ตอนที่ 2
เจินเจียอี เมื่อได้กินขนมปังกับนม พร้อมทั้งกินยาลดไข้เข้าไป จึงได้เริ่มง่วงนอนอีกครั้ง จึงคิดที่จะนอนพักผ่อนเอาแรงไปอีกสักหน่อย อย่างน้อยให้ไข้ลดลงบ้างก็จะดี ทำให้เริ่มง่วงและนอนหลับไปในที่สุด
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จึงรู้สึกดีขึ้น ไม่มีอาการไข้ขึ้นแล้ว และตอนนี้เธอเริ่มที่จะห่วงลูกสาวของเธอ เพราะยังไม่เห็นั้แ่ตื่นขึ้นมาในครั้งแรกแล้ว ด้วยความคิดที่ฉับไวว่าลูกตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วจะเกิดอันตรายหรือเปล่า แม้ไม่ใช่ลูกเธอ แต่ตอนนี้เด็กคนนี้เป็ลูกเธอแล้ว ต้องดูแลและปกป้องให้มากที่สุด จึงรีบเดินออกไปนอกห้องเพื่อที่จะหาลูก และเดินไปที่ส่วนของเรือนใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างกันมาก และได้ยินเสียง แม่เลี้ยงของสามีดังแว่วมาให้ได้ยิน
"ทำงานให้มันไวไวหน่อยสิ แค่ให้เช็ดถูเรือนแค่นี้ป่านนี้ยังทำไม่เสร็จอีก ยังมีงานอื่นอีกมากรออยู่ แล้วเมื่อไรจะได้ทำอย่างอื่นเสียที ไม่ต้องได้กินข้าวทั้งแม่และลูกก็แล้วกัน คนเป็แม่ก็เอาแต่ี้เี แกล้งป่วยอยู่นั่นล่ะ จนป่านนี้ยังไม่หายป่วย ไม่อยากจะทำงานเสียมากกว่า"
พูดแล้วก็ยิ่งโมโห แค่ป่วยแค่นี้ทำมาเป็ลุกไม่ไหว งานการจึงไม่มีใครช่วยทำ ต้องมาเหนื่อยเธออีก ลูกสาวก็ทำไม่ได้เื่ หลายวันมานี้งานจึงต้องตกมาเป็ของเธอ วันนี้รู้สึกเหนื่อยมากจึงได้ใช้ลูกสาวมาทำแทนเสียเลย อยากไม่มาทำงานดีนัก
"ทำเร็วเข้าสิ อู้อยู่นั้นล่ะ เหมือนแม่ไม่มีผิด เร็วๆ" พูดพลางทั้งยกไม้ฟาดไปที่ เจินเจิน ตัวน้อยอย่างไม่มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย ไม่มีความรู้สึกละอายใจเลยว่าตัวเองใช้เด็กตัวเล็กที่มีอายุแค่เพียง 5 ขวบ เท่านั้น ให้ทำงานเหมือนกับผู้ใหญ่ และยังจะให้ทำให้เสร็จเร็วๆ อีกด้วย
"ย่าคะ เจินเจิน ไม่ไหวแล้ว เจ็บ อย่าตีอีกเลยนะคะ" เด็กหญิงพูดขอร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ถูกคนที่ได้ชื่อว่าย่าตีเอาทั้งที่เธอก็กำลังทำงานอยู่
"ก็ตีให้เจ็บยังไงล่ะ ไม่เจ็บจะตีทำไม จะได้ทำงานให้มันเร็วขึ้น อย่าได้พูดมากรีบทำเข้า"
พูดพร้อมทั้งกำลังจะฟาดลงที่เด็กหญิงอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ทำงาน ได้เร็วขึ้น แต่ไม้ยังไม่ทันได้โดนตัวของ เจินเจิน เหมือนมีคนมาจับไม้เอาไว้ ทำให้เธอรู้สึกโมโห ที่ไม่สามารถตีได้ จึงได้หันไป จะด่าเสียหน่อย ว่าใครที่กล้ามาขัดขวางเธอได้ แต่กลับพบคนที่จับไม้ไว้คือแม่ของ เจินเจิน ที่ยืนทำหน้าเหมือนจะฆ่าใครอยู่ แม้จะใไปบ้าง ที่อีกคนมายืนตรงนี้ั้แ่เมื่อไร แล้วหายดีแล้วหรือ จึงได้ลุกออกมาจากห้องได้ คงจะแกล้งป่วยเหมือนที่เธอคิดอย่างแน่นอน
