หยางหลี่หยางถามออกมาตรงๆอย่างไม่อ้อมค้อม ราชันวิญญาณในร่างเด็กหนุ่มรู้สึกตกใจเล็กน้อย จากนั้นมันรีบกล่าวปรับความเข้าใจ “ผิดแล้วๆ ข้าเป็นพระเจ้าสร้างได้แต่ทำลายไม่ได้ มิเช่นนั้นข้าคงไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องในบ้านของตัวเองหรอก”
“เรื่องในบ้าน??” หยางหลี่หยางพึมพำด้วยความสงสัย
เด็กหนุ่มผมขาวกล่าวต่อโดยไม่ได้สนใจจะคลายความสงสัยให้อีกฝ่าย “เราแค่ต้องการให้เจ้าไปเกิดใหม่ ในยุคสมัยที่ตัวตนของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครให้ความสนใจ”
ยังไม่ทันที่พระเจ้าจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ หยางหลี่หยางคิดไปพร้อมๆกับคำพูดของอีกฝ่าย จึงได้กล่าวออกไป“ยุคสมัยที่ความเชื่อเรื่องพระเจ้าไม่ส่งผลกระทบ เช่นนั้นก็มีสองตัวเลือก หนึ่งคือ ยุคสมัยที่เชื่อในตัวพระเจ้าถึงขีดสุด ขนาดที่ว่าข้าเปล่าประกาศออกไปว่า พระเจ้ามีอยู่จริงก็เป็นแค่เรื่องปกติ สองก็คือยุคสมัยที่ความเชื่อพวกนี้เป็นศูนย์ หากข้ากล่าวเรื่องพระเจ้าออกมาจะถูกหัวเราะเยาะและถูกหาว่าเป็นคนบ้า หนึ่งคืออดีตสุดๆหรือสองคืออนาคตสุดๆ มันสุดยอดไปเลยนี่นา ในที่สุดทฤษฏีรูหนอนของเราได้รับการยืนยันแล้ว พระเจ้าคือนักวิทยาศาสตร์ในอนาคตอีกหลายร้อย ไม่ก็อีกหลายพันปี เขาสามารถใช้วิทยาศาสตร์รูหนอนข้ามมิติได้อย่างอิสระ”
ระหว่างที่หยางหลี่หยางกำลังพึมพำถึงความเชื่อของตัวเอง ทหารปีศาจกระซิบในกลุ่มพวกเดียวกัน “เจ้าเข้าใจที่มันพูดออกมาหรือไม่??”
ทหารปีศาจอีกนายหนึ่งส่ายหน้า “ไม่เลย ข้าว่าเจ้านั้นสติไม่ดีมากกว่า”
ดวงวิญญาณขาวกล่าวเสริม “แบบนี้น่าจะคุยกันง่ายนะ”
ขณะที่อีกฝ่ายกำลังซุบซิบกันอยู่ หยางหลี่หยางพยักหน้าขึ้นลง เขาได้ตัดสินใจแล้ว“เอาเถอะ เพื่อไม่ให้ความรู้ของผมทำให้มนุษยชาติต้องล่มสลาย จะให้ผมไปเกิดใหม่ก็ได้ แต่ขอเป็นทางเลือกที่สอง อนาคตสุดๆได้หรือไม่??”
ได้ยินเช่นนั้นพระเจ้ายกยิ้มออกมาอย่างโล่งอก “ไม่มีปัญหา เจ้าจะได้ไปสถิตใหม่ในร่างของเด็กทารก แต่เนื่องจากเจ้าไม่ได้ตาย ทำให้ความทรงจำเดิมยังอยู่ครบเจ้ายินยอมหรือไม่??”
