"เจ้าว่าอย่างไรนะหนุ่มน้อย เจ้าอยากพบราชาโอสถ ของพวกเราในยามนี้อย่างนั้นหรือ เจ้าไม่รู้หรือว่ายามนี้ แม้แต่ผู้สูงส่งยังวิ่งโร่ มาคารวะ ราชาโอสถของพวกเรา ให้ปรุงโอสถ กลั่นหลอมกายเนื้อให้ ..แล้วเจ้าเป็นใครหนุ่มน้อย ถึงกลับมาขอพบ บรรพบุรุษชราของพวกเรา ฮ่าๆ" ชายชราขั้นเทพสวรรค์กล่าวแค่นเสียงออกมาด้วยความดูถูกเย้ยหยัน แม้แต่เหล่าศิษย์ยังกล่าวพูดบทกลอน คำสบประมาทออกมาหาอี้เฉินให้เขาดูเป็นตัวตลกในสายตาหมู่ชน
อี้เฉินเอ่ยวาจาออกไปน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีแม้ระลอกคลื่นปลดปล่อยเล็ดลอดออกมาเพียงนิด ขั้นพลังเองยังถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดี เนื่องด้วยเขาไม่อยากเป็นที่สนใจของหมู่ชน "บัณฑิตเหล่านั้นยังเข้าไปได้ เหตุใดข้าถึงเข้าไปไม่ได้เล่า"
เหล่าบัณฑิต ที่เตรียมจะขึ้นยอดเขา พวกเขาไต่ถามอี้เฉินออกไปในทันที "แล้วเจ้าเข้าใจบทกลอน ท่วงทำนองไม่เล่า หากเจ้ากล่าวพูดออกมาได้ ข้าและพวกจะช่วยเจ้าพูดคุยกับผู้อาวุโสคุมยอดเขาให้" ก่อนพวกเขาจะหัวเราะกันออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นชายปกปิดตัวตน เป็นแค่ชายหนุ่มบ้านป่าเมืองเถื่อนเท่านั้น ไม่รู้แม้กระทั่งบทกวี
ก่อนหญิงสาวศิษย์สำนักยอดเขาโอสถ จะกล่าวพูดออกมา ด้วยสีหน้าเย็นชาไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นอี้เฉินเอาแต่ยืนนิ่ง "หากเจ้าไม่เข้าใจมัน เจ้าจงไสหัวไปเสีย สถานที่แห่งนี้ เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้อยู่ในท่วงทำนอง ครองธรรม และบทกวีไม่ใช่บุคคลไร้การศึกษาเยี่ยงเจ้า"
"โปรดขออภัย ข้าไม่เข้าใจเรื่องบทกลอน ท่วงทำนอง อะไรนั้นอย่างที่พวกท่านว่า แต่ข้าเข้าใจ บทสวดแห่งความตาย เสียงกรีดร้องที่โหยหวน" สิ้นเสียงอี้เฉินเขาก็เหยียบฝีเท้าลงพื้นจนเกิดเสียงปัง!! หมู่ชนหน้ายอดเขาได้ยินถึงกับหัวใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นปราณโลหิต ก่อตัวออกมาเป็นริ้วคลื่นอยู่แวบหนึ่ง มาพร้อมกับกลิ่นอายความตายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง อายสังหารโหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งพวกเขาเห็นชายหนุ่มสวมหมวกไม้ไผ่สาน กลายเป็นมารผู้ชั่วร้ายอยู่แวบหนึ่ง ก็มิปาน
ก่อนอี้เฉินจะสืบฝีเท้า ขึ้นไปด้านบนยอดเขา ไม่ได้มีท่าทีรีบร้อน ดุร้าย เฉกเช่นปราณโลหิตที่เขาสำแดงออกมาแต่อย่างใด แม้แต่ชายชราที่สัมผัสได้ถึงปราณพลังนั้นของอี้เฉินว่าอยู่เหนือกว่าเขาไประดับหนึ่ง กายาสั่นเทาออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา พุ่งปราดเข้ามาหาอี้เฉิน ค้อมคำนับอย่างนอบน้อม
"ท่านผู้อาวุโส เชิญท่านตามสบาย ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท โปรดท่านอย่าถือสาชายชราผู้นี้"
เหล่าบัณฑิต ศิษย์สำนักยอดเขาโอสถ ครั้นได้ยินคำพูดของชายชราหลายคนต่างก็หน้าบูดบึ้ง โค้งคำนับ จนตัวหดเล็ก แคบในทันใด โดยเฉพาะหญิงสาวกับชายหนุ่มที่เอ่ยพูดถากถางอี้เฉิน ยามนี้พวกเขาหน้าเขียวคล้ำราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป ไม่อยากเชื่อว่าเด็กหนุ่มที่เดินสืบฝีเท้า ขึ้นไปด้านบนยอดเขาอย่างไม่ได้เร่งรีบจะเป็น ผู้อาวุโส จริงๆ อย่างไรพวกเขาก็มองว่าชายหนุ่ม อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา
สายตาของหลายคนจึงจับจ้องไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา สืบเท้าตามอี้เฉินมาด้วยความสงสัยใคร่รู้ ..อี้เฉินที่รับรู้ถึงสายตาของเหล่าบัณฑิต ศิษย์สำนักยอดเขาโอสถ เขาได้แต่ส่ายหัวออกมาน้อยๆ
...อี้เฉินเมื่อมาถึง ด้านบนลานกว้างของยอดเขาโอสถ ที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง หอฝึกฝนต่างๆ มันก็ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย โดยเฉพาะแท่นวัดพลังหน้าตาประหลาด ราวกับเสาหินค้ำฟ้า ที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้าง

"พวกเจ้ารีบไปดูที่ลานประลองปรุงยาเร็วเข้า ศิษย์พี่เหยินเจีย กับแม่นางเซียง เซียง กำลังแข่งขันการปรุงยา ระดับ5กันอยู่"
หมู่ชนที่อยู่รอบบริเวณลานกว้างได้ยิน ต่างพากันไปดูไม่ขาดสาย อี้เฉินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ครั้นอี้เฉินเห็นเปลวเพลิงภายในฝ่ามือ ลุกโชติช่วง ส่งความร้อนเข้าไปภายในเตากลั่นหลอม ไม่มีแม้เศษปราณพลังปะปนแม้เพียงนิด มันก็ทำให้อี้เฉิน คลี่ยิ้มออกมากว้างชื่นชม พวกเขาทั้งสองอยู่ไม่น้อย "สมแล้วที่เป็นยอดเขาโอสถ"
ก่อนชายหนุ่มถือพัดในมือจะป้องปาก กระแอมไอออกมาเล็กๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉินกล่าวชื่นชม "สหายท่านคงจะไม่รู้สินะ เหยินเจีย ถือเป็นอัจฉริยะนักปรุงยา ระดับ5ของพวกเรา ส่วนแม่นางท่านนั้น นามว่าแม่นาง เซียง เซียง เป็นผู้มีพรสวรรค์หาตัวจับได้ยาก จากการควบคุมเพลิงวิเศษที่เป็นเลิศของนาง พวกเขาไม่ใช่เหล่าศิษย์ที่มีอยู่ ดาษดื่นของยอดเขาโอสถของเรา ถือว่าเจ้ามีโชควาสนาได้เห็นการปรุงยาเป็นบุญตา"
อี้เฉินได้ยินเขายิ้มเจื่อนในทันใด ไม่ค่อยรู้เรื่องการปรุงยาเท่าใดนัก กล่าวพูดแบบขอไปที"ขอบคุณ คุณชายที่ช่วยชี้แนะ"
หมู่ชนได้ยินน้ำเสียงอี้เฉิน กล่าวคำพูดห้วนเกินไป ไม่มีท่าทีตกอกตกใจแม้แต่น้อย มันก็ทำให้หลายๆ คน ไม่สบอารมณ์ประหนึ่งว่าอี้เฉินกำลังเย้ยหยันพวกเขาอยู่
อี้เฉินที่รับรู้สายตาหมู่ชน เขาถึงกับหน้าบู้บี้ อยากจะเขกหัวตนเองให้ตาย 'พวกเจ้าจะให้ข้า สรรเสริญพวกเจ้าที่ปรุงยาแข่งกันหรืออย่างไร ก็ข้าไม่รู้ถึงความวิเศษของการปรุงยา ข้าผิดด้วยเช่นนั้นหรือ'
ก่อนเสียงกู่เจิงจะบรรเลง ออกมาเป็นริ้วคลื่นปะปนมากับอากาศ ทำให้ผู้คนสงบจิต สงบใจ สลายความวุ่นวายเล็กๆ จากเขตคนดูในทันใด แต่มันก็แฝงมากับการโจมตีปราณจิตชนิดหนึ่ง แม้ว่าจะแผ่วเบาจนยากจะจับต้องก็ตาม
