หวังซูลี่คิดว่ารีบทานอาหารให้เสร็จแล้ว จะได้รีบกลับไปเคลียร์งานที่ค้างส่งอาจารย์เพื่อทำเื่เรียนจบ แต่อะไรๆมันก็ไม่ได้เป็ใจขนาดนั้น เมื่อมีมารผจญที่ไม่อยากจะเจอ เข้ามาทำลาย่เวลาดีๆของเธอ เห้อ ชีวิตของเธอจะมีไหมสักวันที่จะพ้นจากคนพวกนี้ซะที
“ สวัสดีคะประธานหวาง ไม่คิดว่าจะเจอประธานหวางที่นี่ มาทานข้าวเหรอคะ” ยัยเด็กนี่ลิ้นเป็ตะคริวหรือยังไงนะ ทำไมเวลาเจอผู้ต้องทำน้ำเสียงแอ๊บแบ๊วด้วย เอ๊ะ! หรือว่าคนแต่งนิยาย ้าให้นางเอกมีลุคด้วยเสียงแบ๊วๆแบบนี้…
“ โอ๊ะ! พี่สาวก็อยู่ด้วยเหรอคะเนี่ยตายแล้วฮวาฮวา ไม่ทันมองเลยไม่ได้ทักทายพี่สาวน่ะค่ะ ”
‘อ่อ สงสัยเราจะโปร่งแสงได้ เธอเลยมองไม่เห็นเราสินะ’
“ ตายเลยเถอะ นั่งหัวโด่ขนาดนี้แต่ทำเป็มองไม่เห็น นอกจากลิ้นเป็ตระคริวแล้วยังตาบอดอีกนะหลินฮวา ”
“ นี่!! ซูลี่ทำไมเธอต้องพูดจาไม่ดีกับฮวาเออร์ขนาดนี้ด้วย เธอก็ได้ยินไม่ใช่เหรอว่าฮวาเออร์ไม่เห็นคุณ เลยไม่ได้ทักเธอน่ะ”
หลังจากหยางเพ่ยตงพูดจบ ทำให้หวังซูลี่รู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายในความลุ่มหลงโง่งม แบบไม่ลืมหูลืมตาของนายพระรองจนทนไม่ไหว หญิงสาวจึงพูดเสียงเย็นขึ้นทันที
“ หยางเพ่ยตงนี่นายโง่หรือตาบอดกันแน่นี่มันไม่ใช่มุมส่วนตัวนะ แค่เดินผ่านก็มองเห็นฉันั้แ่หน้าประตูแล้ว ยังจะมีหน้ามาพูดอีกว่ามองไม่เห็น ฉันเป็คนนะไม่ใช่มนุษย์โปร่งแสงถึงจะมองไม่เห็นฉันน่ะ หรือนายก็ตาบอดด้วยอีกคนเลยมองไม่เห็นฉัน ”
คำพูดเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความเ็าของหวังซูลี่ ทำให้หยางเพ่ยตงถึงกับหน้าเขียวคล้ำไปด้วยความโกรธ และทำให้หลินฮวาถึงกับนิ่งเพราะเสียหน้าที่ถูกว่า ต่อหน้าประธานหวางแต่เธอต้องอดกลั้นไว้ เธอไม่อยากจะให้เขาเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอในตอนนี้
“ พี่ซูลี่ ฮึก ฮึกฮือ ฮวาฮวาไม่ได้ตั้งใจที่จะมองไม่เห็นพี่ซูลี่เลยนะคะ ฮวาฮวาขอโทษนะคะยกโทษให้ฮวาได้ไหม ฮึกฮึก”
‘ นี่มันเป็วันซวยอะไรของเราเนี่ย ’ ซูลี่คิดแล้วเริ่มหงุดหงิดกับเสียงร้องสะอึกสะอื้นราวกับมารดาเสียของหลินฮวา
“ หยุดร้องไห้ได้แล้วหลินฮวาฉันรำคาญเข้าใจไหม? แล้วเธอก็ไม่ต้องมาขอโทษอะไรฉันเพราะฉันไม่มีอะไรจะยกโทษให้เธอเหมือนกัน ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ไปซะ”
“ เราไปกันเถอะฮวาเออร์ หยุดร้องนะเด็กดี ”
‘ แหวะ! เด็กดีกับผีนะสิ เด็กเปรตละซิไม่ว่า ไปพ้นๆหน้าสะทีเถอะเสียอารมณ์’ หวังซูลี่ทำท่าเบะปากคล้ายกันหมั่นไส้คนทั้งคู่ ทำให้หวางเจียเล่อที่มองอยู่อดขำเธอไม่ได้ เพราะผู้หญิงคนนี้เธอชอบทำหน้าตาประหลาดๆบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงด้วยซ้ำ
“ แต่ว่าฮวาฮวายังไม่ได้คุยกับประธานหวางเลยนะคะพอดีฮวาฮวา อยากจะขอคำชี้แนะ เื่งานกับประธานหวางน่ะคะ” หลินฮวาพูดแล้วมองไปทางหวางเจียเล่อด้วยท่าทีเอียงอาย ส่วนหวังซูลี่นั้นอยากจะะโใส่หน้าแม่นางเอกนักว่าหน้าด้าน ตัวเองมากับผู้ชายอีกคนแต่อยากจะมาคุยกับอีคนนี่มันต้องด้านเบอร์ไหนกันถึงจะทำได้ขนาดนี้ จิตใจของนิลินนั้นรู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อนิยายเื่นี้มาอ่าน ยังดีที่เธอไม่ได้หลงเชื่อไปกับนิยายว่านางเอกนั้นเป็สาวน้อยน่ารักไร้เดียงสา
