หลี่ มู่ไป๋ เดินไปยัง แผนกโอสถ อย่างใจเย็น นำโดย เสวี่ย ลั่ว ที่มีสีหน้ากังวล เขาต้องพบกับ อาจารย์าุโชิว ผู้ดูแลคลังโอสถและเป็หนึ่งในผู้มีอำนาจของสำนัก
ซุน เฉิง ศิษย์พี่ผู้สงสัยในตัวมู่ไป๋ ยืนกรานที่จะเข้าร่วมการสนทนาในฐานะผู้สังเกตการณ์ อาจารย์าุโชิวเป็ชายชราที่มีเครายาวสีเงิน ดูเคร่งขรึมและมีดวงตาที่แฝงความเฉลียวฉลาด
"ศิษย์น้องหลี่ เ้า้าแลกเปลี่ยนอะไรกับสำนัก ในเมื่อเ้าเพิ่งเข้าเป็ศิษย์นอก?" อาจารย์าุโชิวถาม
มู่ไป๋ไม่กล่าวอ้อมค้อม เขาหยิบแผ่นหยกที่เตรียมไว้ขึ้นมา (ซึ่งได้จากการหล่อหลอมด้วยปราณ)
"ข้า้าแลก วิชาบ่มเพาะจิติญญาพื้นฐาน กับ หญ้าหมอกควันเก้าสี และสมุนไพรบ่มเพาะขั้นรองอีกสิบชนิด"
ซุน เฉิง หัวเราะเยาะ "วิชาพื้นฐาน? ศิษย์น้อง! เ้าคิดว่าวิชาพื้นฐานที่เ้าเพิ่งฝึกจะเทียบได้กับวิชาที่ตกทอดมาหลายพันปีของสำนักเรารึ? หญ้าหมอกควันเก้าสีเป็ของล้ำค่าที่ศิษย์หลักเท่านั้นจึงจะได้!"
มู่ไป๋ไม่สนใจซุน เฉิง เขายื่นแผ่นหยกไปให้อาจารย์าุโชิว
"วิชานี้เป็เพียง รากฐาน แต่ข้ากล้ารับประกันว่ามันจะช่วยให้ศิษย์ฝึกตน ก่อรากฐาน ได้อย่างมั่นคงและสมบูรณ์ยิ่งกว่าวิชาใด ๆ ในสำนักนี้"
2. การยอมรับด้วยความตกตะลึงอาจารย์าุโชิวไม่พูดอะไร เพียงรับแผ่นหยกมาตรวจสอบด้วย พลังจิติญญา ของเขาเอง เพียงไม่กี่ลมหายใจ ใบหน้าของชายชราก็เปลี่ยนเป็ความตกตะลึงอย่างสุดขีด
วิชาที่มู่ไป๋มอบให้นั้น สมบูรณ์แบบ เกินกว่าวิชาใด ๆ ที่เขาเคยเห็นมา มันอธิบายถึงกลไกการดูดซับปราณฟ้าดินและการรวมปราณที่ ละเอียดอ่อน และ มีประสิทธิภาพ ราวกับมาจากยุคเซียนโบราณอย่างแท้จริง
"นี่... นี่คือวิชาอะไรกัน?" อาจารย์าุโชิวถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น "มันง่ายต่อการฝึกฝน แต่ลึกซึ้งในหลักการ! หากสำนักเราได้วิชานี้ไป... การบรรลุขั้นก่อรากฐานของศิษย์ทั้งหมดจะง่ายขึ้นและมั่นคงขึ้นหลายเท่า!"
ซุน เฉิง ที่กำลังจะโต้แย้งต้องปิดปากลงทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้มีอำนาจ
"ตกลง! ข้าตกลงที่จะแลกเปลี่ยน" อาจารย์าุโชิวกล่าวอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีการต่อรอง "หญ้าหมอกควันเก้าสีและสมุนไพรทั้งหมดที่เ้า้า สำนักจะมอบให้เ้าทันที แต่ข้าต้องถาม... เ้าได้วิชานี้มาจากที่ใด?"
