เยว่ชิงเหมือนโดนตบหน้า เขาเหมือนิญญาที่มีเชือกจูงคออยู่ตลอดเวลา
ด้านนอกฟ้าครึ้มเพราะหิมะกำลังจะตก
เขาลุกจากโต๊ะและเดินออกจากโรงเตี๊ยมทันที เยว่ชิงกำลังโกรธ เสียงฝีเท้าด้านหลังตามมาอย่างกระชั้นชิด ทว่าเยว่ชิงไม่คิดหันกลับไปมอง อย่างน้อยก่อนที่เขาจะล้างแค้น ก็ยังอยากให้โอกาสพุทธองค์ได้แก้ไข เยว่ชิงบอกไปแล้วว่าไม่มีทางยอมให้ผู้อื่นเข้ามายุ่ง
ไป๋เยว่ชิงพร้อมเป็ศัตรูทั้งยุทธภพ ขอเพียงพุทธองค์อยู่ชดใช้กรรมที่กระทำกับเขา
ด้านหน้าคือป่าที่ไม่ไกลจากวิหารระฟ้ามากนัก
เยว่ชิงเลือกที่จะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ตรงนั้นมีหน้าผาสูงชันมองเห็นน้ำตกที่ไหลลงมา มันเป็ภาพสวยงามที่เยว่ชิงชอบมายืนมองยามที่อารมณ์ขุ่นมัว ยังคงมีฝีเท้าตามหลังมาไม่หยุด มันใกล้เข้ามาเรื่อยจนเยว่ชิงนึกอยากผลักอีกฝ่ายให้ร่วงลงหุบเหวนี้ไป
“ฟังอาตมาก่อน”
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!! อย่ามายุ่งกับข้าน้อย”
“เยว่ชิง...”
“ข้าน้อยผิดหวังกับพุทธองค์ซ้ำซากอยู่เรื่อย ข้าน้อยเบื่อแล้ว ข้าน้อยเกลียดิญญาน่าสมเพชนี้!” เยว่ชิงหันกลับมาสบสายตาของอีกฝ่าย หลี่จิ้งหยางกลับคืนอยู่ในรูปของนักบวชเช่นเดิม
“เหตุใดจึงไม่สลายิญญาของข้าน้อยให้สิ้นซาก ไยต้องให้ข้าน้อยแค้นใจ! ไยต้องให้ข้าน้อยทุกข์ทนกับความคิดสกปรกชั่วช้า ไยต้องปล่อยข้าน้อยเป็เช่นนี้ด้วย!!!”
“...”
“ท่านไม่มีคำตอบให้ข้าน้อยเลยสักอย่าง รู้ไหมว่าทุกครั้งที่ข้าน้อยมายืนตรงนี้ ข้าน้อยคิดอย่างไร?”
ดวงตาสีอำพันวูบไหว ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดออกมา
“ข้าน้อยอยากะโหน้าผานี่ให้หายไปตลอดกาล ให้ิญญาของข้าน้อยสลายไม่เหลือสักเศษเสี้ยว ให้ข้าน้อยนั้นหลุดพ้นจากพุทธองค์ทุกภพชาติ!”
เป็ถ้อยคำที่ล้วนกล่าวออกมาจากจิตใจที่แท้จริง ไป๋เยว่ชิงนั้นจงชังพุทธองค์ถึงเพียงนี้
“ท่านอยากไปนิพพานมากเลยอย่างนั้นหรือ? พุทธองค์เองก็คงอยากหลุดพ้นจากข้าน้อยเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นก็เอาแบบนี้เถิด” ั์ตาสีชาเหลือบมองพุทธองค์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เป็โอกาสไปนิพพานของท่าน รีบกำจัดิญญาของข้าน้อยซะ!”
“เยว่ชิง”
“ทำไมเล่า? ข้าน้อยยอมให้โอกาสท่าน สลายิญญาของข้าน้อยทิ้ง ให้ทุกภพทุกชาติเราไม่ต้องพบเจอหน้า หรือจะกักขังิญญาของข้าน้อยไว้ที่ใดก็ได้ แต่ขอเพียงอย่างเดียว...”
“ขอเพียงข้าน้อยหลุดพ้นจากพุทธองค์ตราบชั่วกัลป์”
ไป๋เยว่ชิกล่าวจบก็หลับตาลง นักบวชผู้อ่อนโยนและเมตตาการุณนั้นที่แท้ก็แค่เปลือก วันนี้เขายอมให้สลายิญญาที่ขัดขวางทางไปนิพพาน เยว่ชิงมั่นใจเลยว่าพุทธองค์ยินดีปรีดาจนเก็บซ่อนไม่อยู่
ทว่ากลับมีเพียงความเงียบ ไม่มีแม้เสียงขยับเขยื้อนด้วยซ้ำ!
