เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 78 ภาพวิถีเซียน

    “ ช่วงนี้เจ้าหมั่นฝึกตนรอ ภารกิจ เจ้าเข้าไปในเรือนสีขาวกลางน้ำ แล้วเข้าไปฝึกตนในนั้น มันจะทำให้เจ้าได้พัฒนาได้เร็วขึ้น” ท่านอาจารย์เจียงมู่ฉิน เอ่ยจบก็กลายเป็นแสงพุ่งขึ้นไปบนฟ้า

    เทียนกลับไปที่พัก พบกับอู๋เซิน กับ อู๋ซวง แล้วมีเพื่อนหญิงของ อู๋ซวงมานั่งด้วยอีกคน

    “ ลูกพี่ พี่ใหญ่” ทั้งสองคนเรียกเทียน

    “ อาจารย์ปู่” เพื่อนของอู๋ซวง คำนับเทียนทำให้เทียนตกใจ ลืมไปว่าที่สำนักแห่งนี้

    ศิษย์ทุกคนต้องเรียกเทียน ว่าอาจารย์ปู่ ขนาดเจ้าสำนักยังเรียกเทียนว่าอาจารย์อาเลย

    “ นี่คือ เสี่ยวหลิน เป็นเพื่อนของข้า อยากขออนุญาตพี่ใหญ่ให้ถงหลินมาอาศัยบนนี้เป็นเพื่อนข้าด้วย” อู๋ซวงแนะนำ เพื่อนสาววัย 15 ปี ที่แต่งชุดสีฟ้านั่งเรียบร้อยต่อหน้าเทียน

    “ ได้ซิ “ เทียนอนุญาตเพราะเห็นว่า อู๋ซวงเป็นหญิง ได้มีเพื่อนมาอยู่ด้วยคงจะดีกว่าอยู่คนเดียว จะได้ไม่เหงา บนยอดเขาสวรรค์แห่งนี้ก็ กว้างใหญ่ มีคนแค่ สามคนเพียงเท่านั้น

    “ ขอบคุณอาจารย์ปู่” เทียนค่อยๆ ปรับการการเรียกขานแบบนี้

    “ ช่วงที่ข้าไม่อยู่ สำนักเรามี เรื่องอะไรบ้างไหม” เทียนถามทุกคน

    “ ลูกพี่ เวลานี้ ศิษย์หลายคนในสำนัก ต่างก็ไม่พอใจที่ต้องเรียกลูกพี่ว่าอาจารย์ปู่ แม้แต่อาจารย์ของพวกเขาหลายคนก็ไม่ยินยอม แต่ว่าอาจารย์เจ้าสำนักได้กำชับ กับอาจารย์คุ้มกฎ ทั้งสี่ ให้ทุกคนต้องเคารพลูกพี่ ใครไม่ให้การเคารพ ต้องถูกลงโทษจากสำนัก อย่างร้ายแรง แม้แต่พวกเรา หากอยู่ต่อหน้าคนอื่น พวกเราต้องเรียกท่านว่า อาจารย์ปู่ด้วย” อู๋เซินรายงานเรื่องทั้งหมด

    “ เป็นเรื่องธรรมดา อยู่ๆ จะให้พวกเขายอมรับ ข้าได้อย่างไรกัน ตัวข้าเพิ่งจะ 13 ปี เท่านั้น” เทียนถอนหายใจ ไม่รู้จะบอกยกเลิกเรื่องแบบนี้ ได้อย่างไร ในเมื่อมันเป็นกฏ ที่ทุกคนต้องให้การเคารพ ผู้อาวุโสตามลำดับชั้น

    “ แล้วมันมีผลต่อพวกเจ้ากันบ้างไหม” เทียนนึกขึ้นมาได้ ว่า อู๋เซิน กับ อู๋ซวงเป็นคนสนิทของเขา มีใครกลั่นแกล้งบ้างหรือเปล่า

    “ ไม่มีใครกล้ายุ่งกับพวกเรา มีแต่คนเคารพ เกรงใจพวกเรามากขึ้นอีก แม้กระทั่งสี่สาวแสบ ที่มีเรื่องกับ อู๋ซวงคราวที่แล้ว ยังต้องมากราบขอโทษอู๋ซวงเลย” อู๋เซินบอกเรื่องนี้ออกมา อู๋ซวงก็พยักหน้ายอมรับว่าเป็นเรื่องจริง

    “ ดีแล้ว หากมีเรื่องอันใด ก็มาบอกข้า ก็แล้วกัน พวกเจ้าพักกันเถอะ ข้าจะไปพักที่เรือนขาวกลางน้ำ” เทียนบอกออกไป ทั้งสามคนก็ตกใจ

