ตลอดเส้นทางที่หลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินนั่งรถโดยสารประจำทางกลับไปยังอำเภอด้วยกัน จางเมี่ยวเจินนั่งเงียบโดยไม่พูดอะไร หลินเฉียงเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เพราะฟังจากบทสนทนาของสองพ่อลูก ทำให้หลินเฉียงเดาได้ไม่ยากว่าทำไมจางเมี่ยวเจินถึงดูจะเกลียดพ่อแท้ๆ ของตนเองนัก และเขายังได้รู้ด้วยว่าเพราะอะไรคุณแม่จางถึงได้พาจางเมี่ยวเจินย้ายจากจังหวัดมาอยู่ที่อำเภอ
หลินเฉียงทำได้แค่จับให้ศีรษะของภรรยามาพิงที่ไหล่ของตน การกระทำเช่นนี้จะทำให้ภรรยารับรู้ได้ว่าตัวเขาจะคอยเป็ที่พักพิงให้เธอตลอดเวลา ซึ่งจางเมี่ยวเจินก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ทำให้ั้แ่นั่งรถโดยสารออกมาจากท่ารถประจำจังหวัดจนมาถึงท่ารถประจำอำเภอ จางเมี่ยวเจินก็ไม่เคยเอาศีรษะของตนพ้นจากไหล่อันแสนอบอุ่นของสามีแม้แต่นาทีเดียว
หลังจากที่ทั้งคู่ลงจากรถโดยสาร หลินเฉียงก็พาจางเมี่ยวเจินไปเอารถจักรยานของตนที่ฝากไว้กับหัวหน้าหวังที่สถานีรับซื้อของป่า หลินเฉียงได้แนะนำจางเมี่ยวเจินให้หัวหน้าหวังรู้จักอย่างเป็ทางการ หัวหน้าหวังแสดงความยินดีกับชายหนุ่มอย่างจริงใจ อีกทั้งหัวหน้าหวังยังจำจางเมี่ยวเจินได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่อยู่ในร้านขายนาฬิกา และเธอก็คงเป็สาเหตุที่ทำให้หลินเฉียงกับหวงเจ๋อมีเื่ต้องทะเลาะกัน
แต่หัวหน้าหวังก็ไม่ได้โทษว่าทั้งหมดเป็ความผิดของจางเมี่ยวเจิน เพราะจากที่เขาพิจารณาหญิงสาว เขาก็มองออกแล้วว่าจางเมี่ยวเจินเป็คนดี เขายังแอบชมหลินเฉียงด้วยซ้ำว่าหลินเฉียงช่างหาภรรยาได้ดียิ่งนัก ซึ่งหลินเฉียงก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายังเอ่ยชมภรรยาด้วยตัวเองอีกต่างหาก
การสนทนาที่เป็กันเองของหลินเฉียงกับหัวหน้าหวังทำให้จางเมี่ยวเจินอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย อีกทั้งเธอยังได้ยินเื่ที่หัวหน้าหวังคอยช่วยเหลือหลินเฉียงในหลายๆ เื่ เธอจึงเอ่ยชวนหัวหน้าหวังไปทานข้าวเพื่อเป็การเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของเธอกับหลินเฉียง ซึ่งหัวหน้าหวังก็ไม่ปฏิเสธ เขายังบอกอีกว่างานเลี้ยงครั้งนี้หลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินจะทำตัวงกไม่ได้ เหล้าอย่างดีต้องมีอย่างน้อยสองขวด ให้สมกับเป็งานมงคล ส่วนเื่ซองแดงเพื่อแสดงความยินดี หัวหน้าหวังตบหน้าอกเพื่อเป็การรับประกันว่าเขาจะมอบซองแดงให้คู่สามีภรรยาอย่างสมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน
หลินเฉียงก็ตอบรับอย่างอารมณ์ดี ทั้งเขายังฝากให้หัวหน้าหวังเชิญลูกชายทั้งสี่คนของหัวหน้าหวังให้มาร่วมทานอาหารด้วย เพราะหลินเฉียงเองก็สนิทสนมกับพี่ชายทั้งสี่คน และพี่ชายทั้งสี่คนก็ดีกับหลินเฉียงมากเช่นกัน
หลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินหยุดอยู่หน้าร้านขายรถจักรยาน เป็เพราะเ้าของร้านค่อนข้างอารมณ์ร้าย จางเมี่ยวเจินที่เพิ่งผ่านความเสียใจจากการจากไปของคุณแม่ รวมถึงการพบหน้าพ่อบังเกิดเกล้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอจึงรู้สึกว่าตนเองยังไม่พร้อมที่จะฟังคำพูดร้ายๆ จากใครอีกแล้ว
หลินเฉียงกำลังจะพูดปลอบใจภรรยา แต่ผิดคาด เมื่อจู่ๆ เ้าของร้านขายรถจักรยานก็เดินยิ้มออกมาหาจางเมี่ยวเจิน
“จางเมี่ยวเจิน! ในที่สุดเธอก็กลับมาสักที ถ้าเธอยังลางานไปนานกว่านี้ มีหวังร้านขายรถจักรยานของฉันคงเจ๊งอย่างไม่เป็ท่าแน่” เ้าของร้านขายจักรยานหันไปยิ้มให้หลินเฉียง “ผมจำคุณได้ คุณคือคุณหลินที่วันนั้นซื้อรถจักรยานทีเดียวตั้งสี่คัน แถมยังซื้อรถสามล้อถีบกลับไปอีกสองคัน เป็เพราะการอุดหนุนจากคุณในวันนั้นทำให้ชื่อเสียงของร้านขายรถจักรยานของผมโด่งดังไปทั่วอำเภอ ทุกคนต่างพูดกันว่าถ้าสินค้าที่ร้านของผมไม่ดีจริง แล้วจะมีใครมาซื้อรถจักรยานและรถสามล้อถีบกลับไปทีเดียวตั้งหลายคัน”
“ก็รถจักรยานจากร้านของคุณเป็ของดีมีคุณภาพจริงๆ นี่ครับ อีกอย่างทั้งอำเภอของเราก็คงจะมีแค่ร้านของคุณร้านเดียวที่มีรถจักรยานให้เลือกหลายรุ่นขนาดนี้” หลินเฉียงตอบอย่างยิ้มแย้ม เป็เพราะก่อนหน้านี้ภรรยายังไม่ได้บอกกับเขาอย่างเป็จริงเป็จังว่าเธออยากจะทำงานเดิมต่อไหม หรือเธอจะกลับไปช่วยทำบัญชีที่ฟาร์มของเขา ดังนั้นตอนนี้เขาจำเป็ต้องพูดจาคล้อยตามเพื่อทำให้เ้าของร้านขายรถจักรยานอารมณ์ดีไปก่อน
“คุณหลินก็พูดชมกันเกินไปแล้ว” เ้าของร้านได้ยินคำพูดของหลินเฉียงก็ยิ้มกว้างขึ้นอีกหลายเท่า แต่เมื่อเขาสังเกตให้ดีก็เห็นว่าหลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินดูจะสนิทสนมกันเป็พิเศษ และเมื่อนึกถึงคนที่นั่งรออยู่ในห้องทำงานของเขา จากรอยยิ้มกว้างที่เคยมีก็เริ่มเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเจื่อน “เอ่อ...คือว่าตอนนี้ยังถือเป็เวลาทำงาน คุณหลินคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับถ้าผมจะพาคนงานของผมเข้าไปทำงานต่อแล้ว”
“ยังเป็เวลาทำงานอยู่เหรอครับ” หลินเฉียงแสร้งทำหน้าแปลกใจ เพราะปฏิกิริยาที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนไปของเ้าของร้าน ทำให้เขาอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าเ้าของร้านที่เคยเป็คนอารมณ์ฉุนเฉียว แต่ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้เปลี่ยนมาทำดีกับภรรยาของเขา ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนภรรยาของเขายังถูกขู่ว่าถ้าไม่กลับมาทำงานเธอจะโดนไล่ออกอยู่เลย
จางเมี่ยวเจินก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเ้านายเช่นกัน แต่เธอก็ยังไม่พูดอะไร เธออยากรู้ว่าเ้านายกำลังจะทำอะไรกันแน่ เธอจึงเดินเข้าไปหาหลินเฉียงก่อนจะพูดเสียงเบา “คุณรอฉันอยู่แถวนี้ก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าเ้านายคิดที่จะทำอะไร ทั้งที่เขาเคยบอกว่ากลับมาคราวนี้เขาจะไล่ฉันออก แต่พอฉันกลับมาจริงๆ เขากลับดูเหมือนจะเอาใจฉันเป็พิเศษ อีกอย่างเขาเอาแต่มองไปที่ประตูห้องทำงานของเขา ฉันกลัวว่าเขากำลังจะทำเื่ไม่ดีกับฉันน่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมเข้าไปกับคุณด้วยดีไหม”
