จุดที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้หากมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ก็จะเห็นผู้เล่นหลากหลายอาชีพ เดินกันไปมาให้วุ่นวายบนท้องถนนของเมือง การ์ซิเลียเมืองที่ขึ้นชื่อเื่เสื้อผ้า เครื่องป้องกันและอุปกรณ์จักรกล หากผู้เล่นคนไหน้าซื้อหาเครื่องป้องกันดีๆ ที่นี่มีขายทั้งสิ้น หรือหาก้าสร้างเครื่องป้องกันเอง ก็มีผู้เล่นที่มีอาชีพช่างเย็บอยู่ให้เกลื่อนตา ส่วนราคานั้นก็ตามแต่จะตกลงกันกับช่างเย็บ
“พี่เควินจะกินอะไรเพิ่มไหมครับ” เทลเลอร์เอ่ยถามขึ้นเมื่อมองเห็นว่า เค้กกาแฟที่ผมสั่งมาก่อนหน้าพร่องหายไปเยอะ
“ไม่ล่ะพี่กะว่าเดี๋ยวจะเดินดูของในตลาดหน่อย” ผมตอบกลับไปแล้วยิ้มให้
ตอนนี้ผมกับเทลเลอร์และสองผู้ติดตาม กำลังนั่งในร้านขนมหวานที่มีบริการเปิดห้องให้ผู้เล่นได้เช่านอนมาได้พักใหญ่แล้ว พวกผมตัดสินใจวาร์ปมาเมืองนี้หลังจากที่ผมทำภารกิจเลื่อนชั้นจบ
ผมเหม่อมองท้องฟ้าข้างนอกก็พบว่ามันเริ่มจะมืดลงทุกที อีกไม่นานก็คงจะเข้าสู่ยามราตรีกาล...
“เทลเลอร์ระดับเธอขึ้นมาเท่าไหร่ล่ะ” ผมละสายตาจากบรรยากาศข้างนอกแล้วกลับมาถามคนที่นั่งตรงข้าม ทำให้เทลเลอร์เงยหน้าขึ้นจากเค้กกาแฟที่เขาสั่งกิน
“ตอนแรกระดับผมอยู่ที่ 91พอปาร์ตี้กับพี่ระดับก็ขึ้นมาอีก 3 เป็ 94 แล้วล่ะครับ”
“งั้นเหรอ...ดีแล้วล่ะถ้ามีกองทัพแบบนี้อีกเธอจะร่วมอีกก็ได้นะ” ผมพูดพลางหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็กันเอง
“ของมันแน่อยู่แล้วครับ” เทลเลอร์ตอบเสียงหนักแน่น แล้วถามอะไรบางอย่างขึ้นเหมือนนึกได้กะทันหัน
“อ้อ! พรุ่งนี้พี่มีโครงการจะไปไหนบ้างครับ”
“ทำไมเหรอ” ผมถามสั้นๆ
“ผมจะขอตามไปด้วย”
“ก็ไปสิ...พี่ก็ว่าจะเข้าไปรับภารกิจของไคน์น่ะ ว่าไงเอาไหม” ประโยคท้ายผมหันมาถามความเห็นของเ้าต้นต่อภารกิจ ที่นั่งนิ่งเงียบปั้นหน้าขรึมอยู่ข้างๆ ซึ่งความจริงแล้วผมกะจะไถ่โทษที่ปล่อยให้มันรอผมอยู่นานหลายปีต่างหาก
“แล้วแต่เ้านาย” เป็คำตอบที่ผมคาดเดาไว้อยู่แล้ว แต่ก็ถามไปอย่างนั้นแหละ
“ตกลงไปรับภารกิจที่ไหนล่ะคะ” เวียร่าเอ่ยถามเสียงหวานแทรกเข้ามา เธอนั่งข้าง ๆ กับเทลเลอร์
“เดี๋ยวนะ” ผมบอกแล้วเรียกหน้าต่างภารกิจขึ้นมาดูก่อนจะเริ่มอ่านรายละเอียด
“น่าจะที่เมืองโคเรียนะเวียร่า” ผมตอบเธอหลังจากที่อ่านจบ ซึ่งเวียร่าก็พยักหน้ารับรู้ และเป็ขณะเดียวกับที่ผมมองดูนาฬิกาดิจิตอล ข้างฝาผนังร้านตรงหน้าผม หน้าปัดของมันบอกเวลาไว้ 18.25 น.
