ร่างกายถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ ม้าที่ใช้เป็ยานพาหนะ วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่สุดที่มันจะทำได้ เท้าของเ้าหญิงัักับพื้นดิน ตอนนี้เธอไม่ได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศแล้วและเธอกำลังอยู่กับใครบางคน เขาปิดปากเธอไว้เพื่อสกัดกั้นเสียงร้องจากการขวัญเสียของเธอ
“ชู่ว...ผมจะพาท่านไปที่ที่ปลอดภัย”
เสียงนั้นแ่เบากระซิบข้างหูเ้าหญิง น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มลึกของชายแปลกหน้าที่เ้าหญิงยูแอนาเองก็ไม่รู้จักเขา ไม่คุ้นเสียงของเขาเลยด้วยซ้ำ เขามาเพราะพลุที่เ้าหญิงจุดเรียกเมื่อไม่กี่ชั่วยามที่แล้ว
“ตามผมมา”
เขาปล่อยร่างของเ้าหญิงและจับมือเธอไว้เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่พลาดหลงกับเ้าหญิงในป่ามืดทึบนี่ เขาเดินนำหน้าไปแล้วดึงมือเล็กๆ ของเ้าหญิงให้เดินตาม ไม่มีแม้กระทั่งไฟส่องนำทาง หากแต่ชายแปลกหน้าคนนี้ยังคงพาเ้าหญิงเดินไปข้างหน้าประหนึ่งว่าเขานั้นมองเห็นเส้นทางผ่านความมืดไปได้
ไม่นานเขาก็หยุดเดิน เขาคว้าเอวเล็กๆ ของเ้าหญิงแล้วนำตัวเธอมาพาดบ่าไว้ เขาก้าวขาลงเรือที่เตรียมเอาไว้ เรือโครงเคลงเมื่อมันรับน้ำหนักของผู้โดยสารที่ขึ้นบนตัวมัน ชายหนุ่มรักษาการทรงตัวได้ดีทำให้เรือไม่พลิกคว่ำ เขาวางเ้าหญิงลงในเธอนั่งบนฝั่งท้ายของเรือ ส่วนเขาอยู่ส่วนหน้าของเรือทำหน้าที่เป็ฝีพาย เ้าหญิงเหลือบมองไปเห็นแสงไฟจากคบเพลิงของพวกทหารที่ตามม้าของเธอไป เธอนั่งหันหลังเพื่อที่จะมองให้เห็นเหตุการณ์ว่าพวกทหารจะจับม้าของเธอได้หรือไม่
“ฮี๊!!!!!!!!!! ”
เสียงร้องของม้าทำให้เ้าหญิงเบิกตาโพลง เธอจ้องมองกลุ่มแสงไฟของพวกทหารอย่างไม่ละสายตาไปไหน พวกเขายังคงอยู่กันตรงนั้นไม่วิ่งไล่ล่าเหยื่อ เหมือนกำลังชุมนุมหรือล้อมวงจัดการกับอะไรสักอย่าง เ้าหญิงรู้ได้โดยสัญชาตญาณเลยว่าเสียงร้องของม้านั่นคือม้าตัวที่พาเธอหลบหนีเข้ามาในป่านี้เอง
ความเศร้าและความหดหู่ประเดประดังถาโถมเข้าใส่ความรู้สึกของเ้าหญิง ความรู้สึกผิดที่เป็ต้นเหตุของการฆาตกรรมเติบโตขึ้นมาภายในจิตใจของเธอ นี่หรือการที่ได้เป็คนที่พระเ้ารัก นี่มันไม่ต่างอะไรกับการถูกสาปเลย
แสงคบเพลิงเริ่มเคลื่อนที่ เหมือนพวกมันกำลังหาตัวเ้าหญิงอยู่ เธอคอยสังเกตการณ์อยู่ตลอด พวกมันวิ่งวนไปวนมาอยู่แถวๆ นั้น ในขณะที่เรือก็เคลื่อนตัวด้วยความเร็วอยู่พอสมควร ชายหนุ่มตั้งใจพายเรือด้วยความมุ่งมั่น ไม่นานแสงคบเพลิงก็เริ่มเป็ดวงเล็กลง เล็กลงเรื่อยๆ จนแทบจะมองเห็นเป็แสงหิ่งห้อย
