“พี่คีรินจะไปเรียนต่อเมืองนอกหรอคะ?”
กานพลูถามขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นเอกสารเรียนต่อเมืองนอกของคีรินที่วางอยู่
“ฉันได้ทุนน่ะ” คีรินบอกเธอ .
“ยินดีด้วยนะคะ” กานพลูยินดีกับเขาจากใจ
“บ้านเธอไปทางไหน?” คีรินถามเพราะเขาจะได้ไปส่งเธอถูก
“เดี๋ยวจอดให้พลูลงตรงซุปเปอร์มาเก็ตข้างหน้าก็ได้ค่ะ” กานพลูรีบบอกเขาเมื่อนึกขึ้นได้และมันก็ใกล้จะถึงแล้วด้วย
“เธอไม่กลับบ้านหรอ?” คีรินถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ
“คือพลูจะแวะซื้อของก่อนน่ะค่ะ” กานพลูอ้าง
“งั้นไม่เป็ไร ซื้อเสร็จฉันไปส่งได้” แต่ดูเหมือนคีรินจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ
“แต่พลูซื้อของนานนะคะ ให้พี่คีรินรอนานพลูก็เกรงใจ” แต่กานพลูก็พยายามหาข้ออ้างต่ออีกจนได้
“อีกไกลมั้ยกว่าจะถึงบ้านเธอ?” คีรินถามหญิงสาว
“ไม่ไกลค่ะ บ้านพลูอยู่แถวนี้” เธอบอกเขา
“โอเค”
คีรินจึงไม่อยากเซ้าซี้ต่อเมื่อกานพลูบอกว่าบ้านของเธออยู่แถวนี้ อีกอย่างชายหนุ่มก็รู้สึกว่ากานพลูจะพยายามหาข้ออ้างไม่ให้ตนไปส่งด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าเ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ที่เขาอยากมาส่งเพราะเห็นว่าเธอคงไม่เคยนั่งรถเมล์มาก่อน ไม่ได้คิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้นสักนิดหรือเธอคงจะกลัวใครเข้าใจผิดที่ตนไปส่งที่บ้านกระมัง
“งั้นก็แล้วแต่เธอล่ะกัน” คีรินพูดต่อ
“ขอบคุณนะคะที่มีน้ำใจมาส่งพลู” เธอส่งยิ้มให้เขา แต่เป็รอยยิ้มที่ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน แต่เขาก็ไม่อยากคาด
กานพลูลงจากรถแล้วยืนรอจนกระทั่งคีรินขับรถพ้นสายตาไป แต่แทนที่หญิงสาวจะเดินเข้าไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างที่บอกกับคีริน เธอกลับผ่านทางเข้าแล้วเดินเลยตรงไปยังวินมอร์เตอร์ไซต์ที่อยู่ข้างๆกันแทน จากนั้นหญิงสาวก็บอกจุดหมายของตัวเองกับคนขับ…..และไม่กี่นาทีกานพลูก็มาถึงบ้าน
“คุณหนูกลับมาแล้ว” ป้าแล่มรีบออกมาเปิดประตูให้เธอ .
“ทำไมเป็ป้าแล่มมาเปิดประตูล่ะคะ” กานพลูเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ แต่ยังไม่ทันที่ป้าแล่มจะได้พูดอะไรหญิงสาวก็นึกขึ้นมาได้เสียก่อน
“พลูลืมไปน่ะค่ะ ขอโทษนะคะ” เธอแค่เผลอลืมไปว่าตอนนี้ทุกอย่างในชีวิตมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“คุณหญิงท่านกับทุกคนรอคุณหนูอยู่ข้างใน เราไปกันเถอะค่ะ” ป้าแล่มบอกเธอแล้วโอบเอวกานพลูเข้าไปด้วยความสงสารเ้านายสาวยิ่งนัก
“ยัยพลู มานี่สิ” คุณหญิงกัลยาเรียกลูกสาวที่กำลังเดินเข้ามาไปนั่งกับตน ในขณะที่กานพลูกำลังมองลูกจ้างในบ้านของตนที่ละคนด้วยความใจหาย ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึงแล้วสินะ
“นี่เป็ค่าจ้างเดือนนี้ฉันรวบยอดให้พวกเธอจนถึงสิ้นเดือนพร้อมกับค่าจ้างล่วงหน้าสามเดือน” คุณหญิงกัลยายื่นซองเงินเดือนที่เตรียมไว้ให้บรรดาลูกจ้างของตนซึ่งดูอึดอัดใจที่จะรับเงินจำนวนนี้
“เราขอรับแค่เงินเดือนของเดือนนี้ได้มั้ยคะ คุณหญิงกับคุณหนูยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้อีกเยอะ” หนึ่งในลูกจ้างที่ก่อนหน้านี้ได้ลงความเห็นกันเรียบร้อยแล้วบอกคุณหญิงกัลยาและที่ผ่านมานางและสามีก็เป็เ้านายที่เลี้ยงคนในบ้านมาดีมากๆ จนเป็ที่รักใคร่ของบรรดาคนใช้
“รีบไปเถอะนะ ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่าคุณธวัชติดหนี้ธนาคารกับหนี้นอกระบบไว้”
“ลำพังแค่ฉันกับลูกคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้างพวกเธอให้ทำงานต่อหรอก”
“เงินพวกนี้ก็เป็เงินชดเชยที่พวกเธอควรจะได้ตามกฎหมายแรงงาน” คุณหญิงกัลยาบอกและนางก็ซาบซึ้งใจมาก
“ฉันขอบคุณน้ำใจของพวกเธอมากนะ แต่พวกเธอก็มีภาระเหมือนกันไม่ใช่หรอ”
นางรู้ว่าต่างคนต่างก็มีภาระเป็ของตัวเอง คนใช้พวกนี้ถึงได้ยอมห่างบ้านต่างจังหวัดมาหางานทำในเมืองหลวงแห่งนี้ แต่ทว่าที่พึ่งพิงอู่ข้าวอู่น้ำของพวกเขาในวันนี้นั้นไม่แข็งแกร่งพอที่จะเป็หลักที่พึ่งให้ใครได้อีกก็จำต้องแยกย้ายกันไปเริ่มต้นใหม่หาหนทางที่ดีกว่า
“ไม่ต้องห่วงพลูกับแม่หรอกจ้ะ เรายังมีเงินเหลือจากการขายทรัพย์สินต่างๆ ไว้ใช้อยู่”
กานพลูบอกทุกคน แม้ว่ามันจะเหลือน้อยนิดแล้วก็ตาม ซึ่งทรัพย์สินต่างๆ ที่มานั้นรวมถึงรถคันโปรดของเธอที่ต้องตัดใจขายไปเพื่อชดใช้หนี้สินที่พ่อสร้างไว้ก่อนตัดสินใจจากโลกไปด้วย
“อีกอย่างบ้านหลังนี้….” คุณหญิงกัลยากวาดสายตามองภายในบ้านที่อยู่มายี่สิบกว่าปีด้วยความเศร้าหมอง.
