เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเค่อ
ตัวตนระดับสูงของตระกูลต่างๆก็มาถึงสถาบันฮวงเทียนก่อนที่จะเข้าไปด้านสถาบันฮวงเทียนด้วยความรีบร้อน
แน่นอนว่าตระกูลเล็กๆที่ไม่ค่อยมีสถานะทางการเมืองก็ต้องรออยู่ภายนอกเท่านั้น
ไม่นานนักที่นั่งรอบๆของสนามประลองก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ตรงที่นั่งที่ดีที่สุดก็มีตัวแทนของตระกูลต่างๆนั่งและพูดคุยกันด้วยความสนใจ แน่นอนว่าคนที่เด่นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเ้าเมืองฮุ่ยที่มีนามว่า เย่เจียง
เย่เจียงเป็ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบปีเศษ เขาสวมชุดคลุมหรูหรา ใบหน้าดูหล่อเหลา คิ้วตรงดุจกระบี่ ดวงตาเฉียบคมดุจดาบ เขายังเป็คนที่มีชื่อเสียงอย่างมากอีกด้วย เพราะพี่ชายของเย่เจียงที่มีนามว่าเย่จิงเป็ถึงคนของสำนักผู้ตรวจการของเขตเหอหนานและที่สำคัญคือเย่จิง พี่ชายของเย่เจียงมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นต้นอีกด้วย
ที่ข้างสนามประลอง
หนานอวี้ยืนพูดคุยกับหนานหลินด้วยรอยยิ้ม โดยที่ด้านข้างของหนานหลินมีสตรีที่งดงามผู้หนึ่งยืนอยู่ ซึ่งสตรีผู้นี้ก็คือจ้าวเซียน
“ พี่อวี้ท่านต้องชนะให้ได้นะ ” หนานหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หนานอวี้หัวเราะเบาๆและกล่าวด้วยท่าทีมั่นใจว่า “ แม้ว่าข้าจะมีพลังยุทธ์ด้อยกว่าเฟิงจ้านหนึ่งขั้นย่อยแต่ข้าก็มั่นใจว่าข้าจะต้องชนะมันอย่างแน่นอน ”
“ น้องอวี้ถ้าหากไม่ไหวเ้าก็ยอมแพ้ได้นะ ส่วนเื่ทรัพยากรฝึกฝนข้าจะช่วยเหลือเ้าเอง ” จ้าวเซียนกล่าวด้วยความเป็ห่วงและกังวล
“ พี่จ้าวท่านไม่ต้องกังวลข้าต้องชนะแน่นอน ” หนานอวี้กล่าวอย่างมั่นใจพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้จ้าวเซียนถึงกับหน้าแดง
จากนั้นก็มีอาจารย์คนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นก่อนที่จะเรียกให้หนานอวี้และเฟิงจ้านขึ้นบนลานประลอง
เย่เจียงมองไปยังลานประลองที่ตอนนี้มีคนสองคนกำลังยืนอยู่คนละฝั่งด้วยความสนใจพร้อมกับคิดว่าเหตุใดท่านหยางผิงถึงได้มารับชมการประลองเล็กๆแบบนี้
ทางฝั่งของหนานอวี้และเฟิงจ้าน ทั้งสองเองก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าการประลองของทั้งสองนั้นสร้างความสนใจให้แม้แต่ท่านหยางผิงผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรที่เป็ถึงตัวตนที่ทรงพลังยิ่งกว่าเ้าเมืองฮุ่ยมารับชมด้วยตัวเอง
บางส่วนก็คิดไปว่าท่านหยางผิงอาจจะให้ความสนใจกับเฟิงจ้านที่เป็หลานชายของอาจารย์เฟิงจีก็เป็ได้ แต่บางส่วนก็คิดว่าท่านหยางผิงคงจะเบื่อเลยมาดูการประลองเล็กๆแบบนี้ แต่ไม่มีใครคิดว่าท่านหยางผิงจะมาที่นี้เพราะหนานอวี้แม้แต่คนเดียว
เนื่องจากทุกๆคนรู้ดีว่าหนานอวี้เป็เพียงแค่บุตรชายของผู้นำหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่อยู่รอบๆเมืองอี้ฟงเท่านั้น ไม่มีค่าพอให้ทุกๆคนให้ความสนใจด้วยซ้ำ
จากนั้นไม่ถึงครึ่งเค่อหนานิ หยางผิงและเหรินจ้าวก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกๆคน
เมื่อหยางผิงปรากฏตัวทุกๆคนต่างก็ยืนขึ้นและทำความเคารพทันที
“ คาระวะท่านหยางผิง ”
เย่เจียงที่ยืนอยู่ข้างๆหยางผิงก็กล่าวทักทายด้วยความเคารพ