"ออกมาได้แล้วหรือ นึกว่าจะตายไปเสียแล้ว คงจะแกล้งป่วยสินะ ี้เีทำงานล่ะสิ"
แต่เจินเจียอี ไม่ได้สนใจคำพูดของแม่เลี้ยงสามีเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่ได้ตอบคำถามหรือแก้ตัวอะไรด้วย แต่กลับมองตรงไปที่ลูกของเธอที่ถูกตี จนเป็รอยแดง ให้เห็นขึ้นมาเป็แนวยาว จึงรู้สึกโกรธมากขึ้น เด็กตัวแค่นี้ยังกล้าตีได้ลงคอ เป็คนที่ใจร้ายเกินไปแล้ว
"แม่สามีทำอะไรลูกของฉันหรือคะ" ถามออกไปเสียงเย็นสุดๆ ส่วนอีกคนก็แปลกใจกับท่าทางที่ไม่ยอมคนเหมือนเคย แล้วยังกล้าสู้หน้าของเธอ ไม่แม้จะก้มหน้า ยอมจำนนอย่างที่แล้วมา
"จะให้ทำอะไรมันก็เื่ของฉัน จะมาอยู่บ้านเฉยๆ แล้วกินข้าวไปวันๆ ไม่ได้อยากกินข้าวก็ต้องทำงาน ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องกิน"
"แต่ลูกของฉันยังเด็กอยู่เลยนะคะ จะมาใช้ให้ทำงานเหมือนกับผู้ใหญ่ได้ยังไง ทำไมถึงไม่ไปใช้ลูกสาวของแม่เลี้ยงสามีล่ะคะ โตแล้วไม่ใช่หรือน่าจะทำได้ดีมากกว่าเด็ก 5 ขวบ"
"ทำไมลูกฉันต้องทำมันไม่ใช่หน้าที่สักหน่อย แล้วลูกสาวฉันก็ไม่เคยทำด้วย"
"เลยต้องมาใช้เด็ก 5 ขวบทำแทน น่าอายไปหรือเปล่าคะ ทำงานสู้เด็ก 5 ขวบยังไม่ได้ แล้วจะมีบ้านไหนเอาไปเป็ลูกสะใภ้กัน งานบ้านก็ทำไม่เป็"
"ว้าย เธอเป็บ้าอะไรมาว่าลูกของฉันไม่มีใครเอา มันจะมากไปแล้วนะ"
"มันคงไม่มากไปกว่าการที่แม่สามีใช้งานลูกฉันทำงานบ้าน แล้วยังมาตีลูกฉันหรอกค่ะ"
"ทำไมก็มันทำงานไม่ได้ ชักช้าอืดอาด ก็ต้องตีสั่งสอนก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ" จะอะไรนักหนาทุกทีก็เคยตีไม่เห็นแม่มันจะมาโวยวายอะไรเลย แล้ววันนี้แค่ตีนิดเดียวเอง กลับมาโวยวายและยังมาเถียงเธออีก
"แม่เลี้ยงเอาคำพูดพวกนั้นไปสอนลูกสาวเถอะค่ะ ไม่รบกวนให้มาสอนลูกสาวของฉัน เพราะลูกของฉันเราจะสอนกันเอง"
"แหม...ตีนิดตีหน่อยทำมาเสียงแข็งใส่ ในเมื่อหายแล้ว ก็ลุกมาทำงานบ้านได้แล้ว สบายมาหลายวันแล้วนี่"
"บ้านนี้ฉันก็ไม่ได้อยู่ด้วย ต่อไปก็ทำกันเองเลยนะคะ หรือไม่ก็สอนลูกสาวให้ทำงานบ้านเหมือนที่สอนลูกฉันบ้างก็ได้ค่ะ จะได้ทำได้ ไม่ต้องมารบกวนคนอื่น และฉันจะไม่ทำให้อีกแล้ว เพราะมีคนอยู่กันก็ช่วยกันทำสิคะ แม่สามีคงต้องบอกลูกสาวให้ช่วยแล้วล่ะค่ะ"
"แกพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร จะไม่ทำงานให้แล้วแต่มันหน้าที่ของเธอนะ"