เยว่ชิงค่อยลืมตาขึ้นมาทีละน้อย และพบว่าตนเองยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ไร้เงาของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง สอดส่ายมองไปรอบก็ไม่พบวี่แววของพุทธองค์ อย่าบอกนะว่าความปราณีสิงสู่สมณะวิหารระฟ้าเข้าแล้ว จึงไม่กล้าลงมือสลายิญญาของเขา
เขามองน้ำตกที่ไหลจากผาสูงชัน มันทำให้ใจที่ร้อนสงบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด นับว่าเมื่อครู่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางปฏิเสธโอกาสไปนิพพาน ฉะนั้นจากนี้เยว่ชิงไม่สนว่าทัณฑ์นรกน่ากลัวหรือไม่ บาปมหันต์จะคอยขยี้เขาเจียนตายเพียงใด เขาจะขวางทุกทางที่พุทธองค์ก้าวเดิน
และปกป้องสิ่งที่พุทธองค์เก็บซ่อนเป็ความลับจากผู้คน แม้ว่ามันอาจฟังดูย้อนแย้ง แต่เยว่ชิงก็ไม่อาจทนมองเฉยให้ผู้อื่นมาทำร้ายพุทธองค์ได้
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางจะต้องเ็ปด้วยน้ำมือของไป๋เยว่ชิงเพียงผู้เดียวเท่านั้น!
ผู้อื่นอย่างได้หวังจะแตะปลายเส้นขนของพุทธองค์ได้ ตราบใดที่เยว่ชิงยังยืนอยู่ตรงนี้
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางกลับมาที่วิหารระฟ้า คำพูดของเยว่ชิงนั้นทำให้เขามิอาจทนได้ต่อไป จื่อหลิงที่กำลังกลับเรือนเล็กมองเห็นหลังของพุทธองค์ผ่านไป
เห็นอาจารย์บอกว่าพุทธองค์เข้าฌานไม่ออกจากห้อง แต่ทำไมลักษณะเหมือนไปที่อื่นมากกว่า
เยว่ชิงเองก็กลับมาที่เรือนเล็กเช่นกัน สภาพไม่ต่างกับพุทธองค์ที่ผ่านไปเมื่อครู่ จื่อหลิงคิดว่าทั้งสองคงได้พบกันแล้ว พุทธองค์หลี่จิ้งหยางอาจกล่าวอะไรที่ทำให้เยว่ชิงเ็ป
“เป็อย่างไรบ้าง?”
“ก็ไม่นี่ ไม่เป็อะไร”
“พบกับพุทธองค์แล้วหรือ สีหน้าเ้าดูเ็ปนัก” จื่อหลิงเอ่ยถามสหาย แต่เยว่ชิงนั้นก็ส่ายหน้าตามเคย และบอกว่าเขากับพุทธองค์ไม่มีเหตุผลที่ต้องพบเจอ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“หือ?”
“ก็ยามเ้าเอ่ยถึงพุทธองค์คราใด หน้าตาเ้ามันฟ้องว่าเสียใจ เจ็บช้ำ ข้าก็เดาว่าพุทธองค์นั้นมีผลต่อความรู้สึกของเ้า เช่นนั้นไม่เจอกันก็ดีแล้ว”
“บางครั้งข้าก็อยากรู้ว่าเพราะอะไรกันข้าถึงมาอยู่ตรงนี้ แต่บางครั้งข้าก็อยากลืมทุกอย่างและจากไปไม่หวนกลับมา”
“พูดอะไรออกมาเช่นนั้น”
จื่อหลิงเอ่ยเสียงเรียบบอกถึงความไม่ชอบใจนัก ไป๋เยว่ชิงนั้นเป็ศิษย์ในวิหารระฟ้า มองโลกในแง่ดีและมีจิตใจอ่อนโยนดุจสายน้ำ เป็ศิษย์ที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางเอ่ยชมอยู่บ่อยครั้ง ความฉลาดและเรียนรู้ได้ไวของเยว่ชิงนั้นไม่มีผู้ใดตามทัน
“จื่อหลิง สำนักเทียนฉีตามหาเคล็ดวิชานั้นอยู่”
“เคล็ดวิชา? อ่อ เ้ารู้หรือว่ามันอยู่ที่ใด”
เยว่ชิงเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหน้านี้จื่อหลิงเป็คนบอกเองว่าเจอบันทึกเกี่ยวกับเคล็ดวิชาในห้องตำราของพุทธองค์หลี่จิ้งหยาง ทว่าเ้าตัวดูเหมือนจะลืมคำพูดของตนเอง “นี่เ้าลืมเื่ที่ตัวเองพูดหรือจื่อหลิง”
“หา...เปล่าเลย ข้าเพียงแต่อยากรู้ว่าเคล็ดวิชานั้นมีต้นฉบับสมบูรณ์อยู่หรือไม่?”
