ตอนที่ 13
ข้าไม่พร้อมและรู้สึกเหมือว่าจะไม่มีวันพร้อมด้วย
เป็อีกครั้งที่ข้าต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรโดยที่ข้ายังไม่พร้อมแต่ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่ทำให้ตัวเองพร้อมในตอนนี้ข้าก็คงจะไม่มีโอกาสครั้งต่อไปอีกแล้ว
สัตว์อสูรหนังหนารูปร่างคล้ายแรดที่ดูเหมือนมีเกราะเหล็กหุ้มเอาไว้ทั้งตัวพุ่งเข้ามาประหนึ่งแม่เหล็กถูกดึงดูดเข้าหากันเพราะความเป็ขั้วอันแตกต่างปลายหัวของมันคือเขาแหลมที่สร้างมาจากน้ำแข็งและมีไอเย็นระเหยออกมาราวกับมันมีอุณหภูมิที่เลยคำว่าเยือกแข็งไปอีกหลายองศาอาเธอร์ะโเข้ามาขวางหน้าข้าไว้แต่แทนที่มันจะขู่ด้วยความดุร้ายและแสดงท่าทีคุกคาม มันกลับหาวแล้วบ่นออกมาอย่างเซ็งๆว่า “หนาวจัง อยากได้ผ่าห่มกับโกโก้ร้อนๆ…”
ออร่าสีแดงสาดส่องออกมาจากร่างของมันสร้างเป็โล่เหล็กทรงสี่เหลี่ยมสี่อันลอยอยู่กลางอากาศ ลักษณะของโล่เ่าั้ดูราวกับเป็แค่แผ่นเหล็กเรียบๆหากแต่มีลวดลายตรงๆสีน้ำเงินเรืองแสงวิ่งพาดไปทั่วตัวโล่และโล่ทั้งสองก็มีสายฟ้าสีน้ำเงินสาดกระกายออกมาเป็ระยะๆ
โล่สายฟ้าเ่าั้พุ่งเข้าต้านสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายแรดเ่าั้เอาไว้ทันทีที่เ้ามอนสเตอร์น้ำแข็งปะทะเข้ากับโล่สายฟ้าพวกมันก็ถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช๊อตหากแต่เพียงเท่านั้นไม่สามารถหยุดร่างอันใหญ่หนาที่พุ่งเข้ามาอย่างเต็มกำลังได้ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้เ้ามอนสเตอร์ตัวใหญ่ั์นั่นกระตุกและเซเลี้ยวออกไปข้างๆก่อนจะพุ่งชนกันเอง
แล้วข้าก็รอดชีวิตมาได้ทั้งแบบนั้น
แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าจะพ้นวิกฤตเมื่ออินทรีที่มีขนเป็น้ำแข็งประมาณห้าตัวบินร่อนเข้ามาพร้อมยิงขนเกล็ดน้ำแข็งที่คมกริบราวกับใบมีดเข้าใส่ข้ายกมือขึ้นป้องกันหน้าตัวเองเอาไว้โดยสัญชาตญาณแล้วพริบตานั้นเองของแข็งๆหนักๆก็พุ่งเข้าประกอบเข้ากับร่างของข้า มันคือชุดเกราะเวทมนตร์ที่สร้างโดยแมวส้มอาเธอร์ข้ารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและพละกำลังแต่ก็รู้สึกได้เช่นนั้นไม่นานเพราะโดนขนเกล็ดน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามากระแทกจนเซล้มแม้จะไม่เจ็บแต่ก็มีมึนๆเล็กน้อยเพราะการกระแทกที่ส่วนหัวไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากไม่มีเกราะเวทมนตร์นี่ช่วยชีวิตให้สภาพของศพข้าจะเละซักแค่ไหน
เมื่อหันไปข้างๆข้าก็พบว่าอาเธอร์เองก็สร้างเกราะเวทมนตร์ให้กับตัวเองเหมือนกันมันดูตลกดีที่แมวใส่ชุดเกราะอัศวินที่มีลวดลายสีแดงเรืองแสง มันดูไม่น่าเกรงขามซึ่งก็ควรจะเป็เช่นนั้น ข้าคิดว่าถ้าได้เป็สถานการณ์ปกติข้าคงจะหลุดขำและแซวเกี่ยวกับความเฉิ่มที่เห็นซักสองสามคำทว่าสิ่งที่ข้าอยากทำตอนนี้มีเพียงแค่พยายามเอาชีวิตรอดไปจากตรงนี้ให้ได้เท่านั้น
ข้าคิดที่จะบิน แล้วมันก็สำเร็จข้าบินขึ้นมาบนฟ้าด้วยไอพ่นจากช่องเกราะที่เปิดออกแต่ว่าข้าควบคุมมันได้ไม่ดีเท่าคราวแรก อาจจะเป็เกราะความตื่นเต้นหรือเพราะความแคบก็ไม่รู้แต่ข้าพุ่งเข้าชนเพดานน้ำแข็งอย่างแรง
ตูม!
