หลังปิดเทอมได้แค่วันเดียว แทนก็นั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นห้อง ใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย ขณะใช้มือข้างหนึ่งลูบแผลช้ำ ๆ ที่ต้นแขน—ของฝากจากไอ้บอลในกิจกรรมวันสุดท้ายของการเรียน ป.4 ที่พาเขาลอยขึ้นฟ้า ก่อนจะลงมาจุกอย่างสง่างามกลางสนามหญ้า
“ซี้ดด… เจ็บชะมัด” แทนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เทเหรียญและธนบัตรออกจากกระเป๋าผ้าลายวันพีซตรงหน้า
เขาค่อย ๆ นับมันออกมาอย่างจริงจัง มีทั้งเหรียญสิบจากการขายของ แบงค์ยับ ๆ ที่เหมือนรอดมาจากพายุ และเหรียญห้าห้าบาทที่ดูเหมือนจะผ่านมือมาหลายยุคสมัย รวมแล้วได้ 70 บาทถ้วน
“น้อยกว่าที่คิดแฮะ…” แทนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหยิบกระปุกออมสินเหล็กทรงกระบอกสีฟ้ามาเปิดฝา แล้วหยอดเงินลงไปทีละใบ ทีละเหรียญ จากนั้นก็หยิบสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทำเองขึ้นมาจดตัวเลขด้วยลายมือหวัด ๆ ของเด็กชายวัยสิบขวบที่มีจิตใจยี่สิบ
เขาเลื่อนสายตาลงมาดูบรรทัดสุดท้ายของบัญชีอย่างภาคภูมิใจ — ยอดรวมเงินสะสมส่วนตัวตอนนี้อยู่ที่ 6,878 บาท
ยังไม่รวมของสะสมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาคิดว่าอาจเปลี่ยนเป็เงินได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็การ์ดดราก้อนบอลรุ่นหายาก หนังสือการ์ตูนสภาพดี หรือฟิกเกอร์เซเลอร์มูนที่ยังอยู่ในกล่อง
“ถ้าเอาไปขายมือสองในอนาคตนี่ได้อีกหลายร้อยอยู่…” แทนคิดในใจ
แต่เงินส่วนตัวก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด เขายังมีบัญชีอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่บัญชีของตัวเองโดยตรง แต่เป็ บัญชีกลางของกลุ่มลักกี้แมน ที่เขากับเพื่อน ๆ ช่วยกันตั้งขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็เก็บขยะแลกขนม หรือช่วยครูยกของ่งานกิจกรรม โดยมีแทนเป็คนดูแลบัญชีทั้งหมด
เขาเปิดบัญชีกลางขึ้นมาตรวจยอด ปรากฏว่า…
12,230บาทถ้วน
“แม่เ้า… ขนาดเราไม่ขายของแพงนะ ยังมีเงินขนาดนี้ได้ไงวะ…” แทนยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ
อาจเป็เพราะเด็ก ๆ ในโรงเรียนมีกำลังซื้อน้อย ทำให้กลุ่มลักกี้แมนไม่เน้นขายของ แต่ใช้แนวทาง “แลกแรงเป็แต้ม” แล้วนำไปแลกของแทน หรืออาจเพราะการวางระบบอย่างเป็ระเบียบแบบผู้ใหญ่ของแทน ทำให้เด็กในโรงเรียนเริ่มให้ความร่วมมือมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงประตูห้องเปิดออก ก่อนที่พี่ทีจะเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พร้อมกลิ่นสบู่ผสมน้ำยาซักผ้าที่ติดตัวมาเต็ม ๆ
“แทนน้องรัก… พี่เพิ่งเข้าไปดูนิยายที่น้องแต่งเมื่อสามเดือนก่อน แค่ห้าตอน คนยังอ่านแถมคอมเมนต์ดีเยอะมาก ไม่คิดจะแต่งต่อเหรอ?”
แทนหันไปมองพี่ชายที่เพิ่งจบ ม.3 แบบงง ๆ “นิยายเหรอ?”
“ใช่ดิ! ของที่น้องเขียนไว้ แล้วพี่เอาลงเว็บให้ตอนนั้นไง น้องจำไม่ได้เหรอ?”
แทนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ นึกออก เขาเคยเขียนนิยายแฟนตาซีเื่หนึ่งไว้่ปลายปี ก่อนจะยุ่งกับการเรียนและกิจกรรมจนลืมสนิท แต่ที่ใคือมันมีคนอ่านเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ขอบคุณนะพี่… ผมได้ไอเดียแล้ว!”