หยางหลี่หยางพยักหน้าขึ้นลงอีกครั้ง “โอเค...แต่ผมขอเป็นอนาคตสุดๆเลยนะ อยากรู้ว่าวิทยาศาสตร์สมัยนั้นจะก้าวหน้าไปขนาดไหนแล้ว”
ทหารปีศาจและดวงวิญญาณขาว พวกมันเริ่มซุบซิบถึงข้อตกลงระหว่างหยางหลี่หยางและพระเจ้า“ไม่เคยได้ยินว่า มีอนาคตสุดๆอะไรนั้นอยู่ด้วยเลย”“หรือว่าราชันวิญญาณไม่เคยบอกเรา”
เด็กหนุ่มผมขาวกล่าวกระซิบกับบริวารด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีหรอก อนาคตที่ไกลกว่านี้นะ กาลเวลาในยุคของราชันวิญญาณคือกาลเวลาในยุคสมัยปัจจุบัน ส่วนตัวข้าก็แค่รับปากส่งๆไปงั้นแหละ ฉลาดใช่ไหมละ นายของพวกเจ้า” จากนั้นมันมองไปทางหยางหลี่หยาง “เอาละ ข้าจะส่งเจ้าไปแล้วนะ พร้อมหรือไม่??”
ขณะที่พระเจ้ากำลังเลื่อนปลายนิ้วแตะสัมผัสกลางหน้าผากของหยางหลี่หยาง อีกฝ่ายพลันกล่าวขึ้นว่า “ดะ..เดี๋ยวก่อน”
เด็กหนุ่มผมขาวเลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้ายังมีสิ่งใดอีก??”
หยางหลี่หยางคิดพินิจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวออก “ปัจจุบัน ผมมีทุกอย่าง ฐานะ หน้าที่ การงานถึงจะยังไม่มีครอบครัวก็เถอะ แต่ถ้าต้องไปเกิดใหม่ก็อยากได้สิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกับสิ่งที่มีอยู่ หากไปเกิดแบบอดยาก ดีไม่ดีไม่ทันได้โต ตายแต่ยังเด็ก ผมก็ซวยไปอีกใช่ไหมละ??”
เด็กหนุ่มคิดตามและตอบกลับ “ก็พอมีเหตุผล เช่นนั้นเอาแบบนี้ดีหรือไม่ เจ้าได้เปรียบที่ยังมีความทรงจำเดิม เท่านี้ก็กลายเป็นเด็กอัจฉริยะล้ำหน้าเหนือคนในรุ่นเดียวกันแล้ว แต่ถ้ายังกังวลเรื่องชะตาชีวิต ข้าจะมอบพรอายุขัย20ปี จนกว่าจะถึงอายุ20ปี หากมีภัยอันตรายใดๆคุกคาม เจ้าจะได้รับโชคให้รอดพ้นจากอันตรายถึงชีวิตได้”
ได้ยินนายของตัวเองกล่าว เหล่าทหารปีศาจและดวงวิญญาณขาวซุบซิบกันอีกครั้ง“จริงดิ พรอายุขัยทำเรื่องแบบนั้นได้ด้วยหรอ??”“โกหกแหงๆ พรอายุขัยนะ แค่ช่วยเพิ่มอายุขัยเท่านั้น หากถูกฆ่าหรือเกิดอุบัติเหตุพรก็ไร้ผลแล้ว”
หากว่าหยางหลี่หยางได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาไม่มีทางยอมรับข้อเสนอแน่นอน ทว่าเมื่อไม่ได้ยินและเข้าใจผิด ข้อเสนอของอีกฝ่ายเรียกว่ามากพอทำให้เขาสบายใจ ที่จะต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้“ตกลง ดีล!! ผมรับข้อเสนอของท่าน”
เด็กหนุ่มผมขาวหันมาฉีกยิ้มกว้างกับพวกพ้องของตัวเอง จากนั้นมันนำขวดแก้วสีใสออกมาและโปรยสิ่งด้านใน รดตัวของหยางหลี่หยาง “เอาละ พรอายุขัย20ปี ถูกเจ้าซึมซับเข้าไปแล้ว คราวนี้คงไม่มีปัญหา ข้าส่งเจ้าไปเกิดใหม่ได้แล้วนะ”
หยางหลี่ตอบรับด้วยความยินดี โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เกิดใหม่ด้วยร่างกายที่้เด็กกว่านี้และอายุขัย20ปีที่เป็นเครื่องยืนยันว่า เขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างแน่นอน
สิ่งเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของหลี่หยางฉีกยิ้มกว้าง พรึ่บ!!!