บนเรือไม่มีแสงไฟ ทหารจึงไม่สามารถััถึงความผิดปกติว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่ไปตามสายน้ำ หรือถ้าหากพวกมันรู้ว่าเ้าหญิงอยู่บนเรือก็ยากที่จะเอาตัวเธอมาในเวลากลางคืนเช่นนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ควรเสี่ยงชีวิตลงไปว่ายน้ำในป่าดิบตอนกลางคืนแบบนี้ เพราะไม่อาจล่วงรู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำสีดำนั่น
น้ำตาทำให้เ้าหญิงมองภาพแสงไฟของพวกทหารไม่ชัด เธอไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ แต่มันกลั้นเอาไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ ความเ็ปที่เธอได้รับ การสูญเสียที่เกิดขึ้นในตอนนั้นคอยสะท้อนให้เธอเห็นซ้ำๆ ไม่ว่าเธอจะมองไปทางไหน ความเข้มแข็งที่มีได้ถูกทำลายลง
เรือแล่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีจะหยุดแต่อย่างใด แม้ว่าทางที่จากมาจะมองไม่เห็นกลุ่มไฟคบเพลิงของทหารแล้วก็ตาม ชายหนุ่มบังคับเรือไปทางข้างหน้าซึ่งไม่รู้ว่าจะนำไปสู่ที่ใด ค่ำคืนแห่งความเ็ปนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน อากาศหนาวเย็นผสมกับความอ่อนเพลียเป็ยานอนหลับชั้นเยี่ยมให้กับเ้าหญิงที่เพิ่งหนีจากการตามล่ามา ไม่นานร่างของเธอก็พับลง นอนราบไปกับท้องเรือเธอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่าข้างหลังเหมือนมีอะไรหนักๆ โยนลงที่ท้องเรือเขาจึงหันไปมอง ความมืดทำให้เขามองไม่เห็นอะไร เขาจึงเอี้ยวตัวเพื่อเอื้อมมือไปคานหาร่างของเ้าหญิง แต่เข่าของเขาเมื่อเขาทำท่าหันหลังไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง เขาหยุดแล้วใช้มือคลำๆ เ้าสิ่งนั้น
มือของเขาััเส้นผมนุ่มลื่นของเ้าหญิง เขาจึงหยุดที่จะััต่อแล้วถอดเสื้อนอกของตนออกมาคลุมร่างเล็กของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ความหนาวเย็นเล่นงานเ้าหญิงจนเธอเป็หวัด
…
แสงอาทิตย์ไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนการนอนของเ้าหญิงยูแอนา มันเพียงแต่ทำหน้าที่ของมันเท่านั้น ตาของเ้าหญิงที่ปิดสนิทเริ่มลืมตาขึ้นเพราะแสงสว่างนั่นทำให้เธอตื่นจากความฝัน ร่างกายััได้ถึงผ้านุ่มๆ อุ่นๆ รอบตัว เธอมองไปรอบๆ ด้วยสติที่ยังไม่ตื่นดี เ้าหญิงกำลังอยู่ในห้องอะไรสักอย่างมันกว้างมาก กว้างเหมือนห้องนอนของเธอเลย สีผนังห้องถูกทาด้วยสีม่วงอ่อน มีข้าวของเครื่องใช้ที่หรูหรา และที่เธอนอนอยู่ก็คือเตียงนอนหนังสัตว์แสนอบอุ่น
