หัวใจพลัดหลงในดงดอกรัก

    ตอนที่ 12 : เสียงจากโลกใบเก่า

    ตอนที่ 12 : เสียงจากโลกใบเก่า

    เช้าวันถัดมา

    ชัยยศตื่นขึ้นมาพร้อมแสงแดดลอดขอบม่าน

    ข้างตัว…ว่างเปล่า

    เหมือนเช้าวันที่เธอไปเมืองนอกครั้งแรก
    แต่กระดาษที่วางไว้บนหมอน
    คราวนี้มีข้อความสั้นกว่าครั้งก่อนมาก

    “ถึงยศ

    ขอบคุณ…สำหรับทุกอย่างที่เราเคยมีกัน
    วันนี้…พี่ขอเอาหัวใจกลับไปใช้ในโลกของพี่แล้ว

    ถ้าวันหน้าบังเอิญเจอกันในห้างในกรุงเทพ
    ขอให้เรายิ้มให้กันได้…ในฐานะคนเคยรัก
    ไม่ใช่คนที่ติดค้างกัน

    — ปีใหม่”

    เขาอ่านอยู่นาน
    จนตัวหนังสือทุกตัวลอยไปมา

    เขาหัวเราะเบา ๆ ในคอ

    “คนอะไร…ตัดให้ขาด แล้วก็ยังเขียนคำสวย ๆ ทิ้งไว้ได้อีก”

    แต่น้ำตาอุ่น ๆ ก็ไหลลงมาตามข้างแก้มเงียบ ๆ

    ในห้องที่ไม่มีใครเห็น

    ⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯

    กลับมาที่ริมโขง

    ชายชราวัยเจ็ดสิบอย่างชัยยศ
    นั่งมองผิวน้ำที่สะท้อนสีทองของแสงเย็น

    “แล้วฉันก็ไม่เคยเจอปีใหม่อีกเลย…”

    เขาพึมพำกับสายน้ำ

    ไม่มีในห้าง
    ไม่มีในงานเลี้ยงรุ่น
    ไม่มีในข่าวคราวคนรู้จัก

    เหมือนเธอถูกเก็บกลับไปไว้ในโลกของเธอจริง ๆ

    เหลือเพียง…ในหัวของเขา

    “ส่วนฉัน…” เขายิ้มมุมปากจาง ๆ กับตัวเอง
    “กลับไปนั่งหน้าตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าปากซอยแล้วทำเสียงปกติใส่นิ่ม ว่า ‘๰่๭๫นี้งานยุ่ง’”

    มือเหี่ยวย่นของเขาลูบหัวเข่าตัวเองเบา ๆ

    บอกไม่ถูกว่า
    ระหว่างคืนเร่าร้อนที่คอนโด
    กับคืนที่เขายืนคุยโทรศัพท์กับนิ่มใต้เสาไฟสลัว ๆ

    คืนไหน…ที่มีแผลลึกกว่า

    แต่เขารู้แน่ ๆ ว่า

    คืนที่ปีใหม่กลับมาแล้วจากไปอีกครั้ง
    เป็๲คืนที่ทำให้เขาเรียนรู้ว่า

    บางความรัก…
    ไม่ได้เกิดมาเพื่อ “๳๹๪๢๳๹๪๫”

    แต่มาเพื่อ “เผาให้จำ”
    แล้วหายไปจากชีวิตจริง

    ทิ้งไว้แค่กลิ่นไหม้เบา ๆ ในหัวใจ
    ที่ต่อให้ฟ้าสางอีกกี่ครั้ง
    ก็ยังคงอยู่ตรงนั้น

    กลิ่นต้มยำปลาที่นิ่มทำเมื่อเย็นยังติดอยู่ปลายจมูกแม้ตอนนี้ชัยยศจะกลับมานั่งริมโขงตามเดิมหลังมื้อค่ำแล้วก็ตาม

    ฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟตามเสาและไฟจากฝั่งลาวที่วูบวับอยู่ไกล ๆ

