‘หรือเพราะว่ามันเป็จอบ เ้าพวกนี้จึงไม่คิดว่ามันเป็อาวุธ เลยพลอยคิดว่าเราไม่เป็อันตรายต่อพวกมันไปด้วย?’ เตชินท์มองจอบในมือของเขาอย่างครุ่นคิด
แม้จะสงสัยแต่นี่ไม่ใช่เวลามาหาคำตอบ มณีเ้าบ้านอยู่ตรงหน้าเขาแค่เอื้อมเท่านั้น อย่างไม่ต้องคิดและไม่สนท่าทีของเ้าจ่าฝูงก็อบลิน เตชินท์คว้าหยิบมณีเ้าบ้านจากอกของเ้าจ่าฝูงก็อบลินทันที
ต่อให้แข็งแกร่งและรวดเร็วแค่ไหน หากไม่ระวังตัวย่อมสูญเสียสิ่งสำคัญได้เสมอ เตชินท์ทำสำเร็จ มณีเ้าบ้านอยู่ในมือของเขาเรียบร้อยแล้ว และก่อนที่เ้าจ่าฝูงก็อบลินจะทันได้รู้ตัว เตชินท์ได้ออกตัววิ่งหนีไปก่อนแล้ว เ้าจ่าฝูงก็อบลินและเหล่าก็อบลินที่เห็นเตชินท์วิ่งออกไปอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย ต่างมองหลังเตชินท์กันอย่างสับสน
< ค้นพบมณีเ้าบ้านเมืองขวานเหล็กระดับก็อบลินขั้นสาม เริ่มนับถอยหลังเพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ถือครอง >
เสียงประกาศดังขึ้นในหัวเตชินท์ทันทีที่เขาคว้ามณีเ้าบ้านและนำออกมาพ้นจากเ้าจ่าฝูงก็อบลินได้
*ก๊า!!* *กากี๊ ก๊ากา*
หลังจากยืนนิ่งอึ้งอยู่ชั่วขณะ และแล้วเ้าจ่าฝูงก็อบลินก็รู้ตัว มันรีบออกคำสั่งเหล่าทหารของมันให้ออกตามล่าเ้าหัวขโมยทันที
แม้จะไม่รวดเร็วเท่าแต่ก่อน แต่เตชินท์ก็อาศัยความยาวของ่ขาได้ดี เขาวิ่งมาถึงกองไฟที่เขาหมายตาไว้ได้ทันก่อนที่เ้าจ่าฝูงก็อบลินจะทันได้สั่งลูกน้องของมัน
ทุกอย่างมีกฎเกณฑ์ วิธีการเปลี่ยนสิทธิ์ความเป็เ้าของมณีเ้าบ้านก็เช่นกัน เขาสามารถหนีออกนอกเขตหมู่บ้านได้ แต่เวลาจะเริ่มนับถอยหลังก็ต่อเมื่ออยู่ภายในเขตเมืองของมณีเ้าบ้านเท่านั้น อาจเป็เพราะพระเ้ากำหนดให้ทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องและทวงคืนสิ่งสำคัญของตัวเอง แม้แต่เ้าจ่าฝูงก็อบลินเองก็มีสิทธิ์ทวงคืนมณีเ้าบ้านกลับไปก่อนความเป็เ้าของจะถูกเปลี่ยนเช่นกัน เนื่องจากหมู่บ้านก็อบลินแห่งนี้เป็หมู่บ้านขั้นสาม นั่นทำให้เตชินท์ต้องเก็บมณีเ้าบ้านไว้กับตัวให้ได้เกินสิบห้านาที เขาถึงจะบรรลุภารกิจของเขา
แม้จะมีอีกวิธีแต่เตชินท์คงไม่เลือกทำแน่และคงทำไม่ได้ด้วย คือการฆ่าเ้าของเดิม เนื่องจากก็อบลินเป็สิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วตายเลยเช่นเดียวกันกับมนุษย์ นั่นเท่ากับว่าวิธีนี้เขาจะอดลุ้นได้เ้าจ่าฝูงก็อบลินมารับใช้เขา ซึ่งเขาไม่้า และแน่นอนว่าเขาเองในตอนนี้ไม่มีปัญญาจะฆ่าเ้าจ่าฝูงก็อบลินได้ด้วย นั่นทำให้วิธีนี้เป็อันตกไป