“เทลเลอร์พี่จะไปเดินดูของในเมืองไปด้วยกันไหม”
“ไปครับ...ผมไม่มีธุระที่ไหนอยู่แล้ว” สิ้นคำตอบตกลงของเทลเลอร์ พวกผมก็พากันเดินออกจากร้านค้าไป แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะจ่ายเงินค่าเค้กที่เค้าท์เตอร์ชำระเงิน
ด้านนอกของร้านค้า ราตรีกาลอันหนาวเย็นค่อย ๆ โรยตัวลงมา ทำให้บรรยากาศเริ่มที่จะมืด กระนั้นแสงไฟจากคบเพลิงตามข้างถนน ก็ส่องสว่างมากพอทำให้เห็นร้านรวงของผู้เล่นที่ตั้งขายของกันได้ถนัดตา
ผมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ไม่ได้เจาะจงร้านไหนเป็พิเศษ เพียงแค่อยากปล่อยใจให้ไปกับบรรยากาศยามเย็นของเมืองนี้เท่านั้น เพราะผมไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง
บางทีการได้พักผ่อนเล็กๆ น้อย ๆ แบบนี้ก็คงจะดีเหมือนกัน...
ในดึกสงัดอันมืดมิดของราตรีกาล ผู้เล่นสวนใหญ่ถ้าไม่หาห้องเช่านอน ก็จะออกเร่รอนเพื่อสังหารมอนสเตอร์ที่ออกมาตอนกลางคืน เอกอนก็เป็หนึ่งในคนจำนวนเ่าั้ที่ออกมาเร่ร่อนข้างนอก อาจจะผิดแผกแค่เขาไม่ได้มาสังหารมอนสเตอร์แต่กลับมาทำภารกิจบางอย่าง
“น่าจะใช่นะ” เขาพูดกับตัวเองเบา ๆ พลางเปิดดูรายละเอียดจากหน้าต่างภารกิจอีกครั้ง แล้วย่อหน้าจอให้มันเล็ก ๆ พอที่จะอ่านได้ในที่มืดๆ
ภารกิจ : ไม้เท้าที่สาบสูญของจอมเวทในตำนาน
ระดับภารกิจ: SS
ระยะเวลา : ไม่จำกัด
สถานะ : รับภารกิจแล้ว กำลังดำเนินการ
สถานที่รับภารกิจ : ประตูแห่งกาลเวลา
พิกัด : ไม่แน่นอน
รายละเอียดภารกิจ : หลังจากที่รับภารกิจแล้วให้ผู้เล่นตามหาสระน้ำแห่งเหล่าภูต
ณ ที่นั่นจะมีทางเข้าสู่ถ้ำดึกดำบรรพ์ ซึ่งจะเปิดทุก ๆ เวลา 19.11 - 19.19 น.
