ตอนที่สิบสอง การใช้ชัยชนะ
“าไม่เคยให้คุณกับใคร”นั้นโกหก ทางเทคนิค มันให้คุณกับคนที่ออกนโยบายนั้นนั่นล่ะ หรือมีไว้เพื่อไม่ให้เสียผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
มันสร้างงานให้อาวุธ สร้างงานให้กับคนทำเหมือง สร้างงานให้กับคนทำเครื่องหนัง ในการจัดสร้างคันธนูต่างๆ โรงงานและช่างฝีมือที่เกี่ยวข้องมีมากมายนัก
รณรงค์ให้เลิกและผลิตอาวุธา?
คนที่เราเห็นว่าเป็พวกเดียวกันอย่างชนชั้นแรงงานที่โดนปลดออกจากโรงงานอาวุธจะเป็คนแรกที่พยายามจะฆ่าเราหากเราพูดอย่างนั้น
หากยกเลิกการทำาก็อาจจะไม่ต้องถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ต้องมีคนตกงานหลายพันคนแน่นอนในอุตสาหกรรมการา
นโยบายการก่อาเล็กๆ หากมองในแง่หนึ่งมันคือนโยบายที่ทำให้ไม่ก่อาใหญ่
าเล็กๆลองกำลังอาวุธ ให้ทุกฝ่ายขายดี ราวกับงานแสดงสินค้าของประเทศมหาอำนาจ
แต่คนฉลาดระดับโลกมองว่าการรักษาสมดุลอำนาจของโลกไม่ให้เกิดานั้นสำคัญยิ่งกว่าคุณธรรม
“เลือกระหว่างความยุติธรรมที่นำมาซึ่งความวุ่นวาย กับความอยุติธรรมที่นำมาซึ่งความสงบ ผมจะเลือกอย่างที่สองเสมอ”นั่นคือแนวความคิดของอาจารย์ทางการเมืองของฮิลลารี่และไบเด้น
เป็ที่นับถือในทางการเมืองที่จอมมารเรียลลิสม์พยายามจะเลียนแบบ แต่ไม่สามารถทำได้หรอก
“สมดุล”คือสิ่งสำคัญที่สุดของแนวความคิดนี้ อะไรที่จะทำให้”สมดุล”พังทลายก็ต้องกำจัดออกไป
มองในแง่หนึ่ง ดยุกหมูอ้วนผู้ชั่วช้าสารเลว รู้เื่นี้ได้โดยสัญชาตญาณและการคำนวณ ถึงเลือกที่จะซื้อตัวโจรในท้องที่มากกว่าจะไปปราบด้วยตนเองให้เหนื่อย
พูดง่ายๆนโยนบายของผมที่รวบรวมคนมาปราบมอนสเตอร์ในป่านี้จะทำให้นโยบายที่ดีที่วางเอาไว้ของดยุกหมูอ้วนที้เคยทำไว้เสียหาย
“มันมีทางที่เราจะชนะในภาพเล็กแต่จะแพ้ในภาพใหญ่” คำพูดที่เกลี้ยกล่อมท่านประธานเหมาได้ของกุนซือการเมืองของอเมริกา
การที่ผมสร้างกองทัพของผมให้เข้มแข็ง ดูภายนอกอาจเป็ผลดี แต่หากเข้มแข็งขึ้นมันจะมีปฏิกิริยาอย่างอื่นตามมา จนกว่าจะกลับมาสมดุลอีกครั้ง
ไม่งั้นก็จะเกิดา
แต่ ช่างมันเถอะ
ผม้ามีสกิลเทพๆเป็ของตนเองเฟ้ย ไม่อย่างนั้นก็ไม่สมกับที่อิเซไคมาน่ะสิ?
เราจะรักษาสมดุลการเมืองทำไม ในเมื่อเรามีทางเป็เทพเ้าได้?
