หมอหยวนวางกล่องยาที่ไม่ค่อยมีอะไรไว้ข้างตัว แม้จะลำบากแต่ครั้งนี้ก็เป็หนแรกที่เขาได้ออกตรวจคนไข้ หลังจากผ่านมาหลายปีแล้ว หมอหยวนจึงมีท่าทางจริงจังมากกว่าปกติ อีกทั้งเขาสังเกตเสื้อผ้าและลักษณะท่าทางของคนที่ยายหนูช่วยไว้นี่ สรุปได้ว่า...ท่าทางไม่ธรรมดา
ยังไงหมอหยวนก็อยู่อาศัยในเมืองหลวงมานาน พวกผู้ดีมีตระกูลเจอมานักต่อนัก แค่ปรายตามองเขาก็จัดประเภทได้แล้ว เพียงแต่เ้าหนุ่มคนเจ็บนี่ไม่รู้ว่าเป็คุณชายบ้านไหน พวกรุ่นหลังในตระกูลใหญ่ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยได้เจอด้วยสิ
“เป็ไงบ้างเ้าคะ ท่านลุง”
หลันหลันถามในขณะที่สอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ ด้วย และผลจากการกระทำเช่นนี้ นางยังได้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นอีกสองสามชนิดติดมา เอาไปทำยาชา หรือใช้เพียงเล็กน้อยเป็ส่วนผสมของยาดม แก้วิงเวียน ปวดหัวได้
“หึ” คนเจ็บลงเสียงในลำคอ
ฉินเว่ยจื่อสังเกตเห็นั้แ่แรกแล้วว่า ยายตัวเปี๊ยกคนที่มาช่วยเหลือเขานี่ดูเหมือนจะประหลาดมาก นางเป็เพียงเด็กสาวเท่านั้น ดูคล้ายจะไม่สนใจสิ่งใดเลยจริง ๆ แต่ดูทำอะไรรอบคอบไม่น้อย
อันที่จริงก็นับว่าเป็คนที่น่าสนใจดี แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายดูไม่เหมือนจะตั้งใจช่วยเลย เขาก็อดไม่พอใจนิด ๆ ไม่ได้
หลันหลันเห็นท่าทางของเขาก็เลิกคิ้วออกปากถาม
“ท่านมีอะไร”
“ไม่มี” เขาตอบเสียงแ่ ได้ยินน้ำเสียงนั่นหลันหลันจึงเอากระบอกน้ำออกมาแล้วยื่นไปที่ปาก ให้เขาจิบเล็กน้อย สีหน้าเขาดีขึ้นทันทีที่ได้น้ำ
“แล้วทำไมท่านถึงมาอยู่นี่ได้ ข้าอุตส่าห์เตรียมกองไฟไว้ให้ท่าน เผื่อไว้กันสัตว์ร้ายทางด้านโน้น”
คนเจ็บเหล่มองร่างเล็ก ๆ ที่ทำเป็บ่นแก้มป่อง ที่ตนเองลงแรงไปเสียเปล่าอย่างเคืองเล็กน้อย เขาเริ่มรู้สึกเส้นเืที่ขมับกระตุกเล็กน้อยอีกแล้ว
“มีหมีมา ข้าหนีมาอยู่ตรงนี้” เขาตอบกระชับ
“อ่อ หมีเหรอ” หลันหลันมองซ้าย มองขวาอย่างใคร่ครวญ คนเจ็บเห็นแล้วมองนางอย่างรู้ทัน
“เ้าอยากล่าหมี...?” เขาพูดเชิงถาม
แม้จะยังรู้สึกเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ยายหนูตรงหน้านี่ ทำเอาเขานึกถึงโฉวจื่อ เด็กรับใช้ที่โตมาด้วยกัน รายนั้นชอบทำเอาเขาปวดหัวเช่นกัน
หลันหลันได้ฟังเขาก็เบิกตาโพลง จ้องคนเจ็บอย่างโง่งม สายตาบอกชัดว่าอะไร...ทำไม...ท่านถึงล่วงรู้ความคิดของข้าได้
ฉินเว่ยจื่อ “....”