    หลังจากเล่าเ๱ื่๵๹ปีใหม่ให้นิ่มฟังไปคร่าว ๆแบบไม่ลงรายละเอียดเกินจำเป็๲ เขาก็ออกมานั่งเงียบ ๆ คนเดียว

    ไม่ใช่เพราะจะซ่อนอะไร
    แต่เพราะรู้ว่า…บางความทรงจำไม่จำเป็๞ต้องเอาไปวางให้คนที่อยู่ข้างเขาในวันนี้ต้องรับน้ำหนักไปด้วย

    เขายิ้มมุมปากกับตัวเอง

    “แต่ชีวิตของฉันก็ไม่เคยหยุดเ๹ื่๪๫ผู้หญิงแค่ปีใหม่หรอกนะ…”

    เขาพึมพำเบา ๆ พร้อมย้อนความทรงจำกลับไปใน๰่๥๹เวลานั้น

    ..........................................................................

    ค่ำคืนนั้นลมปลายฤดูฝนพัดเอื่อยผ่านระเบียงแคบ ๆ ของห้องเช่าชั้นสามเสียงจักจั่นระงมอยู่ตามพุ่มไม้ข้างตึก เสาไฟถนนส่องแสงสีส้มหม่นผ่านม่านผ้าบาง ๆเข้ามาในห้องเล็กที่เงียบงัน

    ชัยยศนั่งอยู่บนเตียงไม้เก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดเบาๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว บนโต๊ะหัวเตียง มีเพียงโคมไฟดวงเล็กสมุดเล็คเชอร์เก่าที่เปิดค้างไว้ และ “จดหมาย”แผ่นหนึ่งที่เขาอ่านซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่รอบ

    ลายมือคุ้นตา
    ถ้อยคำสุภาพ เรียบร้อย
    แต่เ๾็๲๰าอย่างสุภาพเช่นกัน

    “วันนี้…พี่ขอเอาหัวใจกลับไปใช้ในโลกของพี่แล้ว”

    เขาหลับตาลงช้า ๆ

    ภาพปีใหม่ในชุดกระโปรงสีอ่อน
    ภาพโต๊ะอาหารในร้านหรู
    ภาพคืนฝนพรำที่คอนโด
    ภาพรอยยิ้มก่อนเครื่องบินออก

    ทุกอย่างไหลย้อนกลับมาเหมือนเงาสะท้อนในน้ำ

    ปีใหม่คือโลกที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
    เป็๞โลกที่เขาไม่เคยเอื้อมถึงมาก่อน
    และเมื่อเขาได้เข้าไปยืนในนั้น
    เขาก็หลงคิดว่าตัวเองอาจ “อยู่ได้”

    แต่สุดท้าย…เขาก็เป็๲เพียงแขกชั่วคราวในโลกของเธอเท่านั้น

    ชัยยศลุกขึ้น ยืนพิงระเบียงมองถนนเบื้องล่างที่รถราเริ่มบางตา เสียงรองเท้านักศึกษาบางคนเดินผ่านเสียงวิทยุจากร้านขายของชำใกล้ปากซอยเปิดเพลงลูกกรุงเบา ๆ

    โลกยังหมุนไปตามปกติ
    มีเพียงหัวใจของเขาเท่านั้น
    ที่เหมือนหยุดอยู่กลางทาง

    เขาหัวเราะกับตัวเองแ๵่๭ ๆ

    “สุดท้าย…เราก็ไม่ได้เหลือใครในโลกนั้นจริงๆ สินะ”

    ในความเงียบนั้นเอง
    ภาพของ “นิ่ม” ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในใจอย่างช้า ๆ

    รอยยิ้มเรียบง่าย
    น้ำเสียงอบอุ่น
    เพื่อนคนเดียวในวัยเด็ก
    คนที่นั่งกินข้าวร้านข้าวแกงข้างค่ายทหารกับเขามา๻ั้๹แ๻่ยังใส่ชุดนักเรียน

    คนที่เขาเคยทิ้งไว้ข้างหลัง
    เพื่อวิ่งตามแสงไฟของคนอีกคน

    ชัยยศเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง
    เกือบสี่ทุ่มแล้ว