มิน่ากุนซือทางการเมืองถึงมองว่า โลกนี้ตกที่นั่งลำบากเพราะคนมีคุณธรรมหรืออุดมการณ์นี่ล่ะ เป็อันตรายต่อ”สมดุล”ของสังคม
ผมทำลายสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน เพราะ้าเป็เทพเ้าของโลกใหม่
“พระเ้าไม่ได้ให้พร์คนมาทุกอย่างจริงๆ ฮันนิบาลเ้ารู้จักแสวงหาขัยชนะ แต่ไม่รู้จักที่จะใช้ชัยชนะนั้นอย่างไร”
ลูกน้องของฮันนิบาลกล่าวกับฮันนิบาลเช่นนั้น
โชคดีที่ผมเป็ดยุกหมูอ้วน
ต่อให้เสมอผมก็จะประโคมว่าเป็ชัยชนะ ชนะนิดหน่อยผมก็จะบอกว่าเป็ชัยชนะครั้งมโหฬาร
อย่างครั้งนี้นับเป็ชัยชนะที่คนชื่นชมได้ก็ต้องประโคมเป็ชัยชนะครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี
“เพลง ขบวนแห่ จิตรกรวาดภาพ ต่างๆบรรยายเหตุการณ์ที่ข้าบัญชาการรบอย่างกล้าหาญในการปราบนักล่าเด็กใหม่นี้ บุฮิ บุฮิ บุฮิ”
ขบวนแห่รอบเมือง
ที่เรามักเห็นในฉากการสอบจอหงวนชนะในหนังจีน ใช้เหมือนกันในขบวนแห่ของกองทัพโรมัน ไทรอัมฟ์ Triumph
มันคือการแสดงสัญลักษณ์ของเื่ที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง
แบบเดียวกับที่การฆ่าัในเื่เกท เป็เื่ใหญ่ที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง เพราะมันควรค่าแก่การเฉลิมฉลองจริงๆ
เมื่อมีวีรบุรุษหรือใครปราบศัตรูได้
ผู้นำก็ควรจะต้องแสดงความสำคัญ ชื่นชมและให้รางวัลพวกเขา
เพื่อให้ชาวบ้านเห็นเป็แบบอย่างและจูงใจที่จะทำประโยชน์ให้กับพฤติกรรมเช่นนั้นต่อไป
“ฉลอง อย่างนี้ต้องฉลองชัยชนะของข้า”
ผมจิบไวน์ของผมเมื่อคิดว่าจะใช้ชัยชนะครั้งนี้อย่างไรดี
แผนการของการรบไม่ใช่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย แต่เหมือนกับผมสู้กับมอนสเตอร์ทั้งป่า
ดังนั้นเราต้องแบ่งผลประโยชน์ให้หลายคน จึงจะมีคนช่วยเสริมเื่ราวของชัยชนะของเรา
เอาความโลภของพ่อค้ามาเป็รากฐานและเริ่มจากตรงนี้
“แผนที่”
ข้าทาสร่างใหญ่เอาแผนที่มาและเอาโต๊ะมาตั้งตรงหน้าของผมจากนั้นกางแผนที่
“เลือกสถานที่เหมาะๆทำป้อมค่ายในบริเวณนี้และเลือกพ่อค้ามาซื้อขายอุปกรณ์ต่างๆและเนื้อและเืของมอนสเตอร์ที่พวกเราล่าได้หลังจากเก็บหลักฐานที่เราจะรายงานส่งกิลด์แล้ว
“
ผมวาดมือไปตามแผนที่ลงในสถานที่ที่เหมาะกับการจัดวางสินค้าจำหน่าย
“ตั้งตลาดแปแลกเปลี่ยนสินค้าตรงจุดนี้และรับซื้อคนที่อยู่ในกิลด์แฟมิเลียของข้าอย่างงาม จากนั้นให้พ่อค้าที่มาที่นี่มีสิทธิลดหย่อนภาษีเป็พิเศษหากซื้อจากตรงนี้ เรียกกิลด์นักปรุงยามาว่าข้าจะขยับขยายให้พวกเขาสร้างโรงงานปรุงยาและผลิตสมุนไพรในบริเวณนี้เพิ่ม”
แผนการของผมก็ง่ายๆ
ชักจูงหลายๆฝ่ายให้มาหาผลประโยชน์ร่วมกันกับกิลด์ของผม
ผมพยายามจะสร้างโอกาสให้มากที่สุดเท่าที่พวกนักผจญภัยใหม่จะไม่ตายในการล่าก็อบลินแต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการสร้างรากฐานที่กล้าแข็งทำให้สามารถยืนระยะการผลิตนักผจญภัยรุ่นใหม่จากแฟมิเลียของผมได้นานจึงน่าจะเป็แผนที่แน่นอนกว่า
“เช่าบ้านพักในเมืองชั่วคราวให้เป็ที่พักและสวัสดิการของนักผจญภัยในแฟมิเลียของข้า ให้พวกเดียวกันกับเรามีสิทธิเลือกของและเลือกใช้สินค้าและบริการของพวกเราก่อน จากนั้นค่อยขายให้บุคคลภายนอก ...”
