12 : 10 น.
มันไม่ควรเป็แบบนี้สิ...
นอกจากจะต้องมายืนรอเชวาอยู่ที่หน้าคณะแล้วยังมีอีกหนึ่งบุคคลตามติดเป็เงา ไม่รู้ว่าพิศวาสอะไรกันขนาดนั้น
"นี่มันก็เป็สิบนาทีแล้วนา เมื่อไหร่เ้านั่นจะมาซะที" ปานธนยืนบ่นอยู่ข้าง ๆ กันเนี่ย
หากพูดถึงเื่ความหล่อเหลาต้องบอกเลยว่าปานธนเองก็้เป็ลูกรักพระเ้าตีคู่มากับเชวาไม่ผิดแน่ ดูดีั้แ่หัวจรดเท้าแถมยังเป็ลูกชายคนโตของเ้าสัวทวีจากตระกูลเพลิงพัน
"ไปกับพี่ดีกว่าไหม มีร้านอร่อย ๆ แนะนำเยอะเลย"
เอียงตัวลงมาอยู่ระดับเดียวกันกับสายตาของคนตัวเล็กกว่า รอยแผลเป็กลบความน่ารักไม่มิด สมน้ำหน้าไอ้พวกตาถั่วที่เอาแต่อคติกับความไม่สมบูรณ์แบบของคนอื่น
"อีกห้านาทีแล้วกันครับ"
กระนั้นชามีนก็ไม่ได้ผลักไสเพราะอีกฝ่ายให้ความรู้สึกพึ่งพาได้ ต่างจากเมื่อเช้านี้ที่เล่นเอาอารมณ์ปั่นป่วนกันไปหมด
ทั้งคู่ยืนรอทายาทชัยชนะานานกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมา ชามีนถอนหายใจอย่างหงุดหงิด อากาศใช่ว่าจะเย็นสบาย พระอาทิตย์ตรงหัวแผดเผาร้อนอบอ้าวเหงื่อไหลโชกทั้งตัว พาลทำให้หน้ามืดได้ง่าย ๆ
"ไม่ไหวแล้วว่ะ เดี๋ยวพี่ไปเอารถมารับรอแป๊บ" ร่างสูงใหญ่เองก็ทั้งหิวทั้งร้อนรีบวิ่งไปทางลานจอดรถ
ชามีนเลยใช้โอกาสนี้หอบร่างไปนั่งที่ม้าหินอ่อนใกล้ ๆ เอาใบงานขึ้นมาพัดไล่ความร้อน นักศึกษาส่วนใหญ่พากันไปหาอะไรทาน บ้างก็กลับบ้านเพราะรายวิชาของวันนี้หมดแล้ว
"แล้วมาบอกให้รอทำไม" ชามีนบ่นออกมา คิดว่าตัวเองก็บ้าจี้ที่เชื่อคำพูดของคนที่เกลียดตัวเอง
"น้ำครับคุณหนู" บอดี้การ์ดหนุ่มยื่นขวดน้ำดื่มที่รีบเดินไปซื้อเมื่อครู่นี้ให้
ชามีนลืมไปเสียสนิทว่ามีบอดี้การ์ดคอยตามดูแลความปลอดภัย ลืมแบบที่อีกฝ่ายไร้ตัวตนไปเลย ...วันนี้ก็เป็อีกวันที่พันกว่าเหตุการณ์
"ขอบคุณครับ" รับขวดน้ำเย็นมาเปิดดื่ม ค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย
ไม่นานนักรถยนต์คันหรูสองคันก็ขับมาจอดยังหน้าคณะในเวลาไล่เรี่ยกัน คันหนึ่งชามีนคุ้นตาเพราะเมื่อเช้านั่งมา ขณะที่อีกคันก็เดาไม่ยากว่าเป็ของใคร
ร่างสูงใหญ่ของชายทั้งสองลงจากรถแทบจะพร้อมกัน เป็ปานธนที่ถึงตัวชามีนก่อนและพยายามดึงให้เดินไปขึ้นรถ ขณะที่เชวาเดินมาหยุดยืนตรงหน้า
"ไปหรือยัง" เขาเอ่ยถามเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคำขอโทษใด ๆ
