บทที่ 7: ถ้ำลับเงาจันทร์
ยามโฉ่ว (01.00 - 03.00 น.)
ดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยลงต่ำ ความมืดปกคลุมขุนเขาหลังตระกูลเฟิงจนมิดชิด เสียงแมลงกลางคืนกรีดปีกดังระงมแข่งกับเสียงลมหายใจของธรรมชาติ
ร่างในชุดดำของเฟิงอู๋จี้เคลื่อนไหวลัดเลาะไปตามเงาไม้ แม้ระดับพลังยุทธ์ของเขาจะยังต่ำต้อยเพียงปราณก่อกำเนิดขั้นที่หนึ่ง แต่ด้วยประสบการณ์จากชาติภพก่อน ทำให้เขารู้จักวิธี 'ยืมแรงธรรมชาติ'
เขาเหยียบลงบนจุดที่พื้นดินแน่นที่สุดเพื่อลดเสียงฝีเท้า และเคลื่อนกายในจังหวะเดียวกับที่กิ่งไม้ไหวเพื่อพรางตาจากการมองเห็น
"ตามความทรงจำของเ้านักฆ่านั่น... ถ้ำลับของเฟิงหยางอยู่หลังน้ำตกแห้งทางทิศตะวันตก"
เฟิงอู๋จี้หลบเลี่ยงเวรยามของตระกูลเฟิงได้อย่างง่ายดายด้วยป้ายหยกผ่านทางที่ยึดมา จนกระทั่งมาถึงหน้าผาหินปูนแห่งหนึ่ง ที่นี่เคยเป็น้ำตกเก่า แต่สายน้ำเหือดแห้งไปนานแล้ว เหลือเพียงโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีเถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ
บรรยากาศรอบบริเวณนี้ดูเงียบเชียบผิดปกติ ไม่มีเสียงแมลง ไม่มีสัตว์เล็กสัตว์น้อย
"หืม... วางค่ายกลเตือนภัยเอาไว้สินะ"
เฟิงอู๋จี้หยุดยืนอยู่หน้าเถาวัลย์ ห่างออกไปสามก้าว ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย พลางสังเกตการไหลเวียนของกระแสอากาศที่ผิดธรรมชาติ
สำหรับคนทั่วไป นี่คือดงเถาวัลย์ธรรมดา แต่สำหรับสายตาของราชันย์อักขระ เขามองเห็นเส้นใยพลังปราณสีจางๆ ขึงพาดไปมาเหมือนใยแมงมุม หากใครทะเล่อทะล่าแหวกเถาวัลย์เข้าไป กระดิ่งเตือนภัยที่จวนของเฟิงหยางจะดังขึ้นทันที และอาจจะมีกับดักลูกธนูพุ่งออกมาด้วย
"ค่ายกล 'ใยแมงมุมพิทักษ์' ระดับต่ำ... รูปแบบการวางหยาบกระด้าง ช่องโหว่เยอะจนข้าแทบไม่อยากจะลงมือแก้"
เฟิงอู๋จี้ส่ายหัวด้วยความสมเพชในความอ่อนด้อยของนักอักขระยุคนี้
เขาล้วงหยิบขวด 'หมึกิญญา' (ที่ทำจากเืสุนัขดำและชาดแดง) ออกมา จุ่มนิ้วชี้ลงไป แล้วดีดน้ำหมึกออกไปข้างหน้าเบาๆ
ติ๋ง! ติ๋ง!
หยดหมึกพุ่งไปกระทบกับ 'ปม' ของค่ายกลที่ซ่อนอยู่ตามก้อนหินและรากไม้สามจุดอย่างแม่นยำ
วูบ...
เส้นใยพลังปราณที่ขึงตึงอยู่พลันอ่อนยวบลง แล้วค่อยๆ สลายตัวไปกลายเป็ช่องว่างขนาดพอให้คนลอดผ่านได้ โดยที่โครงสร้างหลักของค่ายกลไม่เสียหาย และเ้าของค่ายกลจะไม่รู้ตัวเลยว่าระบบป้องกันถูกเจาะแล้ว
"ง่ายดายเหมือนเปิดประตูบ้านตัวเอง"
เฟิงอู๋จี้แสยะยิ้มภายใต้ผ้าคลุมหน้า ก่อนจะแหวกเถาวัลย์และก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำ
...
