ตอนที่๑๘
เด็กหนุ่มผู้หิวแสง
ทั้งสามยังคงนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ แต่บัดนี้กลายเป็จุดสนใจไปแล้วทุกคนที่เข้ามาในร้านพอได้เห็นปราณก็กล่าวทักทายเหมือนกับรู้จักเขามายาวนานปราณเองก็อัธยาศัยดียิ้มสดใสให้กับทุกการทักทาย
รายการกาแฟ่เช้าก็แปรเปลี่ยนเป็รายการอาหารแปลกตาจากฝั่งยูโรเปี้ยนในลักษณะอาหารจานเดียวได้แก่ ปลาชุบแป้งทอดพร้อมมันฝรั่งชุบแป้งทอด ไส้กรอกหมูพร้อมมันบด และสตูเนื้อ
ภุชโคอธิบายว่าฟิราสนั้นมีความสนิทสนมกับบรรดาเสนามหาอำมาตย์ของวังไชยครามอยู่หลายคนส่วนมากต่างมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน ปราณพยักหน้าเข้าใจเื่ลึกของอำนาจและผลประโยชน์
ตอนอยู่ที่วิมานฉิมพลีปราณได้ใกล้ชิดเป็ศิษย์รักของพญาเวนไตยรู้เห็นระบบและขั้นตอนการปกครองผู้น้อยของพญาเวนไตยโดยกระจ่างซึ่งเื่ของตำแหน่งงานราชการในวิมานฉิมพลีก็มิได้แตกต่างจากไชยครามสักเท่าไหร่
กลยุทธ์กลศึกและการอ่านคนนั้นพญาเวนไตยก็สอนสั่งปราณอย่างละเอียดจนทำให้ปราณสามารถอ่านกิริยาท่าทางของผู้คนได้อย่างหมดจดและสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและสร้างความปลอดภัยให้ตนเองแม้กระทั่งเื่การเมืองการปกครองหรือบริหารจัดการปราณก็ได้เรียนรู้จนกระจ่างแจ้ง
“อย่าเป็ห่วงไปเลยภุชโค!...ข้าพออ่านแผนการของฟิราสออกจริงๆ ไม่ได้อยากประลองกับข้าหรอก! จึงพยายามเอ่ยท้าทายให้ข้าเข้าไปประลองในวัง...หึหึหึ...แม้จะมีท่านพี่อุรคะอยู่แต่ตำแหน่งของท่านพี่อุรคะก็ยังไม่อาจเทียบเท่าเ้าฟิราสและอาจจำต้องทำตามสั่งเ้าฟิราสอย่างแน่นอน...แล้วก็คงไม่มีทางที่ข้าจะได้ประลองยุทธ์กับฟิราสเป็แน่!เพราะจะถูกทหารล้อมจับด้วยข้อหาทำร้ายคนของทางการจนสลบเหมือด...ถ้าอยากประลองมากจนเผลอรับปากก็เท่ากับเดินเข้ารังโจรหาที่ตายให้ตัวเอง!”
“ปิดประตูแล้วล้อมฆ่าอย่างนั้นหรือ?...คิดได้รอบคอบมากปราณแม่เชื่อว่ามีโอกาสเป็ไปได้สูง ยิ่งถ้าคนในวังรู้ว่าเ้าเป็คนของสกุลโอฬารปฐีคงไม่มีทางกลับออกมาได้ง่ายๆ เป็แน่!”
วรรณเอ่ยเสริมอย่างเห็นด้วยรู้สึกทึ่งในความคิดของบุตรชายที่ไม่บุ่มบ่ามเข้ารังโจร
ปราณหัวเราะเบาๆนึกถึงความมั่นหน้าของฟิราสแล้วจึงว่า
“ถ้าเ้าฟิราสไม่มีตำแหน่งใหญ่โต...ไหนเลยจะกล้าอวดเก่งกำแหงถึงขั้นหยามนักฌานยุทธ์ในอาณาจักรของเราว่าเป็ไอ้พวกขยะ!...คงคิดว่าตนเองแข็งแกร่งกว่าใครๆสินะ!”