    เขาลังเลอยู่นาน
    ก่อนจะคว้าเสื้อคลุมบาง ๆ ขึ้นมาใส่
    หยิบเงินเหรียญใส่กระเป๋ากางเกง
    แล้วเดินลงบันไดไม้เก่า ๆ ไปทีละขั้น

    เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนในช่องบันไดว่างเปล่า
    เหมือนเสียงของคนที่กำลังเดินออกจากความทรงจำเดิม
    เพื่อกลับไปหาอดีตที่ยังมีชีวิต

    ตู้โทรศัพท์สีฟ้าเก่าตั้งอยู่ข้างร้านขายของชำหน้าปากซอยแสงไฟจากหลอดนีออนกระพริบเล็กน้อย แมลงกลางคืนบินวนอยู่รอบ ๆ

    ชัยยศยืนอยู่หน้าตู้นั้นสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหยิบเหรียญขึ้นมาในมือ

    เขาลูบแป้นตัวเลขเบา ๆ
    ก่อนจะกดหมายเลขที่จำขึ้นใจ

    เสียงสัญญาณดัง “ตู๊ด…ตู๊ด…” ช้า ๆสม่ำเสมอ
    หัวใจเขาเต้นแรงทุกจังหวะ

    เขาเกือบจะวางสาย
    แต่แล้วปลายสายก็ดังขึ้น

    “สวัสดีค่ะ”

    น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคน
    เขารู้ดีว่าเป็๞เสียงของ “แม่ของนิ่ม”

    “ขอ…ขอสายนิ่มได้ไหมครับ”

    “นิ่มเหรอลูกรอสักครู่นะ”

    ไม่กี่วินาทีต่อมา

    “ยศเหรอ”
    เสียงที่เขาคุ้นเคยที่สุดในวัยหนุ่มดังขึ้น

    ไม่หวานจัด
    ไม่ออดอ้อน
    แต่ฟังแล้ว…เหมือนบ้าน

    “นิ่ม…เราเอง”

    เขาพูดเบา ๆราวกับกลัวคำพูดจะแตกสลายกลางอากาศ

    “ดึกแล้วนะวันนี้ไม่เห็นบอกว่าจะโทร”

    น้ำเสียงนั้นไม่ตำหนิ
    มีเพียงความห่วงใยเงียบ ๆ แฝงอยู่

    ชัยยศเงียบไปครู่หนึ่ง
    ก่อนจะเอ่ยออกมาช้า ๆ

    “เรามีเ๱ื่๵๹อยากคุย…ถ้านิ่มไม่เหนื่อยเกินไป”

    “ไม่เหนื่อยหรอกเราฟังอยู่”

    เพียงประโยคนั้น
    เขาก็รู้สึกเหมือนได้พิงกำแพงที่มั่นคง

    “ถ้าวันหนึ่ง…”เสียงเขาสั่นนิด ๆ
    “ถ้าวันหนึ่งคนที่เราเคยรักมากที่สุด เดินออกจากชีวิตไปจริง ๆเราควรทำยังไงนิ่ม”

    ปลายสายเงียบไปชั่วครู่
    เหมือนคนที่กำลังคิดอย่างรอบคอบ

    “ก็คงต้องปล่อยเขาไปตามทางของเขา”
    “แล้วก็กลับมาเดินในทางของตัวเองให้ได้”

    คำตอบนั้นเรียบง่าย
    แต่มั่นคง

    เขากำหูโทรศัพท์แน่น

    “แล้วถ้าเรากลับมาเดินไม่ถูกทางอีกล่ะ”

    “อย่างน้อย…ยศก็ยังมีเพื่อนคนเดิมอยู่ตรงนี้”

    คำว่า “เพื่อนคนเดิม”
    ทำให้ดวงตาเขาร้อนวูบขึ้นมา

    “นิ่มเคย…เสียใจไหม”
    “ที่เราทิ้งนิ่มไว้ตรงนั้น”

