ซูเหยียนยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอนด้วยหัวใจที่พองโตอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเธอเลือกชุดกระโปรงสีอ่อนที่ดูสดใสที่สุด และจงใจฉีดน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิจางๆที่หลินเหว่ยเคยชมว่าหอม สำหรับเธอแล้ว การนัดพบกันในตอนเที่ยงวันไม่ใช่แค่การเดตแต่มันคือการพิสูจน์ว่าความสุขที่เธอได้รับใน่สิบห้านาทีหลังเที่ยงคืนนั้นสามารถดำรงอยู่ได้ภายใต้แสงอาทิตย์จริงๆ
11:55 น.
เธอมาถึงหน้าชิงช้า์ขนาดั์ในสวนสนุกก่อนเวลาเล็กน้อยแสงแดดจ้าทำให้เธอมึนงงอยู่พักหนึ่งเพราะความไม่คุ้นชินซูเหยียนยืนอยู่ข้างเสาเหล็กบริเวณทางเข้าสายตาสอดส่ายมองหาผู้ชายในชุดเชิ้ตสีอ่อนตามที่เขานัดหมายหัวใจของเธอเต้นรัวทุกครั้งที่เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงเดินผ่านมาแต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อคนเ่าั้ไม่ใช่เขา
บรรยากาศรอบตัวช่างดูวุ่นวายกลิ่นข้าวโพดคั่วคละคลุ้งไปในอากาศจนเธอรู้สึกคันจมูกเสียงเพลงจากเครื่องเล่นและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังระงมซูเหยียนยืนกำสายกระเป๋าแน่น พยายามทำตัวไม่ให้ดูประหม่าเกินไป
12:10 น.
“อุ๊ย! ลูกโป่ง!” เสียงเด็กน้อยคนหนึ่งร้องขึ้นใกล้ๆ
ซูเหยียนเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณเธอเห็นลูกโป่งสีแดงสดหลุดจากมือเด็กชายคนหนึ่งแล้วลอยเคว้งขึ้นไปบนท้องฟ้าสีครามภาพนั้นดูสวยงามแต่กลับทำให้เธอเริ่มใจเสีย... สิบนาทีผ่านไปแล้วแต่หลินเหว่ยยังไม่ปรากฏตัว
“เขาอาจจะรถติด หรืออาจจะหาที่จอดรถอยู่...” เธอกระซิบปลอบใจตัวเองพลางปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมแสงแดดเริ่มแผดเผาจนเธอรู้สึกแสบผิว แต่เธอก็ยังไม่ยอมขยับไปไหนจากจุดนัดพบ
14:00 น.
สองชั่วโมงผ่านไปอย่างทรมานซูเหยียนยังคงยืนพิงเสาเหล็กต้นเดิม ขาของเธอเริ่มล้าจนสั่นแววตาที่เคยเป็ประกายบัดนี้หม่นแสงลงด้วยความเสียใจที่เริ่มเกาะกินใจความร้อนของอากาศเทียบไม่ได้เลยกับความเย็นเยียบที่เริ่มแผ่ซ่านในอกทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการตอกย้ำว่าเธออาจจะเป็คนเดียวที่ให้ความหมายกับนัดครั้งนี้
เธอมองไปที่ทางเข้าชิงช้า์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในจุดที่เขานัดไว้ไม่มีใครยืนอยู่นอกจากนักท่องเที่ยวแปลกหน้า
“ไหนคุณบอกว่าจะมารอฉันไงคะ...” เธอพึมพำน้ำตาคลอ
ซูเหยียนรอจนกระทั่งเ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าสวนสนุกกำลังจะปิดความหวังสุดท้ายพังทลายลงพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่เริ่มลับขอบฟ้าเธอเดินออกจากสวนสนุกด้วยความรู้สึกเหมือนคนโง่ที่เชื่อในนิทานหลอกเด็ก ความโกรธความน้อยใจ และความไม่เข้าใจประดังเข้ามาจนเธอร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร
เธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ไปผิดที่และเธอก็เห็นทุกอย่างที่เขาเห็น... แต่สิ่งที่เธอไม่เห็นเพียงอย่างเดียว คือ‘หลินเหว่ย’
คุยกับนักเขียน:
ในที่สุดก็ได้เห็นมุมมองของซูเหยียนบ้างครับความเสียใจที่ต้องรอเก้อท่ามกลางแสงแดดมันช่างบีบคั้นหัวใจจริงๆเธอจำทุกรายละเอียดในสวนสนุกได้แม่นยำแม้กระทั่งเหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวแต่ทำไมคนที่นัดเธอไว้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย? รอยร้าวครั้งนี้จะประสานกลับมาได้ไหมหรือสิบห้านาทีที่ป้ายรถเมล์จะเป็ครั้งสุดท้ายของพวกเขา? ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!