บทที่ 28 จินฮ่วนรนหาที่ตาย พลังต่อสู้ในแผงข้อมูลสูงลิ่ว
ความทรงจำของซูเจิ้นถูกดึงย้อนกลับไปไกลแสนไกล ราวกับหวนคืนสู่เมืองชิงอวิ๋นเมื่อสิบปีก่อน
ในตอนนั้น เมืองชิงอวิ๋นยังมีสามตระกูลใหญ่ คือตระกูลซู ตระกูลเซียว และตระกูลหลิน
ในจำนวนนั้น ตระกูลซูและตระกูลเซียวมีเพียงคำเล่าลือว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนทองคำ แต่ในความเป็จริงล้วนอยู่เพียงระดับแกนทองคำเทียมเท่านั้น
ทว่า ตระกูลหลินกลับมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับแกนทองคำอยู่จริง!
แต่ตระกูลที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้กลับถูกลบหายไปในชั่วข้ามคืน
คฤหาสน์ทั้งหลังไม่มีรอยขีดข่วน แต่คนในตระกูลกลับมีทั้งตายและเสียสติ
วิธีการนี้ช่างประหลาดล้ำเกินไป ไม่มีทางที่ระดับแกนทองคำหรือเซียนแท้จะทำได้ ต้องเป็บรรพชนระดับิญญากำเนิดในตำนานเท่านั้นถึงจะมีพลังเช่นนี้! และในรัศมีพันลี้รอบเมืองชิงอวิ๋น ขุมกำลังเดียวที่มีบรรพชนระดับิญญากำเนิดก็คือ...
สำนักชิงอวิ๋น!
เื่ราวในอดีตหลั่งไหลเข้ามาดั่งกระแสความทรงจำ ซูเจิ้นค่อย ๆ หลับตาลง สีหน้าฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง
คนของตระกูลซูจะตายสักกี่คน เขาก็ไม่ใส่ใจ เพราะเขารู้ว่า ขอเพียงตนเองทะลวงเข้าสู่ระดับแกนทองคำได้ จะสร้างตระกูลซูขึ้นมาใหม่สักกี่แห่งก็ได้!
...
ตระกูลซู เรือนหลัง
ในที่สุดหลินม่อก็รักษาอาการาเ็ทั่วร่างจนหายเป็ปกติ เขาใช้เวลาไปถึงครึ่งเดือน นี่คือในกรณีที่เขามีรากฐานเต๋าระดับสูงสุด
หากอาการาเ็นี้เกิดขึ้นกับผู้อื่น ถ้าไม่ใช้เวลาครึ่งปี ก็ต้องใช้เวลาสามถึงสี่เดือน!
นี่คือในกรณีที่เขามีฐานเต๋าระดับสูงสุด จะเห็นได้ว่ารากฐานเต๋าที่แตกต่างกันนั้น สามารถสร้างความแตกต่างได้มหาศาลเพียงใด
"เฮ้อ..."
หลินม่อถอนหายใจยาวออกมา แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
"ยามนี้อาการาเ็หายดีแล้ว ถึงเวลาไปซื้อโอสถให้ลูกสาวตัวน้อยแล้ว!"
แววตาของหลินม่อเป็ประกายด้วยความคาดหวัง
ตอนนี้เขามีทรัพย์สินมากมาย การจะซื้อโอสถระดับหนึ่งขั้นสูงสุดย่อมไม่มีปัญหา
เขาก้าวออกจากประตูห้อง ตั้งใจจะออกไปข้างนอก
ทว่า ทันทีที่ก้าวเท้า เขากลับเห็นที่เส้นขอบฟ้ามีเรือวิเศษขนาดมหึมา ยาวราวสามจั้งแหวกอากาศพุ่งตรงมา ความเร็วของมันนั้นรวดเร็วนัก
เพียงพริบตาก็มาถึง!
บนเรือเต็มไปด้วยผู้คนนับร้อย ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนสวมชุดคลุมสีขาว ในจำนวนนั้นมีบางส่วนสวมชุดคลุมสีเขียว ซึ่งก็คือศิษย์สำนักชิงอวิ๋นในตำนานนั่นเอง!
"ตระกูลซูและตระกูลเซียวชั้นต่ำ จงรีบออกมาต้อนรับโดยเร็ว!!" เสียงอันทรงพลังดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองชิงอวิ๋น
คลื่นเสียงโหมกระหน่ำ พุ่งทะยานสู่ชั้นฟ้า ทันทีที่เสียงสิ้นสุดลง กลุ่มศิษย์สำนักชิงอวิ๋นก็รีบลงจากเรือ ทุกคนเหินกระบี่ลอยตัวอยู่เหนือเมืองชิงอวิ๋น ทำให้ชาวเมืองและผู้บำเพ็ญเพียรในเมืองต่างหยุดชะงักและเงยหน้ามอง ในดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก!
"สำนักชิงอวิ๋น? มาเร็วขนาดนี้เลยหรือ?"
หลินม่อขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าสำนักชิงอวิ๋นจะเคลื่อนไหวเร็วเพียงนี้ ซ้ำยังพาคนมามากมายขนาดนี้ด้วย ดูท่าความแข็งแกร่งของสำนักชิงอวิ๋นจะไม่อาจดูเบาได้จริง ๆ
หลินม่อไม่กล้าใช้ััศักดิ์สิทธิ์ แต่เพียงใช้ตาเปล่าก็มองออกว่า ผู้บำเพ็ญเพียรชุดเขียวบนฟ้านั้นล้วนเป็เจินเหรินระดับสร้างรากฐาน!
เมื่อนับดูดี ๆ มีจำนวนถึงหลายสิบคน!