ปราณเอ่ยเสียงดังดั่งระบายความรู้สึกที่เขาััจากฟิราสวรรณได้ยินเช่นนั้นชัดๆ จากปากบุตรชายก็กัดกรามกรอดๆ ส่ายศีรษะ
“คิดไม่ถึงว่าใบหน้าที่ดูใจดีมีเมตตากลับคิดต่ำช้าดูถูกชาวไชยครามไม่มีใครฟังภาษาของมันออก...นับว่าเป็โชคดีนักที่เ้าเข้าใจและอ่านใจมันได้”
วรรณมองบุตรชายอย่างชื่นชมสผมความกังวลเพราะยังไม่รู้ความสามารถของบุตรชาย แม้แต่ระดับพลังฌานยุทธ์ในตอนนี้ปราณก็ยังไม่เปิดเผยให้ใครรู้ วรรณเองก็ไม่กล้าถามเพราะสังเกตอาการของบุตรชายั้แ่กลับมาไม่ได้ให้ความสนใจเื่ของพลังฌานยุทธ์เลย
ทำให้วรรณเดาเอาเองว่าปราณอาจจะบรรลุระดับอาจารย์ยุทธ์หรืออาจจะบรรลุระดับปรมาจารย์ยุทธ์ก็เป็ได้ถ้าเป็เช่นนั้นก็หมายความว่าปราณบรรลุระดับปรมาจารย์ยุทธ์ด้วยอายุที่น้อยที่สุดเป็ประวัติกาล
ภุชโคมองปราณอย่างชื่นชมอมยิ้มน้อยๆสายตาเป็ห่วงเป็ใยแต่ก็มั่นใจว่าปราณต้องเอาชนะฟิราสอย่างแน่นอนเพราะนางรู้ดีว่าหากสิ่งใดที่ปราณไม่สามารถ จะไม่มีทางปริปากออกมาอย่างเด็ดขาดเอื้อมมืออ่อนนุ่มเรียวบางกุมมือแกร่งของปราณ เอ่ยให้กำลังใจ
“เ้าฟิราสอาจจะใช้เล่ห์เพทุบายในการประลองกับเ้าต้องระวังให้ดีด้วยนะ!”
ปราณกุมมือตอบพยักหน้ารับใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาบ้างแล้วจึงว่า
“ข้าไม่ประมาทแน่นอน!...แค่อ่านจากแววตาของเ้าฟิราสก็รู้แล้วว่ามีความมั่นใจว่าจะชนะข้าได้อย่างง่ายดาย...ขอบใจเ้าที่เป็ห่วงข้า”
ภุชโคยิ้มปลื้มใจวรรณเห็นหนุ่มสาวสนทนาอย่างใกล้ชิดและตอนนี้นางก็รู้ว่าบุตรชายยังไม่ได้พบเจอสหายที่ไหนจะมีก็เพียงภุชโคเท่านั้นที่รู้ว่าปราณกลับมาแล้ว
อีกทั้งนางก็ยังเอ็นดูภุชโคตอนนี้มิได้สนมิตรภาพในอดีตระหว่างปราณกับหงส์นราเพราะเริ่มไม่พอใจสกุลวายุภักษ์ที่หักหลังปักษาหาผลประโยชน์เข้าตัว
ภุชโคเองก็หมั่นไปมาหาสู่วรรณเสมอจึงนิยมชมชอบนักอย่างน้อยๆ ตอนนี้ปราณจะได้มีสหายคลายกังวลแล้วจึงเอ่ยทันที
“ภุชโค!...ถ้าไม่รังเกียจ่นี้คงต้องรบกวนให้เ้าอยู่เป็เพื่อนปราณก่อนกลับสำนักพริ้มกันคราวนี้ข้าจะจัดเตรียมห้องพักให้เ้าจะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆให้เสียเวลา...จะรบกวนเ้ามากไปไหม?”
ภุชโคได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวฉีกยิ้มกว้างประนมกรตอบรับทันที ทำเอาปราณมองอึ้งไม่รู้จะพูดอะไรต่อว่าแล้วภุชโคก็ขยับเก้าอี้นั่งมาเคียงข้างปราณแล้วโอบแขนอิงแก้มซบยิ้มด้วยความดีใจ
“ดีๆๆๆ...ข้าได้เจอเ้าทุกวันจะได้หายคิดถึง!”
