ร่างสะบักสะบอมของฟู่หนิงหนิงทรุดลงบนพื้นหญ้า ผมที่ยาวถึงบั้นเอวยุ่งเหยิงไม่เป็ทรง หากทว่าความงามของนางในยามนี้กลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ว่ากันว่าความงามของจิ้งจอกเป็ที่กล่าวถึง หากมีผู้ใดมาพบภาพนี้พวกเขาคงต่างสนับสนุนว่าคำพูดพวกนั้นไม่เกินจริงเลยสักนิด
หลังจากเซียวหู่เข้าไปด้านในกับมารดา นางกำนัลผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับถ้วยยา นางที่ไร้เรี่ยวแรงถูกบังคับให้ดื่มยานั่น ฟู่หนิงหนิงพอจะรู้แล้วว่ายาที่เซียวหู่ให้นางกินนั้นไม่ต่างกับยาที่ท่านแม่กินเลย
นางรับรู้ได้ทันทีว่าในยามนี้พลังของนางไม่หลงเหลือแม้แต่น้อย เป็นางที่พลาดเอง นางดูถูกมนุษย์เกินไป ทั้งๆ ที่ตัวเองเคยเป็มนุษย์แท้ๆ
ฟู่หนิงหนิงกำหมัดก่อนจะยันตัวเองขึ้นช้าๆ ดวงตาของนางปรากฏร่องรอยสีฟ้าจางๆ ก่อนจะเปลี่ยนกลายเป็สีดำเช่นเดิม
ร่างบอบบางผุดลุกขึ้น ฟู่หนิงหนิงใเล็กน้อยเมื่อนางลุกขึ้นมาก็เผชิญหน้าเข้ากับเด็กน้อยที่นางพบเมื่อวาน
เขามองนางด้วยสายตาเรียบนิ่ง ดวงตาดำขลับทอประกายแห่งความสงสัย
ฟู่หนิงหนิงเอียงคอ นางพยายามฝืนยิ้มออกมา “หนูน้อย เ้าออกมากลางดึกอีกแล้ว” ขณะเอ่ยมือเล็กก็จัดผมตนเองให้เรียบร้อย “รู้ไหมว่าข้างนอกอันตราย”
“ข้ารู้ ดูจากเ้าแล้ว” เขาถอนหายใจกับสภาพที่ดูไม่ได้ของคนตรงหน้า "เ้าคือหนิงเฉิง" องค์หญิงคนใหม่?
“เ้าสงสารข้างั้นเหรอ จึงพูดกับข้า” นางยิ้ม ปกติคนผู้นี้มักจะเมินเฉยต่อนาง
“ข้าหรือสงสารเ้า” เขาแค่นหัวเราะ “ข้าแค่จะบอกว่าเ้าทับแปลงผักข้าอยู่” แปลงผักที่กำลังเติบใหญ่ของเขาถูกนางทับจนตายเกือบหมด
“โอ๊ะ” ฟู่หนิงหนิงก้มลง นางพบว่าตนเองล้มลงทับแปลงผักเขาจริงๆ เมื่อมองรอบด้านจึงพบว่าในยามนี้นางเดินมาที่ตำหนักท้ายวังที่นางเคยไปส่งเขา
ฟู่หนิงหนิงยกมือขึ้นเกาหัว นางหลงทางอีกแล้ว…
“เอาเป็ว่าข้าจะชดใช้ให้” นางเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา ดวงตาสีดำสนิทก้มลง มองผักที่ล้มลงเพราะถูกนางทับอย่างรู้สึกผิด
“ไม่ต้อง เ้ากลับไปเถอะ เ้าไม่ควรมาที่นี่” เขาเอ่ยก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“ทำไม ที่นี่ไม่เห็นแตกต่าง ว่าแต่เ้าไม่มีองครักษ์งั้นเหรอ แล้วทหารรับใช้ล่ะ” ฟู่หนิงหนิงเดินตามเขาไป เสียงสวบสาบที่เหยียบบนพื้นหญ้าทำให้นางต้องนิ่วหน้า สถานที่รกร้างแห่งนี้มีคนอาศัยอยู่งั้นเหรอ เขาอยู่ได้อย่างไรกัน
เซียวอู๋ซวนเหลือบมองนางอย่างนึกรำคาญ นางไม่รังเกียจเขาหรืออย่างไรกัน ทุกคนล้วนเห็นว่าเขาเป็ตัวโชคร้าย สตรีผู้นี้มาอยู่ใกล้เขานางไม่กลัวหรืออย่างไรกัน
“อย่าตามมา” แน่นอนว่าเขามีองครักษ์ของเสด็จพ่อ หากแต่คนของเขาไม่ได้เข้ามาอยู่ที่นี่ ส่วนคนที่ฮ่องเต้มอบให้ก็คร้านจะสนใจเขา
“ทำไม ข้ายังไม่อยากกลับ ดูเหมือนว่าอยู่ที่นี่แล้วจะสบายใจกว่า” ฟู่หนิงหนิงเดินตามหลังเด็กน้อยติดๆ หากคิดว่านางต้องหาพรรคพวกไว้ และเด็กคนนี้คือคนที่นางเลือก