“ เอ่อ พอดีวันนี้ผมนัดทานข้าวส่วนตัวกับคุณซูลี่ ตอนนี้คงไม่สะดวกที่จะคุยกับคุณหลินฮวานะครับ ” หวางเจียเล่อพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
หลินฮวาเมื่อได้ฟังชายหนุ่มที่เธอชื่นชอบ เอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยความสนิทสนม จึงทำให้เธอเกิดอาการอิจฉาหวังซูลี่ขึ้นมา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ พยายามฝืนยิ้มออกมาให้อ่อนหวานมากที่สุด
“ งั้นฮวาฮวา ค่อยนัดเจอประธานหวางวันหลังก็ได้ค่ะ ฮวาฮวาขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วก็รีบเดินออกไปทันที หยางเพ่ยตงที่มองหน้าหวังซูลี่ เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา รีบเดินตามหลินฮวาออกไป
“ เห้อ!! ไปได้สักที ”
“ ทำไม? คุณไม่ชอบเธอเหรอ เธอเป็น้องสาวต่างแม่ของคุณนี่ครับ ทำไมคุณถึงเกลียดเธอล่ะ”
“ แล้วทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย คุณจะชอบเธอก็เื่ของคุณสิ ไม่เกี่ยวกับฉันนี่คะ ”
“ ผมไม่ได้ชอบเธอ หรือว่าคุณหึงผมงั้นเหรอครับ ” ผมไม่ชอบใครหรอกนอกจากคุณ หวางเจียเล่อ ไม่ได้พูดออกมา ได้แต่พูดกับตัวเองในใจ
“ นี่คุณ!! ฉันไม่ได้เป็อะไรกับคุณแล้วฉันจะหึงคุณไปทำไมล่ะ ” ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหน้าหนาขนาดนี้นะ คิดเอาเองอยู่ได้ฝ่ายเดียว
“ ถ้าคุณอิ่มแล้วฉันว่าเราควรจะกลับได้แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ” ไหนๆก็ทานข้าวอิ่มแล้วงั้นเธอขอตัวกลับเลยละกัน
“ คุณอิ่มแล้วเหรอครับ ทำไมคุณทานน้อยจัง "
โอ้โห!! กับข้าวเต็มโต๊ะนี่ยังว่าทานน้อยอีกเหรอ มากกว่านี้ก็คงจะเดินไม่ได้แล้วล่ะ
" ผมหวังว่าเราจะได้ เจอกันอีก ”
“ ค่ะ ลาก่อน”
หวางเจียเล่อยืนมองหญิงสาวจนเธอขับรถออกไปลับสายตา ชายหนุ่มจึงกดโทรศัพท์สั่งการลูกน้องทันที
“ อาตง คุณช่วยสืบประวัติภรรยาคนปัจจุบัน และหวังหลินฮวาลูกสาวของประธานหวัง ให้ผมหน่อยผมขอด่วนนะ"
‘ ได้ครับท่านประธาน ’
หลังจากสั่งงานเสร็จหวางเจียเล่อจึงเดินกลับขึ้นรถของตัวเอง ในขณะที่รถแล่นไปมาอยู่บนถนนชายหนุ่มอดคิดถึงหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันวันนี้ไม่ได้ เขาพอจะรู้คร่าวๆเกี่ยวกับเื่ภายในครอบครัวของเธออยู่บ้าง ส่วนคู่หมั้นหนุ่มของเธอนั้นตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ต่างได้ยกเลิกการหมั้นนั้นไปแล้ว ตอนที่เขาได้ยินข่าวในงานเลี้ยววันก่อนทำให้เขาดีใจอย่างมากล้น มันเป็ข่าวดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้นับจากที่เขาหายป่วยในครานั้น ก็มีเื่นี้แหละที่ทำให้เขาดีใจอย่างที่สุด ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วที่จะเดินหน้าตามจีบหวังซูลี่ต่อไป และเขาจะต้องทำให้เธอชอบเขาให้ได้เช่นกัน
…………………………………
......................