ผมเริ่มสร้างสวัสดิการแรงจูงใจและสร้างโอกาสให้นักผจญภัยของผมจะประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่นๆ อาจจะมีคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงเหนือกว่านักผจญภัยจากแฟมิเลียของผม
แต่ตราบใดที่นักผจญภัยของผมโดยส่วนมาก 99.9999% เหนือกว่านักผจญภัยไร้สังกัด เท่านั้นผมก็พอใจแล้ว
อ๊ะ ฮาเล่ย์และทาสสาวของผมทำตาเบิกกว้าง
“ไม่ต้องมองอย่างชื่นชมอย่างนั้น ข้ารู้ว่าข้าเก่ง หรือพวกเ้าคิดว่าที่ข้าได้อันดับสามของประเทศนั้นข้าได้มาเล่นๆหรือใช้เงินซื้อ?”
“มะไม่ใช่ค่ะ”
“ขออภัยค่ะท่านดยุก”
ฮาเล่ย์ปฏิเสธแต่ทาสสาวนั้นก้มหน้าหมอบกราบกราน
แสดงความแตกต่างกันระหว่างคนที่โดน”กล่อมให้เชื่อง”แล้วกับคนที่ยังไม่เชื่องนั่นเอง
การเป็บัณฑิตนั้นเป็ที่นับหน้าถือตาในวงการและแม้แต่คนทั่วไปก็ตาม
อาจจะมีคำกล่าวว่า คนทั่วไปเกลียดบัณฑิต
แต่ทางเทคนิคทุกคนเคารพตำแหน่งทางวิชาการนี้มาก เวลาดูปฏิทิน วางแผนงาน พิธีการอะไรต่างๆ ก็ต้องไปหาบัณฑิต scholar หรืออย่างน้อยก็อาลักษณ์ scribe บรรณารักษ์ Librarian ประจำหมู่บ้านเพื่อปรึกษาวางแผนงานต่างๆของหมู่บ้าน
ครับคนรังเกียจสายบัณฑิตเพราะพวกเขาเป็คนสำคัญ..และดันพยายามทำให้คนอื่นรู้ตลอดว่าตนเองนั้นสำคัญ
จึงเกิดอาการเหม็นขี้หน้าเพราะพวกนี้ทำตัวสูงส่งเหนือกว่าคนอื่นในสายตาของคนที่ไม่รู้หนังสือ
ดยุกหมูอ้วนได้ที่สามของการสอบบัณฑิตหลวงประจำปีนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะดูเว่อไปในการอวดแต่อย่างใด
จากบัณฑิตทั่วประเทศในปีนั้นได้ที่สาม..มีอะไรไม่น่าภูมิใจ?