จากประสบการณ์ในโลกปัจจุบัน นี่แหละคือคาแรกเตอร์ที่ลึกลับแต่ทว่าแข็งแกร่ง หากนางสามารถให้เขาไว้ใจนางได้ บางทีเขาอาจจะช่วยนางและมารดาหนีออกจากที่นี่ได้ในอนาคต ฟู่หนิงหนิงยกยิ้มเ้าเล่ห์ หึๆ เขาต้องเป็องค์ชายที่แข็งแกร่งที่สุดแน่ๆ
“ข้าไม่อนุญาต” เขาเม้มปาก
“แต่ข้าหิว” นางยกมือขึ้นลูบท้องพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสาร “ที่สำคัญ ข้าเป็พี่สาวเ้านะ ไหน เรียกพี่ใหญ่สิ” ฟู่หนิงหนิงยิ้ม นางชอบนักที่ได้แกล้งเด็กพูดน้อยคนนี้
เซียวอู๋ซวนทำเพียงปรายตามองนาง “ที่วังข้าไม่มีอะไรให้เ้ากิน จะมีก็แต่ผักที่เ้าล้มทับ” เขาถอนหายใจ ชีวิตในวังของเขาล้วนไม่สุขสบาย สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือต้องแข็งแกร่งเพื่อที่จะแก้แค้นให้เสด็จพ่อและแม่นม
ฟู่หนิงหนิงเม้มปาก นางมองรอบด้านอย่างประเมิน ดวงตาคู่งามจดจ้องเซียวอู๋ซวนก่อนจะยกยิ้มเ้าเล่ห์
“เ้าว่าคนเขาหลับกันหมดแล้วหรือยัง?”
เซียวอู๋ซวนพยักหน้า แน่นอนว่าในยามนี้เป็ยามจื่อ[1]แล้ว นอกจากทหารยามแล้วทุกคนคงจะเข้านอนกันหมด มีเพียงเขาที่หมั่นฝึกฝนกำลังภายในในยามนี้เท่านั้น
“เอาล่ะ ตามพี่สาวมา พี่สาวจะพาไปหาของอร่อย” เอ่ยจบฟู่หนิงหนิงก็คว้าข้อมือเล็กของเขาก่อนจะพาเดินลัดเลาะไปทางโรงครัวที่นางจำได้รางๆ ว่าอยู่ไม่ไกลนัก
อย่างน้อยมีซาลาเปาเย็นชืดสักลูกก็ยังดี
เซียวอู๋ซวนมองมือของเขาที่ถูกมืออ่อนนุ่มกุมไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของนางก่อนจะขมวดคิ้ว นอกจากคืนนั้น เขาเคยเจอนางที่ไหนอีกหรือไม่…
แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก แม้เขาอยากจะหลบหนีจากบุตรสาวของทรราชผู้นี้ แต่ดูเหมือนว่ามีบางอย่างกระซิบให้เขาตามนางไป ในความรู้สึกของเซียวอู๋ซวน เขารู้สึกว่าบางทีนางอาจจะแตกต่างกับคนอื่น แม้ว่าความคิดของเขาจะโตกว่าวัย แต่ลึกๆ แล้วเซียวอู๋ซวนก็ยังคงเป็เด็กอยู่วันยังค่ำ
“เ้าหลบอยู่นี่ พี่สาวจะไปหาอะไรมาให้เ้ากิน” ฟู่หนิงหนิงพาเด็กน้อยไปหลบหลังพุ่มไม้ นางมองสำรวจรอบด้าน เมื่อพบว่าไม่มีสัตว์มีพิษนางก็วางใจ
“ทำไมข้าต้องเชื่อฟังเ้า” เขามองนางอย่างตั้งคำถาม นอกจากแม่นมที่เลี้ยงเขามาก็ไม่มีใครที่สั่งเขาได้ นางถือสิทธิ์อะไรมาสั่งเขา
“เด็กดี เ้าต้องเชื่อฟังพี่สาวนะ เข้าใจไหม? เอาล่ะอย่าถามมาก รออยู่นี่เงียบๆ” นางยิ้มก่อนจะขยี้ผมเขาเบาๆ อย่างอดไม่ได้ การดูแลเขาทำให้ฟู่หนิงหนิงคิดว่าตนเองไม่ได้อ่อนแอเกินไป อย่างน้อยการปกป้องใครสักคนมันจะช่วยให้นางไม่รู้สึกผิด แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี
ฟู่หนิงหนิงเดินย่องเข้าไปในโรงครัว ดวงตามองสำรวจนางกำนัลที่กำลังงีบหลับอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นนางก็ไม่รอช้า ร่างเล็กปราดเปรียวรีบย่องไปด้านหลังก่อนจะแอบหยิบซาลาเปาออกมาสองลูก
“ใครน่ะ!”