ภายในถ้ำมืดสนิทและอับชื้น เฟิงอู๋จี้จุดแท่งไฟ (อุปกรณ์จุดไฟแบบพกพา) แสงสว่างสีส้มวาบขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน
ถ้ำนี้ไม่ลึกมาก แต่ถูกดัดแปลงเป็ห้องเก็บของขนาดย่อม มีหีบไม้เรียงรายอยู่หลายใบ และชั้นวางของที่เต็มไปด้วยขวดโหล
"มาดูกันสิว่า นายน้อยเฟิงหยางยักยอกอะไรมาจากตระกูลบ้าง"
เฟิงอู๋จี้เปิดหีบใบแรก ข้างในเต็มไปด้วย 'ทองแท่ง' และ 'เครื่องประดับ' แวววาว มูลค่ามหาศาลสำหรับคนธรรมดา "ขยะ..." เฟิงอู๋จี้ปิดหีบลงอย่างไม่ไยดี เงินทองเป็ของนอกกาย หาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่เขา้าตอนนี้คือทรัพยากรฝึกตน
เขาเดินไปที่ชั้นวางของ และเปิดหีบใบเล็กที่วางอยู่ชั้นบนสุด
ทันทีที่ฝาหีบเปิดออก กลิ่นหอมสดชื่นของพลังปราณก็พุ่งปะทะใบหน้า
"โอ้..." ดวงตาของเฟิงอู๋จี้เป็ประกายขึ้นมาเล็กน้อย
ในหีบนั้นมีก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่ สีขาวขุ่นเรืองแสงจางๆ จำนวนสิบก้อน "หินปราณระดับต่ำ (Spirit Stones)"
แม้จะเป็เพียงระดับต่ำที่มีสิ่งเจือปนเยอะ แต่สำหรับตระกูลเล็กๆ ในเมืองชายแดน หินปราณหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับเงินหมื่นตำลึง! มันคือแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ที่ช่วยให้ผู้ฝึกยุทธ์ก้าวข้ามขีดจำกัดได้รวดเร็วกว่าการดูดซับจากธรรมชาติถึงสิบเท่า
"สิบก้อน... เฟิงหยางคงใช้เวลาหลายปีกว่าจะรวบรวมมาได้ขนาดนี้ ขอบใจเ้ามากที่ช่วยหามาให้ข้า" เฟิงอู๋จี้กวาดหินปราณทั้งหมดลงในอกเสื้อทันที
เขามองไปที่ขวดโหลข้างๆ มีสมุนไพรตากแห้งหลายชนิด "โสมโลหิตพันปี (ปลอม)... เห็ดหลินจือดำ (เกรดต่ำ)... หญ้าสะเก็ดดาว..."
มือของเขาชะงักที่ 'หญ้าสะเก็ดดาว' มันเป็หญ้าที่มีจุดสีเงินเล็กๆ บนใบ คล้ายท้องฟ้าจำลอง "นี่คือส่วนผสมหลักของ 'โอสถะเิชีพจร' ถึงจะเป็แค่สมุนไพรระดับสอง แต่หายากมากในแถบนี้ ไม่นึกว่าเฟิงหยางจะมีรสนิยมดีเหมือนกัน"
เฟิงอู๋จี้กวาดสมุนไพรที่มีค่าทั้งหมดใส่ย่ามที่เตรียมมา เขาไม่เอาไปหมด เหลือไว้แต่พวกสมุนไพรปลอมและของเกรดต่ำ เพื่อยั่วโมโหเ้าของ
เมื่อกวาดทรัพย์สินจนพอใจแล้ว เฟิงอู๋จี้ก็มายืนอยู่กลางถ้ำ เขามองดูความว่างเปล่าของชั้นวางของด้วยความพึงพอใจ
"เอาของเขามาแล้ว จะจากไปเฉยๆ ก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย"
รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของราชันย์อักขระ
เฟิงอู๋จี้หยิบหินปราณระดับต่ำออกมาหนึ่งก้อน (ยอมลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่คุ้มค่า) วางไว้กลางถ้ำ จากนั้นใช้นิ้วจุ่มหมึกิญญา วาดวงแหวนอักขระล้อมรอบหินก้อนนั้น
นี่คือ "ค่ายกลกับดักะเิเพลิง" แบบหน่วงเวลา
แต่เฟิงอู๋จี้ไม่ได้ตั้งใจจะะเิถ้ำทิ้ง เขาเขียนอักขระเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงกับ "กลไกประตู" "เมื่อใดที่เฟิงหยางก้าวเท้าเข้ามาในถ้ำนี้ ค่ายกลจะทำงาน... หินปราณก้อนนี้จะะเิออก ไม่รุนแรงถึงตาย แต่จะปลดปล่อย 'เขม่าควันดำติดทนนาน' ที่ล้างไม่ออกเป็เดือน และส่งกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนอุจจาระหมูป่า"
จินตนาการถึงสภาพของนายน้อยผู้สำอางที่ต้องตัวดำและตัวเหม็นไปเป็เดือน เฟิงอู๋จี้ก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้
"ถือเป็บทเรียนเล็กๆ น้อยๆ ก่อนที่ข้าจะไปทวงหนี้แค้นจริงๆ"
เฟิงอู๋จี้ตรวจสอบความเรียบร้อย กลบเกลื่อนร่องรอยฝีเท้าของตนเอง แล้วถอยออกจากถ้ำอย่างเงียบเชียบ
เขาจัดการปิด 'ประตูหลัง' ของค่ายกลใยแมงมุมให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ใครสงสัยจนกว่าเฟิงหยางจะมาเปิดถ้ำด้วยตัวเอง
...
กลับถึงห้องพัก
แสงรุ่งสางเริ่มจับขอบฟ้า เฟิงอู๋จี้กลับมาถึงห้องพักได้อย่างปลอดภัยพร้อมกับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
เขานั่งลงบนเตียง นำ 'หินปราณระดับต่ำ' ทั้ง 9 ก้อน (ใช้ไป 1 ก้อนทำกับดัก) และ 'หญ้าสะเก็ดดาว' ออกมาวางเรียงกัน
"ด้วยทรัพยากรเหล่านี้... บวกกับเคล็ดวิชา 'ราชันย์กลืน์' ของข้า"
เฟิงอู๋จี้กำหินปราณไว้ในมือทั้งสองข้าง หลับตาลง
"ภายในสามวัน ข้าจะทะลวงเข้าสู่ ขอบเขตปราณก่อกำเนิด ขั้นที่สี่ และเมื่อถึงวันประลองประจำตระกูลที่จะมาถึงในอีกเจ็ดวันข้างหน้า..."
เขาลืมตาขึ้น ั์ตาสาดประกายเจิดจ้า
"ข้าจะทำให้คำว่า 'ขยะ' หายไปจากพจนานุกรมของคนตระกูลเฟิงตลอดกาล