หยางผิงโบกมือให้ทุกๆคนนั่งที่ให้เรียบร้อย จากนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกๆคนใก็เกิดขึ้น
หยางผิงเลื่อนเก้าอี้ออกมาด้านหน้าก่อนที่จะให้หนานินั่ง โดยที่เขายืนอยู่ด้านหลังราวกับผู้ติดตาม
ฉากนี้ทำให้เย่เจียงและทุกๆคนในลานประลองใอย่างมาก พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าหยางผิงจะเป็เพียงแค่ผู้ติดตามของบุคคลหนึ่งเท่านั้น
เนื่องจากหนานิตัวไม่ค่อยสูงมากเห็นได้ชัดว่าเขายังเป็เพียงแค่รุ่นเยาว์คนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าเขาจะสูงกว่าคนทั่วไปมาก ทำให้ทุกๆคนรู้ดีว่าผู้ที่สวมหน้ากากสีขาวยังเป็เพียงแค่เด็กอยู่
เย่เจียงที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับกลืนน้ำลายเล็กน้อย จากนั้นก็รีบโค้งคำนับพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ ข้าน้อยเย่เจียง เ้าเมืองฮุ่ยยินดีต้อนรับนายน้อย ”
ตัวแทนของตระกูลต่างๆก็รีบกล่าวทักทายเหมือนกับเย่เจียง
แน่นอนว่าหนานิไม่ได้สนใจคนเ่าั้มากนัก สายตาของเขามองไปยังหนานอวี้ที่ยืนอยู่บนเวทีและข้างสนามประลองที่มีหนานหลินยืนอยู่กับสตรีที่งดงามผู้หนึ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสตรีผู้นี้คือจ้าวเซียน
‘ นั้นคือพี่สะใภ้ของข้างั้นหรอ สมกับเป็พี่ใหญ่เลือกพี่สะใภ้ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ’ หนานิหัวเราะในใจพร้อมกับเหลือบมองไปยังเฟิงจ้านด้วยแววตาเ็า
‘ กล้าขัดขวางทางรักของพี่ใหญ่ข้า ดูสิว่าวันนี้เ้าจะต้องลงเอยแบบไหน!! ’ หนานิตัดสินใจลงโทษเฟิงจ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ ท่านหยางผิงไม่ทราบว่านายน้อยท่านนี้คือ? ” เย่เจียงเดินมาหาพร้อมกับกระซิบถามด้วยความสงสัย
แม้ว่าเสียงของเย่เจียงจะเบามาก แต่สำหรับยอดฝีมือขั้นยอดยุทธ์แล้วต่อให้เป็เสียงเข็มตกพวกเขาก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้วพวกเขาย่อมได้ยินที่เย่เจียงถามกับหยางผิง
“ นี้คือนายท่านของข้า ” หยางผิงตอบสั้นๆแต่ก็ทำให้ทุกๆคนที่อยู่รอบๆถึงกับมองไปที่หนานิด้วยความเคารพและพยายามคาดเดาถึงเื้ัของหนานิ
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาเื้ัของหนานิได้อย่างแน่นอน
ไม่นานการประลองก็เริ่มต้นขึ้น
หนานอวี้และเฟิงจ้านก็เปิดฉากต่อสู้กันทันที
แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ในระดับสร้างรากฐานเหมือนกันแต่ความแข็งแกร่งของทั้งสองนั้นใกล้เคียงกับระดับนักยุทธ์มาก ทำให้การประลองเป็ไปอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง
ผ่านไปราวๆหนึ่งร้อยลมหายใจทุกๆคนก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ใครเป็ฝ่ายที่เหนือกว่า
เวลานี้สภาพของหนานอวี้นั้นยังเป็รอยแค่เล็กน้อย แต่ทางด้านของเฟิงจ้านกลับเต็มไปด้วยาแมากมายนับไม่ถ้วน แม้ว่าเฟิงจ้านจะใช้ทักษะระดับมนุษย์ขั้นกลางก็ตาม
“ เป็ไปไม่ได้ขนาดข้าใช้ทักษะดาบเมฆครามแล้วก็ยังเอาชนะไม่ได้อีกหรือ?! ” เฟิงจ้านมองไปยังหนานอวี้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและความโกรธ เพราะตอนนี้ดาบของหนานอวี้ได้จิ้มคอของเขาเล็กน้อยจนทำให้มีเืไหลออกมาเบาๆ
“ เฟิงจ้านตอนนี้เ้าแพ้แล้ว ” หนานอวี้กล่าวด้วยแววตาที่จริงจัง