ปราณหัวเราะแหะๆแล้วหันมองท่านแม่ที่ย่นหน้าเบิกตาแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ จัดการอาหารเบื้องหน้าตนเองต่อไป
**********
ข่าวเด็กหนุ่มเืร้อนหาญกล้าท้าทายท่านทูตฟิราสลิอองบลูส์ โจษขานทั่วเมืองอโยดาจนถึงกับทำใบปลิวแจกจ่ายใน่เวลาไม่กี่ชั่วโมงซึ่งคนที่ทำใบปลิวก็เร่งร้อนทำจนมิได้สอบถามข้อมูลพื้นฐานของเด็กหนุ่ม
ขึ้นหัวจั่วใบปลิวว่า “การสัประยุทธ์สุดพิเศษ”ตามด้วยรูปภาพของท่านทูตและเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่ใต้รูปของฟิราสมีทั้งชื่อ-สกุลและตำแหน่งทางการว่า “ท่านฟิราส ลิอองบลูส์ราชทูตแห่งอาณาจักรยูโรเปี้ยน”ส่วนใต้รูปของปราณกลับมีเพียงข้อความดั่งหยามเกียรติว่า “เด็กหนุ่มผู้หิวแสง”บรรทัดต่อๆ มาคือรายละเอียดของการประลอง ลานกลางแจ้งอเนกประสงค์แห่งเมืองอโยดาเวลา ๑๓.๐๐ น. เป็ต้นไป
เมื่อผู้คนเห็นใบปลิวก็ขบขันกับข้อความใต้ภาพของปราณมิใช่น้อยแม้หน้าตาจะหล่อเหลาแต่บรรดาบุรุษทั้งหลายต่างกำลังแสดงความรู้สึกสมเพชนักส่วนสตรีกลับชื่นชอบและอยากจะไปชมการประลองครั้งนี้ยิ่งนักพวกนางไม่สนว่าเด็กหนุ่มจะแพ้หรือชนะ ขอให้ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาเกินต้านอย่างเต็มตาก็พอ
ต่างกล่าวกันว่าที่เด็กหนุ่มท้าประลองนั้นเป็เพราะได้ยินท่านทูตฟิราสกล่าวดูถูกนักฌานยุทธ์ชาวไชยครามว่าเป็ขยะแต่เนื้อความนี้ก็มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ
บ้างก็ว่าเ้าเด็กหนุ่มคนนั้นตั้งใจจะปรักปรำท่านฟิราสให้เสียชื่อเสียงมากกว่าบ้างก็ว่าเด็กหนุ่มเืร้อนอยากโด่งดังไวๆ จึงกล้าที่จะหาเื่ท่านฟิราส
แล้วจึงมีการตั้งวงพนันย่อยๆขึ้นมาว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะ ซึ่งเงินพนันส่วนใหญ่ก็ลงฝั่งฟิราส อย่างไม่ต้องสงสัยจึงยิ่งทำให้การประลองในอีกสามวันมีคนสนใจเพิ่มขึ้น
ทางฝ่ายฟีราสเองก็สั่งให้คนสืบหาว่าเด็กหนุ่มที่ชื่อปราณเป็ใครยิ่งใหญ่หรือเก่งกาจมาจากไหน แม้ตนเองจะมั่นใจในพลังฌานยุทธ์ “สิงโตน้ำเงินคราม”แต่จากการทดสอบพลังฌานยุทธ์ในการจับมือกับปราณกลับพบว่าเด็กหนุ่มสามารถทำให้เขาถอยกรูดได้ทั้งๆที่ยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างแรง
ฟิราสเดินวนไปมาในห้องพักอย่างหงุดหงิดและเคร่งเครียดเป็ครั้งแรกั้แ่เขาได้เหยียบย่างสู่เมืองอโยดากลายเป็ความกดดันและหนักใจนักอีกทั้งยังทึ่งกับการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษของปราณที่ชำนาญนักราวกับเด็กหนุ่มเคยพำนักอยู่ที่ยูโรเปี้ยนมายาวนาน
“บัดซบ!...เ้าเด็กนั่นอ่านทางข้าออกหมด...มันเป็ใครกันแน่?ทั้งยังพูดภาษาของข้าได้อย่างคล่องแคล่ว...อาณาจักรไชยครามยังมีนักฌานยุทธ์หนุ่มเช่นนี้ด้วยหรือ?”