ชามีนไม่อยากคุยด้วยเลยสักนิด คงคิดว่าตัวเองสูงส่งดีเลิศอีกตามเคยนั่นแหละ ใครจะรอก็ช่างทั้งที่ตัวเองควรรีบมาแท้ ๆ แค่มองหน้าก็อยากฟาดมือใส่ให้เจ็บสักทีจะได้รู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง
"ไปกันเถอะ เหงื่อเราออกเยอะมากเลย เป็คนขี้ร้อนเหรอ" ปานธนเอ่ยพลางดึงแขนให้ขยับเดิน โดยเมินอีกคนไม่แม้แต่ปลายตามองหรือเอ่ยทักทาย
ชามีนตัดสินใจเดินผ่านหน้าเชวาไปตามแรงดึงของปานธน พอผ่านรถยนต์คันหรูถึงได้เห็นว่ามีตะวันฉายนั่งอยู่ในนั้น มุมปากที่เบะลงยกแสยะขึ้นทันที เหตุผลที่อีกฝ่ายมาช้าไม่พ้นแวะรับเด็กหนุ่มอีกคนก่อนสินะ
"เดี๋ยวพาไปทานร้านอร่อย ใกล้ ๆ นี่เอง ทนหิวไหวไหม"
"ไหวครับ"
...
-Chewa-
ว่าที่ผู้นำตระกูลผู้แสนองอาจยืนมองเด็กหนุ่มเดินผ่านหน้าไปกับทายาทจากตระกูลเพลิงพันโดยไม่พูดอะไรสักคำ งานนี้เขาผิดเต็ม ๆ แบบไม่มีข้อแก้ตัว
ร่างสูงใหญ่เดินกลับมาที่รถ ปลายตามองเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งรออยู่ ...เขาควรใช้เวลากับชามีนตลอด่บ่ายนี้แต่ตะวันฉายขอมาด้วยเลยไม่รู้จะปฏิเสธทำไม เห็นว่าอยากปรึกษาเื่ภารกิจกับชามีนก็เลยไม่คิดอะไร
"นั่นชามีนเขาไปกับใครน่ะครับ" ตะวันฉายมองรถหรูอีกคันขับออกไปจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เพื่อนเขาละมั้ง" เชวาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ใครจะไปรู้ว่าสองคนนั้นเป็อะไรกัน
"เสียดายจัง เอาไว้กลับไปคุยที่คฤหาสน์ก็ได้ เฮ้อ~ ตะวันไม่อยากแข่งกับชามีนเลยคิดว่าช่วยกันน่าจะดีกว่า"
เชวาไม่ได้พูดอะไรนอกจากสั่งให้คนขับรถขับไปยังร้านอาหารที่จองไว้ ระหว่างทางก็คิดถึงเื่ของชามีนไปด้วย... แม้ว่าเขาจะไม่ชอบท่าทางเย่อหยิ่งนั่นแต่ยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายชัดเจนทั่จะไม่เข้าใกล้เขา
ต่อให้เหลือตะวันฉายเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในเกมนี้เขาก็ไม่เลือก ไม่ใช่ไม่ดีเพียงแค่ไม่ได้รู้สึกในเชิงรักใคร่ั้แ่แรก คนที่จะมาเป็ภรรยาต้องเกิดจากการตกหลุมรักจนหมดหัวใจเท่านั้น
ซึ่งบอกเลยว่ายากมาก
เวลาต่อมา
ร้านอาหารที่จองไว้เป็ร้านอาหารไทยที่นำอาหารทะเลมาทำอาหารเป็หลัก ร้านใหญ่โตโอ่อ่าติดแอร์ทุกมุมและมีห้องส่วนตัวบริการ
เ้าของร้านมายืนรอต้อนรับด้วยตัวเอง ขณะที่เหล่าบอดี้การ์ดกระจายกันไปอยู่แต่ละจุดโดยมีสายตาคนทั่วไปมองด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"ยินดีต้อนรับครับท่าน เดี๋ยวผมนำทางไปยังห้องรับประทานอาหารส่วนตัวนะครับ"
พอเข้ามานั่งได้ครู่หนึ่งเชวาก็ขอตัวเข้าห้องน้ำโดยบอกให้ตะวันฉายสั่งอาหารก่อนได้เลย
ขณะที่ยืนล้างมืออยู่นั้นประตูห้องน้ำด้านในสุดก็ถูกเปิดพร้อมกับร่างสมส่วนค่อนไปทางผอมเล็กน้อยเดินออกมา ชามีนชะงักเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่ที่อ่างล้างมือ แม้จะมีความสงสัยปนใแต่ก็หาได้เอ่ยอะไร
สุดท้ายต่างคนก็ต่างไม่สนใจกัน ก้มหน้าล้างมือจนเสร็จและเป็ชามีนที่เดินผ่านเขาออกไปก่อน แต่จนแล้วจนรอดเชวาก็พ่นลมหายใจออกมาก่อนเอื้อมมือไปรั้งแขนของชามีนเอาไว้
"เดี๋ยวก่อนสิ"
เพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มหลุดรอดไปได้เชวาจึงจับชามีนมาขังไว้ในอ้อมแขน เอามือทั้งสองข้างยันเคาน์เตอร์กันอีกฝ่ายดิ้นหนี
"จะทำอะไรครับ" เสียงนุ่มติดแหบเอ่ยถามพลางตวัดสายตาเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่พอใจ
เขาเพิ่งรู้ตัวว่าระยะห่างนี้มันใกล้กันมาก ใกล้เสียจนเห็นรอยด่างที่ไม่สม่ำเสมอบนใบหน้าซีกขวาอย่างชัดเจน รวมถึงดวงตากลมใสกระพริบปริบ ๆ เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แถมปากสีสดอวบอิ่มก็ยังขมุบขมิบคล้ายกำลังด่าเขาแบบไม่ออกเสียง
"สรุปจะทำอะไรครับ" ชามีนถามย้ำ เอนตัวเบียดเคาน์เตอร์เพื่อเว้นระยะห่างแต่ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไรหรอก ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว ทำไมเขาไม่ขยับออกไปห่าง ๆ หน่อย
"ที่ฉันมาช้า..." พยายามจะอธิบายทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้แต่ดันถูกแทรกเสียก่อน
"อ๋อ! ผมโกรธครับ พูดตรง ๆ เลยว่าโกรธมาก คุณไม่ต้องพยายามทำให้มันเท่าเทียมอะไรหรอก ก็เห็น ๆ อยู่ว่าคุณให้ความสำคัญกับอีกคนมากกว่า งั้นก็พุ่งเป้าไปทางนั้นทางเดียวเถอะ อย่ามาเสียเวลากับผม" ชามีนถอนหายใจใส่ทันทีที่พูดจบ
เชวานิ่งค้างโดนหมัดฮุกใส่อย่างจัง อีกฝ่ายตรงประเด็นทุกครั้งและไม่มีท่าทีเรียกร้องความสนใจ กลายเป็เขาเองที่รู้สึกพ่ายแพ้ มันแย่ตรงที่ตระกูลชัยชนะาปฏิบัติต่อเด็กคนนี้ไม่เท่าเทียมั้แ่แรก
พึ่บ!
"ถ้าไม่มีอะไรจะพูดให้ผมรู้สึกดีขึ้นก็ขอตัวนะครับ" รวบรวมแรงทั้งหมดดันเขาออก
คนปากหนักได้แต่หัวเสียอยู่ในใจ ตั้งใจจะอธิบายว่าทำไมถึงช้าแต่ดูเหมือนว่าชามีนจะไม่รับฟังและเลือกเข้าใจไปทั้งแบบนั้น
>>>>>>>>>>>