ตำนานแห่งซีน : บันทึกเก้าจันทรา (ตีพิมพ์ สนพ. อาเธน่า)

    บทที่ 3 : หอกราชันย์รีซาเรียน (1/4)


    error loadedพิมพ์คำอธิบายที่นี่
    “ดาบดำก็ได้มาแล้ว ประตูนรกที่นี่ก็ปิดไปแล้ว พวกเราควรจะกลับไปผนึกเทพปีศาจอีกตนก่อน หรือว่าควรจะหาวัตถุดิบต่อดีล่ะ” เอ็ดวานเปิดประเด็นในขณะที่เขากำลังพิจารณาดาบดำที่อยู่ในมือ
    “ย้อนกลับไปมาเสียเวลา ข้าว่าตรงไปกิงคารอนเลยดีกว่า”
    “กิงคารอน ทวีปจักรกลนั่นน่ะเหรอคะ” ฮาจาดวงตาเป็นประกาย “เห็นว่าประเทศที่นั่นมีความก้าวหน้าทางวิทยาการสูงที่สุดในโลก” หญิงสาวพูดราวกับว่ารู้จักทวีปดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วเธอเพิ่งมีโอกาสได้อ่านเจอเรื่องราวเกี่ยวกับทวีปที่ว่าจากหนังสือของลูนาร์เมื่อไม่นานมานี้เอง
    “เจ้าพูดเหมือนรู้ว่าของชิ้นต่อไปอยู่ที่นั่นเลย หรือว่ารู้มาจากสายข่าวที่ว่าอีกแล้ว”
    “เรื่องนี้ไม่ต้องใช้สายข่าวที่ไหนหรอก ทุกคนที่อยู่ในทวีปนั้นรู้ดีว่าของที่ว่าอยู่ที่ใคร ปัญหาคือจะเอามายังไงมากกว่า” คำพูดของลูนาร์ทำให้ทั้งสองรู้สึกไม่สบายใจ คนอย่างลูนาร์ที่ไม่ว่าอะไรที่อยากได้ก็สามารถหามาได้อย่างง่ายดายกลับพูดว่าอาจจะมีปัญหา แสดงว่านี่คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา
    ก่อนออกเดินทางสู่กิงคารอน ลูนาร์และพวกแอบลอบเข้าวังพบกับเจ้าชายเจอร์ราล์ดและซีรินอีกครั้งเพื่อมอบกุญแจประตูนรกทั้งสามชิ้นให้กับคนทั้งสอง รวมทั้งยังกำชับให้เก็บกุญแจทั้งสามไว้แยกกัน ป้องกันใครก็ตามที่คิดจะเปิดประตูด้วยจุดประสงค์ไม่ดี ไม่ให้ทำการได้โดยง่าย
    ซีรินเล่าเรื่องราวของเธอให้พวกลูนาร์ฟังเป็นของฝากสุดท้าย เธอเล่าว่าเธอเดินทางจากโลกปีศาจมาสู่โลกเบื้องบนเพื่อแฝงตัวและคอยสืบข่าวของพวกเรวาเรนท์ แต่เพราะว่าได้รู้จักกับเจ้าชายเจอร์ราล์ดทำให้เธอยอมทิ้งทุกอย่าง ทั้งภารกิจและบ้านเมืองตนเอง
    “ข้าสังหรณ์ว่าสักวันพวกเจ้าอาจจะได้พบคนคนนั้น ถึงตอนนั้นจงระวังตัวไว้ให้ดี” ซีรินเตือนพวกลูนาร์ทิ้งท้าย เธอพูดถึงอดีตคู่หมั้นที่เธอหนีการแต่งงานมา เขาคือนายใหญ่ของอาณาจักรโคลดาเรียและเป็นปีศาจจิ้งจอกเช่นเดียวกับเธอ ชายผู้นี้กำลังจับตาพวกเรวาเรนท์อยู่ ไม่อาจคาดเดาได้ว่าเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรู
    เมื่อจบเรื่องและกลับมาถึงมูนไลท์อีกครั้ง เอ็ดวานขอให้ลูนาร์ดัดแปลงห้องว่างบนมูนไลท์ เปลี่ยนให้มันกลายเป็นห้องฝึกเพราะครั้งล่าสุดที่พวกเขาฝึกฝนกันบนดาดฟ้าเรือ ฮาจาเกือบจะพลัดหล่นลงจากเรือเหาะ ลูนาร์เลือกห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งที่ไม่ได้ใช้งานมาทำเป็นห้องฝึกซ้อมโดยไม่ฟังคำทัดทานจากเอ็ดวานที่แย้งว่าห้องนี้เล็กเกินกว่าที่จะทำอะไรได้นอกจากเก็บของเล็กๆ น้อยๆ
    แต่แล้วเมื่อห้องถูกเตรียมการเสร็จเอ็ดวานก็ต้องถอนคำพูด ลูนาร์ไม่เพียงแค่ให้มนุษย์กลจัดห้องใหม่อย่างที่เขาเข้าใจในทีแรก เธอใช้ทั้งเวทมนตร์และศาสตร์ลับหลายๆ อย่างทำให้ห้องนั้นกลายเป็นห้องขนาดใหญ่ทั้งๆ ที่พื้นที่จริงๆ เมื่อมองจากภายนอกนั้นไม่ได้ต่างจากเดิมเลย
    “อันนี้ต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้ท่านปู่” ลูนาร์ไม่ได้ยกยอตัวเองเหมือนทุกครั้ง เธออ้างว่าวิธีการต่างๆ ที่เธอใช้นั้นถูกคิดขึ้นโดยเทพแห่งช่าง ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดค้นเองได้ เธอไม่ภูมิใจกับมันจนกว่าเธอจะสามารถเข้าใจหลักการของมันอย่างทะลุปรุโปร่งและประยุกต์ใช้มันได้อย่างใจ