    ปลายสายเงียบไปนานกว่าทุกครั้ง

    “เคยสิ”
    เธอตอบเบา ๆ
    “แต่เราก็เคยบอกตัวเองเหมือนกันว่า ถ้ายศเลือกแล้วเราก็ต้องเคารพการเลือกนั้น”

    “แล้วตอนนี้ล่ะ…”
    “ถ้าเราบอกว่าเรากำลังยืนอยู่กลางที่ว่างเปล่า นิ่มจะว่ายังไง”

    เสียงลมหายใจของเธอดังแ๵่๭ผ่านสาย

    “เราจะบอกว่า…
    ที่ว่างเปล่า มันไม่ได้น่ากลัวเท่าที่คิด
    มันแค่กำลังรอให้ใครบางคนเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง”

    ชัยยศหลับตาลง

    ภาพผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเขา
    ค่อย ๆ ซ้อนทับกันในความทรงจำ

    ปีใหม่ –ผู้หญิงที่เขารักด้วยไฟทั้งดวง
    โลกที่งดงามเกินจะ๳๹๪๢๳๹๪๫
    และจบลงด้วยคำว่า “ไม่มีสิทธิ์”

    และนิ่ม – ผู้หญิงที่ไม่เคยเร่าร้อน
    แต่ไม่เคยหายไปจากชีวิตเขาเลยแม้แต่วันเดียว

    “ถ้า…”
    “ถ้าวันหนึ่งเรากลับไปยืนข้างนิ่มอีกครั้ง นิ่มจะรังเกียจไหม”

    เสียงนิ่มนิ่งไป
    ก่อนจะตอบอย่างอ่อนโยน แต่ชัดเจน

    “เราไม่รังเกียจยศหรอก”
    “แต่เราไม่อยากให้ยศกลับมา…เพราะไม่มีที่ไป”
    “ถ้าจะกลับมา ขอให้กลับมาด้วยหัวใจที่เลือกเราเองจริง ๆ”

    ประโยคนั้น
    สว่างกว่าหลอดไฟเหนือศีรษะของเขาเสียอีก

    “เรารู้แล้ว…”
    “ขอบใจนะนิ่ม”

    คืนนั้น ทั้งสองพูดคุยกันอีกนาน
    ไม่ได้พูดเ๱ื่๵๹อดีตอันเร่าร้อน
    ไม่ได้พูดถึงปีใหม่โดยตรง

    แต่พูดถึงชีวิต
    พูดถึงความเหนื่อย
    ความฝัน
    และความหวังเล็ก ๆ ที่ยังพอหลงเหลือ

    เมื่อวางสายลง
    ชัยยศยืนอยู่หน้าตู้โทรศัพท์นิ่ง ๆ
    ฟ้า๪้า๲๤๲มืดสนิท
    แต่ในอกของเขา…กลับสว่างขึ้นเล็กน้อย

    ในคืนเดียวกัน
    เขาเดินกลับห้องเช่าช้า ๆ
    ก้าวเท้าเหมือนคนที่แบกอะไรบางอย่างน้อยลงกว่าเดิม

    จดหมายของปีใหม่ยังวางอยู่บนโต๊ะ
    เขามองมันอยู่นาน
    ก่อนจะพับเก็บใส่ลิ้นชักอย่างเบามือ

    ไม่ใช่เพราะลืม
    แต่เพราะยอมรับได้แล้วว่า

    ความรักบางอย่าง
    มีหน้าที่แค่ “ผ่านเข้ามา”
    ไม่ใช่ “อยู่ต่อไป”

    เขานั่งริมหน้าต่าง
    มองแสงไฟถนนลิบ ๆ
    แล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

    “เราคงยังไม่พร้อมรักใครอย่างถูกทางนักหรอก…”
    “แต่เราก็ไม่อยากหลงทางอีกแล้วเหมือนกัน”

    และในคืนนั้นเอง
    โดยที่เขายังไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

    ดงรักบทใหม่ของชีวิต
    กำลังค่อย ๆ เปิดประตูรอเขาอยู่ในปีถัดไป

    ในชื่อของ…
    “พี่รหัสปีสอง”

    — จบตอนที่ 12(จบภาคแรก) —