แต่ผู้ที่จะเข้าไปได้นั้นต้องมีเงื่อนไขครบนั่นก็คือได้รับภารกิจ
ไม้เท้าที่สาบสูญของจอมเวทในตำนานเรียบร้อยแล้ว
และต้องเป็ผู้เล่นชั้นโกลด์ขึ้นไปเท่านั้น
เอกอนปิดหน้าต่างภารกิจลง แล้วเพ่งมองไปยังสระน้ำที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ผิดแน่นอนจากที่เขาหาข้อมูลมานั้น สระน้ำแห่งเหล่าภูตอยู่ที่นี่แน่ ๆ มันตั้งอยู่ใจกลางป่าคาเลวันที่เยื้องไปทางทิศตะวันตกของเมืองซีเดเมีย
ความจริงภารกิจนี้เอกอนได้รับมาด้วยความบังเอิญั้แ่เมื่อ10 กว่าปีก่อนที่เขาจะเลิกเล่นเกมแล้ว เพราะต้องสานต่อธุระกิจของครอบครัวเขาจึงไม่มีเวลา และถ้าจำไม่ผิดเขารับมันมาตอนที่จะเปิดประตูเข้าร้านขายผลึกเสริมพลังร้านหนึ่ง ทว่าแทนที่จะเป็ร้านขายผลึกเมื่อก้าวพ้นประตู กลับกลายเป็ว่าเขาหลงเข้าไปรับภารกิจนี้มาเสียซะงั้น
ซึ่งตามข้อมูลที่เคยหามา ประตูแห่งกาลเวลานั้นไม่ใช่ว่าจะหากันง่าย ๆ เพราะมันมักจะโผล่ไม่เป็ที่ต่อให้คำนวณยังไงก็ไม่มีทางได้เจอ แล้วอาจจะเป็โชคดีของเขาด้วยก็ได้ที่ประตูแห่งกาลเวลาดันมาอยู่ตรงนั้นพอดี
“อีก 3 นาที” เอกอนพึมพำบอกตัวเอง หลังจากที่ก้มลงดูนาฬิกาข้อมือข้างขวา
เขาซุ่มอยู่ที่นี่ได้พักใหญ่แล้วหลังจากที่ขอแยกตัวกับแทซอน เพื่อมาทำภารกิจที่เคยทำค้างไว้ให้เสร็จ เพราะว่าเขาดันไปเปิดเจอมันตอนอยู่เมืองเวลูน่าในร้านขายการ์ด และถ้าเขาทำสำเร็จของรางวัลจากภารกิจนี้ก็จะทำให้เอกอนแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ซึ่งมันจะช่วยเื่ต้านกองทัพมอนสเตอร์ได้อีกเยอะ
ทักษะเวทย์แสงอำพัน
เอกอนเรียกใช้ทักษะประจำอาชีพนักเวท สายธาตุแห่งแสง ซึ่งเป็ทักษะที่ใช้ในการเพิ่มค่าพลังป้องกันเวท10% และคงอยู่ได้แค่ 5 นาที หากความสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้เรียกขึ้นมาเพื่อจะใช้เพิ่มค่าพลังป้องกันเวท แต่ในระหว่างที่เวทย์นี่แสดงผลร่างกายของเขาจะเรืองแสงสีขาวอ่อนๆ ซึ่งเอกอนก็ใช้ประโยชน์จากเื่นั้นในการส่องดูสระน้ำข้างหน้า ที่ตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดจนมองไม่เห็นอะไร
3 นาทีผ่านไป เกิดแสงประหลาดขึ้นที่สระน้ำเป็แสงสีทองเรืองรอง มันรายล้อมด้วยประกายระยิบระยับสีขาววับวาว เอกอนเห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นจากพุ่มไม้ที่ซุ่มอยู่ ก่อนจะเดินไปที่สระน้ำช้า ๆ สายตาของเขาตอนนี้นั้นจับจ้องอยู่ที่แสงนั่นอย่างหลงใหลราวกับต้องมนต์สะกด
ตูม!
เสียงน้ำแตกกระจายสาดกระเซ็นเมื่อเอกอนตัดสินใจะโลงไป เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดข้างล่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ภายใต้ความเย็นเฉียบของน้ำในสระแห่งนี้
‘ผู้เล่นเอกอนได้ผ่านประตูทางเข้าสู่ถ้ำดึกดำบรรพ์ กรุณารอสักครู่ระบบกำลังตรวจสอบเงื่อนไขภารกิจ’
เสียงแจ้งจากระบบทำให้เอกอนรู้ว่าเขามาถูกทางแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเท่านั้น และก็ภาวนาว่าอย่าให้ภารกิจนี้มีผู้เล่นทำสำเร็จไปแล้ว เพราะไม่งั้นก็เท่ากับเขาก็มาเสียเที่ยว
‘ระบบทำการตรวจสอบเงื่อนไขแล้ว ผู้เล่นเอกอน อาชีพนักเวท สายธาตุแห่งแสง ชั้นโกลด์ ระดับ 98 เผ่าพันธุ์ เอลฟ์ ผ่านเงื่อนไขภารกิจ กรุณารอสักครู่ระบบกำลังนำท่านเข้าสู่ถ้ำดึกดำบรรพ์...’
สิ้นเสียงของระบบพลันร่างของเอกอนก็มีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้น จากนั้นเขาก็ถูกกลืนหายไปกับแสงนั่น และเมื่อเอกอนลืมตาตื่นก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่คุ้นตา แต่ก็พอเดาได้ว่ามันคือถ้ำดึกดำบรรพ์
เอกอนกวาดสายตาสำรวจคร่าวๆ เขาแปลกใจอยู่เื่หนึ่งว่าสถานที่อยู่ณ ตอนนี้ถูกเรียกว่าถ้ำแท้ ๆ แต่ทำไมมีแต่ต้นไม้ที่แห้งตายขึ้นอยู่เต็มไปหมด แล้วพอเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบนก็มีแต่หินงอก หินย้อย ซึ่งดูหวาดเสียวศรีษะตัวเองเป็ล้นพ้น เพราะเดาไม่ได้ว่ามันจะหล่นใส่หัวเมื่อไหร่
เอกอนค่อย ๆ ขยับเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ อาศัยแสงจากทักษะเวทย์แสงอำพัน ที่เรียกใช้ขึ้นมาอีกครั้งนำทางตัวเองไปและยิ่งเดินลึกเท่าไหร่ ตัวถ้ำก็ดูเหมือนจะแคบลงด้วย ทำให้เอกอนต้องยกมือปิดหัวตัวเอง เพื่อระวังหินงอก หินย้อย ที่ตอนนี้มันอยู่เลยศรีษะเขาไปถึงเมตร
ผ่านไป 2 นาทีกว่า ๆ เอกอนก็มองเห็นทางออกข้างหน้า เขาค่อย ๆ ก้าวผ่านพ้นออกมาจนพบสถานที่แปลกตาอีกครั้ง
จากที่เขาเห็นก็ไม่อยากเชื่อว่าบรรยากาศมันจะขัดกับถ้ำที่เขาผ่านมาเมื่อครู่ เพราะสถานที่ที่เอกอนเหยียบอยู่ในขณะนี้ รายล้อมเต็มไปด้วยแสงสว่างสีทองอ่อน ๆ ที่ดูอบอุ่น เขาไม่รู้หรอกว่าแสงสีทองนี้มาจากไหน อาจจะมาจากกำแพงสีน้ำตาลที่ก่อตัวเป็โดมขนาดย่อมอยู่นี้ก็ได้
“นั่น” เอกอนอุทานขึ้นเมื่อมองเห็นไม้เท้าอันหนึ่งลอยนิ่ง ๆ อยู่กลางโดม
ตัวไม้เท้านั้นถูกสลักเต็มไปด้วยอักขระโบราณบางอย่าง ส่วนหัวไม้เท้าก็เป็รูปัสีทอง 3ตัวที่พันลูกแก้วสีแดงขนาดเท่ากำปั้นเอาไว้ ราวกับว่าแม่ัทั้ง 3 กำลังแย่งกันเพื่อฟักไข่ลูกัอย่างไรอย่างนั้น
แต่เดี๋ยวก่อนนะภารกิจมันจะง่ายขนาดนี้เลยเหรอ...
