คีตะขับรถจอดที่ข้างทาง
เมื่อออกมาจากบ้านพ่อตาแล้ว เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะไปที่ไหน หัวสมองเขารู้สึกโล่ง ว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือน ตัวเองกำลังจะตาย
ไม่รู้ว่าจากนี้เขาจะทำอะไร
กรี๊งงงง กรี๊งงงงง
โทรศัพท์ดังขึ้นเป็สิบๆสาย คีตะค่อยๆหันไปที่มือถือของตนเองช้าๆ เขาจอดรถมาประมาณ2ชั่วโมงได้แล้ว
“ฮาโหล” เสียงที่แ่เบาเอ่ยขึ้น
“คุณคีอยู่ไหนครับ ตอนนี้ที่ประชุมบอร์ดพร้อมแล้วครับ คุณท่านให้ผมโทรหาคุณคีครับ”
“ฉันไม่รู้” คีตะพูดออกไป เขาไม่รู้จริงๆว่าตนเองอยู่ที่ไหน
“อะไรน่ะครับ” พี ลูกน้องคนสนิทของคีตะ เอ่ยขึ้นอย่างใ
เขาแจ้งคุณแทนไท และรีบค้นหาตำแหน่งเ้านายจากสัญญาณมือถือ
ก๊อกกก ก๊อกกก
“คุณคีครับ” พีเคาะกระจกเรียกคีตะ
คีตะค่อยๆเปิดประตู พีมองเ้านายหนุ่ม อย่างตะลึง สีหน้าเ้านายเขา ซีดเหมือนกระดาษ แววตาดูเหม่อลอย
พีจับที่แขนเ้านายเขย่า
“คุณคีครับ คุณคี”
“พี” คีตะนิ่งอยู่นานกว่าจะเรียกลูกน้อง
“ครับ”
“ไปตามหาตัวฟ้าใสให้ฉัน หาเธอให้พบให้ได้”
“อะ อะไรน่ะครับ” พี เบิกตากว้าง
“เช็คเที่ยวบิน ดูว่าเธอไปที่ไหน แกได้ยินไหม”คีตะ ตะคอกเสียงดังลั่น เหมือนคนพึ่งได้สติ
“เด็กผู้หญิงคนนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นบังอาจหนีฉันไป แกไปตามเช็คดูให้ได้ ภายในวันนี้เข้าใจไหม”
ลูกน้องเขาอึ้งกับคำสั่งและท่าทีของคีตะ เ้านายให้เขาตามหา ให้เขาตามหาน้องเมียเนี้ยน่ะ
“ครับ ได้ครับ”
ลูกน้องพาคีตะมาส่งที่คฤหาสน์ของเขา คีตะไม่พูดไม่จา เขาขึ้นไปที่ห้องตนเอง เปิดประตูเข้าไป พบทอฝันนั่งอยู่ เขาไม่พูดไม่จา เดินไปที่เตียงนอนและหลับตาลง
ทอฝันมองผู้เป็สามี นี้ในรอบหลายเดือนเลยที่เขาเข้ามาในห้องนี้ และเป็ครั้งแรกเลยที่เขานอนที่เตียงนี้ ทอฝันน้ำตาคลอเบ้า เธอลุกไปนั่งมองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของเธอเนิ่นนาน
————————
“เป็ไง”คีตะนั่งอยู่ริมสระน้ำ มองมาที่ลูกน้อง
“คือผมเช็คแล้วครับ คุณฟ้าใส ขึ้นเครื่องไปลงฝรั่งเศสครับ”
“ฝรั่งเศสหรอ หึหึ”
“คิดจะหนีฉันหรอเด็กน้อย”
“แกไปได้ละ ที่เหลือฉันจัดการเอง”
คีตะหยิบโทรศัพท์มา กดเบอร์โทรออก
“Hi”
“ว่าไงครับคุณชายคีตะ มีอะไรให้รับใช้”
“ผมมีเื่ขอความช่วยเหลือ ผมอยากให้คุณตามหาคนๆนึงให้ผมหน่อย”
คีตะเจรจากับปลายสาย ก่อนจะวางสาย
คิดจะหนีไปจากเขาหรอฟ้าใส มันไม่ง่ายหลอก