หลังจากเจียงเฉินฝึกฝนอยู่ในมิติพฤกษาได้ราวครึ่งปีเขาก็ออกมาด้านนอกก็พบว่าตอนนี้เป็นช่วงเช้าของวันใหม่แล้ว และดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นวันแรกในการที่เขาจะต้องเริ่มทำงานในสวนยี่โหร่วแห่งนี้
เจียงเฉินเดินไปหาเฒ่าฮวงที่บ่อตกปลา และเขาก็พบเฒ่าฮวงกำลังนั่งตกปลาอยู่แต่เช้า เจียงเฉินเดินเข้าไปใกล้ ๆ และพบว่าด้านข้างของเฒ่าฮวงมีจอบและเสียมวางอยู่ด้านข้าง
เมื่อเฒ่าฮวงสัมผัสได้ถึงการมาของเจียงเฉินเขาก็พูดขึ้นเบา ๆ
''เจ้าต้องนำจอบและเสียมพวกนี้ไปปรับหน้าดินที่แปลงปลูกที่ข้าไปสร้างไว้ก่อนหน้านี้''
''เข้าใจแล้วครับ''
เจียงเฉินพยักหน้าจากนั้นก็หันไปยังอุปกรณ์ทำสวนที่ดูธรรมดา ๆ ใกล้ ๆ ก่อนจะก้มลงไปหยิบพวกมันขึ้นมาแต่ทันทีที่เจียงเฉินพยายามจะยกพวกมันขึ้นเขาก็ตระหนักได้ว่ามันหนักกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ
เมื่อเห็นว่าเจียงเฉินพยายามอย่างมากที่จะยกจอบขึ้นมาผู้เฒ่าฮวงก็บอกด้วยน้ำเสียงใจเย็น
''อุปกรณ์พวกนั้นถูกสร้างมาด้วยวิธีที่พิเศษเจ้าจะต้องใส่ปราณของเจ้าลงไปเพื่อที่จะใช้มัน''
เจียงเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าพร้อมกับตอบรับ
''ข้าเข้าใจแล้ว''
เจียงเฉินถ่ายเทปราณของตัวเองใส่ลงไปในจอบและก็พบว่ามันเบาขึ้นนิดหน่อย แต่มันก็เพียงพอที่เจียงเฉินจะสามารถยกมันขึ้นมาได้แล้ว จากนั้นเจียงเฉินก็หอบอุปกรณ์อันอื่น ๆ ไปยังแปลงปลูกสมุนไพรที่ผู้เฒ่าฮวงได้สร้างเอาไว้
เมื่อมาถึงเจียงเฉินก็ต้องตกใจกับความกว้างใหญ่ของมันเรียกได้ว่ามีมากกว่าสามไร่เสียอีก และเมื่อเห็นความกว้างใหญ่ของมันก็ทำเอาเจียงเฉินจะต้องบ่นออกมา
''นี่ข้าจะต้องทำทั้งหมดนี่งั้นเหรอ ?''
เจียงเฉินมองความกว้างใหญ่ของสวนสมุนไพรก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานของเขาอย่างใจจดใจจ่อเมื่อตอนยังเด็กเจียงเฉินคุ้นเคยกับการทำสวนสมุนไพรอยู่แล้วจึงคิดว่างานนี้คงไม่ยากเย็นอะไรมากนัก
แต่เมื่อเขาได้ลงมือทำจริง ๆ ก็ได้รู้ว่ามันยากเกินกว่าที่คิดเพราะดินที่ใช้ปลูกสมุนไพรในสวนยี่โหร่วนั้นเป็นดินชนิดพิเศษที่แข็งและหนาเป็นอย่างมาก จำเป็นจะต้องใช้ปราณจำนวนมากในการทำลายและขุดมัน
.............................
เมื่อยามเย็นมาถึงเจียงเฉินก็ทำได้เพียงแค่พรวนดินเท่านั้นเอง และที่สำคัญที่สุดเขาทำไปได้เพียงแค่หนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งหมดเพียงเท่านั้น เจียงเฉินมองท้องฟ้าก็พบว่าใกล้ที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้ว เขาจึงเดินทางกลับเมื่อมาถึงเทียนหลางก็พบว่าเฒ่าฮวงได้เตรียมอาหารเย็นเอาไว้ให้กับเขาแล้ว
ระหว่างทานอาหารเย็นเจียงเฉินก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ของวันนี้ ในโลกนี้มีการติดต่อสื่อการกันหลายรูปแบบและหนังสือพิมพ์ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน เจียงเฉินหยิบมันขึ้นมาดูและก็พบข่าวที่น่าตกใจ
'จักรพรรดิฉิน สิ้นพระชน !'