เสียงของนางกำนัลทำให้ฟู่หนิงหนิงใ หลังจากนางคว้าซาลาเปาได้ ร่างบางก็รีบวิ่งหนีไปยังที่ที่เซียวอู๋ซวนซ่อนอยู่ทันที
ฟู่หนิงหนิงยกมือขึ้นทาบอก นางหอบน้อยๆ ดวงหน้าที่ชื้นเหงื่อหันไปยิ้มให้กับเด็กน้อย ไม่นึกว่าเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของนางและรออยู่ที่นี่เงียบๆ
มือเล็กยื่นซาลาเปาให้เขาทั้งสองลูก นางไม่ได้เก็บไว้เองแม้แต่น้อย
เซียวอู๋ซวนมองนางอย่างสงสัย นางมีแค่สองลูก แต่ให้เขาหมดงั้นหรือ…
“ข้าไม่หิว” ฟู่หนิงหนิงตอบ แม้เซียวหู่จะปฏิบัติต่อนางไม่ดีนัก แต่นางก็ไม่ได้อดอยาก สิ่งที่นางแปลกใจที่สุดคือเด็กคนนี้เป็ใคร เหตุใดจึงถูกผู้คนหยามิ่เช่นนี้
ท้องของเซียวอู๋ซวนร้องเบาๆ แม้จะหิวแค่ไหน แต่เขาก็มีศักดิ์ศรี “เ้ากินเถอะ” เขาจะไม่ยอมรับน้ำใจจากสตรีตรงหน้าเด็ดขาด
“งั้นคนละชิ้น ดีไหม ถ้าเ้าไม่กิน ข้าก็ไม่กิน” หญิงสาวมองสบเข้าไปในดวงตาของเขา นางยิ้มน้อยๆ พลางยื่นซาลาเปาลูกหนึ่งให้กับเซียวอู๋ซวน “ถ้าเ้าไม่กิน ข้าก็ไม่กลับ”
เซียวอู๋ซวนมองสตรีตรงหน้าอย่างชั่งใจ เขาค่อยๆ พยักหน้าก่อนจะรับซาลาเปามา เขารีบกินทันทีด้วยความหิวโหย ไม่นานซาลาเปาลูกน้อยก็หมดลง
ฟู่หนิงหนิงก้มลงกัดซาลาเปาของตนด้วยรอยยิ้ม นางไม่นึกว่าการแอบขโมยของในวังหลวงจะตื่นเต้นขนาดนี้
“เ้าชื่ออะไร บอกข้าได้หรือยัง?” ฟู่หนิงหนิงปรายตามองเขา
“เซียวอู๋ซวน” เด็กน้อยเอ่ยเบาๆ
“งั้นเ้าก็เป็องค์ชายจริงๆ สินะ เ้าเป็โอรสของฮ่องเต้งั้นหรือ?” นางเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่เป็ถึงโอรสของฮ่องเต้ เหตุใดเขาจึงตกระกำลำบากเช่นนี้
“ไม่ใช่”
“หืม? เ้าไม่ใช่แล้วเหตุใดจึงนามสกุลเซียว” ฟู่หนิงหนิงพึมพำ
“ข้าเป็ลูกของอดีตฮ่องเต้” เขาเอ่ยอย่างเฉยชาก่อนจะผุดลุกขึ้น เซียวอู๋ซวนไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ เขารีบก้าวเท้ากลับไปยังตำหนักของตนทันที
ฟู่หนิงหนิงไม่ได้ติดตามเขาไป นางทำเพียงมองแผ่นหลังที่โดดเดี่ยวของเขานิ่งๆ ลูกของอดีตฮ่องเต้…
หากในประวัติศาสตร์ โอรสของอดีตฮ่องเต้จะต้องถูกกำจัดเพื่อไม่ให้เป็เสี้ยนหนามต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน นางเหมือนจะได้ยินคนพวกนั้นเรียกเขาว่าลูกฏ บางทีฮ่องเต้พระองค์นี้อาจจะไว้ชีวิตเขาเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเขามีเมตตาไว้ชีวิตหลานชายของตน