เ้าหญิงลุกขึ้นมาจากเตียงนอน เธอยืนขึ้นและตั้งสติพยายามนึกว่าอะไรพาเธอมาอยู่ในห้องนี้ ชุดที่เ้าหญิงใส่อยู่ก็ไม่ใช่ตัวที่เธอใส่ตอนที่หนีจากการตามล่า มันเป็ชุดนอนสีชมพูยาวคลุมเข่าพอดี เ้าหญิงเอามือตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ บางทีเธออาจจะติดอยู่ในความฝัน
นๆ ตื่นได้แล้ว ยูแอนา เธอต้องตื่นจากความฝันเดี๋ยวนี้
“แอ๊ด”
เสียงประตูถูกเปิดออก เงาของคนที่เปิดประตูคือหญิงสาววัยแรกรุ่นเธอมีหน้าตาที่จิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตาของเธอเป็น้ำตาลอ่อน ผมสีน้ำตาลเข้ม เสื้อผ้าที่เธอแต่งดูเหมือนลูกสาวของขุนนางทั่วไป หญิงสาวคนนั้นยิ้มให้เ้าหญิงอย่างเป็มิตร
“ตื่นแล้วหรือคะ”
เ้าหญิงยูแอนาใที่เห็นหญิงสาวคนนั้นอยู่ดีๆ ก็มาเปิดประตูห้องที่เธออยู่ เ้าหญิงมองเธอตาไม่กะพริบมือทั้งสองข้างยังคงทาบที่แก้มทั้งสองของเธอ
“อา...ใช่”
“ฉันจะช่วยคุณอาบน้ำค่ะ คุณยูแอนา”
เธอเรียกเ้าหญิงว่าคุณ แล้วเดินเข้ามาเพื่อที่จะช่วยเ้าหญิงอาบน้ำ นี่เธอเรียกฉันว่าคุณงั้นหรือ? เธอไม่รู้ว่าฉันเป็เ้าหญิง?
เธอเปิดประตูห้องน้ำให้เ้าหญิงเข้าไป แล้วเธอก็ช่วยเ้าหญิงอาบน้ำด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เสียงเ้าหญิงดังขึ้นเพื่อทำลายความสงสัยที่เธอมี
“เธอรู้ชื่อของฉันได้อย่างไร?”
“ก็คุณยูแอนาเป็แขกคนสำคัญของท่านดยุกคริสโตเฟอร์นี่คะ”
“หะ ดยุกคริสโตเฟอร์??? ที่นี่คืออาณาจักรวิลสันงั้นหรือ?”
“ใช่แล้วค่ะ ดยุกสั่งให้ฉันดูแลคุณเป็อย่างดีเลยค่ะ”
ถ้าให้ทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ตอนที่เ้าหญิงจุดพลุเพราะเชื่อว่าจะมีใครบางคนมาช่วยเธอไว้ตามที่ท่านพ่อได้บอกไว้ นั่นก็แปลว่าคนที่มาช่วยเ้าหญิงเอาไว้คือคนของอาณาจักรวิลสัน และดูเหมือนดยุกเมืองนี้ก็จะเก็บเื่ที่เธอเป็เ้าหญิงเอาไว้เป็ความลับ
แผ่นดินตั้งกว้างขวางแต่ไม่มีใครเลยที่จะรู้จักชื่อของเ้าหญิงองค์รัชทายาทอย่างเ้าหญิงยูแอนา เพราะมันเป็ความเชื่อที่ว่าชื่อขององค์รัชทายาทจะถูกเปิดเผยก็ต่อเมื่อองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์แล้วเท่านั้น
นอกจากชื่อที่จะไม่ถูกเปิดเผย รูปลักษณ์ก็ยังเป็เื่ที่ต้องห้าม มีแค่ข้ารับใช้ในพระราชวังเท่านั้นที่จะได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเ้าหญิง เธอเป็เ้าของผิวพรรณที่ขาวสดใสและเรือนผมคลื่นน้ำตกสีทองยาวเป็ประกายเมื่อกระทบกับแสง ริมฝีปากรูปกระจับสีแดงดั่งเืแต้ม จมูกเล็กๆ โด่งเป็สัน ดวงตากลมโตสีเขียวมรกต เ้าหญิงยูแอนาเป็หญิงสาวรูปร่างสูง หุ่นเพรียวบาง ใบหน้าที่เป็ดั่งสมบัติติดตัวมาั้แ่เกิดแล้วยังมีสมองที่ชาญฉลาดที่ทำให้ร่างของเ้าหญิงสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สาวน้อยผมน้ำตาลอาบน้ำและแต่งตัวให้กับสาวงามที่เธอไม่อาจรู้เลยว่านั่นคือเ้าหญิงองค์รัชทายาท ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันนานเป็ชั่วโมงแล้ว เ้าหญิงจึงเป็ฝ่ายชวนคุย