“อย่าเลยค่ะ เพราะถ้าคุณเข้าไป เ้านายของฉันอาจใช้เื่นี้มาเล่นงานคุณ ฉันหมายถึงถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปซื้อรถจักรยานหรือรถสามล้อถีบ เขาอาจจะไปแจ้งความกล่าวหาว่าคุณพยายามจะเข้าไปขโมยของของเขาก็ได้ เคยมีคนถูกแจ้งความแบบนี้มาแล้วค่ะ” จางเมี่ยวเจินยังกระซิบกับสามี “ที่ฉันไม่ปฏิเสธและต้องทำตามคำสั่งของเขา ไม่ใช่เพราะฉันเป็ห่วงเงินเดือนที่เหลืออยู่น้อยนิดนั่นหรอกนะคะ แต่ฉันเคยเห็นคนงานเก่าที่เคยขัดคำสั่งของเ้านาย คนพวกนั้นไม่มีจุดจบที่ดีกันสักคน”
หลินเฉียงขมวดคิ้วพลางมองสังเกตไปที่ประตูห้องทำงานของเ้าของร้าน จากการคำนวณคร่าวๆ ถ้าห้องทำงานไม่ได้ปิดประตู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่ภรรยาของเขาะโขึ้นมา เขาก็สามารถวิ่งเข้าไปช่วยเธอได้ทัน “ถ้าอย่างนั้นคุณอย่าให้เ้านายของคุณปิดประตูห้องทำงานเป็อันขาด และถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ให้คุณะโออกมาดังๆ ผมจะได้เข้าไปช่วยคุณได้ทัน”
หลินเฉียงยังกำชับภรรยาต่อ “หรือไม่ถ้าคุณเดินเข้าห้องไปแล้วเห็นว่าบรรยากาศไม่น่าไว้ใจ คุณก็หันหลังกลับแล้ววิ่งออกมาจากร้านทันที คุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
จางเมี่ยวเจินเดินตามเ้าของร้านเข้าไปในห้องทำงาน ส่วนหลินเฉียงยืนรออยู่ที่นอกร้าน เขายังไม่บุ่มบ่ามที่จะเอาเื่นี้ไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าหวัง
จางเมี่ยวเจินแปลกใจที่เห็นหวงเจ๋อนั่งอยู่ในห้องทำงานของเ้านาย จากคำพูดของสามี เธอจึงหยุดยืนอยู่แค่บริเวณประตู โดยที่เธอทำเป็ไม่เห็นว่าเ้านายส่งสัญญาณให้เธอเดินเข้าไปด้านใน
“สวัสดีครับคุณเมี่ยวเจิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” หวงเจ๋อกล่าวทักทายพร้อมส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม “ผมมารอคุณหลายวันแล้ว แต่เ้านายของคุณบอกว่าคุณขอลาหยุด พอรู้ว่าวันนี้คุณจะกลับมา ผมก็เลยรีบมารอคุณั้แ่เช้าแล้วครับ ว่าแต่คุณจะไม่เข้ามาข้างในสักหน่อยเหรอ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันยืนอยู่ตรงนี้ก็ได้” จางเมี่ยวเจินตอบคำถามหวงเจ๋อ ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับเ้าของร้าน “เ้านายคะ ถ้าคุณมีธุระที่ต้องคุยกับคุณหวง รอให้คุณเสร็จธุระแล้วฉันค่อยมาหาคุณใหม่ก็ได้นะคะ”
“ธุระอะไรกัน เป็คุณหวงต่างหากที่อยากพบเธอ ฉันแค่เปิดโอกาสให้เขาเท่านั้น” เ้าของร้านหันไปยิ้มประจบหวงเจ๋อ “คุณหวงครับ ผมพาจางเมี่ยวเจินมาพบคุณแล้ว หวังว่าร้านอาหารที่คุณพ่อของคุณกำลังจะเปิดกิจการ จะมีหุ้นของผมรวมอยู่ในนั้นสักส่วนสองส่วนนะครับ”