ใจหนึ่งก็ชื่นชอบวาจาที่ฉะฉานอีกใจก็หวั่นเกรงเพราะเด็กหนุ่มอ่านความคิดในหัวของเขาได้จริงฟิราสเริ่มไม่มันใจว่าความคิดของตนจะถูกปราณรับรู้ได้มากน้อยเพียงใดแม้จะรู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็ยังคงมั่นใจในพลังฌานยุทธ์ของตนเอ่ยเรียกขวัญและกำลังใจให้ตนเอง
“หึหึหึ...แค่เด็กหนุ่มเืร้อนคนหนึ่งเท่านั้น!!!ความสามารถจะสักเท่าไหร่ ดีๆๆๆจะได้แสดงพลังฝีมือของชาวยูโรเปี้ยนให้บรรดาชาวไชยครามได้หวาดหวั่นบ้างจะได้ไม่กล้ามีเื่ราวกับชาวยูโรเปี้ยน...เพราะถึงอย่างไรไอ้รูปร่างเล็กกว่าเชื้อสายยูโรเปี้ยนก็ย่อมสู้ไม่ได้อยู่แล้ว...”
**********
โรงเรียนมหรรณพาลัย
ผอ.ปฏิมากรหัตถศิลป์วิทยา ได้รับใบปลิวในเช้าวันรุ่งขึ้นเขาจ้องมองบุรุษหนุ่มก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาจึงเชิญพี่ใหญ่เขตขามและพี่รองชาลให้เข้ามาพิจารณาใบปลิวด้วยกัน
ทั้งสามตรวจดูอย่างช้าๆก็คุ้นเคยดังปฏิมากรว่าจริงๆแต่ตัวของปฏิมากรก็ยังไม่ใจว่าจะเป็คนเดียวกับที่เขาคิดหรือเปล่า
“บ้าชะมัด!....ทำใบปลิวบ้าๆแบบนี้ออกมาได้...เ้าเด็กหนุ่มคนนี้เลยกลายเป็เด็กหนุ่มหิวแสงผู้อยากโด่งดังรู้สึกจะอวยเ้าฟิราสกันเหลือเกิน”
โรงเรียนมหรรณพาลัยก็ได้รับผลกระทบจากการมาถึงของชาวยูโรเปี้ยนมิใช่น้อยเพราะมีท่านครูชาวยูโรเปี้ยนเป็ชายหนึ่งคนหญิงหนึ่งคนได้รับคำสั่งจากพระเ้าดาบทองให้มาดูงานและช่วยยกระดับการศึกษาของโรงเรียนให้ทัดเทียมสู่ความเป็สากล
ซึ่งเป็คำสั่งในหนังสือราชการที่กล่าวอ้างด้วยคำศัพท์แปลกๆที่ปฏิมากรไม่คุ้นเคยและเป็การสร้างความกดดันมิใช่น้อย เมื่อมีชาวไชยครามหาญกล้าท้าทายชาวยูโรเปี้ยนเช่นนี้ย่อมเป็เสมือนตัวแทนระบายความกดดันจึงอยากที่จะไปชม
“ท่านพี่จะไปด้วยกันไหม?”
ทั้งสองพยักหน้าแน่นอนว่าเ้าหนุ่มหิวแสงในใบปลิวทำให้เขาอยากเจอตัวจริงนัก
“ข้าไม่อยากจะคิดว่าเด็กหนุ่มในใบปลิวจะเป็ปราณโอฬารปฐี หนึ่งในหกมหัศจรรย์ศิษย์จอมอัจฉริยะแห่งยุค...เพราะนี่ก็ครบเจ็ดปีที่ปราณเคยบอกเอาไว้!”
ปฏิมากรใจเต้นระรัวจ้องมองใบปลิวก็ยิ่งคุ้นเคยกับใบหน้าคมคายแววตาดุดันแต่หล่อเหลามีเสน่ห์
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องไปดูให้รู้แน่...หึหึหึ...เพราะข้าก็อยากรู้ว่าที่น้องสามเคยพูดว่าเด็กปราณอาจจะบรรลุระดับปรมาจารย์ยุทธ์ก็เป็ได้เนี่ย!!!...มันจะจริงหรือเ้าคาดเดาอวยศิษย์รักกันแน่!”
ชาลย้อนนึกถึงคำพูดเมื่อเจ็ดปีที่แล้วของปฏิมากรที่เขาจำได้แม่นยำไม่มีลืม
“ฮ่าๆๆๆ...ข้าบอกที่ไหนล่ะว่าเ้าเด็กในภาพเป็ปราณจริงๆแค่คาดเดาเท่านั้น!เพราะดูจากพลังที่ส่งออกมาจากสายตา ช่างเยือกเย็นอ่านไม่ออกและมีความลึกลับ...เด็กหนุ่มเช่นนี้น่าสนใจนัก!...”
**********