เฟิงจ้านที่เป็ถึงหลานชายของเฟิงจีมีหรือที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขาจึงปัดดาบของหนานอวี้พร้อมกับใช้ทักษะดาบเมฆครามอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าเฟิงจ้านจะดิ้นรนอย่างไรเขาก็ไม่สามารถเอาชนะหนานอวี้ได้แม้แต่น้อย จนท้ายที่สุดเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้นด้วยสภาพาเ็สาหัส
การกระทำอันดื้อด้านของเฟิงจ้านทำให้อาจารย์ทั้งหลายพากันส่ายหน้า แม้กระทั้งเฟิงจีที่จ้องมองอยู่ก็ยังต้องหลับตา แม้ว่าเฟิงจ้านจะพ่ายแพ้เขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งเพราะตอนนี้มีท่านหยางผิงและนายท่านของเขากำลังดูอยู่ เขากลัวว่าถ้าหากเขากล้าแทรกแซงการประลองเขาก็คงต้องหางานใหม่แล้วล่ะ
หนานอวี้ไม่ได้ลงจากลานประลองหลังจากที่ชนะเฟิงจ้านแล้ว เขามองมายังที่นั่งของอาจารย์ทั้งหลายก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่เฟิงจี
“ ท่านอาจารย์เฟิงจี หลังจากนี้ไปสามเดือนทรัพยากรบ่มเพาะของเฟิงจ้านเป็ของข้า หวังว่าท่านจะทำตามสัญญา ” หนานอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลังจากที่หนานอวี้กล่าวจบเขาก็เตรียมตัวที่จะลงจากลานประลอง
“ เดี๋ยวก่อน ”
ทันใดนั้นเสียงที่ทรงพลังก็ดังขึ้น
ทุกๆคนหันไปมองก็พบว่าคนที่กล่าวขึ้นมาก็คือหยางผิง
หยางผิงเดินออกมาด้านหน้าพร้อมกับจ้องมองไปยังหนานอวี้ด้วยรอยยิ้ม นอกจากนี้แววตาของเขายังเต็มไปด้วยความเคารพ
จากนั้นหยางผิงก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของระดับราชันยุทธ์ออกมา
ออร่าที่ทรงพลังของหยางผิงทำให้บรรยากาศรอบๆถึงกับสั่นะเื
พลังยุทธ์ของหยางผิงทำให้ทุกคนในลานประลองถึงกับหวาดกลัว
เวลานี้เหล่าตัวตนระดับสูงทั้งหมดจึงรู้ว่าแท้จริงแล้วหยางผิงผู้ดูแลหอการค้าหมื่นสมุทรนั้นทรงพลังมากแค่ไหน
“ ทรงพลังยิ่งนัก พลังยุทธ์นี้คาดว่าจะต้องอยู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ไม่สิเหนือกว่าปราชญ์ยุทธ์อย่างแน่นอน ต้องเป็ราชันยุทธ์เท่านั้น!! ” เย่เจียงพึมพำออกมาด้วยความหวาดกลัว
แม้ว่าเย่เจียงจะเป็เ้าเมืองฮุ่ยที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนัก แม้ว่าเขาจะเคยพบเจอปราชญ์ยุทธ์มาก่อนแต่ก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเทียบพลังยุทธ์กันแล้วปราชญ์ยุทธ์ที่เขาเคยพบเจอก็เหมือนกับหิ่งห้อยเมื่อเทียบกับพลังยุทธ์ของหยางผิง ซึ่งนี้แสดงให้เห็นว่าท่านหยางผิงจะต้องอยู่เหนือกว่าระดับปราชญ์ยุทธ์หรือก็คือเป็ยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์
ต้องบอกว่าภายในอาณาจักรต้าเหยียนแม้กระทั้งตัวตนระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก็เรียกได้ว่าได้รับความเคารพอย่างสูงแล้ว ถ้าหากเป็ขั้นปราชญ์ยุทธ์ล่ะก็พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ในอาณาจักรต้าเหยียนและยิ่งเป็ราชันยุทธ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้กระทั้งทางราชสำนักก็ยังต้องรับฟังความคิดเห็น
เพียงแต่เมื่อทุกๆคนนึกดีๆจะพบว่าแท้จริงแล้วหยางผิงยังเป็เพียงแค่ผู้ติดตามของรุ่นเยาว์คนหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเื้ัของรุ่นเยาว์ผู้นี้จะต้องมีระดับราชันยุทธ์อยู่อีกหลายคนหรอกหรือ?