พรึ่บ ซู่ ซู่
ความโกลาหลเกิดไปทั่วหมู่บ้านเมื่อกระโจมหลังหนึ่งเกิดไฟไหม้ขึ้น แน่นอนว่ามันเกิดจากฝีมือของเตชินท์อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยประสบการณ์อันโชกโชนถึงยี่สิบปี ต่อให้ต้องต่อสู้ด้วยตัวคนเดียว เขาก็มีกลยุทธ์มากมายในการเอาชนะ
เขาเพียงแค่เหวี่ยงไม้ฟืนติดไฟขึ้นไปบนกระโจมสองถึงสามหลัง ไม่ว่าไฟจะไหม้ติดกระโจมหรือไม่ แต่มันก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าก็อบลินชาวบ้านเป็อย่างดี เมื่อความสนใจทั้งหมดต่างไปอยู่กับกระโจมที่มีท่อนไม้ฟืนติดไฟ นั่นก็เป็โอกาสที่เตชินท์จะได้หลบซ่อนตัวเพื่อให้อยู่รอดเกินสิบห้านาที
อย่างไรก็ตามดูเหมือนก็อบลินที่เขามักดูถูกสติปัญญาว่าน้อยนิดจะไม่เป็เช่นนั้นเสมอไป อย่างน้อยก็มีเ้าจ่าฝูงก็อบลินที่ฉลาดพอที่จะปล่อยเื่ไฟไหม้ไว้กับพวกก็อบลินชาวบ้านและสั่งบรรดาทหารก็อบลินออกตามล่าเขา
อย่างน้อยตอนนี้ศัตรูของเขาก็หายไปเกินครึ่ง มีเพียงทหารก็อบลินหกตัวกับจ่าฝูงก็อบลินอีกหนึ่ง และเตชินท์ได้ซ่อนตัวเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแค่เพียงเวลาเท่านั้นที่เป็ตัวตัดสินศึกครั้งนี้
อย่างไรก็ตามเขาเหมือนกับมีเครื่องติดตามตัว เนื่องจากมณีเ้าบ้านยังเป็สิทธิ์ของจ่าฝูงก็อบลินโดยชอบธรรม ไม่ว่าเตชินท์จะหลบที่ใด เ้าจ่าฝูงก็อบลินสามารถระบุตำแหน่งให้เหล่าทหารลูกน้องของมันตามมาได้ตลอด
ราวกับเกมแมวไล่จับหนู เพียงแต่หนูตัวนี้แสบมิใช่หน่อย เตชินท์วิ่งไปแวะคว้าฟืนไม้ติดไฟและโยนไปทุกที่ไม่เว้นแม้แต่กระโจมหลังใหญ่ของเ้าจ่าฝูงก็อบลิน
การเบี่ยงเบนความสนใจของเตชินท์ทำได้แต่กับก็อบลินชาวบ้านจริง ๆ เหล่าทหารก็อบลินยังคงเชื่อผู้นำเป็อย่างดี และเ้าจ่าฝูงก็อบลินก็ไม่สนว่าบ้านของมันจะไฟไหม้หรือเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มันตั้งมั่นกับการไล่ตามเตชินท์เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรืออย่างไร เขารู้สึกเหมือนผลจากการจุติแม้จะไร้แต้มพัฒนา เขารู้สึกกระฉับกระเฉงราวกับเขาได้กลับมาหนุ่มอีกครั้ง อาจด้วยความเป็มนุษย์ที่มีขาที่ยาว ทำให้เขามีความเร็วมากพอที่จะหนีเหล่าทหารก็อบลินที่ทำได้เพียงซอยขาอันสั้นตามอย่างไม่ลดละแต่ไม่ก็อาจลดระยะห่างระหว่างพวกมันกับเขาได้เลย แต่กับเ้าจ่าฝูงก็อบลินนั่นไม่ แม้รูปร่างของมันนั้นอ้วนตุ๊ต๊ะ แต่มันกลับวิ่งได้ไวกว่าบรรดาลูกน้องของมัน
เป้ง!!