“อย่างที่รู้กันนะว่าบ้านนี้จะต้องเปลี่ยนเ้าของ แล้วเ้าของบ้านคนใหม่ให้เวลาพวกเราถึงพรุ่งนี้ในการเก็บของย้ายออกไปจากที่นี่” นางพูดต่อ
“แล้วคุณผู้หญิงกับคุณหนูจะย้ายไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ” สาวใช้คนหนึ่งถามนางอย่างนึกห่วง
“เราจะไปอยู่บ้านเดิมของฉันที่ต่างจังหวัดน่ะ” คุณหญิงกัลยาบอกทุกคนแล้วหันไปสบตากับลูกสาวตัวเอง
“ขอโทษนะที่ฉันพาทุกคนไปด้วยกันไม่ได้ แต่พวกเธอเข้าใจใช่มั้ยว่าป้าแล่มแกแก่มากแล้วและไม่มีญาติที่ไหน”
นางกับลูกสาวจะพาป้าแล่มซึ่งเป็คนใช้เก่าแก่ของที่นี่และเป็แม่นมของกานพลูมาั้แ่เด็กด้วยและดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าใจเ้านายทั้งสองดีและเห็นด้วยในนางพาป้าแล่มไป จากนั้นนางก็คุยกับทุกคนอีกสองสามประโยคแล้วก็เดินขึ้นห้องไปด้วยความรู้สึกที่ยังทำใจกับการจากไปของสามีและสูญเสียทุกอย่างไปในชั่วพริบตาเดียวไม่ได้ ส่วนกานพลูก็เดินตามผู้เป็แม่ขึ้นไปข้างบนเงียบๆ เพราะเธอเองก็ยังทำใจไม่ได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องทำใจยอมรับกับมันแล้วเดินต่อไปให้ได้อยู่ดี
“ยัยพลู ลูกก็อย่าลืมเก็บของให้เรียบร้อยด้วยนะ”
“บางทีเราอาจจะเดินทางก่อนกำหนด” คุณหญิงกัลยากำชับลูกสาว แต่ดูเหมือนว่ากานพลูจะยังไม่พร้อมเท่าไหร่นัก
“แม่กับป้าแล่มเดินทางกันไปก่อนได้มั้ยคะ”
“พลูอยากใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ และพวกพี่ๆ ที่มหาลัยเป็ครั้งสุดท้าย”
“กลับจากหัวหินแล้วพลูจะรีบตามแม่กับป้าแล่มไปค่ะ” กานพลูบอกแม่
“งั้นลูกก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ”
“ค่ะแม่”
.
.
.
ณ หัวหิน
แล้ววันออกทริปก็มาถึง คีรินขับรถออกมาแต่เช้า แต่ทว่าระหว่างทางชายหนุ่มกลับเห็นกานพลูที่กำลังหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระของตัวเองข้ามทางม้าลายอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน
“ทำไมยัยนั่นทำตัวแปลกๆ” คีรินสงสัยแล้วตัดสินใจยูเทิร์นตามหญิงสาวไปอีกฝั่งหนึ่งของถนน
.
.
ด้านกานพลูก็สะพานกระเป๋าเป้ของตัวเองที่น่าจะสะดวกกับการเดินทางที่สุดแล้วมายังคิวรถตู้ หญิงสาวมองชื่อสถานที่และเส้นที่รถเดินทางสลับกับกระดาษในมือที่คนใช้จดมาให้จนมั่นใจแล้วว่าเธอมาถูกที่เพราะนี่คือการมาโดยสารรถตู้เป็ครั้งแรกของเธอ
“ไปไหนน้อง หัวหินรึเปล่า?” คนขายตั๋วถามเธอ
“ค่ะ” กานพลูรีบพยักหน้า
“กี่ที่ล่ะ คนเดียวใช่มั้ย?”
คนขายถามต่อ แต่ยังไม่ทันที่กานพลูจะได้ตอบอะไร เสียงแตรรถก็ดังขึ้นด้านหลังเธอเสียก่อน ทั้งกานพลูจึงรีบหันไปดูด้วยความสงสัยเพราะเธอไม่ได้ยืนขวางทางใครอยู่แน่
“พี่คีริน?” กานพลูจำป้ายทะเบียนรถของเขาได้และคีรินก็ลดกระจกลง
“ขึ้นมาสิ”
…………….
ไรท์ขอฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเื่ใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