“เธอชื่ออะไร”
“ฉันชื่อเวนิสค่ะ”
เธอยิ้มร่าให้กับเ้าหญิงแสนสวยผู้สูงศักดิ์ เวนิสหยิบชุดกระโปรงสีฟ้าแกมขาว ชุดนี้เป็ชุดเปิดไหล่ มันพอดีกับสัดส่วนของเ้าหญิงเป็อย่างมาก แม้ชุดตัวนี้จะเป็ผ้าธรรมดาไม่ได้หรูหราอะไร แต่ก็ไม่อาจทำให้ราศีของเ้าหญิงยูแอนาลดลงไปได้
“ดยุกรอคุณอยู่ที่ห้องรับประทานอาหาร ฉันจะเป็คนพาคุณไปค่ะ”
เ้าหญิงไม่ได้พูดอะไรมาก เธอเดินตามหญิงสาวผมสีน้ำตาลตรงไป ไม่นานเธอก็พาเ้าหญิงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ในห้องใหญ่โตหรูหราด้วยแสงไฟจากโคมระย้าบนเพดานสีเหลืองอ่อน โต๊ะยาวที่มีอาหารมากมายอยู่เต็มโต๊ะ มีทั้งของหวานและของคาวหลากหลายชนิด ที่โต๊ะมีผู้ชาย 2 คนนั่งอยู่ ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะน่าจะเป็ดยุกคริสโตเฟอร์เพราะเขาดูเป็ชายวัยกลางคน เขามีสีหน้ายิ้มแย้ม ผมของเขาขาวโพลนทั้งหัว ริ้วรอยมีอยู่เยอะเต็มใบหน้า เขาดูเป็ผู้ชายอบอุ่น เป็คุณตาที่ใจดีกับหลานๆ ส่วนผู้ชายอีกคนนั่งอยู่ท้ายโต๊ะ เขาคนนี้ยังดูอ่อนเยาว์ ผมสีเงิน ผิวขาวซีดดูไม่มีชีวิตชีวา ใบหน้าเงียบขรึม
“นั่งสิ คุณยูแอนา”
ชายวัยกลางคนและชายหนุ่มผมสีเงินลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตนเหมือนกับเป็การทำความเคารพ เ้าหญิงเดินมานั่งที่เก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างหัวโต๊ะและท้ายโต๊ะ ชายวัยกลางคนกระดิกนิ้วเป็สัญญาณว่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ในตอนนี้มีแค่พวกเขา 3 คนในห้องโล่งกว้างนี้
“ขอบคุณสำหรับเมื่อคืนค่ะท่านดยุก” เ้าหญิงกล่าวคำขอบคุณแก่ชายวัยกลางคนที่มีผมขาวโพลน
“นั่นไม่ใช่เพราะผมหรอกครับ เ้าหญิง” ดยุกกล่าว พลางผายมือไปที่ชายหนุ่มที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่ตรงนั้น เ้าหญิงหันไปมองเขา
“เฟลิกซ์ เขาเป็คนไปช่วยเ้าหญิงครับ”
“ขอบคุณ คุณเฟลิกซ์มากนะคะ ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงไม่รอด”
“ไม่เป็ไร..ครับ” เขาก้มหน้าก้มตาลงไปที่อาหารไม่เงยหน้ามาสบตาเ้าหญิง
“เขาเป็ลูกชายของผมเองเ้าหญิง เ้านี้มันขี้อายอย่างนี้แหละครับ555” ดยุกพูดไปพร้อมกับหัวเราะไป เ้าหญิงหันกลับไปมองท่านดยุกเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง
“ท่านพ่อคงมาขอความช่วยเหลือจากท่านสินะคะ?”