“นานแล้ว...ที่ไม่มีใครผ่านมาเยี่ยมที่นี่”
เอกอนสะดุ้งเฮือกพร้อมหันขวับไปตามเสียงที่ได้ยิน เขาพบว่ามีใครบางคนกำลังยืนมองตัวเองอยู่ ดูจากภายนอกแล้วคงเป็มอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหน้าตาของอีกฝ่ายดูสะอาดสะอ้านมาก บวกกับปีกสีขาวทั้ง 8 ปีกอันเป็เอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์นี้ ทำให้คิดเป็อย่างอื่นไปไม่ได้
“ข้ามีนามว่า เทกาซัส หากเ้า้าไม้เท้าของผู้ที่เคยเป็จอมเวทที่ยิ่งใหญ่ ก็ต้องโจมตีข้าให้ได้ 1 ครั้ง”
กะแล้วว่าภารกิจมันคงจะไม่ง่ายอย่างที่เห็น แต่ว่านะให้โจมตีโดนแค่ทีเดียวงั้นเหรอ มันจะดูถูกกันเกินไปหน่อยไหม
“แกเป็มอนสเตอร์ระดับเท่าไหร่” เอกอนถามออกไป เพราะเขาดูแล้วมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าอาจจะระดับ10 ไม่สิ...ดูจากระดับภารกิจแล้วหมอนี่ต้องระดับ 13 เท่านั้น ซึ่งเป็ระดับที่ไม่ค่อยจะพบเจอบ่อยนัก
“ข้ากะแล้วว่าเ้าต้องถามแบบนี้ ข้าเป็มอนสเตอร์ระดับ พิเศษ”
“ระดับพิเศษ ทำไมไม่เคยได้ยิน” เอกอนโพล่งถามอย่างงง ๆ กับสิ่งที่ได้รับรู้ใหม่ นี่เขาไม่ได้เล่นเกมนานจนระบบอัฟเดตมอนสเตอร์ระดับใหม่แล้วหรือ
“ถูกแล้ว...เ้าอาจจะงง ๆ อยู่บ้าง แต่มอนสเตอร์ระดับนี้มีอยู่จริง ๆ เป็มอนสเตอร์ที่ก้าวข้ามผ่านระดับ 13 มาแต่เ้าไม่ค่อยได้เจอก็เท่านั้น เพราะว่าระดับนี้มีมากนัก และส่วนใหญ่ถ้าไม่เก็บตัวเงียบ ๆ ก็เป็ผู้พิทักษ์อะไรสักอย่าง จึงไม่แปลกที่เ้าไม่เคยได้ยิน เหมือนกับข้าคนนี้ที่เป็ผู้พิทักษ์ไม้เท้าดวงจิตแห่งั ซึ่งเป็ไม้เท้าที่สาบสูญของจอมเวทที่ยิ่งใหญ่”
“แล้วระดับพิเศษนี่มีแบ่งแยกไหม” เอกอนลองหยั่งเชิงถาม
“เ้านี่ช่างสงสัยดีจริง ๆ ใช้แล้วล่ะ...แม้จะเป็ระดับพิเศษแต่พวกเราก็มีการแบ่งชั้น” อีกฝ่ายหยุดพูดก่อนผายมือออก
“พวกเราแบ่งออกเป็3 ชั้นคือ ชั้นขุนนาง ชั้นอัศวิน และชั้นาา ข้าอยู่ชั้นอัศวิน อ้อ...เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนะ ถ้าหากมอนสเตอร์ระดับพิเศษสังหารผู้เล่นให้ตายได้ ก็จะสามารถได้รับค่าประสบการณ์ด้วยซึ่งปกติจะไม่ได้ แล้วก็อีกเื่หนึ่ง พวกเราสามารถเรียนรู้ทักษะพิเศษ ที่เป็ทักษะนอกเหนือจากทักษะเผ่าพันธุ์ได้”
เอกอนถึงกับอึ้งกับข้อมูลใหม่
ตายล่ะหว่า...มันสามารถเก็บค่าประสบการณ์จากผู้เล่นได้ แถมยังเรียนรู้ทักษะพิเศษได้ ซึ่งเป็ทักษะที่โดยปกติมีไว้ให้แค่ผู้เล่นเท่านั้น นี่มันเท่ากับว่าเขากำลังจะต่อสู้กับผู้เล่นระดับสูงชัด ๆ แล้วถึงเขาจะสู้สุดพลังก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำร้ายมันได้ สมแล้วล่ะที่มันบอกแค่ว่าให้โจมตีโดนแค่ครั้งเดียว
มันไม่ใช่คำคุยโอ่เลยจริงๆ
“ว่าไง จะเริ่มกันเลยไหม”
เอกอนกัดฟันกรอด เขาตัดสินใจเรียกหน้าต่างเก็บไอเทมออกมา แล้วคว้าไม้เท้าปีกแห่งเอลฟ์มาถือไว้ ตัวไม้เท้านั้นทำด้วยเงินบริสุทธิ์ทั้งด้าม ส่วนหัวไม้เท้าก็เป็รูปปีกสีขาวสองปีกกางออก และบนปีกนั้นก็มีดวงแสงสีทองขนาดเท่าลูกปิงปองส่องสว่างประกายอยู่
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะไม่ตอบโต้แค่ป้องกันเท่านั้น และจะยืนอยู่ที่เดิมด้วย”
เทกาซัสบอกอีกครั้ง เป็ราวกับสัญญาณให้เอกอนเริ่มโจมตีได้ทันที
เอกอนเริ่มแสดงสีหน้าที่วิตกออกมาอย่างชัดเจน เพราะรู้ดีว่าอาชีพนักเวทสายธาตุแห่งแสง มีทักษะที่ใช้โจมตีน้อย เพราะส่วนใหญ่เป็ทักษะที่ใช้เสริมร่างกายมากกว่า แต่ว่าเขาก็ปิดจุดอ่อนนี้ได้ด้วยทักษะมหาเวทย์ดูดดาว 1 ใน 5 ทักษะเวทมนต์ที่ทรงพลังที่สุดในเกมเซียออนไลน์
เขาเพียรพยายามตามหามันจนพบ แม้ว่าตัวเขาเองจะต้องเสี่ยงกับภารกิจที่ล่อแหลมให้กลับไปอยู่ระดับ1 ไม่รู้กี่ครั้งก็ตาม
“งั้นเริ่มล่ะนะ” เอกอนบอกกับตัวเองแล้วเร่งพลังเวทให้แผ่กระจายออกไปทั่ว
ข้อดีของนักเวทก็คือทักษะส่วนใหญ่นั้นจะใช้พลังเวทเป็พื้นฐาน แต่ถ้าแถบพลังเวทหมดกะทันหันระหว่างต่อสู้ ทักษะเ่าั้จะดึงเอาพลังออร่ามาทดแทน แต่ผลหรือประสิทธิภาพของทักษะจะลดลงไป 30%
“ดวงดาราพร่างพราวร่วมทอแสง ส่งสำแดงฤทธาน่าเกรงขาม ลอยอ้อยอิ่งวนล้อมจันทราคราม จงขับขานลำนำแห่งดวงดาว”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ดาราล้อมเดือน
ไม้เท้าปีกแห่งเอลฟ์เปล่งแสงถึงขีดสุด บ่งบอกถึงอำนาจของทักษะนี้ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน เอกอนวาดไม้เท้าไปข้างหน้าพลันบังเกิดดวงแสงสีขาวนับพันลูก รายล้อมรอบกายของเทกาซัส แน่นอนว่าดวงแสงเหล่านี้มีพลังโจมตีไม่ต่ำกว่า 800แน่ ๆ พวกมันลอยเคว้งคว้างอยู่เพียงครู่เดียวก็รุมพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที
ตูม!