“ยายหนู ยาที่เ้าช่วยโรยให้เขาเมื่อคืนนี้ ทำได้ดีมาก ๆ เ้าเอายามาจากไหนเหรอ” หมอหยวนตรวจแผลและชีพจรคนเจ็บแล้วพบว่าไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงนัก เพียงแต่ต้องดูแลาแให้ดี
“เป็ของเขาเ้าค่ะ ข้าแค่ช่วยโรย แล้วก็เตรียมพวกกองไฟแล้วก็อาหารเอาไว้”
“อืม เ้าทำได้ดีมาก ปกติหากาเ็การห้ามเืสำคัญมาก ถ้าได้รับการห้ามเืไว้ได้ทันเวลา ถ้าผ่านสามวันแรกไปแล้วแผลดูดี ไม่มีไข้ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วล่ะ”
“อ๋อ...” หลันหลันส่งเสียงร้องยาว ก่อนที่จะคว้าเอาสมุนไพรที่ตนเองเพิ่งขุดขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ ใช้น้ำในกระบอกล้าง ๆ แล้วเอาหินที่เผอิญอยู่ข้างเท้า บด ๆ มันจนละเอียด เสร็จแล้วก็เอาไปพอกตามแผลของคนเจ็บ
“นี่คือ...” หมอหยวนเลิกคิ้วถามในขณะที่เพ่งมองของในมือยายหนูให้ชัด เขาพบว่ามันคือขมิ้น
“เมื่อก่อนตอนข้าเด็ก ๆ เป็แผลแล้วพ่อเอาเ้านี่พอกให้บ่อย ๆ เ้าค่ะ พ่อข้าเคยบอกว่าช่วยให้แผลหายเร็ว และไม่อักเสบด้วย” หลันหลันพูดปดออกไป ใส่สีตีไข่ไปเรื่อย ๆ
อันที่จริงชาติก่อนนี้ตอนที่แข่งขันเรียลลิตี้ เธอเคยมีผู้ร่วมทีมเป็หมอแผนจีนที่มีงานอดิเรกชอบทำอาหาร โจทย์คราวนั้นคือไปปล่อยพวกเธอไว้ในป่า แล้วให้หาของป่าประทังชีวิตตลอดเจ็ดวัน ครั้งหนึ่งผู้ร่วมทีมเกิดประสบอุบัติเหตุ หินบาดเท้า แม้จะปฐมพยาบาลอย่างดีแล้ว แต่การจะออกจากป่าก็ต้องใช้เวลา คุณหมอท่านนี้เลยเสาะหาขมิ้นป่ามาทาไว้ที่เท้าคนาเ็เพื่อป้องกันการอักเสบ
“เ้าพูดถูกขมิ้นมีสรรพคุณรักษาาแ รักษาอาการอักเสบที่ิัได้ ปกติถ้าไปโรงหมอได้ก็จะมีสมุนไพรและสูตรยาที่สรรพคุณดีกว่า ไม่ค่อยมีใครใช้โดยตรงแบบนี้ แต่นับว่าเ้าฉลาดมาก” หมอหยวนลูบเคราชื่นชม
หลันหลันยิ้มรับคำชมตาหยี ก่อนหันไปทางคนเจ็บ
“ข้าต้องทาแผลที่หลังของท่านด้วย”
ฉินเว่ยจื่อให้ความร่วมมืออย่างดี แต่หมอหยวนเห็นว่าเขาเป็บุรุษ ถ้าไม่ใช่เหตุจำเป็อย่างเมื่อคืนจริง ๆ ก็ไม่ควรให้หลันหลันทำ จึงรับหน้าที่นี้ไปเสียเอง ระหว่างที่หมอหยวนทายาให้ เว่ยจื่อก็ยังคงสังเกตหลันหลันต่อไป
เขาเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อหลันหลันยกกระบอกไม้ไผ่ในตะกร้าสานอีกอันออกมา นางขุดหลุมเล็กๆ ก่อไฟด้วยใบไม้แห้งแล้วโยนกระบอกไม้ไผ่ลงไป ไม่นานก็มีกลิ่นหอม ๆ ลอยออกมา