ข้าร่วงตกลงมากระแทกพื้น หัวมึนตึ้บสัตว์อสูรจำนวนมากยังคงกรูกันเข้ามาหาข้าไม่หยุดหย่อนมีเต่าน้ำแข็งตัวหนึ่งคลานมาหาข้าอย่างช้าๆมันไม่ได้น่ากลัวสำหรับความต้วมเตี้ยมนั้น ทว่าจู่ๆมันก็หดกระดองหมุนกระดองด้วยความเร็วสูง ลอยขึ้นท้องฟ้าและกลายเป็เต่าบินที่ยิงลำแสงเยือกแข็งผ่านทางช่องกระดอง
ข้าขอถอนคำพูด เต่าน้ำแข็งน่ากลัวชะมัด
ลำแสงเยือกแข็งยิงเข้าใส่ขาของข้าเกิดผลึกน้ำแข็งยึดขาของข้าเอาไว้กับพื้น ข้ารู้ได้ด้วยกระแสความคิดว่าข้าสามารถใช้พลังงานของเกราะเวทมนตร์เพื่อละลายน้ำแข็งนั่นได้แล้วข้าก็ทำ อย่าถามนะว่าข้าทำได้ยังไง เพราะข้าไม่รู้แต่ร่างกายของข้าค่อยๆร้อนขึ้น น้ำแข็งละลายข้ากระชากขาออกมาก่อนที่มันจะละลายจนหมดแล้ววิ่งหนีพวกมอนสเตอร์อย่างเอาเป็เอาตาย
และเมื่อข้าหันมาหาอาเธอร์ ข้าก็พบว่ามันกำลังนอนอยู่บนโล่กลางอากาศอย่างสบายอารมณ์ไม่มีสัต์อสูรน้ำแข็งซักตัวที่สนใจมัน แน่นอนว่ามันก็ไม่สนใจข้าเช่นเดียวกัน
“ช่วยด้วยอาเธอร์!” ข้ากรีดร้องอ้อนวอน
“ช่วยสุดๆแล้วนะเหมียว” อาเธอร์ตอบด้วยเสียงงึมงำน่าแปลกที่ข้าได้ยินมันอย่างชัดเจน ราวกับว่าเสียงของเ้าเหมียวนั่นมันดึงขึ้นข้างๆหูข้ามาโดยตลอด
“ข้าตายแน่ ช่วยด้วย!” ข้าหนีไปร้องไปเหมือนว่าอีกนิดข้าก็คงจะต้องร้องไห้อ้อนวอนแล้ว
“เกราะที่เ้าสวมอยู่มันไม่ได้มีแต่แค่ทำให้เ้าอบอุ่นหรอกนะ” อาเธอร์บอกด้วยเสียงเอื่อยๆ “ถึงการทำให้ตัวเองอุ่นในสถานการณ์แบบนี้จะโคตรเจ๋งก็เถอะ”
“ก็แล้วมันทำยังไงเล่า!” ข้าไม่รู้ว่าควรจะหงุดหงิดน้อยใจ หรือท้อแท้ดี กว่าทันทีที่พูดจบลิสรายชื่อของอาวุธและความสามารถมากมายที่หลบซ่อนอยู่ในเกราะเวทมนตร์นี้ก็ผุดเข้ามาในกระแสการรับรู้ของข้าเหมือนกับโกดังคลังแสงอาวุธที่เปิดออกให้ข้าเข้าไปเลือกหยิบอาวุธมาะเิพวกสัตว์อสุรข้าไม่รู้หรอกว่าข้าจะใช้พวกมันได้ดีหรือเปล่า แต่จังหวะนี้มีแต่ต้องลองดูเท่านั้น
อาวุธชิ้นแรกที่ข้าเลือกก็คือปืนคู่มันเป็ส่วนหนึ่งของเข็มขัด และเมื่อข้าคิดจะใช้งานส่วนประกอบตรงปริเวณสะโพกทั้งสองฝั่งก็เคลื่อนที่นูนขึ้นมาและปลดตัวเองออกจากการยึดติดอันแ่า กลไกลบางอย่างกำลังทำงานข้าคว้าอาวุธทั้งสองขึ้นมาถือเอาไว้น่าแปลกที่ข้ารู้ว่าควรจะจับมันยังไงให้ถูกต้อง