“จะสมบูรณ์หรือไม่สำคัญตรงไหน? สิ่งที่สำนักเทียนฉี้านั้นคือครองอำนาจ ถึงแม้ข้าจะไม่สนใจเื่แก่งแย่งในยุทธภพ แต่นี่เป็เื่ของวิหารระฟ้า เกี่ยวข้องกับพุทธองค์โดยตรง”
“พุทธองค์แล้วอย่างไร?” จื่อหลิงที่ฟังมานานสองนาน ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าการที่สำนักเทียนฉีอยากได้เคล็ดวิชาลับที่พุทธองค์หลี่จิ้งหยางเก็บซ่อน มันเกี่ยวอะไรกับเยว่ชิง
“ข้าเองก็มีเื่ต้องจัดการ พุทธองค์จะต้องอยู่ต่ออย่างปลอดภัย”
“ฮ่าฮ่า เ้าตลกเกินไปไหมเยว่ชิง พุทธองค์นั้นหาที่เปรียบไม่ได้ด้วยซ้ำ คิดหรือว่าสำนักเทียนฉีจะบุกมาได้โดยง่าย และข้าเชื่อว่าต่อให้ทั้งยุทธภพร่วมกันสู้ จะต้านพุทธองค์หลี่จิ้งหยางได้หรือ?”
“เสวี่ยฉินไม่ได้โง่ และเสวี่ยซางก็เป็ยอดจอมยุทธ์ นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เ้าคิดว่าพุทธองค์เป็ยอดในาาพิภพหรือไง? เขาเป็เพียงสมณะที่ยังต้องกินต้องนอนเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไป”
เยว่ชิงคร้านจะเถียงเื่ของพุทธองค์กับสหาย แม้บอกว่าตนนั้นแค้นใจจนอยากฆ่าทิ้ง แต่เมื่ออีกฝ่ายกำลังเผชิญความเดือดร้อน เยว่ชิงกลับยอมทนไม่ได้ จื่อหลิงได้แต่ยืนกระตุกยิ้มมุมปาก ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าเยว่ชิงร้อนรนใจเพียงใด
ยอมเป็ศัตรูกับทั้งโลก เพื่อปกป้องพุทธองค์ให้ปลอดภัย แบบนี้เรียกว่าความแค้นได้หรือ?
่ฤดูหนาวยาวนานเกินไป เยว่ชิงไม่ชอบอากาศที่เหน็บหนาวเลยสักนิด ทว่าเขากลับออกมานั่งอยู่บนพื้นที่มีกองหิมะสีขาวสะอาดตา เฝ้ามองพุทธองค์หลี่จิ้งหยางเดินจงกรม น่าแปลกที่นักบวชผู้นี้เดินผ่านเลยไปไม่ยอมทักทาย ราวกับว่ามองไม่เห็นเยว่ชิงที่นั่งหัวโด่อยู่
“พุทธองค์!”
“...” หลี่จิ้งหยางเมินเฉย เสียงเรียกของเยว่ชิงไม่ได้ทำให้การเดินจงกรมสงบใจหยุดลง
“ท่านไม่อยากสนทนาก็ช่าง แต่ข้าน้อยจะพูด”
“...”
“หากวันนี้ท่านกำจัดข้าน้อยทิ้งไป หนทางนิพพานก็มาอยู่เบื้องหน้าแล้ว”
พุทธองค์หลี่จิ้งหยางหลับตาสงบอารมณ์ ถ้อยคำของิญญาตนนี้มีผลต่อจิตใจไม่น้อย ไป๋เยว่ชิงมักพูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด สุดท้ายก็มาพบเจอความเสียใจภายหลัง
“ตอนที่ไม่มีข้าน้อยนั้น พุทธองค์มีความสุขดีหรือไม่...”
“...”
ไม่มีเสียงตอบกลับ พุทธองค์ไม่ชายตามองเยว่ชิงที่กำลังพูดด้วยซ้ำ สีหน้าเรียบเฉยแต่ใจกลับยากจะควบคุม นิ้วที่ใช้นับเม็ดประคำในมือนั้นหยุดลงไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้
“ข้าน้อยจะลงเขาไปอยู่ในยุทธภพ ในเมื่อท่านไม่ชอบสนนา ข้าน้อยเองก็ไม่อยากบังคับพุทธองค์”
เยว่ชิงลุกขึ้นจากกองหิมะสีขาวนี้ สองขาที่ก้าวเดินถูกตรึงอยู่กับที่ไปต่อไม่ได้ หันไปมองพุทธองค์ก็พบว่าเดินจงกรมไม่ได้สนใจเยว่ชิง
“ปล่อยข้าน้อยนะ! ปล่อยข้าน้อยเดี๋ยวนี้เลย!”
ประคำในมือถูกนับใหม่อีกครั้ง เยว่ชิงยังคงส่งเสียงโวยวาย ทว่ามันกลับช่วยให้พุทธองค์สงบใจ
สดับเพียรหมื่นภพชาติ