“มานั่งบนตักข้า”
ผมคว้าเอวเธอมานั่งบนตักของผม
“หากเ้าจะลอบโจมตี เ้าจะลอบมาทางไหนและจะบุกมาทางไหน”
ผมกล่าวพร้อมกับขบใบหูของเธอ
“อ๊า ท่านดยุกตั้งหอยามไว้ตรงนี้เสี่ยงกับมุมอับจะให้เข้า อ๊าย โจรแบบเดียวกับข้าลอบหายตัวไปในเวลากลางคืนได้ค่ะอือ”
หลังจากที่โดนสกิลทำให้เชื่องจากการขบใบหูไปอีกหลายที ฮาเล่ห์ก็เริ่มกล่าวไม่เป็ภาษา
ฮืม แนวความคิดจากมืออาชีพโจรนี่น่าสนใจจริงๆ
นี่คือเคล็ดวิชาของผม
“รวบรวมโจรในการชี้ข้อบกพร่องของคาสิโนในลาสเวกัส” เป็วิธีที่คาสิโนในลาสเวกัสใช้กัน
ในการรวบรวมนักต้มตุ๋น นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆมาชี้ข้อบกพร่องของระบบรักษาความปลอดภัยและมาตรการป้องกันการโกงต่างๆ และรวบรวมอดีตโจรนักต้มตุ๋นมาจับตาดูโจรและนักต้มตุ๋นคนอื่น
แน่นอนแม้กระทั่งทำขนาดนั้นก็ยังพลาดได้ในบางทีโดยการมีนักศึกษาอัจฉริยะรวบรวมพรรคพวกวางแผนปล้นจากการวางแผนร่วมครึ่งปี
แต่หากคุณต้องเจอระดับโคตรอัจฉริยะถึงจะปล้นคุณหรือบุกคุณได้ล่ะก็ เรียกว่าระบบรักษาความปลอดภัยของคุณประสบความสำเร็จแล้วล่ะ
“ท่านดยุกขอรับ มีคนเอากองทรัพย์สมบัติมาให้ท่านน่ะครับ”
มีคนเอาม้าเร็วแจ้งมาให้กับผมในการที่ไปไล่ล่าพวกศัตรูในรังต่างๆ
“เพราชุดเกราะของท่านดยุกและหน่วยช่วยเหลือทำให้เรามีคนาเ็เล็กน้อยและคนถูกยาพิษกับกับดักช่วยเหลือได้ทันท่วงที กับนักผจญภัยที่อยู่ในถ้ำก็อบลินพวกเราก็ช่วยไว้ได้บางคนขอรับ และพบกับหีบเก็บสมบัตินี้ขอให้ท่านตรวจดูด้วยครับ”
นายกองทหารมารายงานพร้อมกับเหล่านักผจญภัยที่ชุดเกรามีรอยเลอะและเปื้อนโคลนบ้าง แต่ไม่มีร่องรอยเสียหาย
“เปิดให้หน่อย”
ผมบอกฮาเล่ย์ที่มีอาชีพโจร
ซึ่งฮาเล่ย์ก็แทบจะเอามือหยิบหีบสมบัติที่ล็อกด้วยเวทมนตร์ไว้อยู่แล้ว
“เปิดออก”
ฮาเล่ย์อ่านภาษาโบราณที่อยู่บนกล่องและสั่งให้เปิดออก
ดยุกหมูอ้วนน่าจะเป็คนไม่กี่คนที่เป็หนอนหนังสือพอที่จะฟังภาษาโบราณนี้ออกและสามารถเปิดล็อคได้ด้วยตนเองจากทักษะ “อ่านอักขระโบราณ” ที่ได้มาจากการต้องคัดลอกคัมภีร์ตอนที่เป็เด็กวัดและได้มีโอกาสดูตำราต้องห้ามมาบางส่วน ถึงได้สามารถหาอุปกรณ์อย่าง
“โซ่ทาส” “ปลอกคอผนึกเวทย์” “ลายสักยันต์หน้าท้อง” ฯลฯ ต่างๆที่เป็เวทมนตร์ต้องห้าม forbidden magic
ที่ทางเทคนิค พวกเขากองหนังสือต้องห้ามรวมๆกันไว้ในห้องสมุดของหอนักศึกษา scholarum ของโบสถ์ที่มีแต่คนแก่หูตึง ตาฝ้าฟางคอยเฝ้าอยู่
นี่น่าจะเป็สาเหตุที่ดยุกหมูอ้วนเอาของที่ปิดผนึกได้แม้กระทั่งพลังของนักบุญเอามาใช้ได้ง่ายๆในฉากจบแบบแบดเอ็นด์สินะ?
หีบสมบัติเปิดออกขึ้นภายในนั้นมีทองคำบรรจุอยู่เต็ม..ซึ่งมูลค่าน้อยกว่าค่าอาหารเลี้ยงเ้ามูมักไพรม์และไมเนอร์อีก แต่ก็ยังดีที่มีอุปกรณ์เวทมนตร์ที่น่าสนใจอยู่บ้าง