ข้าสอดนิ้วเข้าไปเหนี่ยวไกปืนลำกล้องจ่อเล็งไปทางเหล่าสัตว์อสูรน้ำแข็งปลดปล่อยลำแสงความร้อนสูงพุ่งเข้าะเิร่างของพวกมันจนเซล้มระเนระนาดข้าช็อกกับสิ่งที่ตัวเองทำได้และนั่นก็ทำให้ข้าเสียสมาธิถูกอสรพิษน้ำแข็งตัวหนึ่งเคลื่อนร่างอย่างรวดเร็วเข้ามารัดร่างของข้าเอาไว้แน่นข้ารู้สึกได้ถึงความเย็นจากพลังที่มันปลดปล่อยออกมาเพื่อสร้างน้ำแข็งผนึกร่างข้าเอาไว้ทว่าข้าก็ยังมีไม้เด็ดอยู่ ผ่านทางกระแสความคิดข้าสั่งใช้งานอีกระบบที่ผุดขึ้นมาในหัวเกราะเวทมนตร์ของข้ามีการขยับตัวเนื่องจากกลไกลเล็งที่ซ่อนอยู่ภายในเกราะกำลังทำงานลวดลายเส้นทรงสีแดงที่วิ่งอยู่ทั่วทั้งชุดเปล่งแสงสีแดงจ้า และวินาทีนั้นเองเปลวเพลิงก็ลุกท่วมตัวของข้า แผดเผาร่างของอสรพิษน้ำแข็งนั่นจนหมดสภาพมันร่วงลงไปกองกับพื้นและตายไปทั้งแบบนั้น
เยี่ยม! ข้าเพิ่งจะล่าสัตว์อสูรได้มันเป็ตัวแรกที่ข้าจัดการได้ด้วยฝีมือของตัวเอง ถึงพลังจะเป็ของอาเธอร์แต่อาเธอร์นั้นเป็สัตว์อสูรในของข้านี่ เพราะงั้นผลงานครั้งนี้ข้าก็ควรจะได้รับความดีความชอบนะ
เมื่อข้านึกขึ้นได้ว่านั่นไม่ใช่เวลาที่จะมาชะล่าใจข้าก็โดนสัตว์อสูรน้ำแข็งรูปร่างคล้ายแรดชนเข้าที่แผ่นหลังอย่างจังเวทมนตร์เยือกแข็งะเิออกฝากผลึกน้ำแข็งเอาไว้บนแผ่นหลังของข้าข้าปลิวกระเด็นครูดไปกับพื้น แผ่นหลังปวดระบมแม้จะได้เกราะเวทมนตร์รับความเสียหายเอาไว้ชแต่มันก็ไม่หมดข้าััได้ผ่านการรับรู้ว่าเกราะบริเวณแผ่นหลังเสียหายและไม่สามารถรับการโจมตีแบบเมื่อครู่ได้เกินสามครั้งการโจมตีเมื่อครู่ทำให้อาวุธปืนหลุดมือ ข้าพลิกตัวอย่างร้อนรนสัตว์อสูรกรูเข้าใส่ข้าอีกครั้ง พวกมันดูเหมือนกับจำถาโถมเข้ามาได้เรื่อยๆไม่มีวันหมดข้ารีบดันตัวลุกขึ้นแล้วคิดถึงอาวุธอื่นๆที่จะเอามาใช้ต่อกรกับพวกมันอาวุธระยะประชิดมากมายไม่ได้อยู่ในตัวเลือกที่ข้าชอบนักเพราะข้าไม่มีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดอีกอย่างถ้าข้าต้องเข้าไปปะทะกับสัตว์อสูรในระยะเผาขน ข้าต้องล่กจนพลาดท่าแน่ๆข้าเลยเลือกเอาอาวุธที่รุนแรงที่สุดและกินพลังงานที่สุดออกมาใช้
เกราะตรงส่วนอกของข้าเปิดออกด้วยกลไกลที่ดูเหมือนกับเครื่องจักรเผยให้เห็นลูกแก้วสีแดงทรงกลมที่ฝังอยู่ด้านในมันถูกยึดโยงด้วยหลอดแก้วเล็กๆที่วิ่งเป็ลวดลายเส้นตรงไปทั่วทั้งเกราะอย่างกับว่าเ้าลูกแก้วนั่นคือแกนพลังงานหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงเกราะเวทมนตร์นี้ข้าหันหน้าไปทางพวกสัตว์อสูรที่วิ่งเข้ามาอย่างกระหายเื หน้าอกของข้าร้อนผ่าวข้าะโกู่ร้องว่า ยิง! ภายในจิตใจ