เกิดเสียงะเิกึกก้องไปทั่วโดมแห่งนี้ แต่น่าแปลกที่มันพังทลายจากผลกระทบของทักษะ อาจจะเป็เพราะว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ต้านพลังโจมตีทุกรูปแบบก็เป็ได้
ความจริงเอกอนไม่ต้องร่ายเวทก่อนใช้ทักษะก็ได้ เพราะเขามีทักษะพิเศษอย่างทักษะย่ออาคมอยู่แล้ว แต่นั่นมันจะทำให้ผลของทักษะลดลง 50% ซึ่งเขาไม่้า
ฝุ่นควันจากการะเิเมื่อครู่จางลงบ้างแล้ว เอกอนมองดูผลงานของตัวเองที่ตอนนี้ ยังดูมัว ๆ จากควันจาง ๆ อยู่ เขาต้องเอาจริงั้แ่เริ่มต้นเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางเจาะเกราะมอนสเตอร์ระดับพิเศษชั้นอัศวินได้แน่
“เป็ทักษะที่แรงดี แต่ยังไม่พอ”
มีเสียงเล็ดรอดออกมา แต่มันยังไม่เท่ากับสิ่งที่เอกอนเห็น เขาถึงกับเบิกตากว้าง เพราะผู้เป็เป้าหมายไม่ได้รับขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย กลับดูสะอาดสะอ้านราวกับเพิ่งอาบน้ำมาหมาดๆ
นี่ขนาดเขาใช้ทักษะที่เป็ถึง1 ใน 5 มหาเวทอันทรงพลังที่สุดแล้วนะ
“เอ้า...มีอะไรจะซัดมาอีก”
เอกอนปั้นสีหน้ายากเย็น...เขาไม่อยากจะนึกเลยว่ามีตัวแบบนี้อยู่ในเกมด้วย แม้มันจะฟังดูเหมือนเป็ไปไม่ได้ หากว่าแต่ละตัวมันเป็แบบนี้หมดล่ะก็ มีหวังต่อให้ใช้ผู้เล่นชั้นโกลด์เป็สิบก็เอามันไม่อยู่แน่ๆ
น่ากลัวจริงๆ
“ต้องใช้ทักษะที่แรงที่สุด ของมหาเวทดูดดาวเท่านั้นสินะ”
เอกอนกล่าวจบก็คว้าน้ำยาเพิ่มพลังเวท2 ขวดจากหน้าต่างเก็บไอเทม ก่อนจะกรอกมันเข้าปากอย่างรวดเร็ว พลางเร่งพลังเวทในตัวที่มีให้ถึงขีดสุด แล้วเปิดใช้ทักษะของเผ่าพันธุ์เสริมทันที
ทักษะเผ่าพันธุ์ ดวงจิตอนันต์
ร่างของเอกอนเรืองแสงสีเขียวมรกตจางๆ หลังจากที่เรียกใช้ทักษะ ผลของมันก็คือทำให้พลังโจมตีเวทเพิ่มขึ้น40% เป็ทักษะประจำเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่มีประโยชน์เอามากๆ
ครืน!!!
เกิดแรงสั่นะเืขนาดประมาณ 5 ริกเตอร์จากการเร่งพลังเวทของเอกอน ซึ่งนั่นทำให้เทกาซัสถึงกับขมวดคิ้วกังวล มันรับรู้โดยสัญชาตญาณว่า การโจมตีครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งแรกหลายเท่าตัว
เห็นทีว่าครั้งนี้มันต้องใช้ทักษะช่วยต้านการโจมตีของศัตรูเสียแล้ว
“สรรพดาราเรียงร้อยนับหมื่นแสน ดุจตัวแทนส่องความหวังที่อับเฉา จงปลดปล่อยความจริงที่ยืนยาว ก่อเกิดดาวส่งนำทางล้างมลทิน”
ทักษะมหาเวทย์ดูดดาว ลำแสงเนบิวล่า
เอกอนยื่นไม้เท้าไปข้างหน้าตัวเอง พลันปรากฏวงแหวนเวทอักขระโบราณขนาดใหญ่สีทองแผ่กว้างอยู่ตรงหน้า ก่อนจะค่อย ๆ มีเส้นแสงสีแดงผุดขึ้นรอบ ๆ วงแหวนเวท แล้วพุ่งรวมตัวกันตรงกลางอย่างรวดเร็ว จนก่อเกิดเป็ดวงพลังสีแดงที่ค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ชั่วพริบตานั้น...ดวงพลังสีแดงจ้าก็ะเิพุ่งเป็ลำแสงเข้าหาเทกาซัสอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง
ซูมมมม!!!
ทักษะเผ่าพันธุ์ โล่์ศักดิ์สิทธิ์
บึ้มมมม!!!!