แทนลุกพรวดขึ้นยืนราวกับได้รับพลังชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง ความคิดแล่นปรู๊ดแบบไม่ต้องจุดไฟ นิยายออนไลน์ต่างหาก คือเครื่องมือหาเงินที่เร็วที่สุดในวัยนี้ ไม่ต้องออกไปตากแดด ไม่ต้องรอพ่อแม่อนุมัติ แค่ใช้ความคิดและปลายนิ้วเท่านั้น
“มีเวลาถึงเดือนมิถุนา ถ้าเขียนทุกวัน วันละตอน สบายเลยจบได้เื่นึงพอดี” แทนพึมพำ พลางหยิบสมุดปกแข็งมาจดไอเดียรัว ๆ
วันนี้เพิ่งจะวันที่ 11 มีนาคม เท่ากับเขามีเวลามากกว่า 3 เดือนก่อนเปิดเทอม ซึ่งมากพอจะเขียนได้เกิน 100 ตอนแน่ ๆ ถ้าขยันจริง ๆ และถ้าโชคดีจนมีสำนักพิมพ์มาติดต่อ… โอ๊ย แค่คิดก็ตื่นเต้นจนอยากเริ่มเขียนตอนนี้เลย
แน่นอนว่าต่อให้โลกใบนี้จะเป็โลกคู่ขนาน เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม อย่างการรัฐปะาที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่เดือน เพลงดัง หนังดัง หรือวงดนตรีระดับตำนานก็ยังจะปรากฏตัวขึ้นตามเวลาเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปก็แค่ “ตัวคน” กับ “ใจคน” เท่านั้น
บอลกลายเป็คนใจร้อน หน้าเหวี่ยงง่าย เหมือนพร้อมมีเื่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้น…เขาก็ยังเป็เด็กที่กตัญญูเหมือนเดิม เพราะพูดถึงยายของเขาให้ฟังบ่อยๆ
ส่วนยายรถเองก็ดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่เคยบ่นว่า “ไข่ไก่เหม็น” เวลากินกับข้าว ตอนนี้กลับเอาไข่ไก่มาบปิ้งกับข้าวเหนียว แล้วกินอย่างเอร็ดอร่อยทุกเช้า ราวกับเป็เมนูโปรดมาั้แ่ชาติที่แล้ว
แทนที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว ก็อดอมยิ้มไม่ได้
แม้เขาจะย้อนกลับมาเป็เด็กสิบขวบอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำของผู้ใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะได้เปรียบไปเสียทุกเื่ อย่างเื่ “การลงทุน” ที่เขาเคยพยายามศึกษาในชีวิตก่อน พอมาอยู่ในร่างเด็กประถมที่ยังไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่มีมือถือส่วนตัว แถมทุนก็แทบไม่มี มันก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
ยิ่งพอนึกย้อนกลับไปในชีวิตวัยเรียนก่อนหน้านี้ แทนก็ต้องถอนหายใจแรง ๆ
“ตอนอายุสิบขวบจริง ๆ เราก็ไม่ได้รู้เื่อะไรนักหรอก… พอถึงม.ปลายก็เอาแต่เรียนกับเล่นเกม จะเอาความรู้ด้านการเงินที่ไหนมาใช้วะเนี่ย”
เขาหัวเราะให้ตัวเองอย่างขมขื่น ก่อนจะหันไปมองสมุดจดแผนการปิดเทอมที่เพิ่งเขียนไว้เมื่อเช้า
ความฝันอยากจับคลื่นบิตคอยน์ เล่นหุ้นระยะสั้น หรือปั่นรายได้จากพอร์ตลงทุนจึงถูกพักไว้ก่อน แทนเข้าใจแล้วว่า ความรู้บางอย่างต่อให้พอมี แต่ถ้า่ชีวิตยังไม่เอื้อ ก็เหมือนมีค้อนแต่ไม่มีตะปู สุดท้ายก็ต้องเริ่มจากสิ่งที่ “ทำได้” ก่อนอยู่ดี
“เอาไว้ให้พี่ทีช่วยเปิดบัญชีตอนครบอายุ แล้วตอนนั้นค่อยลงสนามจริงก็แล้วกัน” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด คือเขียนนิยาย ออกกำลังกาย ช่วยแม่ขายของ และเตรียมปูทางให้กลุ่มลักกี้แมนให้พร้อมที่สุด
จบ.
อยากให้เเทนทำอะไร สามารถคอมเม้นบอกได้น๊า