บทที่ 26 พังทลาย
“ลู่ชิงเมิ่ง แกยังมีหน้ามานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม? ยังไม่ออกไปอีก!”
ลู่ชิงเมิ่งเอามือปิดใบหน้าตัวเองอย่างเหม่อลอย มองไปรอบ ๆ เป็ครั้งสุดท้าย แต่ทุกคนกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเธอแม้แต่น้อย
ความน้อยใจ ปะทุขึ้นมาในทันใด
ลู่ชิงเมิ่งแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอออกมาจากห้องประชุมได้อย่างไร รู้สึกเพียงแค่ว่า ตอนนี้ตัวเองกลายเป็เพียงร่างไร้ิญญา
บรรดาผู้บริหารระดับสูง ยังคงประชุมกันต่อไป
“ให้ตายสิ! เป็เพราะลู่ชิงเมิjงทั้งหมด! แล้วตระกูลลู่ของเราจะทำอย่างไร?”
“เคาระห์ซ้ำกรรมซัด ๆ !”
“ลู่ชิงเมิ่งเป็ตัวซวยชัด ๆ ไปแล้วก็ยังทิ้งปัญหาให้เราอีก! แล้วตระกูลหวังจะว่าอย่างไร? พวกนั้นขึ้นชื่อเื่ความแค้น คราวนี้แย่แน่ๆ!”
“หุบปาก!”
ลู่กั๋วฟู่คอกเสียงดังลั่น ทำเอาทั้งห้องประชุมเงียบกริบ
“เลิกโวยวายกันได้แล้ว รีบหาวิธีแก้ไข! ว่าจะต้องทำอย่างไรดี?”
พูดจบลู่กั๋วฟู่ก็หันไปมองตู้ิอวี่ “ิอวี่! ร้านร้านร้านยาเย่าหวังของนายมีอิทธิพลมาก ช่วยเราคุยกับตระกูลหวังหน่อยได้ไหม?”
ตู้ิอวี่ยิ้มแห้ง ๆ “เื่นี้ คงลำบากครับ”
ลู่เจียวเจียวเห็นดังนั้น ก็รีบซบเข้าหาอ้อมกอดตู้ิอวี่ทันที “ิอวี่ พ่อคุณมีอิทธิพลมากขนาดนั้น ถึงจะเป็ผู้นำตระกูลหวังเหยี่ยเล่อก็น่าจะให้เกียรติบ้างสิ!”
“งั้นคุณช่วยคุยกับพ่อคุณให้หน่อยได้ไหม ให้ท่านช่วยพวกเรา”
ได้ยินคำพูดของลู่เจียวเจียว บรรดาคนของตระกูลลู่ต่างก็หันไปมองตู้ิอวี่ราวกับเป็ความหวังสุดท้าย
พูดมาขนาดนี้แล้ว แม้ตู้ิอวี่จะรู้ว่าทำได้ยาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ งั้นเดี๋ยวผมลองไปถามดู”
ตู้ิอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือ เดินออกไปนอกห้องประชุม โทรหาพ่อของเขา ‘ตู้เทียนตี้’
ไม่นานนักปลายสายก็รับสายเสียงของตูเทียนตี้ดังมา “ลูกชาย อยู่ที่ตระกูลลู่มานานแล้ว เื่ที่พ่อสั่ง ลูกทำไปถึงไหนแล้ว?”
ตู้ิอวี่มองซ้ายมองขวา มั่นใจว่าไม่มีใครสนใจ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า
“พ่อวางใจได้เลยครับ! ผมกำลังจัดการอยู่ ตอนนี้พวกเขารับผมเป็คนในครอบครัวแล้ว!”