อี้เฉินเงยหน้าขึ้นไปมองต้นเสียงนั้นในทันใด เมื่อเห็น เสียงสังหารเฉินอิน เขาหนังตากระตุกถี่ยิบในทันใด หมู่ชนเองก็พากันพูดคุยกันออกมาไม่ขาด "นั้นศิษย์พี่ เฉินอิน สมแล้วที่เป็นศิษย์อันดับหนึ่งของยอดเขาโอสถ ไม่คิดท่วงทำนองที่นางขัดเกลา จะมีความไพเราะเสนาะหูเฉกเช่นนี้"สายตาของหมู่ชนต่างก็จ้องมองนางราวกับเป็นเทพธิดา นางฟ้า
ทว่าในเสี้ยววินาที เฉินอิน นางก็สัมผัสได้ถึงคนที่คุ้นเคย จากคลื่นเสียงที่นางบรรเลงออกไป ฉับพลันเสียง ปิ๊ง!!! ของสายกู่เจิงขาด ก็ดังออกมาก้อง จนทำให้หลายคนแสบแก้วหู แม้แต่เหยินเจีย กับแม่นางเซียง เซียง ที่แข่งประลองปรุงยา ยังหม้อปรุงยาระเบิด จากเสียงที่ขัดจังหวะ
"เกิดอะไรขึ้น แม่นาง เฉินอิน ทำสายกู่เจิงขาดอย่างนั้นหรือ"ผู้คนรอบด้าน ต่างก็ไต่ถาม ดังออกมาไม่ขาด ..ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นหมวกไม้ไผ่สานชายหนุ่มที่อยู่ท่ามกลางคนดู ฉีกขาด กระจัดกระจาย เผยให้เห็นเส้นผมสีขาวโพลนชายหนุ่ม แผ่สยายออกมากว้าง โบกสะบัดไปตามสายลม พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาของอี้เฉิน มันก็ทำให้สตรีหลายคนหน้าแดงน้อยด้วยความเขินอาย รู้สึกคุ้นเคยใบหน้าอี้เฉินอยู่ชอบกล
อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกายไม่ได้หลบเลี่ยงสายตา เฉินอินที่อยู่บนท้องฟ้าแม้แต่น้อย ก่อนนางจะกล่าวพูดสุภาพออกมาอย่างที่อี้เฉินไม่เคยได้ยินมาก่อน 'หรือว่านางผู้นี้ไม่อยากให้ใครเห็น ด้านที่โหดเหี้ยมของนาง'
"อี้เฉิน เจ้ามีธุระอะไรถึงมายังสำนักของข้า"
อี้เฉินยกฝ่ามือคำนับไปหานางเล็กน้อย "เสียงสังหารเฉินอิน ข้าไม่ได้มาหาเจ้า แต่ข้ามีธุระกับอาจารย์ของเจ้า ราชาโอสถ หากไม่เป็นการถือสา เจ้าพาข้าไปพบผู้เป็นอาจารย์ของเจ้าได้หรือไม่?"
หญิงสาวหางตานางกระตุก น้อยๆ เม้มริมฝีปากแดงน้อยไว้จนแน่น อยากจะสบถด่าอี้เฉินออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ก่อนนางจะผ่อนโทสะลง กลับมามีท่าทีเยือกเย็นงดงามอีกครา ทว่าหมู่ชนโดยรอบต่างก็พูดคุยกันออกมาไม่ขาด ถอยห่างจากอี้เฉินในทันใด "เป็นเขา อี้เฉิน ผู้เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานสองเส้น เป็นอันดับหนึ่งของจอมยุทธ์รุ่นใหม่ เป็นเขาจริงๆ หรือ?"
ชายวัยกลางคนขั้นเทพสวรรค์ ครั้นได้ยินชื่อเสียงเรียงนามอี้เฉิน ต่างก็ยกฝ่ามือถูคาง "ผู้เป็นอันดับหนึ่งของจอมยุทธ์รุ่นใหม่งั้นหรือ ก็ไม่เห็นจะเท่าไรเลย"
อีกทิศทางหนึ่งชายชราที่นั่งจิบชาอยู่ภายในหอฝึกตน เขายกฝ่ามือ ลูบหนวดเครา ขาวครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนกล่าวพูดออกมาด้วยความแปลกใจ "หืม!! เหมือนว่าเขาจะเก็บซ่อนพลังไว้อย่างนั้นหรือ ชายหนุ่มผู้นี้ ไม่เลว ไม่เลว"
เสียงสังหาร เฉินอินนางกวักมือเป็นสัญญาณ ให้อี้เฉินขึ้นไปต่อสู้ พร้อมกับสายตาแหลมคม ทว่ากลับถูกอี้เฉินปฏิเสธในทันควัน "ขออภัยแม่นางเฉินอิน ที่ข้ามาวันนี้ไม่ได้อยากมาหาเรื่องท่าน ข้าต้องการให้ ราชาโอสถปรุงเม็ดยาชนิดหนึ่งขึ้นมาก็เท่านั้น"