    “ ลูกพี่ เรือนขาวกลางน้ำ เป็นที่พักของ บรรพบุรุษเจียง ทางสำนักห้ามใครเข้าไป เพราะว่าข้างในมี กลไกป้องกันเอาไว้ ไม่อยากให้คนที่เข้าไปเกิดอันตราย ลูกพี่ไม่กลัว หรือ” อู๋เซินรีบเอ่ยเตือน

    “ พวกเจ้าไม่ต้องห่วง อาจารย์สั่งให้ข้าเข้าไปในนั้นเอง” ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็โล่งใจ

    เทียนเดินเข้าไปในเรือนสีขาว กลางน้ำ พอเดินผ่านบันไดไม้ ทำให้เทียนรู้ว่าทุกก้าวที่เดินไป อาจารย์ได้ฝังแผ่นหยกมายาเอาไว้ สร้างเป็นค่ายกลล้อมรอบเรือนสีขาวแห่งนี้ แค่เทียนเปิดตาที่สามดูรายละเอียด ก็มองเห็นกลไกทั้งหมด

    เทียนเดินผ่านเข้าไป ตรงหน้าเรือนขาวกลางน้ำอย่างง่ายดาย แล้วพอเปิดประตูเข้าไป

    ด้านในกลับกว้าง มีผลึกเซียนอยู่ตรงกลาง หนึ่งก้อน โดยรอบๆ มี รูปภาพบนผ้าไหมขอบสีทอง อยู่ 10 ภาพ แต่ละภาพ แต่ละภาพคล้ายชีวประวัติ ของชายผู้หนึ่ง เทียนเห็นครั้งแรกก็รู้เลยว่านี่คือ ภาพประวัติของเจียงไท่กง ซึ่งเทียนเคยได้รับมอบ ยันต์แปดทิศ จากท่านมาในชาติก่อน หรือนี่จะเป็น ภาพกว่าจะมาเป็นเซียนของท่านเจียงไท่กง

    โดยภาพแรกนั้นเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรง อยู่ในโรงเชือดวัว กำลังตัดคอวัวด้วยดาบอันคมกริบ

    ภาพที่สอง เป็นภาพของชายชราผมขาวยืนอยู่ แล้วชายหนุ่ม คุกเข่าคำนับ เทียนมองภาพชายชราผมขาวอยู่นาน ก็คิดว่าน่าจะเป็น ท่านหยวนสื่อ เทียนจวิน หนึ่งในสามเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ เป็นอาจารย์ของท่านเจียงจื่อหยา

    ภาพที่สาม เป็นภาพท่านเจียงจื่อหยา ถือป้ายหมอดูเร่ร่อนไปทั่ว มีเด็กหญิงน้อย

    คนหนึ่งเดินตามไปด้วย น่าจะเป็นเจียงซีบุตรสาว

    ภาพที่สี่ เป็นภาพเจียงจื่อหยาตกปลาแต่ ไม่มีเหยื่อ

    ภาพที่ห้า เป็นภาพเจียงจื่อหยา นั่งรถลาก โดยสองพ่อลูกตระกูลจี เป็นคนลากซึ่งลากออกไปได้เพียง 809ก้าว ก็หยุด

    ภาพที่หก เป็นภาพเจียงจื่อหยา ยืนอยู่มองศพ ของหม่าจงภรรยา แขวนคอตาย

    ภาพที่เจ็ด เป็นภาพโจวเหวินอ๋อง(จีซาง) คุกเข่าต่อหน้าเจียงจื่อหยา

    ภาพที่แปด เป็นภาพเจียงจื่อหยา วัย 98 ปี แต่งชุดนักรบยืนอยู่หน้าทหารนับล้าน

    ภาพที่เก้า เป็นภาพเจียงจื่อหยา ตัดหัวจิ้งจ้องเก้าหาง ต๋าจี

    ภาพที่สิบ เป็นภาพเจียงจื่อหยา อ่านโองการสวรรค์แต่งตั้ง ผู้ตาย 365 คนไปเป็นเซียน ทำหน้าที่ต่างๆ บนสภาสวรรค์ ยกเว้นตัวเองไม่มีตำแหน่งอะไร

    เทียนมองเห็นภาพทั้งสิบเหมือนเป็นภาพเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เทียนหยุดมองแล้วเดินไปสำรวจ รอบ ๆ ต่อ เทียนเห็นตำราเขียนยันต์แปดทิศ ตำราค่ายกลหยินหยางแปดทิศ เก้าประตู ซึงตรงกันกับ แท่นหยินหยางแปดทิศเก้าประตู ที่เทียนนำมาจากสุสานราชวงศ์โจว เอาไว้ค่อยศึกษาอีกที