“ครับ เราวางแผนและเตรียมตัวกันมาสักพักแล้วครับ ฝ่าามองว่าอาณาจักรวิลตันเป็เมืองที่เป็มิตรและคิดก่อฏได้น้อยที่สุดเพราะเราไม่มีกำลังทหาร ดยุกอาเรสคงจะไม่ฉุกคิดเื่นี้”
“อืม...ใช่”
“เราจะปิดเื่สถานะที่แท้จริงของเ้าหญิงนะครับ เพื่อความปลอดภัยของเ้าหญิงเอง และหาก..้าสิ่งใดก็บอกกับเฟลิกซ์หรือเวนิสก็ได้ครับ” ท่านดยุกยิ้มอย่างใจดีให้กับเ้าหญิง
“ฉันจะรบกวนพวกคุณให้น้อยที่สุดค่ะ” เ้าหญิงถ่อมตัว
การรับประทานอาหารครั้งแรกกับดยุกแห่งอาณาจักรวิลตันก็ไม่ได้มีอะไรมาก พวกเขาดูเป็มิตรมากยกเว้นเฟลิกซ์ลูกชายของท่านดยุก เ้าหญิงอยากจะขอบคุณเขาให้มากกว่านี้แต่ดูเหมือนว่า เขาคงจะไม่้าที่จะสนทนากับเธอ
เ้าหญิงกลับมาที่ห้อง เธอ้าที่จะใช้ความคิด ความคิดที่จะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต เธอจะอยู่แบบนี้ไปตลอดงั้นหรือ เธอต้องคอยหลบซ่อนจากดยุกอาเรสแล้วมองดูเขานั่งบัลลังก์ทั้งๆ ที่ตรงนั้นควรจะเป็ของเธอ เสียงหญิงสาวดังขึ้นทำลายความเครียดที่เ้าหญิงแบกรับมันไว้
“คุณยูแอนา คุณไม่อยากไปเดินเที่ยวสำรวจเมืองเราหรือคะ?”
“เอิ่ม...ฉัน...” เ้าหญิงลังเล
“หรือว่าทำอะไรอยู่งั้นหรือคะ?”
“อา...เปล่าจ้ะ ฉันไม่ได้กำลังจะทำอะไร...”
“งั้นก็ไปเดินเล่นกันค่ะ ฉันจะพาไปเอง”
รอยยิ้มสดใสของเวนิสทำให้ใจที่เศร้าหมองของเ้าหญิงถูกปลดปล่อย เธอไปตามคำที่เวนิสโน้มน้าวเธอ ไปเดินเล่นชมอาณาจักรวิลตัน เมืองที่สงบสุขที่สุด เ้าหญิงไม่เคยได้รับโอกาสให้มาเที่ยวที่เมืองไหนเลย ตัวตนขององค์รัชทายาทต้องถูกปิดบัง การออกไปดูอะไรใหม่ๆ อาจจะทำให้เกิดความคิดดีๆ ขึ้นมาก็ได้
เวนิสบอกกับเ้าหญิงว่าการเดินจะทำให้ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของเมืองมากกว่าที่จะนั่งรถม้าไป เวนิสพาเ้าหญิงเดินออกนอกคฤหาสน์ โดยละแวกใกล้ๆ จะเป็ตลาด ชุมชน พ่อค้าแม่ค้าเดินแร่ขายของเต็มไปหมด อาณาจักรนี้ดูชีวิตชีวาเหมือนเป็มนุษย์คนหนึ่งเลย เ้าหญิงตื่นตาตื่นใจกับตลาดเพราะเธอไม่เคยออกจากนอกวังเลย ผู้คนมากมายต่างพากันมองเหลียวหลังเมื่อเห็นเ้าหญิงยูแอนา พวกเขาตะลึงในความสวยของเธอ
เ้าหญิงซื้อของเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะของกิน ทั้งสองเดินต่อไปเรื่อยๆ ก็เห็นโบสถ์ตั้งตระหง่านอย่างสวยงามและใหญ่โต เวนิสลากเ้าหญิงเข้าโบสถ์เพื่อขอพรจากพระเ้า เ้าหญิงไม่มีทางเลือก เธอเข้าไปในโบสถ์กับเวนิสด้วย ข้างในสงบและเงียบมาก อาณาจักรนี้ตกแต่งโบสถ์ได้สวยงามมากๆ
“ที่นี่คือโบสถ์ที่มีชื่อเสียงของอาณาจักรวิลตันของเราค่ะ”
“อา...มันดูสวยมากเลย”
“ใช่มั้ยคะ....ถ้าคุณชอบฉันจะพามาที่นี่บ่อยๆ นะคะ” เวนิสยิ้มอย่างร่าเริง
“ไม่ละ...5555ฉันอยากลองไปที่อื่นดูบ้าง”
“อ๊ะ ลืมดูเวลาเลย นี่เริ่มจะมืดแล้วนี่นา” เวนิสดูตื่นใ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างของโบสถ์
“ไปกันเถอะค่ะ คุณยูแอนา” เวนิสดูรีบๆ เธอจูงมือเ้าหญิงรีบเดินออกจากโบสถ์ เดินตามทางไปเรื่อยๆ เลี้ยวซ้าย เดี๋ยวเลี้ยวขวา ทำไมทางมันดูซับซ้อนกว่าเดิมนะ เ้าหญิงคิดในใจ เธอเริ่มเหนื่อย เดินเข้าซอยตั้งหลายซอยไม่เห็นจะเจอคฤหาสน์ของดยุกเสียที เวนิสเองก็เริ่มเหนื่อยเหมือนกัน
ทั้งสองยังพากันเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามทางที่มีแสงสว่าง คนแทบไม่มีมาเดินตามถนนเหมือนตอนเย็นที่มีแต่คนพลุกพล่านไปหมด ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ จนตอนนี้เวนิสก็ยังหาทางกลับไม่เจอ
“ตุ๊บ!!!”
เสียงร่างหนึ่งล้มกระแทกพื้นถนน ร่างเพรียวบางกองอยู่ที่พื้น เ้าหญิงรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้า น่าจะเป็เพราะรองเท้าส้นสูงที่เธอใส่มามันคงจะส้นหักเพราะเดินมากเกินไป แล้วทำให้ข้อเท้าของเ้าหญิงพลิก ร่างของหล่อนจึงไปกองอยู่ที่พื้นแบบนั้น
“คุณยูแอนา!!!!” เวนิสใหนักกว่าเดิมที่เห็นแขกคนสำคัญของท่านดยุกล้มลงที่พื้นแบบนั้น เธอต้องโดนทำโทษแน่ๆ เพราะแค่พากลับดึกโทษก็หนักพอแล้ว แล้วยังทำล้มแขกข้อเท้าพลิกแบบนั้นอีก ซวยแล้ว!!!
“อา....เจ็บจัง ฉันเดินไม่ไหวแล้ว เธอไปตามคนมาช่วยเถอะเวนิส” เวนิสเริ่มน้ำตาคลอ
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันแบกคุณขึ้นหลังเอง” มองดูก็รู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ เ้าหญิงสูงกว่าเวนิสเสียอีก เธอจะยิ่งทำให้มันแย่ลงกว่าเดิม
เวนิสรั้น เธอไม่ฟังที่เ้าหญิงพูดเพราะกลัวจะโดนทำโทษหนักกว่าเดิมอีก เธอจึงนั่งยองๆ แล้วให้เ้าหญิงเกาะหลังเธอไว้จากนั้นรวบรวมแรงทั้งหมดที่มียกตัวเ้าหญิงขึ้น ไม่น่าเชื่อเธอยกตัวเ้าหญิงขึ้นจริงๆ แต่ว่า....เมื่อเวนิสก้าวขาเดินตรงไปข้างหน้า น้ำหนักตัวของเ้าหญิงเอนไปข้างหน้าเช่นกัน ตัวเวนิสแบกรับแรงเอนของน้ำหนักตัวเ้าหญิงไม่ไหว หน้าทิ่มคะมำลงพื้นอีกรอบ
ทีนี้ไม่ได้มีแค่เ้าหญิงเท่านั้นที่ล้ม เวนิสก็ล้มด้วยเพราะเธอรับน้ำหนักตัวเ้าหญิงไม่ไหว โดยเ้าหญิงนอนทับตัวเธอ เวนิสอยู่ข้างล่างเอาหัวโหม่งโลก
“ฉันบอกเธอแล้วเวนิส นี่...เป็ไรมั้ย” เ้าหญิงขยับตัวลงจากร่างของเวนิส เธอเขย่าตัวเวนิสให้รู้สึกตัว
“ฮือๆๆ ก็ฉันกลัวโดนลงโทษนิคะ ถ้าฉันทิ้งคุณไว้ที่นี่ดยุกต้องฆ่าฉันแน่ๆ ค่ะ” เวนิสลุกขึ้นนั่ง เธอร้องไห้สารภาพบาปที่เธอคิดเอาไว้ทั้งหมดออกมา
“เฮ้อ..เธอจะไม่โดนลงโทษ ฉันจะห้ามท่านดยุกเอง ที่นี่เธอไปตามคนมาช่วยเถอะ” เ้าหญิงถอนหายใจ พลางเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กสาวคนนั้นอย่างอ่อนโยนเพื่อให้กำลังใจเธอ
“ค่ะ รอฉันอยู่ตรงนี้นะคะ คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะคะ ฉันจะรีบกลับมาค่ะ” เวนิสเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อของเธอ พร้อมกับลุกขึ้นแล้ววิ่งไปตามทางเพื่อไปหาคนมาช่วยแบกเ้าหญิง ในขณะที่เ้าหญิงยูแอนนามองตามหลังของเวนิสไปจนสุดสายตา เธอก้มลงมองข้อเท้าของเธอสังเกตได้ว่ามันเริ่มบวมแดงและเธอก็เริ่มจะปวดมากๆ แล้วด้วย
เ้าหญิงยูแอนาถูกทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวมันเป็ความ้าของเธอเองไม่เช่นนั้น คงได้นั่งอยู่ข้างทางแบบนี้จนถึงเช้าแน่ๆ อย่างน้อยเดี๋ยวเวนิสก็ไปตามคนมาช่วย แล้วก็จะได้กลับไปนอนแล้ว เ้าหญิงยังคงรอและรอต่อไป เธอมองไปยังแม่น้ำที่มีภาพสะท้อนของดวงจันทร์ที่ส่องแสงอยู่บนฟ้า ลมเย็นพัดโชยมาเหมือนพยายามจะเล่นเป็เพื่อนเ้าหญิงไม่ให้เธอเหงา
น่าขำที่เธอสามารถรักษาาแให้แก่ผู้อื่นได้ แต่พลังนั้นกลับใช้ไม่ได้กับเ้าของและศพคนตาย เ้าหญิงไม่สามารถรักษาข้อเท้าที่บวมเปล่งของเธอได้ เธอมีหน้าที่รักษา เยียวยาาแคนอื่นเท่านั้น อยู่ๆ เ้าหญิงก็รู้สึกถึงลมที่พัดแรงที่แขนอีกข้างของเธอ เธอจึงไปมองด้านข้างของตัวเอง มันปรากฏเป็กางเกงสีดำยืนข้างๆ เธอ เ้าหญิงค่อยๆ เงยหน้ามองขึ้นไป เธอกลัวว่าใบหน้าที่เธอเห็นจะเป็ฆาตกรที่ฆ่าท่านพ่อและท่านแม่ของเธอ
แต่ไม่ใช่...ดวงตาสีฟ้าอ่อน ใบหน้าเรียบเฉยพร้อมกับผมสีเงินก้มมองมาที่เ้าหญิงที่กำลังเงยหน้ามามองเขาเหมือนกัน พวกเขาทั้งสองสบตากัน ใจของเ้าหญิงเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา เธอนึกว่าจะเป็ดยุกอาเรสเสียอีก ที่แท้ก็ลูกชายท่านดยุก เฟลิกซ์ เ้าหญิงหันหน้าหนีเขา เธอมองทางอื่นพยายามคิดว่าทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลย เขามายืนข้างเธอั้แ่ตอนไหน
“ทำไมคุณถึงมานั่งตรงนี้คนเดียวละ เวนิสไปไหน?” เขาทำท่ามองหาเวนิส
“ฉันข้อเท้าพลิก เลยให้เวนิสไปตามคนมาช่วย” เ้าหญิงพูดโดยไม่มองดวงตาสีฟ้าอ่อนนั้นของเขา
นี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ที่เฟลิกซ์จับตัวเ้าหญิงเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ ครั้งนี้ก็เหมือนกันเขาแทบไม่บอกอะไรเ้าหญิงเลย นึกจะจับตัวเธอก็จับ เขาจับตัวเ้าหญิงมาอุ้มไว้ที่หลังของเขา เ้าหญิงใไม่น้อยที่เฟลิกซ์ทำแบบนั้นกับเธอ
“จับไหล่ผมไว้” เขาบอกกับเ้าหญิง
“เปรี๊ยะ!!!”
แทนที่เ้าหญิงจะจับไหล่เขาไว้ เธอตีหลังเขาแทน ร่างของเขาสั่นสะท้าน เฟลิกซ์เกือบทำเ้าหญิงหลุดมือ
“โอ๊ย!!! เ้าหญิงตีผมทำไม”
“ยังจะถามอีก นายคิดว่านายเป็ใคร หะ!! คิดจะอุ้มก็อุ้มเหรอ?? นายนี่ต้องโดนสั่งสอนสักหน่อยมั้ย?” เ้าหญิงดึงหูของเฟลิกซ์
“โอ๊ยๆ ผมขอโทษครับ เจ็บๆ ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” เฟลิกซ์แทบจะร้องขอชีวิต
“ถ้าทำอีก นายตายแน่ เ้าบ้า”
“ครับๆ”
เฟลิกซ์แบกเ้าหญิงไปตามทาง ไม่นานก็ถึงคฤหาสน์ โดยที่หน้าประตูเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็ข้ารับใช้ของท่านดยุกที่จะออกมาช่วยเ้าหญิง หนึ่งในนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมานั่นก็คือ เวนิส
“คุณยูแอนา!!!”
“กลับเข้าไปข้างในได้แล้ว” เฟลิกซ์สั่งข้ารับใช้ด้วยสีหน้านิ่งเฉย แล้วเดินเข้าประตูไป เขาหยุดก่อนแล้วมองไปที่ เวนิส
“เธอ เวนิสตามมาด้วย”
เวนิสทำหน้าเศร้าหมอง เธอเริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง สุดท้ายเธอก็หนีโทษนี้ไม่พ้น แม้เ้าหญิงจะออกปากปกป้องเธอ แต่มันคงช่วยอะไรไม่ได้มันเป็เพราะความสะเพร่าของเธอ เวนิสเดินตามเฟลิกส์ไปแต่โดยดีเธอยอมรับโทษครั้งนี้