เมื่อคนข้างๆได้ยินว่าพลังยุทธ์ของหยางผิงคือระดับราชันยุทธ์ พวกเขาก็ยิ่งให้ความเคารพและหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม เพราะโลกใบนี้พลังคือทุกสิ่ง ยิ่งทรงพลังก็ยิ่งได้รับความเคารพยำเกรง ต่อให้เป็จักรพรรดิแต่เมื่อพบเจอกับพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าลงเท่านั้น
หลังจากนี้ไปเกรงว่าทั่วทั้งเมืองฮุ่ยจะต้องฟังคำสั่งของหอการค้าหมื่นสมุทร
พลังยุทธ์ของหยางผิงกระจายไปทั่วลานประลอง แม้กระทั้งลูกศิษย์ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยจั้งก็ยังััได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของหยางผิง
หนานอวี้เองก็ััได้ถึงพลังยุทธ์ที่ทรงพลังของหยางผิง แต่เขาก็เป็คนที่มีจิตใจเข้มแข็ง เขาจึงโค้งคำนับให้กับหยางผิงและกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพว่า “ ข้าน้อยหนานอวี้ขอคาระวะท่านผู้าุโหยางผิง ”
“ ที่ข้าเรียกให้เ้าหยุดก็เพราะข้า้าที่จะให้รางวัลกับเ้า ” หยางผิงกล่าวจบเขาก็หยิบเอาเหรียญตราออกมาและโยนมันให้กับหนานอวี้
หนานอวี้รับเหรียญตรามาและเห็นว่ามันเป็เหรียญตราสีทองม่วงของหอการค้าหมื่นสมุทร ซึ่งเป็เหรียญที่ไม่มีใครเคยได้มาก่อน เนื่องจากในอดีตมีเพียงแต่เหรียญตราสีทองเท่านั้นที่ปรากฏออกมา
“ นั้นคือเหรียญตราสูงสุดของหอการค้าหมื่นสมุทร เ้าสามารถไปที่ไหนก็ได้ในหอการค้าหมื่นสมุทร นอกจากนี้สินค้าทุกอย่างก็จะลดถึงเจ็ดส่วน และที่สำคัญที่สุดถ้าหากเ้าถือครองเหรียญตรานี้อยู่หอการค้าหมื่นสมุทรจะช่วยเหลือเ้าทุกอย่างแม้กระทั้งให้สังหารใครก็ตามที่เ้าอยากให้มันผู้นั้นตาย ถ้าหากเ้า้าเ้าก็หยดโลหิตลงบนเหรียญตรานั้น ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
คำกล่าวของหยางผิงทำให้ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ในลานประลองถึงกับอิจฉาในความโชคดีของหนานอวี้ แม้กระทั้งเย่เจียงเองก็ยังคิดที่จะขโมยเหรียญตราในมือของหนานอวี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดที่จะเคลื่อนไหวเพราะหยางผิงยืนอยู่
เวลานี้คนที่ดีใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นหนานหลินและจ้าวเซียน เพราะการที่เห็นพี่ชายและคนรักของตัวเองได้ดีมันทำให้พวกนางทั้งสองมีความสุข
ส่วนคนที่เสียใจก็คงจะเป็อาจารย์เฟิงจีที่สร้างปัญหากับหนานอวี้ เวลานี้เขากำลังด่าหลานชายเฟิงจ้านอย่างหงุดหงิดในใจ เพียงแต่เขาไม่รู้เลยว่าถ้าหากไม่ใช่เพราะเฟิงจ้าน หนานิก็คงไม่คิดที่จะเล่นใหญ่แบบนี้
เวลานี้ทุกๆคนที่อยู่ที่ลานประลองต่างก็้าที่จะสร้างความสัมพันธ์กับหนานอวี้ เพราะการที่เขาได้รับการคุ้มครองจากหอการค้าหมื่นสมุทรเท่ากับว่าไม่มีใครในเมืองอี้ฟงกล้าที่จะสร้างปัญหาให้กับเขาอีกต่อไป