เพียงแค่การประสานปลายนิ้วของเด็กหนุ่มไปที่หน้าผากของหยางหลี่หยาง ร่างกายของนักวิทยาศาสตร์วัย40ปีก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เรียบร้อยหมดปัญหาไปหนึ่ง” ดวงวิญญาณขาวกล่าวชื่นชมการทำงานของราชันวิญญาณด้วยรอยยิ้ม
ทหารปีศาจ2นาย พร้อมใจกันปรบมือแสดงความยินดีที่นายของมันจัดการเรื่องราววุ่นวายได้อย่างเสร็จสรรพ“มืออาชีพชัดๆ”“ท่านคือราชันวิญญาณที่ยอดเยี่ยมที่สุด นับตั้งแต่ที่เคยมีมา”
เด็กหนุ่มผมขาวยิ้มหน้าบาน “เอาละเรื่องวุ่นวายจบลงไปหนึ่ง เหลืออีกหนึ่งเรื่อง วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่พวกมันจะได้ตีกันบนวังวิญญาณของข้า จงไปเกิดใหม่...เกิดใหม่...เกิดใหม่ให้หมด ฮาฮ่าๆ”
ระหว่างที่ราชันวิญญาณหัวเราะอย่างสุดเสียง เขาได้นำขวดแก้วสีใสบรรจุด้วยปราณวิเศษพันปีออกมาจ้องมอง “ด้วยพลังปราณในขวดนี้ ถึงไม่ยินยอม ข้าก็จะใช้กำลังบังคับ”
วิญญาณขาวพยักหน้าเห็นด้วย “ตบผู้นำของพวกมันก่อน พอผู้นำไปเกิดใหม่ คนอื่นๆก็ไร้การต่อต้าน”
ทหารปีศาจกล่าว “เอาเลย เอาเลย ท่านราชันรีบใช้ปราณวิเศษพันปีไปจัดการพวกมันให้หมด”
ได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มไม่รอช้า มันลงมือทำในแบบเดียวกับที่มอบพรให้แก่หยางหลี่หยางคือชโลมสิ่งที่อยู่ในขวดแก้วสีใสลงไปบนตัว
“......”“......”“......”
ความเงียบเข้าปกคลุมบริวารทั้งสาม พวกมันกำลังรอการเปลี่ยนแปลงของเจ้านายอย่างไม่วางสายตา หากแต่สิ่งที่ได้เห็นคือความเงียบและใบหน้าที่แข็งค้างของเด็กหนุ่มผมขาวเท่านั้น
“กะ..เกิดอะไรขึ้น??? เหตุใดถึงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ทหารปีศาจกล่าวออกด้วยความสงสัย
ทหารปีศาจอีกนายหันไปกล่าวกับดวงวิญญาณขาว “หรือว่าท่านนำมาผิด??”
วิญญาณขาวรีบส่ายหน้า “ไม่มีทาง ปราณวิเศษพันปี ข้าเก็บรวบรวมมาด้วยสองมือของตัวเอง ใช้เวลาและความลำบากมากมาย สิ่งนี้สามารถเดิมพันกับความสงบสุขของวังวิญญาณ ข้าไม่ยอมให้เกิดการผิดพลาดอย่างแน่นอน”
เด็กหนุ่มผมขาวค่อยๆหันมองไปยังบริวารทั้งสามคน จากนั้นมันกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อยอิ่งเหมือนไม่อยากจะกล่าวในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง“ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าได้อายุขัยเพิ่มขึ้นมา20ปีเลยอย่างนั้นแหละ”
“......”“......”“......”