หากแต่มองดีๆ ชีวิตของเขาก็ไม่ได้สุขสบายนัก ก็เหมือนกับนางที่ถูกขังในวังหลวงแห่งนี้เพื่อเป็เชลย ชะตาของเขาและนางก็ไม่ต่างกันมากนัก แต่เซียวอู๋ซวนที่นางเห็นไม่ย่อท้อต่อชะตากรรม นางเชื่อว่าสักวัน เขาจะต้องแข็งแกร่งเป็แน่…
ร่างบางผุดลุกขึ้น ยามค่ำคืนเหน็บหนาว นางต้องกลับตำหนักของตนแล้ว ฟู่หนิงหนิงรีบยัดซาลาเปาเย็นชืดเข้าปากก่อนจะเดินกลับตำหนักของตนอย่างเหม่อลอย
วันต่อมานางก็ยังคงไปเรียนเช่นเดิม ฟู่หนิงหนิงเดินนำนางกำนัลรับใช้ตรงไปยังเรือนไม้ที่ใช้เรียนเมื่อวาน
ดวงตาที่แฝงแววอ่อนล้าจ้องมองไปรอบด้านเพื่อหาเซียวอู๋ซวน จากที่ฟู่หนิงหนิงคาดการณ์นางคงจะมีแต่เขาเท่านั้นที่พอจะเป็สหายกับนางได้
“สตรีบ้านป่าเช่นเ้า อ่านเขียนรู้เื่ด้วยงั้นหรือ” เซียวลู่ไป่ยืนขวางทางฟู่หนิงหนิงไว้ เขากอดอกมองนางอย่างดูถูก
มุมปากฟู่หนิงหนิงกระตุก นางมองเด็กน้อยแสนเกเรด้วยรอยยิ้ม “คำนับองค์รัชทายาทเพคะ ดูเหมือนว่าสตรีบ้านป้าเช่นข้าจะรู้ธรรมเนียมกว่าใครบางคนที่อยู่ในวังหลวง” ดวงหน้างามที่ถูกแต่งแต้มยิ้มทะเล้น ฟู่หนิงหนิงเอียงคอเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าพระองค์มีพระประสงค์อันใดให้หม่อมฉันรับใช้” จะรังแกนางงั้นเหรอ นางจะดูว่าใครจะรังแกใครกันแน่
“เ้า!” เซียวลู่ไป่ผลักนางเบาๆ ทำให้ฟู่หนิงหนิงเสียหลักล้มลง แต่ว่านางหรือจะยอมล้มผู้เดียว ต่อให้นางล้มนางต้องลากตัวการล้มลงไปด้วย
“องค์รัชทายาท!” นางกำนัลและขันทีต่างใเมื่อองค์รัชทายาทล้มลงพร้อมกับองค์หญิงคนใหม่
ฟู่หนิงหนิงกอดรัดเขาไว้ไม่ให้ขยับ “เ้ารังแกพี่ใหญ่งั้นหรือ ต่อให้อายุเท่ากันข้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็องค์หญิงใหญ่” ฟู่หนิงหนิงกระซิบเบาๆ ก่อนจะปล่อยแขนออกจากลำคอของเขา “อ๊ะ องค์รัชทายาท หม่อมฉันขอประทานอภัย” ร่างบางฉุดเขาลุกขึ้น
“หม่อมฉันนึกว่าพระองค์ทรงแข็งแกร่งดุจขุนเขา ดังนั้นจึงขอพึ่งพา ไม่นึกเลยว่าจะทำให้พระองค์าเ็” นางเอ่ยอย่างเศร้าสลด
“เซียวหนิงเฉิง! เ้าบังอาจนัก ข้าจะให้เสด็จพ่อลงโทษเ้า”
ดวงตาดุจอัญมณีสีดำขลับสั่นเทา ไม่นานหยดน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของนางช้าๆ “หมะ…หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ” นางแสร้งทำทีเป็หวาดกลัว “เสี่ยวเถา…อาหลัน ข้าไม่ได้ตั้งใจ” นางหันไปหานางกำนัล ทำให้ทั้งสองรู้สึกสงสารองค์หญิงยิ่งนัก เหตุใดต้องน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้