“ห่วยแตกสิ้นดี จอบบ้านี่ไร้สาระสุด ๆ” เตชินท์บ่นอย่างหงุดหงิด
จากทั้งหมด เตชินท์จำเป็ต้องคอยระวังเ้าจ่าฝูงก็อบลินมากกว่าใคร แม้เขาจะมีทักษะดาบที่ยอดเยี่ยมแต่การต้องใช้จอบแทนดาบมันไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนกันได้จริง ๆ
ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น จอบของเขาเป็เพียงิญญาอสูรขั้นสามัญเท่านั้น มันเทียบไม่ได้กับเ้าจ่าฝูงก็อบลินที่มีพละกำลังเทียบเท่ากับระดับสมบูรณ์ หากเขาฝืนใช้จอบรับขวานจากเ้าจ่าฝูงก็อบลินอีกสองถึงสามครั้ง จอบอันกระจอกง่อกง่อยของเขาอันแตกสลายหายไปทันที
แม้จอบมันจะดูไร้สาระในสายตาของเตชินท์ แต่มันก็เป็ิญญาอสูรชิ้นเดียวที่เขามีในตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรมันก็น่าเสียดายเกินไปถ้าต้องเสียมันไป เฉพาะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาคือวิ่งแล้วก็วิ่ง แล้วก็หลบเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เป้ง!!
ดูเหมือนยิ่งใกล้ครบกำหนดเวลา เ้าจ่าฝูงก็อบลินยิ่งดุร้ายมากขึ้น แต่เดชะบุญสิ่งที่เขารอคอยก็เกิดขึ้นเสียที
ในขณะที่เขาคิดว่าเขาอาจต้องสูญเสียจอบของเขาไป ทันใดนั้นเ้าจ่าฝูงก็อบลินได้หยุดชะงักลงอย่างกะทันหันพร้อมกับบังเกิดแสงสว่างจ้าขึ้น มันคือแสงแห่งความหวังของเขาอย่างแท้จริง มันคือแสงจากมณีเ้าบ้านที่เป็ตัวบอกว่าเขาได้ทำสำเร็จแล้ว การเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ในการเป็เ้าของมณีเ้าบ้านได้ถูกโอนเปลี่ยนมาเป็ของเตชินท์เสียที
เตชินท์รู้จักขั้นตอนหลังจากนี้เป็อย่างดี เขามีประสบการณ์ในการยึดเมืองมานักต่อนัก แสงนี้ไม่ได้เพียงแต่แสดงว่าเขาได้กลายเป็ผู้ปกครองหมู่บ้านก็อบลินแห่งนี้สำเร็จแล้วเท่านั้น มันเป็ดั่งแสงที่แสดงถึงอำนาจความเป็เ้าของทุกสรรพสิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างแท้จริง
เตชินท์รีบยกมณีเ้าบ้านให้แสงส่องไปยังเ้าจ่าฝูงก็อบลินทันที ในวินาทีถัดมาต่อจากนี้จะเป็ตัวตัดสินว่าเขาจะได้ก็อบลินทั้งหมดในหมู่บ้านมารับใช้เขาหรือไม่ หากจ่าฝูงก็อบลินยอมคุกเข่าต่อเขา เหล่าก็อบลินจะกลายเป็ทหารรับใช้ของเขาทั้งหมดรวมถึงเ้าจ่าฝูงก็อบลินด้วย แต่หากเ้าจ่าฝูงก็อบลินเลือกฆ่าตัวตาย เตชินท์จะได้เพียงหมู่บ้านเปล่า ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ช่วยเขา