“แต่ว่าตอนนี้ตระกูลลู่เกิดเื่ขึ้นอีกแล้ว อยากให้พ่อช่วย”
“ว่ามาสิ”
ตู้เทียนตี้กล่าว
"่นี้ทางบริษัทลู่อยากร่วมมือกับทางตระกูลหวัง แต่ลู่ชิงเมิ่งกลับทำเื่พัง แถมยังทำให้บริษัทลู่ถูกขึ้นบัญชีดำของตระกูลหวัง ตอนนี้พวกเขากำลังร้อนใจกันมาก”
“เลยอยากให้พ่อออกหน้า ช่วยไปเจรจาให้หน่อย”
ได้ยินคำพูดของตู้ิอวี่ ปลายสายก็เงียบไปนาน
ตอนที่ตู้ิอวี่กำลังจะเอ่ยปากถาม เสียงคำรามของตู้เทียนตี้ก็ดังลั่นมาตามสาย
“บ้าเอ้ย! ยังไม่จบอีกเหรอ?”
“พ่อให้แกไปอยู่ที่ตระกูลลู่ ก็แค่้าให้แกใช้ลู่เจียวเจียวเป็สะพาน เข้าใกล้พวกเขา หาโอกาสฮุบกิจการของตระกูลพวกนั้นมา”
“แต่นี่อะไร? แรกๆ ก็ให้ฉันออกหน้าช่วยพวกมันติดต่อเศรษฐีโจว ต่อมาก็ให้ฉันช่วยหาบัตรเชิญงานแต่งงานของท่านประธาน ตอนนี้ยังจะให้ฉันไปเป็คนไกล่เกลี่ยให้พวกมันอีก?”
“แกเห็นพ่อเป็อะไร? เป็เบ๊ของตระกูลลู่รึไง? ทำไมฉันถึงได้มีลูกชายไม่เอาไหนอย่างแก!”
ความจริงคือตู้ิอวี่แต่งเข้าตระกูลลู่ ไม่ใช่เพราะชอบลู่เจียวเจียว แต่เพราะ้าฮุบกิจการของตระกูลลู่ต่างหาก
แต่ก็ไม่แปลกลู่เจียวเจียวเป็ผู้หญิงแบบนั้น ทั้งรูปร่างหน้าตา ไม่ได้เื่สักอย่าง จะมีใครเขาอยากได้ไปทำเมีย!
ได้ยินคำพูดของพ่อตู้ิอวี่ก็เหงื่อแตกพลั่ก เขารู้ดีว่าครั้งนี้พ่อของเขาโกรธจริง ๆ
“ไม่ใช่นะครับพ่อ ผม…”
ตู้เทียนตี้ตวาดด้วยความโกรธ “แกจะแก้ตัวอะไรอีก!”
“แกวัน ๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่ที่ตระกูลลู่ อยากจะเป็ลูกเขยบ้านเขานักรึไง? ให้พ่อคอยเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้แกอยู่ได้ แกคิดว่าพ่อเก่งกาจไปซะทุกเื่รึไง?”
“ตระกูลเราก็แค่ขายยา ตระกูลหวังจะมาให้เกียรติฉันทำไม? รีบ ๆ ทำภารกิจที่ฉันสั่งให้เสร็จ แล้วรีบไสหัวกลับมา”
พูดจบ ตู้เทียนตี้ก็ตัดสายทิ้งไป
ตู้ิอวี่รู้สึกสิ้นหวัง ไม่คิดเลยว่าแค่โทรไปหาพ่อทีเดียว จะทำให้พ่อโกรธได้ขนาดนี้
เขาเดินคอตกกลับเข้าไปในห้องประชุม เหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทลู่ก็รีบรุมล้อม
“ิอวี่ เป็ยังไงบ้าง? ง่ายมากเลยใช่ไหม?”
“เื่นี้ ถ้าครอบครัวคุณออกหน้ายังไงก็ไม่น่ามีปัญหา!"
เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ ยังไม่ทันที่ตู้ิอวี่จะส่ายหน้า เสียงแหลมเล็กของลู่เจียวเจียวก็ดังขึ้น “ฮึ! ยังต้องถามอีกเหรอ? ร้านยาเย่าหวังออกหน้า มีเื่อะไรทำไม่ได้? พวกคุณไม่ต้องกังวลไปหรอก! เื่นี้ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
"ใช่ไหมคะ ิอวี่?"