ตัวหนังสือขนาดใหญ่ถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการตายของจักรพรรดิฉิน เมื่อเจียงเฉินได้อ่านมันเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จักรพรรดิฉินคือหนึ่งในหกจักรพรรดิที่ปกครองหนึ่งในทวีปย่อยของทวีปจักรพรรดิที่กว้างใหญ่ และเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในระดับเซียนขั้นสูงสุด
ว่ากันว่าจักรพรรดิฉินคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเหล่าหกจักรพรรดิ มีหลายคนพูดว่าหากจะฆ่าเขาต้องใช้จักรพรรดิคนอื่น ๆ ถึงสามคนถึงจะมีโอกาสฆ่าเขา เพราะเทคนิคการบ่มเพาะโบราณของจักรพรรดิฉินทำให้เขานั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งยากจะหาใครเทียบ
แม้จักรพรรดิฉินจะปกครองดินแดนและราชวงศ์ฉินมากว่าร้อยปี แต่การที่จู่ ๆ เขาจะมาตายนั้นเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เจียงเฉินรู้มาว่าเซียนนั้นมีชีวิตได้ยืนยาวถึงสามร้อยปี แต่จักรพรรดิฉินพึ่งจะมีอายุเพียงร้อยเจ็ดสิบปีเท่านั้นเหตุใดเขาถึงได้ตายลง ?
มีหลายคนคาดเดาว่าจักรพรรดิฉินถูกเหล่าจักรพรรดิคนอื่นรุมสังหาร บ้างก็พูดกันว่าจักรพรรดิฉินถูกลอบปลงพระชน ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แน่ชัด
แต่เจียงเฉินคาดเดาสิ่งอื่นที่ต่างกันออกไป เจียงเฉินคาดว่าจักรพรรดิฉินนั้นได้ทะลวงเข้าสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสหรือก็คือเขาได้ก้าวข้ามเขตแดนของเซียนและไปสู่ขั้นที่สูงกว่าอย่าง ปราณนิรันดิ์
จากที่เจียงเฉินได้ค้นพบเกี่ยวกับเขตแดนที่เหนือกว่าเซียน เจียงเฉินได้รู้ว่าหากผู้ใดที่จะก้าวเข้าสู่เขนแดนนิรันดิ์นั้นจำเป็นจะต้องละทิ้งทุกสิ่งอย่างที่เคยมีมาไม่ว่าจะเป็นเงินทอง สมบัติต่าง ๆ เหลือทิ้งไว้เพียงแค่เทคนิคบ่มเพาะ และทักษะต่อสู้เท่านั้น ถึงจะเดินทางไปโลกแห่งแห่งนิรันดิ์ได้
นอกจากนี้เจียงเฉินก็ไม่ได้รู้อะไรมากนักเพราะข้อมูลเกี่ยวกับโลกแห่งนิรันดิ์เจียงเฉินไม่ได้อ่านมันมากมายเท่าไหร่นักเพราะเรื่องนี้ยังห่างไกลจากตัวเจียงเฉินอยู่มากนัก
ในที่สุดเจียงเฉินก็รู้แล้วว่าเสียงคำรามของมังกรเมื่อวานนั้นคืออะไร เจียงเฉินรู้มาว่าสัตว์อสูรพิทักษ์ราชวงศ์คือมังกรทอง เจียงเฉินคาดว่านั่นคงจะเป็นเสียงคำรามของมันที่ร้องให้กับการจากไปของจักรพรรดิฉิน
หากคาดเดาตามความคิดของเจียงเฉิน ดังนั้นเจียงเฉินจึงคาดว่าการตายของจักรพรรดิฉินเป็นเพียงเรื่องที่กุขึ้นมาเท่านั้นแต่เจียงเฉินก็ไม่รู้ถึงสาเหตุของการปั้นเรื่องโกหกขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา เพราะถ้าหากจักรพรรดิฉินจากไปจริง ราชวงศ์ฉินจะต้องเจอแรงกดดันอย่างหนักจากเหล่าจักรพรรดิคนอื่น ๆ และราชวงศ์ต่าง ๆ อย่างไม่ขาดสายแน่นอน
เจียงเฉินนั่งถูคางตัวเองเบา ๆ พร้อมกับคิดถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่พอจะนึกได้แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกและที่เจียงเฉินคิดและเข้าเค้าที่สุดก็คงจะเป็น เรื่องที่ราชวงศ์ฉินมีผู้ที่จะมาสืบต่อตำแหน่งจักรพรรดิจาก จักรพรรดิฉินแล้วแน่นอนพวกเขาถึงกล้าทำถึงเพียงนี้
และในหนังสือพิมพ์ยังบอกอยู่อีกว่า มรดกของจักรพรรดิฉินได้กระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมโลกทำให้เหล่าผู้บ่มเพาะมากมายต่างออกตามหามรดกของจักรพรรดิฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย
เจียงเฉินวางหนังสือพิมพ์ลงพร้อมกับมองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง และเลิกคิดถึงเรื่องของราชวงศ์ฉิน และทวีปจักรพรรดิที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพราะยังคงอีกไกลกว่าเขาจะได้ไปเยือนที่นั่น จึงทำให้เขาวางเรื่องของทวีปจักรพรรดิและสิ่งต่าง ๆ ในนั้นไปก่อนและเริ่มคิดถึงเรื่องวุ่นวายครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เจียงเฉินได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมพูดขึ้นกับตัวเอง
''ดูเหมือนโลกใบนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่ช้า''
---------------------------------------
- โทษทีที่หายไปนานครับ ติดค้างนิยายใหม่กับติด BF V อยู่ =///=