    “ ไม่รู้อาจารย์ เริ่มฝึกฝนอะไรในห้องนี้ก่อนกันนะ เอาเป็นเพิ่มพลังจากผลึกเซียนก้อนนี้ก่อนก็แล้วกัน” เทียนคิดเช่นนั้น ก็นั่งลงทำสมาธิต่อหน้าผลึกเซียนก้อนนี้ พอเทียนได้สัมผัส ก็ทราบทันทีว่า เป็นผลึกเซียนที่ท่านเจียงจื่อหยา มอบให้กับ ท่านอาจารย์อย่างแน่นอน เพราะ กลิ่นอายของผลึกเซียนนั้น เป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่สัมผัสได้พบกับท่านอาจารย์เจียงมู่ฉิน เทียนดูดพลังเข้ามาในร่างกายก่อนเหมือนที่ทำมาทุกครั้ง แต่ว่าไม่สามารถซึมซับเข้ามาได้เลย เทียนทำอยู่หลายครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เลยต้องหยุดก่อน

    “ อาจารย์ ทำไมไม่บอกวิธี ดูดพลังจากผลึกเซียนของท่านเจียงจื่อหยา ให้เราก่อนนะ” เทียนคิด จากนั้นก็ลุกขึ้น แล้วออกไปจากที่นี่ก่อน ไว้มีเวลาค่อยกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะเวลานี้ อู๋เซินมาร้องเรียกเทียนอยู่ ด้านนอกไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร

    “ ลูกพี่เกิดเรื่องแล้ว”

    “ มีอะไร”

    “ มีทหารจากวังหลวงมาตามจับ เสี่ยวหลิน ข้อหาอะไรไม่รู้ อู๋ซวงไม่ยอมเลยต่อสู้กับพวกทหารวังหลวง ข้าเกรงว่าน้องจะสู้ไม่ไหว ลูกพี่ ได้โปรดช่วยทั้งสองคนด้วย”

    อู๋เซินเวลาพูดถึง ถงหลิน สายตารู้สึกเป็นห่วงเสี่ยวหลินมาก เทียนเลยบอกให้พาไป

    พอไปถึง เทียนเห็นทหารนับร้อย กำลังรุม อู๋ซวงกับเสี่ยวหลิน โดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเลย เทียนเห็นก็ไม่พอใจ ศิษย์สำนักอักษรสวรรค์ ที่ได้แต่มองแต่ไม่ยอมช่วยเหลือ ทั้งที่เป็นศิษย์สำนักเดียวกันแท้ๆ ปล่อยให้ทหารผู้ชายนับร้อยรุม ศิษย์หญิงเพียง สองคนเท่านั้น เทียนปล่อยเวทย์กักขังขึ้นไปบนฟ้าครอบคลุมทหารนับร้อย จนไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย สร้างความแตกตื่นให้กับทุกคน เพราะต่างสงสัยว่าทำไมทหารนับร้อย ถึงได้หยุดนิ่งพร้อมกันหมด

    “ อู๋เซิน ไปอัดพวกมันให้รู้จักพวกเราซะหน่อย ใครที่บังอาจมารังแกคนสำนักอักษรสวรรค์ ต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม” อู๋เซินพุ่งอัดพวกทหารนับร้อย ไม่ยั้งมือแม้แต่น้อย ทหารแต่ละคนต่างถูกทั้งหมัด ทั้งลูกเตะ ของอู๋เซินอัดอยู่ฝ่ายเดียว จนหมอบราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าหน่วย ที่ถูกอู๋เซินกระทืบจนแบนติดดิน

    จากนั้นอู๋ซวงก็พาร่างที่บอบช้ำ พร้อมกับ เสี่ยวหลินเข้ามาหาเทียน

    “ ขอบคุณพี่ใหญ่”

    “ ขอบคุณอาจารย์ปู่”

    เทียนรักษาทั้งสองคนจนหายบอบช้ำ จนกลับมาเป็นปกติ เสี่ยวหลินตกใจมากที่ตัวเองหายบอบช้ำแล้ว ส่วนอู๋ซวง ไม่เห็นเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะรู้ว่าเทียนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