“เมื่อคืนนี้ข้าทำน้ำแกงปลา เช้านี้ยังพอมีเหลือ ข้าจึงเอามาเผื่อท่านด้วย” นางบอกเว่ยจื่อง่าย ๆ ก่อนหันไปทางหมอหยวน
“ท่านลุงเราเคลื่อนย้ายเขาได้ไหมเ้าคะ”
“ได้สิ อาจจะต้องระวังหน่อย แต่ก็ควรจะนำเขาลงจากเขาไปด้วยกัน อยู่ในป่าใหญ่แบบนี้ไม่ดีหรอก” ลุงหยวนจัดการพอกขมิ้นด้านหลังของชายหนุ่มแล้ว จึงจัดการใช้ผ้าสะอาดที่นำมาด้วยพันแผล พอเอ่ยถึงการเคลื่อนย้ายคนเจ็บสีหน้าเขาก็ยุ่งยาก เพราะคงต้องออกแรงและทุลักทุเลกันน่าดู
“งั้นท่านรอข้าอยู่นี่ก่อน” หลันหลันพูดทิ้งไว้เท่านั้น ก่อนจะเดินไปอีกทาง
นางโค่นต้นไผ่มาสองต้น ตัดลำต้นมันด้วยมีดให้มีขนาดเท่ากัน เพื่อจะใช้เป็คานทำเปลหามผู้ป่วย ก่อนจะตัดเถาวัลย์แห้งมาด้วย จากนั้นจึงลากกลับไปทางหมอหยวนและเว่ยจื่อ
เมื่อคืนหลันหลันคาดการแล้วว่า คงต้องนำตัวคนเจ็บลงจากเขา แม้ว่าที่นี่จะไม่ได้อยู่ลึกเท่าใดนัก เพียงแค่เดินตรงลงไปด้านล่างไม่นาน ก็จะเห็นบ้านของพวกเขาแล้ว แต่จำเป็จะต้องมีอุปกรณ์ทุ่นแรง ก่อนเดินทางออกมานางจึงฉวยผ้าจากหีบใบใหญ่ พอดีมีที่เป็ผ้าห่มหนาอยู่พอดี มีขนาดพอเหมาะมาด้วย
หลันหลันปูผ้าลงพื้นพับทบไม้ไผ่ที่ใช้เป็คานหามทั้งสองข้าง เลียนแบบเปลสนามที่ใช้เคลื่อนย้ายคนเจ็บในสนามกีฬาเมื่อชาติที่แล้ว ก่อนจะใช้เถาวัลย์มัดด้วยเงื่อนชนิดพิเศษที่แ่ามาก ๆ เหงื่อผุดพรายที่ใบหน้า แต่นางยังไม่หยุดมือจนกระทั่งเปลสนามเสร็จเรียบร้อย
การกระทำของนางทำให้ชายหนุ่มสองคนมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง พอเห็นสิ่งที่นางทำก็อ้าปากค้างในความช่างดัดแปลงของนาง
“คงพอใช้ได้” หลันหลันตรวจสอบความแ่า
“ท่านลุงช่วยป้อนน้ำแกงปลานี่กับเขาก่อนแล้วกัน ข้าจะไปเก็บผลไม้กับเห็ดเพิ่มสักหน่อย ถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ เรายังใช้มันประทังชีวิตไปได้อีกสักระยะ”
“เ้าไปเถอะ ทางนี้ไม่ต้องห่วงหรอก”
หมอหยวนพยักหน้าให้หลันหลันอย่างวางใจ ท่าทางคล่องแคล่ว ฉลาดเฉลียวรอบคอบรู้จักดัดแปลงของนาง ทำให้เขาไม่รู้สึกเป็ห่วงอะไรแล้ว และยินยอมรับวิธีการของนางโดยไม่มีข้อกังขา
หลันหลันที่เดินขึ้นเขาไป พลางคิดเสียดายว่าเพราะต้องแบกคนเจ็บ เลยไม่สามารถเอาของจากป่าไปได้มากนัก
นางไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่ง มองนางอย่างชื่นชมแกมประหลาดใจ อยู่ตลอดเวลา...