"ข้าได้มาจากบันทึกของบรรพชนผู้เร้นกาย" มู่ไป๋ตอบสั้น ๆ โดยไม่เผยรายละเอียดของ สมุดบันทึก
มู่ไป๋ได้รับสมุนไพรทั้งหมดที่้า การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยความฉลาด โดยไม่ต้องสูญเสียสิ่งมีค่าใด ๆ จากตัวเอง
3. รอยร้าวในความไว้วางใจมู่ไป๋และเสวี่ย ลั่ว กลับไปยังกระท่อมของเขาพร้อมกองสมุนไพรที่เพียงพอต่อการบ่มเพาะสู่ขั้นกลาง
"ท่านพี่หลี่" เสวี่ย ลั่ว กล่าวด้วยความกังวล "วิชาที่ท่านมอบให้สำนักนั้นล้ำค่ามากเกินไป! การเผยความรู้ระดับนั้นอาจนำภัยมาสู่ท่านได้"
"ข้าทราบ" มู่ไป๋ตอบ "แต่หากไม่ใช้ความรู้ที่เหนือกว่า... ข้าจะไม่ได้ทรัพยากรที่ข้า้า และจะถูกทิ้งห่างจากเซียน"
"แต่ท่านได้ทำให้ศิษย์พี่ซุน เฉิง สงสัยในตัวท่านอย่างที่สุดแล้ว" เสวี่ย ลั่ว เตือน
ในขณะที่ทั้งสองคุยกัน ซุน เฉิง ยืนอยู่บนยอดเขาใกล้เคียง มองไปยังกระท่อมของมู่ไป๋ด้วยสายตาที่ลุกเป็ไฟ
วิชานั่น... มันไม่ใช่แค่โบราณ แต่มีความชั่วร้ายแฝงอยู่! ราวกับว่ามันถูกดัดแปลงมาเพื่อเร่งรัดพลังโดยไม่สนใจ จิติญญา! ชายคนนี้ต้องมีเื้ัที่สกปรก!
ซุน เฉิง ตัดสินใจที่จะ สืบหาความจริง โดยใช้ช่องทางลับของสำนัก เขาวางแผนที่จะตรวจสอบภูมิหลังของมู่ไป๋อย่างละเอียด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์าุโ
4. การผนึกตนสู่ขั้นกลางมู่ไป๋ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการจัดเรียงสมุนไพรทั้งหมด เขาเข้าสู่ การผนึกตน ทันทีในถ้ำเล็ก ๆ ใต้กระท่อม
เขาใช้ หญ้าหมอกควันเก้าสี เป็แกนหลัก และเริ่มการบ่มเพาะ 'สร้างรากฐานแห่งรุ่งอรุณ' ขั้นต่อไป การบรรลุขั้น ก่อรากฐานขั้นกลาง ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการแลกเปลี่ยนด้วยเื แต่มาจากการ หลอมรวม ปราณเซียนโบราณเข้ากับทรัพยากรที่หามาได้
พลังปราณก่อรากฐาน ของเขาหมุนวนอย่างรวดเร็ว แกนรากฐานสีทอง ในตันเถียนเริ่มขยายตัวและแผ่พลังออกมาอย่างมหาศาล
ในขณะเดียวกัน เย่ อู่ฉาง ซึ่งกำลังบ่มเพาะพลังอยู่ในที่ห่างไกลหลายพันลี้... พลันลืมตาขึ้น
"นี่มัน... พลังเซียนที่คุ้นเคย และ บาปกรรม ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว... เด็กคนนั้นเข้าสู่การบ่มเพาะขั้นต่อไปแล้ว และเขากำลังใช้ ความรู้ จากสมุดบันทึกอย่างบ้าคลั่ง"
เย่ อู่ฉาง ยิ้มอย่างชั่วร้าย "สำนักหมอกควันเมฆา... เป็ที่หลบซ่อนที่ช่างโง่เขลาเสียจริง"
เขาลุกขึ้นและมุ่งหน้าสู่ทิศทางที่พลังปราณของมู่ไป๋แผ่ออกมาอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าการปรากฏตัวของเขาจะนำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่เพียงใด
หลี่ มู่ไป๋ กำลังจะก้าวสู่ก่อรากฐานขั้นกลาง... แต่กำลังนำภัยพิบัติมาสู่สำนักที่ให้ที่พักพิงแก่เขา