"แม่เลี้ยงสามีค่ะ จริงๆ แล้วที่ฉันทำให้เพราะไม่อยากมีปัญหา แต่พอทำให้อย่าง ก็เหมือนจะไม่ค่อยพอ จนตอนนี้จะให้พวกเราทำให้ทุกอย่าง คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ และก็ไม่ต้องมาบังคับให้ฉันทำเลยค่ะ เพราะฉันจะไม่ทำ ความจริงเราก็แยกกันเป็สัดส่วนอยู่แล้ว และไม่ได้ใช้อะไรในบ้านใหญ่ด้วยซ้ำ แต่มาให้ทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้าให้ หาบน้ำมาให้อาบ ฉันว่ามันเกินไปสักหน่อยนะคะ"
"ไม่รู้ล่ะยังไงก็ต้องทำไม่อย่างนั้นไม่ต้องกินอาหารที่บ้าน ตามใจเธอแล้วกันว่าจะตัดสินใจยังไง จะยอมทำดีดีหรือว่าจะอดทั้งครอบครัว" ฮึ..คิดจะแข็งข้อกับเธอหรือยังไง ให้มันรู้เสียบ้างว่าในบ้านนี้ใครเป็ใหญ่ที่สุด
"ถ้าไม่ให้กินอาหารด้วย พวกเราก็ไม่ต้องมาทำอาหารให้แล้วกันนะคะ เพราะว่าไม่ได้กิน ถ้าอย่างนั้นก็ทำกินกันเองแล้วกัน" ใครจะไปสนอาหารที่บ้านนี้กัน ทำเสร็จก็ไม่ได้กิน ต้องคอยมากินแต่อาหารที่แบ่งมาให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำเหมือนมันจะอิ่มอย่างนั้นล่ะ ที่ตัวเองกับลูกกินกันอย่างอิ่มหมีพีมัน
"ไม่ได้มันเป็หน้าที่ของเธอ จะไม่ทำได้ยังไง" เมื่อฟังที่ลูกสะใภ้ของสามีคนนี้พูดทำให้ ความโกรธพุ่งขึ้นมาในหัวในทันที วันนี้เป็วันอะไร ทำไมสะใภ้คนนี้ถึงได้แข็งข้อกับเธอได้ทุกเื่แล้วคนหัวอ่อนที่เคยก้มหน้าก้มตาทำงานหายไปไหน ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้นะ
"ฉันก็ไม่ได้กินด้วยนี่ค่ะ ยังไงฉันก็ไม่มาทำให้หรอกค่ะ ทำกันเองได้เลย" เื่อะไรจะยอม เมื่อเธอยอมก็คงเหมือนร่างเดิมที่ต้องยอมไปเรื่อย เธอจะต้องสู้ให้ถึงที่สุด
"แล้วอีกอย่างนะคะ อย่าได้มาตีลูกของฉันอีก ถ้าไม่มีเหตุผลมากพอ แต่ที่ดูแล้ว แม่เลี้ยงสามีเอาแต่ความคิดของตัวเองว่าถูกต้องที่สุดหรือเปล่าคะ แต่ฉันจะไม่ยอมอีกแล้วค่ะ ดูสิเด็กตัวแค่นี้ก็ตีมาได้ ช่างใจร้ายมากเลย"
"ผู้าุโ สั่งสอนลูกหลานใครจะมาว่าได้ เธอไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้"
"ก็ลองดูค่ะ ว่าฉันจะทำอะไรได้ ถ้าฉันทำบ้างอย่ามาร้องทีหลังก็แล้วกัน" เธอมองด้วยสายตาที่ดุร้าย และน่ากลัว ว่าไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อีก
เจาอ้ายฉิง ที่เห็นสายตานั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก รู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง เพราะมันเหมือนสายตาของผู้ที่แข็งแกร่งมองผู้ที่อ่อนแอกว่า ทำให้เธอรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )