“ฮืออ หอมอะไรอ่ะ”
อิงอิงทำจมูกฟุดฟิดๆตามหากลิ่นจนเจอว่ากลิ่นนั้นเป็กลิ่นของน้ำซุปข้าวมันไก่ที่อยู่ในเต็นท์เดียวกันแต่อยู่ล็อคข้างๆ ซึ่งกลิ่นนี้นั้นทำให้สองสาวที่ยืนอยู่ด้วยกันน้ำลายสอ
“ งั้นหลาน 2 คนไปหาอะไรกินกันเลยเดี๋ยวลุงไปนิมนต์หลวงปู่มาให้”
อิงอิงจูงมือเพื่อนสาวออกจากจุดนั้นไปยังร้านข้าวมันไก่อย่างไวด้วยความหิวหรือได้กลิ่นน้ำซุปข้าวมันไก่ก็ไม่รู้ทำให้อิงอิง ทำกิริยาแบบนั้นกับเพื่อน จนสิตาที่ถูกแรงจูงและแรงดึงเกือบล้ม 2-3 รอบแต่สุดท้ายก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัย
“เบาหน่อยแก”
“แกนั่นแหละตาเดินเร็วๆหน่อยฉันหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว”
“ เวอร์ละแก”
สองสาวเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้โดยไม่รู้เลยว่าคนรอบข้างหรือคนแถวนั้นต่างพากันมองด้วยความเอ็นดูและความหลงใหล หนุ่มหนุ่มๆบางคนเหลียวมองจนกระทั่งภรรยาที่มาด้วยกันตีที่แขนอย่างแรงก็มี บางคนก็เอ็นดูที่สาวสมัยนี้รู้จักเข้าวัดเข้าวาทำบุญ
“พี่คนสวยครับพี่คนสวยครับ”
ทั้งสองสาวที่เดินอยู่หน้าร้านขนมไทยต่างหยุดชะงักกับเสียงที่หนุ่มน้อยเรียก
“เรียกพี่เหรอครับ”
“ครับลุงสมให้มาเรียกกลับเต็นท์ครับ”
สองสาวได้ยินดังนั้นจึงเดินกลับไปอีกทางจากที่ตั้งใจจะไปหาของกินที่อยู่ข้างหน้า
“พ่อแม่”
อิงอิงเรียกพ่อกับแม่อย่างดีใจที่ท่านทั้งสองยืนอยู่ในเต็นท์กับหลวงปู่ ใจที่กังวลว่าท่านจะมาไม่ทันงานก็มะลายหายไปเหลือไว้แค่ดีใจที่ได้เห็นพวกท่านยืนอยู่ที่นี่ทันเวลา
“คุณพ่อคุณแม่สวัสดีค่ะ”
สิตาไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความเคารพและเข้าไปกอดท่านทั้งสองด้วยความสนิทสนม พวกท่านก็กอดตอบและยิ้มรับด้วยความเอ็นดู เห็นกันมาั้แ่เล็กแต่น้อยตอนนี้นั้นโตเป็สาวแล้ว
“ตาก็มาเหรอจ๊ะแล้วหม่อมย่าได้มาด้วยไหม”
“ไม่ได้มาค่ะท่านไปทำบุญที่จังหวัดพิษณุโลกก่อนค่ะเลยพลาดมาที่นี่”
“เ้าของเขามาแล้วอาตมาจะเริ่มเลยแล้วกันนะ”
“นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ
อิสวาสุ ตะโนติ กุสะลังธัมมังตะโนติ
ธัมมเทสนัง กุสะลังธัมมังตันหายะ วิจะรันตานัง
ตันหานะคาตัง นะมามิหัง…….”