    “ เล่ามา เกิดอะไรขึ้น” เทียนถามแล้วมองหน้าทั้งสองสาว

    “ บอกพี่ใหญ่ไปเถอะ เรื่องนี้พี่ใหญ่ช่วยเจ้าได้แน่นอน” อู๋ซวงเอ่ยด้วยความมั่นใจ

    “ อาจารย์ปู่ได้โปรดช่วยท่านพ่อข้าด้วยเถิด” เสี่ยวหลินคุกเข่าขอร้องเทียน

    “ เล่ามาเถอะ”

    “ ท่านพ่อของข้ารับราชการเป็นขุนนางมีหน้าที่สอนหนังสือ ให้กับรัชทายาท วันหนึ่งจู่ๆ รัชทายาทเกิดป่วยด้วยโรคประหลาด หมอหลวงวินิจฉัยว่า รัชทายาทถูกพิษ ท่านพ่อของข้าใกล้ชิดรัชทายาทที่สุด เลยถูกตั้งข้อสงสัย ว่าเป็นคนวางยา

    ราชสำนัก จึงส่งทหารมาจับกุมคนในบ้านของข้าทั้งหมด อาจารย์ปู่ ท่านพ่อข้าบริสุทธิ์ ได้โปรดช่วยท่านพ่อข้าด้วย” เสี่ยวหลินเล่าไปเริ่มร้องไห้ไปอย่างน่าสงสาร เทียนคิดว่า แค่สงสัยถึงกับต้องจับกันทั้งตระกูลเชียวหรือ

    “ รัชทายาทมีอาการอย่างไร”

    “ ข้าไม่ทราบ ท่านพ่อไม่ยอมบอกใคร ท่านพ่อให้ข้าหลบมาอยู่ในสำนักอักษรสวรรค์ก่อน นึกไม่ถึง พวกเขากลับส่งคนมาจับข้าถึงในสำนัก” เสี่ยวหลินเอ่ยด้วยเสียงสะอื้น ที่แท้อู๋ซวงก็พามาอยู่กับเรา เพราะต้องการหลบภัยนี่เอง

    “ ข้าจะเข้าวังไปดูอาการ รัชทายาทเอง” เทียนบอกออกไป แล้วสั่งให้อู๋เซิน เลิกอัดทหารได้แล้ว จากนั้นเทียนก็เรียกหัวหน้าทหารมาคุย แต่หัวหน้าทหารก็ไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้นเทียนจึงให้ หัวหน้าทหารพาเทียนกลับวัง แล้วรายงานเรื่องนี้กับ จักรพรรดิ พอเทียนมาถึงวังหลวง หัวหน้าองครักษ์ทราบข่าวว่าเทียนคือ อาจารย์อาของเจ้าสำนัก ก็รีบออกมาต้อนรับ

    “ เชิญท่านอาจารย์น้อยด้านใน องค์จักรพรรดิรอท่านอยู่” องครักษ์ให้ความเคารพเทียนอย่างยิ่งทำให้เทียนสงสัยไม่น้อย แต่พอเข้าไปถึง ก็พบกับเจ้าสำนักอักษรสวรรค์ มารออยู่ก่อนแล้วนี่เอง

    “ อาจารย์อา ท่านก็มาด้วยหรือนี่” เจ้าสำนักเอ่ยทักเทียน

    “ เสี่ยวหลิน มาขอร้องให้ข้าช่วย ข้าก็เลยลองมาดูสักหน่อย”

    “ อาจารย์อา” จักรพรรดิ คำนับเทียนเช่นกัน

    “ จักรพรรดิเจียงซี เป็นน้องชายของข้า เรียกท่านเช่นนี้ไม่ผิดหรอก” เจ้าสำนักแนะนำตัว เทียนเข้าใจทันที

    “ ทำไมต้องตั้งข้อหากบฎ กับ พ่อของเสี่ยวหลิน แล้วจับพวกเขามาทั้งหมดเพื่ออะไรกัน” เทียนเอ่ยถามทันที

    “ เรื่องนี้สำคัญกับ ชื่อเสียงของราชวงศ์ ข้าต้องจับพวกเขามาทั้งหมด ไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปได้” จักรพรรดิเอ่ยด้วยความไม่สบายใจ

    “ พวกเขายังอยู่ดี ไม่มีอันตรายหรอก ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแต่ว่า ช่วงนี้ต้องพยายามรักษา อาการของรัชทายาทให้กลับมาเป็นดั่งเดิมให้ได้เสียก่อน” เจ้าสำนักเอ่ยออกมาให้เทียนสบายใจ