พริบตานั้นเองลำแสงสีแดงขนาดั์ก็พุ่งออกมาจากอกของข้า เป่าร่างของสัตว์อสูรที่อยู่ในรัศมีจนะเิและลุกไหม้เสียงลำแสงแหลมสูงทำให้ข้าที่ไม่ได้ทันตั้งตัวแทบหูอื้อแรงถีบส่งผลให้ร่างของข้าล้มลง และนั่นเป็สัญญาณสิ้นสุดการโจมตี ลำแสงหยุดยิงพวกสัตว์อสูรน้ำแข็งที่เคยบ้าคลั่งวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หนึ่งในสามของพวกมันกำลังลุกไหม้และสิ้นใจตายไปทีละตัวก่อนที่ร่างของพวกมันจะะเิเป็ละอองแสงสีฟ้าเลือนหายไปทิ้งไว้แต่เพียงตราอัญเชิญหนึ่งก้อนที่ตกอยู่บนพื้น สถานการณ์สงบลงข้าเอามือค้ำยันพื้นนั่งหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนตราอัญเชิญตรงพื้นไม่ได้ทำให้ข้ายินดีได้เท่ากับการที่ข้ายังมีชีวิตอยู่และสามารถเอาชนะพวกมอนสเตอร์ในมหาดันเจี้ยนได้แล้วในที่สุดเห็นได้ชัดว่าพวกสัตว์อสูรหวาดกลัวพลังของข้าจนหนีตะเลิดไป
ทันใดนั้นผืนแผ่นน้ำแข็งก็สั่นอาเธอร์ลุกขึ้นจากการหลับใหล สีหน้าของมันดูกระตือรือล้นกว่าทุกๆที ไม่สิมันกำลังแตกตื่น
“ยัยเปี๊ยก ลุกขึ้นเร็วเข้า!” มันะโออกมาข้าที่กำลังเหวอเพราะไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นรีบดันตัวลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้ขยับไปไหน อันที่จริงคือไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรมันกำลังจะเกิดขึน แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่เื่ที่ดีหรอกข้ามั่นใจในเื่นั้นมากๆ
“ออกมาจากตรงนั้นเร็ว!” อาเธอร์ร้องเตือนแต่เ้าเหมียวช้าเกินไป
แผ่นน้ำแข็งแตกออกเผยให้เห็นหนวดปลาหมึกที่เต็มไปด้วยผลึกน้ำแข็งสีฟ้าครามพุ่งขึ้นมาจากแผ่นน้ำแข็งมันมีมากกว่ายี่สิบหนวดหนวดเส้นหนึ่งพุ่งมารัดร่างของข้าเอาไว้แล้วออกแรงบีบรัดจนเกราะเวทมนตร์ของข้าแตกร้าวข้ากรีดร้อง เข้าใจแล้วว่าทำไมพวกสัตว์อสูรที่เคยบ้าคลั่งถึงได้หนีเตลิดไปแบบนั้นไม่ใช่เพราะว่ามันกลัวข้า
แต่เพราะว่าเ้าถิ่นได้เริ่มออกล่าแล้วนั่นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป