“การประลองคู่ที่สอง ทั้งคู่ขึ้นสนาม!”กรรมการสนามประกาศกราวพร้อมกับร่างชายหนุ่มสองคนเดินขึ้นไปบนอัฒจรรย์ ด้านหนึ่งคือเดเรส และอีกด้านหนึ่งคือเด็กปีสอง ผู้มีั์ตาและเรือนผมสีดำสนิท เจค กริเซลด้า!!
“กลับไป!!”
เดเรสตวาดรั้น ก็แน่ละเพราะเจคคือรุ่นน้องในชมรมของเขา!
“ทำไมละครับ” ใบหน้าอ่อวัยนั้นยังคงยิ้มเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
“ฉันไม่อยากทำร้ายนายซึ่งเป็คนในชมรม เพราะงั้นก็กลับไปซะ”
เสียงเดเรสเข้มขึ้นจนเพื่อนๆที่อยู่ข้างสนามถึงกับเงยขึ้นมามองพร้อมกัน เพราะเดเรสไม่ใช่คนหัวเสียง่ายอะไรขนาดนั้น..นอกจากจะมีเื่ทะเลาะกับแม่ตัวดีที่ยังคงนอนอยู่
“ไม่ครับ เพราะผมอยากสู้กับประธาน”
รุ่นน้องยังคงดื้อดึงจนในที่สุดคนเป็รุ่นพี่ถึงกับหมดความอดทน
“ก็ได้! เมื่อ้านักฉันจะสนอง แล้วนายจะได้รู้ว่าการลงมาสู้กับฉันมันยังเร็วไปร้อนปี เจค กริเซลด้า!!”
ราวกับการตอบรับ เจค ชักดาบออกจากฟักชี้ และมาด้านหน้าเดเรส แต่ทว่าเดเรสกลับไม่ยอมเคลื่อนไหวใดๆ ไม่มีการนำอาวุธใดขึ้นมือ
“ทำอะไรครับ ทำไมถึงไม่ชักดาบ?” เจคถามอย่างงุนงงแต่ก็ไม่วายกระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น
“สำหรับนาย..ฉันไม่จำเป็ต้องใช้ดาบ”
คิ้วของเจคขมวดเข้าหากันเพราะเขารู้สึกเหมือนโดนดูถูก
สิ้นเสียงร่างทั้งร่างของเจคก็หายวับแล้วมาโผล่ที่ด้านหลังของเดเรสในพริบตา เพื่อหวังจะพิชิตได้ในดาบเดียว แต่ทว่าเดเรสกลับพลิกตัวหลบได้อย่างสวยงาม
ผลัก!!
กำปั้นทั้งดุ้นถูกซัดเข้าท้องเจคเต็มแรงจนเ้าตัวถึงกับกระอัก
“ใช้โทสะต่างตา รั้งแต่ต้องมานึกเสียใจทีหลัง”
เดเรสเอ่ยด้วยท่าทีสงบ แต่คนถูกสอนกลับยิ่งโมโห ครั้นจะฟาดฟันด้วยดาบอีกรอบก็รังแต่จะถูกอัดกระเด็นออกมาอีกแน่ เพราะเขารู้ดีว่ารุ่นพี่ของเขานั้นเก่งวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่ามากกว่าอะไรทั้งสิ้น
คนเป็รุ่นน้องคิดเปลี่ยนใจเก็บเาบเข้าฟักก่อนตั้งท่าคุมต่อสู้ เดเรสเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ
หมัดต่อหมัด ศอกต่อศอก เท้าต่อเท้า เข่าต่อเข่า
นวอาวุธทั้งเก้าถูกงัดมาใช้บนเวทีกันอย่างดุเดือด เดเรสเองก็ชื่นชมเจคเพราะรุ่นน้องคนนี้เองก็เก่งไม่น้อยไปกว่าเขาแต่..ประสบการณ์มันต่างชั้นกันมาก
มือหนาปัดมือของคนเป็รุ่นน้องออกก่อนจะพลิกคว้าข้อมือกระชากร่างเข้ามาแล้วกระทุ้งด้วยเข่าอยากแรงเข้าเต็มลิ้นปี่ และจบด้วยฟันศอกขวาเข้าที่หน้าอย่างจัง
เพื่อนๆที่นั่งข้างสนามถึงกับทำหน้าเหย่เก เมื่อเห็นเดรสอัดรุ่นน้องตัวเองจนปากแตก นี้ไม่นับรวมว่าอาจจะช้ำในอีกหลายที่
ภาพข้างหน้าดูเลือนรางและในที่สุดก็มืดสนิท เจคค่อยๆล้มลงแต่ก่อนที่หน้าจะกระเเทกพื้นเดเรสก็รั้งเเขนของคนเป็รุ่นน้องเขาไว้ได้ก่อน
“ผู้ชนะ เดเรส ซินทราเนีย!!”
กรรมการสนามประกาศลั่นพร้อมด้วยแพทย์สนามที่เข้ามาใช้เปลหิ้วเด็กหนุ่มออกไป
และแล้วการประลองรอบที่สามจึงเริ่มขึ้น
การประลองรอบที่สามเป็เร็งกะและสาวน้อยร่างบางนางหนึ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มรับกับเรือนผมสีทองสรวยที่ยาวกลางหลังนั้นดูพริ้วไหวยามต้องลม ั์ตาสีม่วงอ่อนนั้นก็ฉายแววไเหมือนไม่กลัวเขาเลยซักนิด
“การประลองระหว่าง เร็งกะ เอนเซล และ เรนอน คลีโอน่า เริ่มได้!!”
สิ้นเสียงกรรมการสนามก็รีบถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง เพราะั้แ่รอบคัดเลือกหน่วยปฏิบัติการพิเศษก็มีแต่พวกทำลายล้างทั้งนั้น
หลังสิ้นเสียงกรรมการสนามทั้งคู่จึงร่างเวทย์เรียกสิ่งคู่กายขึ้นมาทันที
สายน้ำและเปลวเพลิง
“แกว่ารอบนี้ใครจะชนะวะ” ยูซีทหันไปถามเดเรส
“ไม่รู้หวะ” เดเรสตอบอย่างไม่แน่ใจ
“เห็นเขาพูดกันว่าในบรรดาเด็กปี6 เรนอนเป็เทพีแห่งสายน้ำ เธอคือผู้ใช้เวทย์น้ำที่ดีที่สุดในบิชาม่อน แต่ทางเราก็มีผู้ใช้ไฟอย่างเร็งกะ อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้”
เสียงใสของแม่ตัวดีดังขึ้นทำเอาเหล่าเพื่อนหันควับไปมองมัน รีเซ่นอนมองสถาณการณ์บนเวทีอย่างชั่งใจ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วกอดหมอนดูการแข่งขันต่ออย่างสบายอารมณ์
“แกควรนอนพัก” เลโอทักทวง
“นอนยังไงไหวเล่นเสียงดังขนาดนี้”
เ้าหล่อนเถียงทันควัน แต่เลโอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะหากเธอเถียงเขาได้ขนาดนี้ก็คงดีขึ้นแล้วจริงๆ
“เปลวไฟรึจะสู้สายน้ำ” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างดูถูก แต่เร็งกะกลับขำออกมา
“เธอไม่เคยได้ยินหรอว่าถ้าน้ำมันน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ”
เร็งกะเอ่ยขึ้นอย่างขำๆพร้อมกับยืนแขนออกมาขนาบข้างลำตัวพร้อมกับส่งกำแพงเพลองขนาดั์เข้าใส่เรนอนทันที
แต่ราวกับเตรียมการตั้งรับไว้อยู่แล้ว เรนอนเรียกกำแพงน้ำแข็งที่มีขนาดพอๆกันขึ้นมาบังไว้ได้ทัน เมื่อน้ำและไฟปะทะกันก็เกิดไอระเหยขึ้น ไอระเหยที่ร้อนระอุทำเอาคนที่อยู่ใกล้เทวีประลองต่างพากันถอยหนี
“เก่งนี้เธอนะ” เร็งกะพูดชื่นชมแต่แววตานั้นแฝงไปด้วยประกายเหี้ยม
“นายอ่อนเองต่างหาก” เรนอนพูดด้วยเสียงเยียบเย็นพร้อมส่งัน้ำขนาดั์พุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม แต่เร็งกะก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เขาส่งัเพลิงเข้าปะทะในทันที
ศึกระหว่างผู้ควบคุมธาตุทั้งสอง!
ัทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ส่วนผู้ควบคุมทั้งสองต่างชักดาบออกจากฝักก่อนประจันหน้ากัน
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงดาบกระทบดาบ เร็งกะและเรนอนเริ่มประดาบกันอย่างดุเดือด ผลัดกันรุกรับอย่างไม่มีใครยอมใครเลยแม้นแต่น้อย
พรืด
แต่แล้วจู่ๆ เร็งกะก็เกิดอาการยืนไม่ติดพื้น เพราะพื้นตรงนั้นลื่นมากจึงทำให้เขาลื่นเสียหลัก
วื้ด!!
เคร้ง!!
เร็งกะตวัดกันได้ทันอย่างท้วงทีพร้อมกับสบัดดาบของเรนอนออกไป
“คนล้มอย่าข้ามนะสาวน้อย”
“ถ้าคนล้มเป็นายฉันะเหยียบซ้ำ!!”
เรนอนว่าพร้อมปักดาบลงพื้น ปากเริ่มพรั่งพรูดร่ายเวทย์บางอย่างอย่างต่อเนื่อง และใน่พริบตาแผ่นดินก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงพื้นปฐีแตกและแยกออกเป็ส่วนๆ เสียงผู้คนต่างกรีดร้องกันระงมราวกับหวาดกลัวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
พื้นดินค่อยๆสงบแต่ยังมีการสั่นไหวราวกับมีบางสิ่งกำลังผุดขึ้นมา
น้ำ!?
นั้นเป็เพียงการสันนิฐานของเลโอ และก็เป็ไปอย่างที่เขาคิด เรนอนเรียกน้ำขึ้นมาจริงๆแต่น้ำที่เรียกออกมานั้นเป็น้ำที่เรียกว่าเหมือนยกมาทั้งมหาสมุทร เพราะกำแพงน้ำครั้งนี้ใหญ่กว่าครั้งไหนๆ และมันกำลังจะพุ่งตรงเข้าใส่เร็งกะ
เร็งกะเหยียดยิ้ม ก่อนจะให้ปากกัดที่นิ้วชี้ของตนเองพร้อมยื่นมือที่เต็มไปด้วยเืออกมาข้างหน้าให้เืสีแดงสดนั้นไหลรินลงสู่พื้นดิน
ครืนนน…
แผ่นดินไหวขึ้นอีกครั้งแต่กลับสั่นไหวรุนแรงกว่าครั้งแรก ทุกคนมองไปที่เร็งกะเพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร สิ่งที่พุ่งออกมาจากพื้นดิน มีความเหลวคล้ายน้ำ แต่มีควาเหนียวและหนืดกว่า มันมีสีแดงและไอร้อนระอุ
“ลาวา!!!” รีเซ่อุทาน
“ไอ้เร็งกะชนะแล้ว ลาวาใต้ผิวโลกที่อยู่ในชั้นแมนเทิลมีอุณหภูมิสูงมาก ยิ่งใกล้แกนโลกก็ยิ่งมีอุณหภูมิที่สูงมากยิ่งขึ้น ต่อให้เรนอนจะเรียกนำมาทั้งโลกมันก็สู้ความร้อนจากใต้โลกไม่ได้หรอก”
ยูซีทพูดยังไม่ทันขาดคำ สิ่งที่เขาคิดก็เกิดขึ้น เมื่อลาวาปะทะน้ำ
และก็เป็ไปอย่างที่ยูซีทอธิบาย กำแพงน้ำค่อยๆระเหยและสลายไป และเมื่อเห็นผลการแข่งขันกรรมการสนามจึงรีบตัดสินทันที
“ผู้ชนะ เร็งกะ เอนเซล”
ยิ่งดึกกลับยิ่งมีผู้ชมเพิ่มมากขึ้นเพราะการคัดเลือกเข้ากองบัญชาการนั้น4ปีถึงมีสักหน ในการเข้าไปเป็สมาชิกของกองบัญชาการฯจะมีอยู่สองประเภทคือการประลองเข้าและสำหรับผู้มีพลังธาตุและพลังเวทย์ในระดับSSจะได้รับบัตรเชิญเข้าทำงานทันทีโดยไม่จำเป็ต้องรอแข่งขัน แต่ในกรณีของพวกรีเซ่พวกเธอค่อนข้างี้เีจึงปฏิเสธตลอด
“การประลองรอบที่สี่ เลโอ อัลคารัวร์และมายามิ ยูนะ”
และเเล้วก็มาถึงการประลองรอบที่สี่ ในที่สุดก็มาถึงคิวของเลโอที่ต้องขึ้นไปบนสังเวียนเดือด
เมื่อกรรมการสนามประกาศร่างของหนุ่มสาวทั้งสองก็ขึ้นมาบนสนามประลองตามคำสั่ง ด้านหนึ่งคือเลโอผู้ยังคงเเสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนส่วนอีกด้านหนึ่งคือสตรีสาวร่างบางเล็ก ดวงหน้ารูปไข่เรียวได้รูป ตัดกับเรือนผมสีเทาที่สั้นประบะถูกผูกด้วยด้วยริบบิ้นสีชมพูเเละั์ตาสีเขียวมรกต
เเต่แล้วจู่ๆกรรมการก็ต้องถอยผงะเมื่อััได้ถึงจิตสังหารที่ผวยพุ่งออกมาจากร่างของบึรุษและสตรีตรงหน้า ความกดดันเริ่มทวีคูณขึ้น มากมายจนทำให้คนอย่างรีเซ่สะดุ้งสุดตัว ั์ตาสั่นระริก ซึ่งพอพวกยูซีทเห็นดังนั้นเเล้วก็ต้องหันกลับไปดูยังสนามประลองต่อทันที
นักบวช ปะทะ ซาตาน
“ลูนดาร์คเน็ต/ซันไลท์ซิ่ง!!”
ทั้งคู่เรียกคทาของตนขึ้นมือแล้วปักซวบลงพื้นตรงหน้าพร้อมกับการร่ายเวทย์ที่พลังพลูออกจากปาก
สายฟ้าฟาดเปรี้ยง สายลมพัดวี้ดอย่างรุนแรงบ้าคลั่ง ท้องนภาปั่นป่วนพร้อมกับแปรเปลี่ยนเป็สีโลหิต สายฝนเทกระหนำอย่างไม่ลืมหูลืมตาด้วยอำนาจแห่งจอมเวทย์ทั้งสอง
เปรี้ยง!!
สายฟ้าฟาดผ่าลงตรงหน้าพร้อมกับพลังงานสีดำที่แผ่พุ่งขยายออกไปทั่วทุกสารทิศ ก่อนที่จะรวมเข้ามาเป็จุดเดียว เป็ดั่งคุกดำมืดขนาดมหึมาที่มีใจกลางเป็จอมเวทย์หญิงยูนะ
ร่างบางพยามหาทางออกจากคุกสีดำ เเต่ก็ไม่สามารถทำได้
“เลโอ อย่าเล่นแรง นั้นถึงตายนะว๊อย!” รีเซ่อุทานออกมาเมื่อเห็นเลโอให้วิชานี้
และก็เป้นไปดั่งคาด
“กรี๊ดดดดด!!!”
เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมอย่างใเมื่อเห็นภายในคุกนรกตรงหน้าะเิขึ้นทันควันก่อนที่มันจะขยับเพื่อบีบเหยื่อที่อยู่ข้างใน
สตรีร่างบาง บัดนี้ร่างกายมีแต่าแเต็มไปหมด
“ยอมแพ้ซะ ยังไงเธอก็สู้ฉันไม่ได้” เลโอเอ่ยเสียงเรียบ เเต่คนดื้อตรงหน้าก็ยังยืนยันคำเดิม
“ไม่!!”
คำตอบที่ทำเอารีเซ่ปวดขมับ เพราะถ้าเลโอพูดเตือนเเล้วใครยังดื้อดึงจะสู้ต่อก็คงไม่รอดเลยด้วยซ้ำ
“งั้นก็เตรียมรับความพ่ายแพ้ได้เลย”
เลโอพูดด้วยเสียงเย็นเฉียบ ซึ่งผู้ชมบนอัฒจรรย์ต่างพากันขนลุกเกลียว แต่ที่หน้าแปลกก็คือยูนะดูไม่มีความกลัวเลยแม้นแต่น้อย
สิ้นเสียงของเลโอคทาแห่งความมืดก็ถูกปักลงอีกครั้งพลันบทมนต์ตราก็ถูกร่ายออกจากปากของพ่อมดแห่งความมืด มนต์บทนี้เรียกให้ท้องนภาแปรปรวนหวั่นไหวอีกครั้ง ลมกรรโชกแรงตามด้วยสายฟ้าฟาดอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน พายุน้ำแข็งสีดำโหมกระหน่ำก่อนพุ่งซัดเข้าใส่ร่างเล็กที่อยู่ในกรงมนต์ตราสีดำ ตกเป็เป้าแห่งคมน้ำแข็งของแวมไพร์ ตรึงแขนและขา เฉืนเนื้อเฉือนหนัง ก่อนจะพุ่งตรงลิ่วใส่ร่างเล็กกระเด็นกระเเทกเข้ากับด้านล่างของอัฒจรรย์
อึดใจเดียวที่จะถูกปลิดชีวิต คมน้ำแข็งเปลี่ยนทิศทางตวัดวืด กระเด็นไปไกล เมื่อเ้าของร่างน้อยนั้นร่ายมนต์ป้องกันไว้ได้ทันเวลา
“งานนี้ฉันเอาคืนบ้างละ”
สิ้นเสียงของร่างบางคทาแห่งแสงถูกปักลงตรงหน้าพลันร่างบางก็เรืองแสงวูบส่องสว่างไปทั่วทุกสารทิศ เส้นผมสีเทาค่อยๆยาวสยาย ั์ตาสีมรกตสวยรับใบหน้างาม ในมือทั้งสองข้างถือดาบสองมือพร้อมกังเดิมอีกครั้ง บปรากฏปีกสีขาวขึ้นกลางหลัง
เทพ??
“เอาอย่างงั้นก็ย่อมได้”
ว่าแล้วเลโอก็กลับสู่ร่างเดิมอีกครั้งที่ เรือนผมสีดำที่เคยระต้นคอแปรเปลี่ยนเป็สีเงินยาวสยาย ั์ตาสีฟ้ากระจ่างนั้นก็พลันเป็เป็สีแดงสดพร้อมกับเขี้ยวสีขาวที่ประดับอยู่ตรงสองข้างริมฝีปากปีกสีดำขนาดใหญ่ค่อยกางขึ้น ดวงหน้าเข้มดูคมสันขึ้นทันตา ร่างสูงใหญ่ดูแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมาพร้อมกับเคียวสีดำที่สูงท่วมหัว!
พรึ่บ
ปีกสองสีตวัดวูบพาร่างทั้งสองขึ้นไปบนอากาศทันที
ดาบปะทะเคียว
แรงปะทะแรง
เทพปะทะเเวมไพร์
ปฐีเลืองลั่น ท้องนภาสั่นไหวเมื่อศาสตราวิเศษทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
วืดดดด...
เคียวสีดำถูกตวัดวื้ดเข้าไปหาร่างบาง แต่เธอก็ได้ใช้ดาบคู่กายรับแล้วปัดออกไปก่อนที่จะฉวยจังหวะตวัดดาบคืนใส่คนที่กำลังเสียการทรงตัว
“เห้ย!!!”
เสียงอุทานดังลั่นมาจากพวกรีเซ่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าที่เพื่อนของพวกเขากำลังจพถูกฟันดาบดาบคู่นั้น
เคร้ง!!
เคียวสีดำถูกตวัดวืดเข้ามากันได้อย่างทันเวลา ก่อนที่ใบดาบของยูนะจะถึงลำคอพร้อมกันนั้นเลโอก็ตวัดเดียวปัดดาบออกในทันที
เก่ง
ยูนะถึงกับสบถในใจ เพราะยิ่งต่อสู้กันนานเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เธอไม่อาจจะหยั่งถึง แต่ยังไงเธอก็ไม่มีทางที่จะยอมแพ้แน่นอน
ฉึก!!
เพราะความเหม่อ จึงทำให้ออกช่องว่างมากเกินไป เเน่นอนว่าร่างสูงไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไป ร่างบางแทบจะทรุดห้วบเมื่อเลโอใช้เคียวสีดำฟันเธอจากด้านข้าง เรียกเืสดๆให้รินไหล แผลเก่ายังไม่ทันหายแผลใหม่ก็ตามมา ยูนะใช้ดาบข้างหนึ่งค้ำยันตัวเองไม่ให้ล้มลงกับพื้นและใช้มืออีกข้างกดปิดปากแผลไว้แต่ว่าเืสีแดงสดนั้นกลับไม่หยุดไหล
ตาเริ่มพร่า...คงทนได้อีกไม่นาน
แต่เธอยังไม่อยากยอมแพ้!
“จะยอมแพ้ได้รึยัง” เลโอถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ั์ตานั้นแฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง
“ไม่!!!”คำตอบเล่นเอาคนต้องหน้าถึงกับขมวดคิ้ว เพราะเ้าหล่อนดันดื้อแพ่งมากกว่าที่เขาคิด
“เดี๋ยวก็ตายหรอก”
“ต่อให้ตาย..ก็ไม่พูด..”
สิ้นเสียงร่างเล็กกว่าก็ทรุดลงอย่างไม่อาจห้ามได้ แต่คนไวกว่ากลับคว้าตัวไว้ได้ก่อนที่หน้าของเธอจะกระแทกกับพื้น พร้อมช้อนร่างบางขั้นมาอุ้มแล้วพาลงจากสนามการประลองโดยที่ไม่ได้สนใจซักนิดกับเสียงกรรมการที่ประกาศผลการต่อสู้อย่างกึกก้อง
“ผู้ชนะ เลโอ อัลคารัวร์!!!”
เสียงเฮโฮลั่นอย่างคึกคักเรียกเืในกายให้พรุพล่าน และในที่สุดการประลองรอบสุดท้ายของทีมเธอก็เริ่มขึ้น ในรอบสุดท้ายเป็รอบของยูซีทและเพราะคู่ต่อสู้ตัวจริงในรอบสุดท้ายไม่สามารถมาได้จึงต้องส่งกับเด็กปีหนึ่งชื่อฮาจิมะขึ้นมาแทนที่ ซึ่งการแข่งรอบนี้ยูซีทถึงกับต้องร้องเพราะเขาแทบจะไม่ได้แสดงฝีมืออะไรเลย เพียงแค่ซัดไปทีเดียวเด็กปีหนึ่งก้หมอบกระแตสลบคาที่ไปเสียงแล้ว จึงชนะได้โดยไม่ต้องออกแรงเสียเหงื่อเลยซักนิด เพื่อนๆรู้สึกอิจฉาเขาแต่คนถูกอิจฉากลับไม่รู้สึกยินดีด้วยซ้ำ เพราะมันน่าเบื่อ!!!