    “ ข้าอยากดูอาการของรัชทายาท” เทียนไม่อยากเสียเวลา อยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ จักรพรรดิหันหน้ามองพี่ชายเจ้าสำนักเหมือนถามความเห็น เจ้าสำนักพยักหน้า จักรพรรดิเลยพาเทียนเข้าไปในส่วนลึกของราชวัง พอเทียนเข้าไปก็พบกับเด็กชายคนหนึ่งวัย 4 ขวบ ถูกล่ามโซ่ไว้ที่ขา หน้าตาตอนที่เทียนเห็นครั้งแรก ก็ตกใจยิ่งนัก ทีแรกนึกว่าตือโป้ยก่าย กลับชาติมาเกิดหรือยังไง ทำไม เด็กน้อยร่างเล็กมีจมูกใหญ่เหมือนหมู หูใหญ่ ผมชี้ฟู ตั้งตรง หุ่นผอมบาง ถึงแม้หน้าเหมือนหมู แต่ดูน่ารักกว่า ตือโป้ยก่ายยิ่งนัก แต่งชุดมังกรสี่เล็บสีแดง พอเห็น จักรพรรดิเข้ามา ก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที

    “ เสด็จพ่อท่านมาหาข้าแล้ว”

    “ อี้เอ๋อ ลูกพ่อ” จักรพรรดิเข้าไปกอดลูกด้วยความรัก ไม่เกรงกลัวว่าลูกจะเป็นปีศาจแต่อย่างใด

    “ ข้าตรวจสอบเขาแล้ว ไม่มีกลิ่นไอของปีศาจเลย พิษในร่างก็ไม่มี ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสามวันก่อน จู่ๆ หูของเขา กับจมูกกลายเป็นหมูไปเสียได้ ข้าเกรงว่าเขาจะโดนปีศาจครอบงำ แล้วจะหนีไป เลยต้องใช้โซ่ป้องกันไม่ให้เข้าหลบหนีออกไป

    คนที่เห็นมีเพียง ราชครูของรัชทายาท กับหมอหลวง พวกเราไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป จึงต้องใช้วิธี จับพวกเขาเข้ามาไว้ในวังนี้ทั้งหมด” เจ้าสำนักเล่าให้เทียนฟัง ถ้ามีใครนำข่าวเรื่องไปเผยแพร่ รัชทายาทเด็กน้อยนี้ คงได้กลายเป็นปีศาจจริง ๆ แน่ เฮ้อ เทียนได้แต่ถอนหายใจ

    เทียนได้ใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบร่างของเด็กชายคนนี้โดยละเอียด พบว่าเขามีสายเลือดมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นของเทพเซียนผู้หนึ่งซึ่ง เป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากขุนพลเทียนเผิง หรือ ตือโป้ยก่าย เท่านั้น แต่ไม่มีสายเลือดของ

    องค์จักรพรรดิเจียงซีเลยแม้แต่น้อย

    “ แม่ของเด็กคนนี้อยู่ไหน”

    “ ตายไปตั้งแต่เขากำเนิดมาแล้ว” เจ้าสำนักบอกกับเทียน

    เทียนฟังจบก็กำลังคิดจะบอกพวกเขาอย่างไรดี ถ้าบอกความจริงไปว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขา แล้วชีวิตของเด็กคนนี้จะเป็นเช่นไรกัน

    ถ้าไม่บอกแล้ววันหน้า เด็กน้อยคนนี้ต้องครองราชย์ขึ้นเป็นจักรพรรดิ กลายเป็นว่าบัลลังก์นี้ต้องเปลี่ยนเป็นคนของตระกูลอื่น มันก็ไม่เป็นธรรมกับคนของตระกูลเจียงหรอกหรือ ทำเช่นไรดีนะ เทียนได้แต่มึนตึบ คิดอะไรไม่ออก มองเด็กน้อยที่ยังไร้เดียงสา กอดขาพ่อที่ไม่ใช่พ่อด้วยใจบริสุทธิ์ ส่วนจักรพรรดิก็ทรงรักและทะนุถนอมเด็กคนนี้มาก จนเทียนรู้สึกได้

    “ ท่านว่าเขาเป็นปีศาจจุติมาเกิดหรือไม่” จู่ๆ เจ้าสำนักก็เอ่ยถามเทียนขึ้นมา

    “ ไม่หรอก เขาเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานี่แหละ เพียงแต่ว่า เขาได้พลังเทพเซียนมาตั้งแต่กำเนิด” เทียนตัดสินใจแล้วยังไงก็คงต้องช่วยเด็กคนนี้เอาไว้ก่อน เอาไว้ให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่ มีหัวใจที่แข็งแรงกว่านี้ ค่อยบอกความจริงกับเขาไป...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน