ตอนที่ 25 ดูแคลนนาง (1)
เฉินซื่อถูกส่งกลับไปบ้านสามแต่เหลียงซื่อกลับไม่ได้ทำอะไรนาง เพียงแค่ตอนที่หลานอี้รายงานนางก็มองด้วยความโกรธ ทั้งยังทำถ้วยชาแตกไปหนึ่งใบด้วย เศษกระเบื้องหล่นอยู่ข้างเท้าเฉินซื่อส่วนน้ำชาก็ทำกระโปรงของนางเปียกไปทั้งแถบ
รอจนหลานอี้รายงานอย่างชัดเจนแล้วเหลียงซื่อก็เรียกไต้เม่าให้ส่งนางออกไปอย่างดี เฉินซื่อก็ลุกขึ้นทันที
เหลียงซื่อนวดหว่างคิ้ว “เป็นเฉิงอวี๋มาจัดการจริงๆ หรือ”
เฉินซื่อนิ่วหน้าพูดว่า “ระหว่างที่คุณหนูห้าพูดเล่นก็จัดการเรื่องราวจนหมดจดเลยเจ้าค่ะ ลงโทษพวกเราก็ทำอย่างรวดเร็วและไม่ยุ่งเหยิงแม้แต่น้อย ท่านไม่ได้ยินคำพูดนั้นของนาง เรียกได้ว่างดงามจริงๆ และกลัวว่าท่านกับนายหญิงรองจะไปพูดขอความเห็นใจจากนายหญิงใหญ่ ทำให้นายหญิงใหญ่ไม่ได้พักผดุงครรภ์จริงๆ จึงรับผิดชอบทุกอย่างไว้ที่ตนเอง แต่ระหว่างที่พูดไป กเรียกหลานอี้ให้บอกท่านกับนายหญิงรองว่าจำเป็นต้องจัดการบ่าวกับเฝิงซื่อ”
นางพูดพลางส่ายศีรษะพร้อมถอนหายใจไปด้วย “บ่าวว่าจากท่าทางของคุณหนูห้า นางน่าจะมีแผนการอยู่ในใจตั้งแต่มาและคิดแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้ในคำพูดทั้งความหมายตรงหรือความหมายแฝงจะไม่ได้เอ่ยถึง แต่ก็คิดจะบอกท่านกับนายหญิงรองอยู่ตลอด ซึ่งหากท่านยังปกป้องคนผิดในเรื่องนี้อีก นางคงต้องขอให้นายหญิงผู้เฒ่าออกหน้าแน่เจ้าค่ะ”
เหลียงซื่อหัวเราะเยาะออกมา
นางดูแคลนสวี่เฉิงอวี๋ไปจริงๆ
ครั้งก่อนสวี่เฉิงอวี๋หลบหน้า ให้ตายก็ไม่ยอมพบนาง นางคิดแค่ว่ากระดูกแข็งชิ้นหนึ่งที่แทะยากไปหน่อย คิดจะควบคุมไว้ในมือไม่ง่ายนัก
ครั้งนี้นางจึงสั่งให้เฉินซื่อไปก่อเรื่องในครัวเพราะไม่อยากให้โจวซื่อผดุงครรภ์อย่างราบรื่น
การตั้งครรภ์ต้องพักผ่อนอย่างสงบ เช่นนั้นก็ยกอำนาจในบ้านให้ผู้อื่นเสีย นางคิดจะตั้งครรภ์สิบเดือนแล้วกุมอำนาจดูแลเรือนไปด้วย เรื่องดีๆ แบบนั้นมีที่ไหนกัน
บ้านรองเป็นแค่หมอนปักลาย[1]ที่ดูดีแต่ใช้การไม่ได้ มีความคิดอยู่บ้างแต่ถ้าพูดถึงฝีมือยังห่างไกลจากนาง คนที่ทั้งใจอ่อน ทั้งหูเบา เดิมทีก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จอยู่แล้ว
ขอเพียงนายหญิงผู้เฒ่าออกคำสั่งให้โจวซื่อส่งมอบอำนาจดูแลเรือน บ้านรองก็จะได้เป็นผู้ดูแลเรือนแทนซึ่งนางไม่กลัว เพราะไม่ช้าก็เร็วบ้านรองต้องจัดการผิดพลาด ถึงตอนนั้นนายหญิงผู้เฒ่าก็ได้แต่ฝากฝังให้นาง
อำนาจที่ถูกมอบออกไปคิดจะเอากลับคืนมาอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น ถึงแม้เป็นนายหญิงผู้เฒ่าก็อย่าคิดจะเอากลับไปจากมือนางง่ายๆ
เดิมทีนางวางแผนไว้ดีแล้ว ทั้งยังแอบทำบางอย่างในยาบำรุงครรภ์ของโจวซื่อด้วย ทำให้นางสภาพจิตใจไม่ดีในช่วงสองสามวันนี้ ต่อมาในครัวก็วุ่นวายอีก นางสามารถแบ่งจิตใจมาได้สิแปลก
กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีสวี่เฉิงอวี๋โผล่ออกมาเป็นอุปสรรค
เหลียงซื่อแค้นจนคันฟัน อยากกัดฟันเงินซี่หนึ่งให้แตก “โจวซื่อมีบุตรสาวที่ดีจริงๆ ข้าดูแคลนนางเสียแล้ว”
เฉินซื่อเห็นว่าสีหน้านางไม่ดี ชัดเจนว่าโกรธมาก ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าจะพูดโน้มน้าวอย่างไร จึงทำเพียงประสานมือแล้วถอนหายใจ “บ่าวอยู่ในบ้านนี้ไม่ได้แล้ว หากท่านยืนกรานจะปกป้องบ่าว ไม่ไล่บ่าวออกไป บ่าวคิดว่าคุณหนูห้าไม่มีทางยอมเลิกราแน่เจ้าค่ะ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นบุตรสาวสายตรงของบ้านใหญ่ ทั้งครั้งนี้ยังได้รับคำสั่งจากนายหญิงใหญ่ให้มาจัดการแทนอีก แบบนี้มีครั้งที่หนึ่งก็ต้องมีครั้งที่สอง อย่าใช้ไม้แข็งกับนางจะดีกว่านะเจ้าคะ”
เหลียงซื่อตบโต๊ะทีหนึ่ง “เด็กสาวอายุสิบกว่าปีจะทำอะไรได้ ข้าไม่เชื่อหรอก!”
แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนบงการเฉินซื่อ ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว สวี่เฉิงอวี๋บีบให้นางจัดการเฉินซื่อซึ่งจะให้อยู่ในบ้านต่อไปคงไม่ได้แล้ว ทว่านางไม่อาจตัดทางรอดของอีกฝ่ายทิ้งโดยไม่สนใจความสัมพันธ์ได้
ดังนั้นนางจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “ไม่ได้อยู่รับใช้ในเรือนก็ช่างเถอะ เจ้าเก็บของแล้วไปอยู่ที่หมู่บ้านที่เป็นสินเดิมของข้าก็เหมือนกัน ไปที่นั่นย่อมมีหน้ามีตา มีเกียรติตามเดิม ไม่มีใครกล้ามาควบคุมเจ้า หากมีอะไรไม่ได้ดังใจก็บอกแม่เจ้า ให้แม่เจ้าบอกข้า ข้าจะเป็นคนตัดสินใจให้เจ้าเอง”
เฉินซื่อย่อมคุกเข่าคารวะด้วยซาบซึ้งในบุญคุณรอบหนึ่ง จากนั้นพูดเกลี้ยกล่อมนางสองสามประโยคแล้วกล่าวลากับนาง ก่อนจะรีบถอยออกไปโดยไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้อีก
เชิงอรรถ
^ เปรียบเปรยถึงคนหน้าดีแต่ไม่มีความสามารถ หรือสิ่งของที่ภายนอกดูดีแต่ไม่มีคุณภาพ