ได้ยินคำกล่าวของราชันวิญญาณ ใบหน้าของบริวารทั้งสามประหนึ่งกลายเป็นแก้วและถูกปล่อยลงสู่พื้น
เพล้งงง....เสียงของแก้วค่อยๆแตกกระจาย เศษแก้วปริแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่างกายเสมือนถูกสาปให้เป็นหิน ไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับตัว พวกมันทั้งสามพอจะเข้าใจในสถานการณ์แต่ไม่มีผู้ใดทำใจเชื่อได้ลง
ภายในราชวัง ห้องทำงานของราชันวิญญาณ เด็กหนุ่มผมขาวฟุบใบหน้าอย่างหมดอะไรตายยากลงไปบนโต๊ะ เช่นเดียวกับทหารปีศาจและดวงวิญญาณขาว ที่ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
ระหว่างนั้นเสียงระเบิดของการต่อสู้จากด้านนอกดังขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ระหว่างเฟิ่งเซียนกับซีฉู่ป้าหวังจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เด็กหนุ่มผมขาวกล่าว “ไปปิดประตู เสียงการวิวาทของพวกมันเสมือนมีดแหลมทิ่มลงกลางหัวใจของข้า”
“นายท่าน ข้าไม่มีแรงลุกขึ้นยืนอีกแล้ว แค่คิดว่าต้องทนกับดวงวิญญาณเหล่านี้ต่อไป ข้าก็อยากไปเกิดใหม่เสียให้รู้แล้วรู้รอดไป” ทหารปีศาจกล่าว
ดวงวิญญาณขาว กล่าวเสริม “หากจะสะสมปราณวิเศษพันปีให้ครบอีกครั้ง อย่างต่ำๆต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งนั้นคือห้าร้อยปี”
ทหารปีศาจอีกนายกล่าวปิดท้าย “ใครผูกคนนั้นก็ต้องแก้ไข”
ได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มผมขาวพยักหน้าขึ้นลง “ถูกต้อง ให้มันจบที่รุ่นของเรา กฎของพระเจ้าสร้างได้ แต่ไม่สามารถทำลายได้ ปัญหานี้ข้าเป็นคนผูก วันนี้ข้าจะแหกกฎและทำลาย ทำลาย ทำลาย ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง และหนีไปเกิดใหม่เหมือนกัน” ราชันวิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย น้ำตาไหลซึม หางตาเปียกชื้น
วิญญาณขาวรีบกล่าวห้ามผู้เป็นนาย “ไม่ได้เด็ดขาดนะ หากท่านหนีไปเกิดก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้รุ่นถัดไป ตำแหน่งราชันวิญญาณจะจบลงที่ยุคสมัยของท่านและไม่มีคนทำงานในโลกหลังความตายอีก”
“นั้นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะให้ข้าทำยังไง???” เด็กหนุ่มร้องโอดครวญอย่างน่าสงสาร ไม่เหลือสภาพของผู้กุมอำนาจแห่งการสรรค์สร้างใหม่ที่เรียกว่าพระเจ้าแม้แต่น้อย
ทหารปีศาจยังคงกล่าวย้ำ “ใครผูกคนนั้นต้องแก้”
ได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มผมขาวกล่าวตอบ “ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าตำหนิมาได้เลย ข้าไม่โกรธและพร้อมรับ”
ทหารปีศาจรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ ข้าน้อยมิได้ตำหนิท่าน แต่ที่พูดว่าใครผูกคนนั้นต้องแก้ หมายถึงเจ้าสติไม่ดีที่มาบุกรุกราชวังของเราและทำให้ท่านต้องสูญเสียปราณวิเศษพันปีไปต่างหาก ถ้าเรายื่นข้อเสนอให้ดวงวิญญาณของยอดคนเหล่านั้น ไปเกิดในยุคสมัยเดียวกับเจ้าสติไม่ดีผู้นั้นละ? จากนั้นก็ให้เจ้านั้นสะสางความวุ่นวายและปัญหาทั้งหมด ถือว่าเป็นราคาของลมปราณวิเศษพันปีที่มันต้องจ่าย”
ความคิดของทหารปีศาจทำให้ ราชันวิญญาณกลับมามีพลังแต่ได้เพียงครู่เดียว เด็กหนุ่มผมขาวก็ห่อเหี่ยวอีกครั้ง “ไม่ได้หรอก ส่งพวกเขาไปเกิด ก็ไม่วายทำสงครามแย่งชิงต่อสู้ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คน และที่สำคัญ พอพวกเขาตาย สุดท้ายดวงวิญญาณก็กลับมาหาเราอยู่ดี”
วิญญาณขาวฉุกคิดบางสิ่งขึ้น “ในตอนที่ข้าเก็บสะสมปราณวิเศษพันปี ข้ารู้จักสิ่งที่เรียกว่าเกมส์ของพวกมนุษย์ ถ้าเราใช้รูปแบบนั้น สร้างโลกจำลองขึ้นมาและปลดปล่อยดวงวิญญาณทั้งหมดไปในที่แห่งนั้น วิธีนี้จะไม่ขัดกับหลักการของพระเจ้า มันคือการสรรค์สร้างหาใช่การทำลาย”
ได้ยินเช่นนั้นทหารปีศาจกล่าวแย้ง “ไม่มีทาง ข้านึกภาพตัวเองออกเลย แค่พูดว่าพวกเจ้าจะได้ไปเป็นตัวละครในเกมส์ละก็ ทวนอสรพิษของจางเฟยก็แทงทะลุหัวของข้าเป็นรูแล้ว”
วิญญาณขาวกล่าวต่อ “เรื่องนี้ไม่ยาก ราชันวิญญาณก็ใช้วิธีเดียวกับที่ส่งเจ้าสติไม่ดีคนนั้นไปสิ พูดความจริง6ส่วนเก็บเท็จไว้4ส่วน หลอกพวกมันว่าจะให้ไปเกิดใหม่ในยุคสมัยเดียวกัน ถ้าอยากแย่งชิงกันเป็นหนึ่งก็เต็มที่ ข้ามั่นใจว่าดวงวิญญาณเหล่านั้นปรารถนาสิ่งนี้แน่นอน”
เด็กหนุ่มผมขาวพยักหน้าขึ้นลงช้าๆพร้อมคิดตามอย่างเห็นด้วย “โลกจำลองงั้นรึ น่าสนใจดี แต่ว่าพลังของข้าคือการสรรค์สร้าง ไม่ใช่แทรกแซง หากสร้างขึ้นมาแล้ว ดีก็ถือว่ารอด แต่ถ้าแย่ละก็ ซวยแน่ๆ”
ทหารปีศาจกล่าว “งั้นเอาแบบนี้ ให้โลกจำลองไปอยู่ในยุคเดียวกับเจ้าสติไม่ดี หากสร้างขึ้นมาดีเราก็แค่ปล่อยผ่าน แต่ถ้าสร้างมาแล้วแย่ เจ้านั้นจะต้องรับผิดชอบ”
ได้ยินเช่นนั้นพระเจ้าเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าชอบความคิดนี้ พวกเราคงได้เจอกับชายสติไม่ดีผู้นั้นอีกครั้งเมื่อมันกลายเป็นดวงวิญญาณ และเมื่อนั้นหากโลกจำลองดำเนินไปในทางร้ายละก็ เราจะโยนความผิดทั้งหมดให้มันไปรับแต่เพียงผู้เดียวเอาละตกลงตามนี้ จะสร้างยังไงคงต้องคิดให้ละเอียดรอบครอบ เพราะข้าสามารถสร้างได้แค่ครั้งเดียว หากสร้างซ้ำมันจะกลายเป็นการแทรกแซง...ตำนาน มายาและวีรบุรุษคือโจทย์ครั้งนี้สินะ”