แม้จะสงสารเพียงใด แต่พวกนางก็ไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาได้ หากไม่แล้ว หัวคงหลุดออกจากบ่าเป็แน่
“เสแสร้ง!!!” เขากำหมัดแน่น สตรีผู้นี้ช่างน่าชังนัก เห็นๆ อยู่ว่านางตั้งใจ
“มีเื่อะไรกันเพคะ” เสียงหวานดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย ดรุณีน้อยนางหนึ่งที่สวมชุดสีฟ้าน้ำทะเลก้าวออกมาด้วยท่าทีแช่มช้อย ความงามของนางนั้นงดงามอ่อนหวาน หากบุรุษผู้ใดได้ยลโฉมคงยากที่จะไม่ทะนุถนอม แม้จะยังอายุน้อย แต่ทว่าวี่แววความงามของนางกลับฉายชัด
“น้องผิงหลัน” เซียวลู่ไป่เอ่ยเสียงเบา “ข้ารบกวนเ้าหรือ” ท่าทีแข็งกร้าวของเขาเปลี่ยนไปทันที ราวกับว่าบุคคลเมื่อครู่ที่ฟู่หนิงหนิงเห็นไม่มีตัวตน
“พี่ลู่ไป่ เสียงเอะอะถึงเรือนที่ข้าเล่นพิณเ้าค่ะ ข้าสงสัยเลยเดินมาดู มีเื่อะไรกันหรือเ้าคะ?” นางมองฟู่หนิงหนิงอย่างประหลาดใจ "คนผู้นี้คือ?"
“สตรีบ้านป่า เ้าไม่ต้องรู้จักหรอก พี่มีของจะอวดเ้า ไปดูกันเถอะ” เขาบอกให้นางเดินตามหลังมา
เสิ่นผิงหลันมองฟู่หนิงหนิงก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นางคำนับฟู่หนิงหนิงก่อนจะเอ่ย “แม้องค์รัชทายาทจะไม่ได้แนะนำท่าน แต่ข้าก็ทราบว่าสตรีที่งดงามเช่นนี้คงจะเป็ใครไม่ได้นอกจากองค์หญิงใหญ่” ร่างเล็กคำนับช้าๆ “ผิงหลันคำนับองค์หญิงใหญ่เ้าค่ะ”
ฟู่หนิงหนิงขมวดคิ้ว นางพยักหน้ารับ “ท่านหญิงไม่ต้องมากพิธี” สตรีที่ดีดพิณในเรือนแห่งนั้นคงจะเป็ท่านหญิงผิงหลันที่นางกำนัลส่วนตัวของนางเล่าให้ฟังเมื่อวาน
เสิ่นผิงหลันคิดที่จะสนทนากับฟู่หนิงหนิงต่อ หากแต่นางกลับถูกเซียวลู่ไป่ลากออกไป ดังนั้นนางจึงรีบหันมาร่ำลาฟู่หนิงหนิง “พี่หญิงหนิงเฉิง ผิงหลันขอตัวนะเ้าคะ”
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้า นางมองเสิ่นผิงหลันเดินเคียงคู่กับเซียวลู่ไป่ก่อนจะขมวดคิ้ว
“ท่านหญิงคือว่าที่คู่หมั้นขององค์รัชทายาทเพคะ” ในที่สุดอาหลันก็ไขข้อข้องใจให้นาง
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้าอย่างรับรู้ “ไปกันเถอะ สายแล้ว” มือเล็กปัดชุดของตนก่อนจะเดินไปยังเรือนไม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อถึงที่หมายนางจึงรับตำราเรียนและกล่องอาหารที่เตรียมไว้กับนางกำนัล
“พวกเ้ากลับไปรอที่ตำหนักก่อน ถึงเวลาค่อยมารับข้า”
“เพคะ” ทั้งสองรับคำก่อนจะเดินออกไป
เมื่อเห็นว่านางกำนัลไปแล้วฟู่หนิงหนิงจึงมองไปรอบๆ เมื่อเห็นเป้าหมายแล้วนางจึงรีบตรงไปหาเขาด้วยรอยยิ้ม
[1] ยามจื่อ 23.00 - 24.59 น.