ตู้ิอวี่ได้ยินคำพูดของลู่เจียวเจียว ก็อยากจะตบหน้าเธอสักฉาด
เธอเป็ตัวอะไรกันแน่! คิดว่าร้านยาเย่าหวังเป็ของเล่นเด็ก ๆ งั้นรึ?
เธอพูดอะไรก็ต้องเป็อย่างนั้นสิ?
ถ้าไม่ติดว่าอยากได้บริษัทของพวกเธอ เขาคงจะเตะเธอกระเด็นไปแล้ว!
แค่มองหน้าก็ขยะแขยง!
“จริงสิครับ พ่อผมตกลงจะช่วยแล้ว เื่นี้ไม่มีปัญหา”
ถึงแม้ตูิอวี่จะคิดแบบนั้น แต่เขาก็ยังพูดออกไป
เหล่าผู้บริหารระดับสูงของตระกูลลู่ได้ยินคำพูดของตู้ิอวี่ ต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ลู่กั๋วฟู่เองก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เอ่ยชม
“ิอวี่ ที่บ้านนายนี่สุดยอดจริงๆ! วันหลังมีโอกาส ชวนพ่อของนายออกมาทานข้าวด้วยกันสิ ฉันจะเลี้ยงเอง!”
ตู้ิอวี่ได้ยิน ก็รู้สึกดูถูกเหยียดหยามในใจ “ครับ ผมจะบอกพ่อให้”
'จะไปกินข้าวกับพ่อฉัน แกคู่ควรแล้วงั้นเหรอ...'
ตอนนี้ข้างนอก ฟ้าร้องคำราม ฝนตกหนัก
ลู่ชิงเมิ่งไม่ได้พกร่มมา เธอกำลังเดินตากฝนอยู่คนเดียว บนใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาปนกับหยาดฝน ในใจมีเพียงความคับข้องใจและความสิ้นหวัง
ทันใดนั้น ร้องเท้าของลู่ชิงเมิ่งก็ลื่นทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่จึงล้มลงไปกับพื้น
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างเร่งรีบ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่หันมามองเธอ ราวกับว่าเธอเป็เพียงอากาศธาตุ
“ทำไม ทำไมโลกนี้ถึงทำกับฉันแบบนี้?”
“ฉันพยายามมาหลายปี อยากให้พวกคุณเห็นว่าฉันไม่ใช่ตัวปัญหาของตระกูล แต่ทำไมพวกคุณถึงไม่แม้แต่จะมองฉัน?”
“เื่วันนี้ เป็ความผิดของหวังปินแท้ ๆ ทำไมพวกคุณถึงโทษฉันกันหมด?”
แต่ต่อให้เธอร้องไห้เสียงดังแค่ไหน ก็ถูกเสียงฟ้าร้องกลบไปหมดราวกับว่าโลกทั้งใบได้ทอดทิ้งเธอไปแล้ว
ในตอนนั้นเองก็มีร่มคันหนึ่ง ปรากฏขึ้นเหนือหัวของลู่ชิงเมิ่ง เป็หลัวเซิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ
ในใจของหลัวเซิงเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมาแม้แต่น้อย
เขายืนอยู่ข้าง ๆ ลู่ชิงเมิ่ง ไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ เป็ที่กำบังให้เธอจากลมฝน
เขารู้ดีว่าลู่ชิงเมิ่งเก็บกดมานาน ้าระบายออกมาและเมื่อไหร่ที่เธอก้าวข้ามผ่านเื่ราวทั้งหมดนี้ไปได้ ก็ถึงเวลาที่เขาจะลงมือ!
‘โทสะขององค์าาหลัว ต่อให้มีหมื่นชีวิตก็ไม่อาจรอดพ้น!’