หนานอวี้มองดูหยางผิงที่ยืนอยู่ตรงที่นั่งพร้อมกับสลับมาดูเหรียญตราในมือของเขาก่อนที่เขาจะตัดสินใจที่จะหยดโลหิตไว้ที่เหรียญตราหอการค้าหมื่นสมุทร
เนื่องจากหนานอวี้ััได้ว่าหยางผิงนั้นไม่ได้มีความคิดร้ายต่อเขา นอกจากนี้การเข้าร่วมกับหอการค้าหมื่นสมุทรก็จะมีประโยชน์ต่อเขามากอีกด้วย เพราะมันจะทำให้ตระกูลหนานของเขาแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อทุกๆคนเห็นว่าหนานอวี้หยดโลหิตใส่เหรียญตราแล้ว พวกเขาก็พบว่าเหรียญตราในมือของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงและกลายเป็ละอองแสงไปที่หลังมือของหนานอวี้
หนานอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับสำรวจที่หลังมือของเขาและพบว่ามันมีตราสัญลักษณ์ของหอการค้าหมื่นสมุทรอยู่
“ เด็กน้อยเ้าไม่ต้องกังวล เหรียญตรานั้นได้จดจำเ้าในฐานะเ้านายแล้ว แล้วมันจะไม่มีใครที่สามารถใช้งานเหรียญตราอันนั้นได้นอกจากเ้า และมันยังทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณอีกด้วยถ้าหากเ้า้าความช่วยเหลือ เ้าก็ใส่พลังยุทธ์ลงไปที่เหรียญตรา เพียงเท่านี้พวกเราก็จะรับรู้แล้วว่าเ้าตกอยู่ในอันตรายและจะรีบไปช่วยเ้าในทันที และที่สำคัญในทุกๆเดือนเ้าสามารถมาหาข้าและได้รับการฝึกสอนจากข้าอีกด้วย ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินที่หยางผิงกล่าวมาหนานอวี้ก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
ทุกๆคนในลานประลองรู้สึกอิจฉาหนานอวี้ยิ่งกว่าเดิมจากการได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากผู้ยิ่งใหญ่แบบนี้ สิ่งที่ทุกๆคนอิจฉาที่สุดก็คือการที่หนานอวี้ได้รับการสั่งสอนจากท่านหยางผิงโดยต้อง
ต้องรู้ก่อนว่ายอดฝีมือระดับนี้ต่อให้เดินทางไปที่ไหนในอาณาจักร เขาก็ถือว่าเป็ยอดฝีมือสูงสุดแม้กระทั้งราชวงศ์เหยียนก็ยังต้องให้ความเคารพ แม้กระทั้งองค์ชายหรือองค์หญิงก็ยังอยากที่ได้รับการฝึกสอนจากยอดฝีมือระดับราชันยุทธ์แบบนี้
“ ขอบคุณท่านหยางผิงมากขอรับ ” หนานอวี้กล่าวด้วยความเคารพพร้อมกับโค้งคำนับ
หยางผิงโบกมือเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองเย่เจียงที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ เ้าเมืองเย่ หลังจากนี้ไปถ้าหากมีคนกล้าสร้างปัญหาให้กับหนานอวี้หรือครอบครัวของเขา ข้าจะมาจัดการกับท่านเป็คนแรก ” หยางผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ
เย่เจียงถึงกับสะดุ้งและรีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะกล่าวด้วยความเคารพว่า “ ท่านหยางผิงไม่ต้องเป็กังวล หลังจากนี้หนานอวี้และครอบครัวของเขาจะได้รับการดูแลจากข้าอย่างดี ”
หนานิที่กำลังรับชมเหตุการณ์อยู่เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เพราะละครบทนี้มันจะทำให้หนานอวี้และตระกูลหนานของเขาไม่มีใครกล้าที่จะสร้างปัญหาให้แล้ว