวันจะเดินทางไปสุสานโบราณพร้อมกัน จากนั้นเทียน ก็เดินออกมา มีคนรอฟังผล หลายคน สำนักแพทย์ตรวจดูทุกคนมีอาการปกติ ไม่มีพิษแล้ว เทียนเลยบอกให้ องค์หญิงหนิงซวนกลับกันได้...