< ขอแสดงความยินดี คุณได้รับเมืองขวานเหล็กระดับก็อบลินขั้นสามและจ่าฝูงก็อบลินขวานเหล็กยอมสวามิภักดิ์ต่อคุณ > ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นในหัวของเตชินท์
“เยี่ยม!” เตชินท์กำหมัดดีใจทันทีเมื่อเห็นก็อบลินทั้งหมู่บ้านก้มหัวให้กับเขาหลังหัวหน้าของพวกมันยอมก้มหัวให้กับเ้านายคนใหม่
เตชินท์ยอมรับว่าเขาค่อนข้างแปลกใจที่เ้าจ่าฝูงก็อบลินยอมก้มหัวให้กับเขาเช่นนี้ เพราะจากประสบการณ์ของเขาแล้ว หากเ้าจ่าฝูงก็อบลินไม่พ่ายแพ้ต่อเขาในการต่อสู้กัน โอกาสที่มันจะยอมก้มหัวให้กับเขาเช่นนี้แทบเป็ศูนย์ แต่คราวนี้เตชินท์ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่มันเลย เขาทำได้เพียงแต่หลบหนีเหมือนหนูหนีแมวเท่านั้น แต่แมวกลับยอมก้มหัวให้กับหนูที่ทำอะไรมันไม่ได้เลย ช่างเป็เื่ที่เขาไม่เข้าใจเลยว่าเป็ไปได้อย่างไร
ติ๊ง!
< ภารกิจสำเร็จ ได้รับเมล็ดข้าวพันธุ์ชั้นดีสามถุง >
เสียงในหัวดังขึ้นทันทีที่ทุกอย่างจบลง
ตุบ!
ถุงที่เต็มไปด้วยเมล็ดข้าวพันธุ์สามถุงปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เตชินท์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าได้อย่างไร เขามีแต่สีหน้าเหยเกให้กับกองถุงที่เต็มไปด้วยเมล็ดข้าวพันธุ์ และเขาก็ยิ่งมีสีหน้าที่บิดเบี้ยวมากขึ้นไปอีกหลังได้ยินเสียงดังติ๊งอีกครั้งพร้อมกับข้อความภารกิจปรากฏขึ้นในดวงตา
< ภารกิจหลัก : เส้นทางสู่การเป็ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง 2
เป้าหมาย : ปลูกข้าวสำเร็จและได้รับข้าวสาร [0/100,000]
ระยะเวลาที่คงเหลือ : ไม่จำกัด
รางวัล : ปลดล็อกชุดเกราะเทพศาสตราพร้อมเงื่อนไข
บทลงโทษ : ไม่มี >
“หนึ่งแสน!” เตชินท์อุทานออกมาทันทีที่เห็นเป้าหมาย “จะให้ปลูกข้าวไปขายหรือยังไงฟะ!”
แม้จะไม่เกินคาดว่าภารกิจต่อไปต้องออกมาแนวนี้อย่างแน่นอน แต่จำนวนเป้าหมายที่ต้องได้รับข้าวสารจากการปลูกข้าวถึงแสนเม็ด แม้จะไม่รู้ว่าจะเข้าจะต้องปลูกมากแค่ไหน แต่เขารู้สึกว่ามันมากเกินไป เขาเชื่อว่าเขาคนเดียวไม่มีทางกินข้าวถึงแสนเม็ดต่อมื้อแน่ ๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดว่าเขาอาจจะต้องปลูกข้าวเป็ไร่ ๆ มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะต้องโวยวายเพิ่มเติมออกมาว่า “โธ่ไอ้ฉิบหาย ไม่ส่งควายใช้ไถนามาด้วยฟะ!”
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ <3 ขอบคุณครับ <3