เ้าของร้านหันมามองจางเมี่ยวเจินอย่างไม่รู้สึกผิด อย่างไรจางเมี่ยวเจินก็เป็แค่ผู้หญิงที่ไม่มีครอบครัวคอยหนุนหลัง อีกทั้งแม่ของเธอก็จากไปแล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียวก็ต้องมีคนมาคอยดูแลถึงจะถูก เขาก็แค่เปิดโอกาสให้เธอได้พบกับหวงเจ๋อ
หากหวงเจ๋อถูกใจและคิดจะเลี้ยงดูเธอขึ้นมาจริงๆ เธอก็จะได้มีชีวิตที่สุขสบาย ส่วนผลตอบแทนที่เขาจะได้รับในครั้งนี้ก็คือการได้เป็หุ้นส่วนของร้านอาหารที่เถ้าแก่หวงกำลังจะเปิด คิดแล้วทุกคนต่างก็ได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็หวงเจ๋อที่จะได้สาวงามไปอยู่ข้างกาย จางเมี่ยวเจินก็จะได้เป็เมียเก็บของเศรษฐีและจะมีกินมีใช้แถมเงินทองก็จะไม่ขาดมือ ส่วนเขาก็จะได้เป็หุ้นส่วนร้านอาหาร เช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้วที่เขาจะเป็พ่อสื่อส่งจางเมี่ยวเจินให้กับหวงเจ๋อ
จางเมี่ยวเจินที่ได้ยินคำพูดของเ้านาย เธอก็เก็บอาการโมโหไว้ไม่ได้อีกแล้ว “หัวหน้าคะ ฉันไม่ใช่สินค้าที่คุณจะเอามาเร่ขายได้ตามอำเภอใจนะคะ คุณรู้ไหมว่าการที่คุณพาฉันมาเสนอตัวให้กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีมันเป็เื่ผิดกฎหมาย”
“สามี? เธอไปมีสามีั้แ่เมื่อไหร่” เ้าของร้านถามจางเมี่ยวเจินด้วยท่าทางงงงัน เธอลางานไปแค่สองสัปดาห์ แต่ทำไมกลับมาคราวนี้เธอถึงบอกว่าเธอมีสามีแล้ว
จางเมี่ยวเจินชี้ไปที่หลินเฉียงที่ยืนรอเธออยู่ที่หน้าร้าน “สามีของฉันก็คือผู้ชายที่คุณพูดด้วยเมื่อกี้ไงคะ”
“เธออย่ามาโกหกฉัน!” หวงเจ๋อพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เธอคิดว่าแค่เธอหลอกฉันว่าหลินเฉียงเป็สามีของเธอแล้วฉันจะยอมปล่อยเธอไปอย่างนั้นเหรอ ไม่มีวันเสียหรอก ผู้หญิงที่ฉันหมายตาไว้แล้ว ฉันจะไม่มีวันปล่อยไป”
หลินเฉียงที่ยืนอยู่หน้าร้าน เมื่อเห็นว่าภรรยาเริ่มเดินถอยหลังอย่างหวาดกลัว และเมื่อเขาเห็นว่าเป็หวงเจ๋อที่เดินออกมาจากห้องทำงานของเ้าของร้าน เขาก็รีบวิ่งเข้าไปในร้านแล้วฉุดให้ภรรยามายืนอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้อง
“หวงเจ๋อ! แกคิดที่จะทำอะไรภรรยาของฉัน”
หวงเจ๋อได้ยินก็โมโหจนต้องหัวเราะออกมา “พวกแกสองคนวางแผนกันมาดีมาก ถ้าอยากให้ฉันเชื่อ พวกแกก็เอาหลักฐานออกมาแสดงสิว่าพวกแกเป็สามีภรรยากัน”
หลินเฉียงล้วงทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วเปิดหน้าแรกที่มีรูปถ่ายของเขากับภรรยาให้หวงเจ๋อดู “ทีนี้แกจะเชื่อได้หรือยัง หวังว่าคราวหน้าแกจะไม่มายุ่งกับภรรยาของฉันอีกนะ”
ไม่รอให้หวงเจ๋อตอบคำถาม หลินเฉียงก็หันไปพูดกับเ้าของร้าน “รบกวนคุณเ้าของร้านเอาสัญญาจ้างงานของภรรยาผมออกมาทีครับ วันนี้ผมจะให้เธอลาออก”
เมื่อหลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินได้รับสัญญาจ้างงานกลับคืน ทั้งคู่ก็ปั่นรถจักรยานกลับหมู่บ้านชุนหลิ่งทันที ปล่อยให้หวงเจ๋อมองตามด้วยสายตาขุ่นเคือง ‘ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปหรอกจางเมี่ยวเจิน’