"พระพุทธรูปอาตมาปลุกเสกให้แล้วส่วนองค์พญานาคทั้งหลายอาตมาให้โยมปลุกเสกแล้วกันนะเพราะโยมเป็เ้าของ"
“ ตาสวดไม่ได้หรอกค่ะ ตาไม่รู้ว่าพูดยังไงแล้วก็ไม่เคยปลุกเสกด้วย”
“ทำได้สิโยมหลับตาทำใจนิ่งๆนึกอะไรได้ก็พูดออกมา”
“ตาจะลองดูค่ะ”
หญิงสาวเดินไป อยู่ข้างหน้าโต๊ะที่มีรูปองค์พญานาคเรียงรายกันอยู่ อย่างประหม่าในสายตาที่ผู้คนมองมา สักพักหญิงสาวก็หลับตาลง ทำใจให้สบาย สงบนิ่งดั่งแม่น้ำสายใหญ่
“พุทธมนต์นาคา พุทธมนต์นาคี ตุลวณี ชื่อนี้ไพศาล พวกเ้าทั้งหลายจงมาบันดาลอยู่ข้างกายข้าพญาคิณี”
พอสิตาพูดจบก็เกิดสายลมหมุนเป็วงกลมลูกใหญ่ อยู่ข้างบนหลังคาเต็นท์อย่างรุนแรงจนชาวบ้านและคนที่มาบริจาคสิ่งของออกมาดูและพากันกราบไหว้ยกมือขึ้นเหนือหัวเพระคิดว่าเป็ปาฏิหาริย์ที่หลวงปู่มิ่งสร้างขึ้น
“โยมตื่นเถอะโยม”
คำพูดเบาๆของหลวงปู่มิ่ง ที่ใครๆต่อใครไม่ได้ยิน แต่กลับดังขึ้นในความรู้สึก ของสิตา ดังเหมือนะโเรียก จนเป็เหตุให้ร่างบางลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พอผ่านไปสักพัก ร่างกายปรับตัวได้และหายจากความมึนงง ร่างบางก็ขาอ่อนล้มพับลงทันที แต่ดีที่ลุงสมกับชาวบ้านอยู่ใกล้ๆจึงรับร่างกายดั่งนางฟ้านาง์ ของสิตาทันไม่ทำให้เธอได้ัักับพื้นดินที่แข็งกระด้าง ขนาดนั้นเอง ลมพายุที่หมุนอยู่ข้างบนก็สงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและชาวบ้านชาวช่องก็เดินกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อพร้อมกับเสียงกล่าวขานบารมีของหลวงปู่มิ่งที่แผ่ไพศาลไปไกลโพ้น
“ตาไหวไหม”
อิงอิงเห็นเพื่อนสาวจะเป็ลมจึงรีบเดินเข้าไปหาเพื่อนที่ลุงสมประคองไปนั่ง แล้วยื่นยาดมให้ดมด้วยความเป็ห่วง
“น้ำขอน้ำ”
อิงอิงหยิบขวดน้ำให้เพื่อนดื่มโดยไม่มีใครรู้เลยนอกจากลุงสมว่าน้ำนี้นั้นเป็น้ำของหลวงปู่ ให้ลุงสมถือมาจากโบสถ์แล้วให้เอามาวางไว้ในเต็นท์ของสิตา
“นี่น้ำได้แล้ว”
สิตารับน้ำจากเพื่อนสาวที่เปิดฝามาให้เธอกระดกดื่มขึ้นอย่างกระหายจากปริมาณน้ำที่อยู่เต็มขวดกลับหายเข้าไปในร่างกายบุคคลที่ดื่มจนหมดพายในพริบตาเดียว
“เอาอีกขวดไหมตา”
อิงอิงถามเพื่อนสาวอย่างอึ้งๆเพราะตลอดมาเพื่อนเธอไม่เคยทำกิริยาแบบนี้เลยสักครั้ง ขนาดกินส้มตำเผ็ดๆเพื่อนเธอคนนี้ยังต้องรอรินน้ำให้เต็มแก้วก่อนแล้วค่อยดื่ม
“ดีขึ้นแล้วจะอิงขอบใจมากนะ”
เธอดีขึ้นจริงๆหลังจากที่ดื่มน้ำหมด เรี่ยวแรงที่หายไปกับมีกำลังวังชาและกระปรี้กระเป๋ากว่าเดิม เหมือนน้ำที่กินเข้าไปคือน้ำทิพย์น้ำ์หรือยาชั้นดีก็ไม่ปาน
“เสร็จกิจตรงนี้แล้วงั้นอาตมากลับไปกุฏิละนะโยม”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ”
อิงอิงและสิตาก้มลงไหว้ขอบคุณหลวงปู่ที่กำลังเดินออกไปพร้อมกับลูกศิษย์ของท่าน เหลือแต่บุคคลที่สนในของที่อิงเอามาบริจากและพ่อกับแม่เพื่อนสาว
“เป็ยังไงบ้างลูกตา”
“ตาไม่เป็ไรแล้วค่ะแม่”
พอพ่อกับแม่ของอิงอิงและอิงมั่นใจแล้ว ว่าสิตาไม่เป็อะไร ก็พากันไปยืนช่วยลุงสมเอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อรูปปั้นองค์พญานาคและพระพุทธรูปใส่ถุงให้กับคนที่มีจิตศรัทธาอยากเอาไปกราบไหว้บูชาอย่างขมักเขม้น