    ไม่ว่าลูนาร์จะว่าอย่างไร เอ็ดวานและฮาจาก็ประทับใจกับห้องใหม่นี้มาก มันทั้งมีเนื้อที่กว้างขวาง ผนังและพื้นก็ถูกบุด้วยวัสดุรองรับแรงกระแทกอย่างดี และทั้งๆ ที่ไม่มีหน้าต่างเลยแต่กลับรู้สึกโล่งโปร่งราวกับว่าอยู่ในทุ่งกว้าง
    ลูนาร์เริ่มอธิบายยาวเหยียดเกี่ยวกับความสุดยอดของสิ่งที่เธอเสริมเข้าไปในห้อง แต่เอ็ดวานและฮาจาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย นอกจากบทสรุปที่ว่าบางทีลูนาร์อาจจะสร้างมนุษย์กลคนใหม่ให้มาดูแลห้องนี้โดยเฉพาะ
    เมื่อเสร็จเรื่องทุกอย่างพวกเขาก็ออกเดินทางอีกครั้ง มุ่งสู่กิงคารอน
    เพื่อให้ตามลูนาร์ทัน เอ็ดวานทุ่มเทฝึกฝนวิชาทุกวันทุกคืนโดยแทบไม่ได้พักผ่อน ความฮึกเหิมเช่นนี้ทำให้ฮาจารู้สึกฮึดไปด้วยแม้จะไม่ได้เข้าร่วมฝึกด้วยตลอดเวลา มีเพียงแค่ลูนาร์เท่านั้นที่ไม่เคยใส่ใจฝึกซ้อมฝีมือ
    “ข้าก็ฝึกฝีมืออยู่ทุกวัน เพียงแต่ไม่ใช่ด้านต่อสู้” ลูนาร์เถียงเอ็ดวานที่ตื๊อให้มาฝึกด้วยกันครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เอ็ดวานอยากเถียงกลับแทบขาดใจ แต่เพราะว่าลูนาร์ฝีมือเหนือกว่าตนลิบลับเขาจึงหาข้ออ้างอะไรมาว่าอีกฝ่ายไม่ได้และต้องตัดใจเหมือนทุกครั้ง
    กิงคารอนประเทศแห่งจักรกล นับว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานแม้จะไม่เท่ากับเอเทเซียก็เถอะ ว่ากันว่าหากไม่เพราะเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อพันปีก่อนที่ทำให้กิงคารอนเกือบจะถูกกลืนหายไปทั้งทวีป ตอนนี้พวกเขาอาจจะกลายเป็นผู้นำของซีนไปแล้วก็ได้
    ผู้คนในประเทศแห่งนี้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของทวีปอื่น ซ้ำยังมีท่าเรือเหาะที่ทันสมัยไว้ต้อนรับเหล่านักเดินทางที่พอจะมีเข้าออกอยู่บ้าง พวกลูนาร์จึงสามารถนำมูนไลท์มาจอดทิ้งไว้ได้โดยไร้ปัญหา ก่อนที่จะซื้อตั๋วขึ้นรถสาธารณะเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงของกิงคารอน
    “ว่าแต่เจ้ายังไม่ได้บอกเลยนะว่าของชิ้นต่อไปคืออะไร แล้วมันอยู่ที่ไหน” เอ็ดวานถามขึ้นอย่างหงุดหงิดเพราะเขาไม่อยากเดินทางโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง มันให้ความรู้สึกเหมือนสุดถนนเบื้องหน้านั้นเคว้งคว้างดำมืดอย่างไรชอบกล
    “ของชิ้นต่อไปก็คือหอกราชันย์ มันอยู่กับเจ้าหญิงซาร์ซาแห่งกิงคารอน”
    “ท่าทางจะคุยกันง่ายนะคะ” ตอนนี้ภาพในหัวฮาจาเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก สวมมงกุฎเจ้าหญิงพลางร้องเพลงขณะชมนกชมไม้ แต่เอ็ดวานรู้สึกสะกิดใจจึงเอ่ยถามขึ้น
    “ทำไมอาวุธแบบนั้นไปอยู่กับเจ้าหญิงล่ะ หรือว่าพระองค์ทรงเชี่ยวชาญการต่อสู้”
    ลูนาร์พยักหน้า “ใช่แล้ว เชี่ยวชาญมากด้วย ถือว่ามีฝีมือเก่งกาจมากคนหนึ่ง แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ข้ากังวลหรอก” ลูนาร์ไม่เคยชมใครง่ายๆ เมื่อเธอพูดว่าเจ้าหญิงผู้นี้มีฝีมือ เอ็ดวานจึงเชื่อว่านี่น่าจะเป็นงานหนักแน่ๆ
    “แล้วเป็นเรื่องอะไรเหรอคะ หรือว่าจะมีพวกเรวาเรนท์มาเกี่ยวข้องอีก”
    “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก แต่เป็นเพราะเจ้าหญิงทรงเอาแต่พระทัยตัวเองมากๆๆ น่ะ” ลูนาร์เน้นยำคำว่ามากเป็นพิเศษ