ต่อให้รวมตระกูลซูและตระกูลเซียวเข้าด้วยกัน ก็อาจไม่มีระดับสร้างรากฐานมากเท่านี้! และนี่เป็เพียงส่วนหนึ่งของศิษย์สำนักชิงอวิ๋นเท่านั้น!
"ตระกูลซู ซูฉี่อู่ ขอนอบน้อมคำนับท่านทูตเซียนจากสำนักเบื้องบนขอรับ!"
"ตระกูลเซียว เซียวจั้ง คำนับทูตเซียนจากสำนักเบื้องบนขอรับ!"
ท่ามกลางเสียงอื้ออึง ผู้นำตระกูลทั้งสองเหินบินออกจากเมือง ก้าวขึ้นสู่เรือวิเศษลำั์นั้น
หลินม่อไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน รู้เพียงว่าครู่ต่อมา เขาก็เห็นเซียวจั้งบินออกจากเรือวิเศษกลับไปยังตระกูลเซียว ส่วนซูฉี่อู่พาชายหนุ่มชุดเขียวคนหนึ่งบินมุ่งหน้ามาทางตระกูลซู และศิษย์สำนักชิงอวิ๋นที่เหลือต่างพากันมุ่งหน้าออกไปนอกเมือง
"คนของตระกูลซู! จงรีบมาที่ศาลบรรพชนโดยเร็ว!"
เสียงของซูฉี่อู่ดังกึกก้องไปทั่วตระกูลซู ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
เพียงชั่วเวลาจิบชา สายเืหลักของตระกูลซูทั้งหมดก็มารวมตัวกันที่หน้าศาลบรรพชน
แน่นอนว่าซูชิงลั่วอยู่ในนั้นด้วย ส่วนหลินม่อยืนอยู่อย่างเงียบเชียบที่ด้านหลังฝูงชน
"ถ้าไม่ใช่เพราะเป็ห่วงลูกสาวตัวน้อยของข้า ข้าไม่มีทางเอาตัวมาพัวพันกับความวุ่นวายนี้เด็ดขาด" หลินม่อขมวดคิ้ว
ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามที่เห็นคนของสำนักชิงอวิ๋น ในใจเขากลับรู้สึกรังเกียจขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
แต่เขาก็ไม่รู้สาเหตุ
และในขณะนั้น ซูฉี่อู่ก็รีบแนะนำชายหนุ่มชุดเขียวผู้นั้นด้วยท่าทางกระตือรือร้น
"ท่านทูตจิน นี่คือผู้สืบทอดอัจฉริยะของตระกูลซูข้า ซูชิงลั่วขอรับ
ยามนี้อายุเพียงสิบหกปี แต่ระดับบำเพ็ญเพียรถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ดแล้ว
หากมีวาสนาได้เข้าสำนักเบื้องบน ขอท่านทูตโปรดช่วยดูแลนางด้วยขอรับ!"
ซูฉี่อู่ให้ซูชิงลั่วก้าวมาข้างหน้า วาจานอบน้อมอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าแม้จะอยู่ในระดับสร้างรากฐานเหมือนกัน แต่ฐานะของทั้งสองกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
หลินม่อเลิกคิ้ว หรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปยังชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าทูตจินคนนี้
คนผู้นี้หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสง่างาม กิริยาท่าทางสูงส่ง ทุกการเคลื่อนไหวแฝงไปด้วยความโอหังของผู้ที่อยู่เหนือกว่า ไม่เพียงเท่านั้น ในดวงตาทั้งสองข้างยังฉายแววจองหองจาง ๆ
'ทูตจิน... เปิดแผงข้อมูลของคนผู้นี้!' หลินม่อโคจรจิต ้าเรียกแผงคุณสมบัติของคนผู้นี้ออกมา
แต่เมื่อสิ้นคำพูด ระบบกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
'หืม? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงเปิดไม่ออก? หรือเป็เพราะข้าไม่รู้ชื่อเต็ม...' หลินม่อรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
และในตอนนั้น สายตาของชายหนุ่มชุดเขียวก็ปรายมองมายังซูชิงลั่ว
"ตระกูลซู ซูชิงลั่ว" ซูชิงลั่วประสานมือเล็กน้อย คำนับชายหนุ่มชุดเขียว
"อืมหน้าตางดงามทีเดียว
เจินเหรินผู้นี้มีนามว่าจินฮ่วน เ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่จินก็ได้"
จินฮ่วนหัวเราะเบา ๆ สีหน้าดูเรียบเฉย แต่ลึกเข้าไปในดวงตากลับมีความตกตะลึงวูบหนึ่ง
เพียงปรายตามองเขาก็ล่วงรู้ถึงระดับบำเพ็ญเพียรของซูชิงลั่ว อายุสิบหกปีแต่อยู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด อีกเพียงไม่กี่ปีก็จะถึงระดับสร้างรากฐาน เรียกได้ว่าเป็อัจฉริยะที่ฟ้าประทาน ต่อให้อยู่ในสำนักก็ยากที่จะมีใครเทียบได้ ย่อมมีคุณสมบัติพอที่จะเรียกเขาว่าศิษย์พี่
และที่สำคัญกว่านั้น...
'ยัยหนูนี่หน้าตางดงามจริง ๆ ชุดขาวราวกับหิมะ ทรวดทรงอ้อนแอ้น อีกทั้งยังมาจากตระกูลเล็ก ๆ ไร้ผู้หนุนหลัง ย่อมจัดการได้ง่าย
มีความผูกพันกับญาติพี่น้อง พันธะทางโลกวุ่นวาย
ไม่เลว ไม่เลว หากรับเข้าสำนักแล้วให้มาเป็คู่บำเพ็ญ...'
สายตาของจินฮ่วนเป็ประกาย กวาดมองซูชิงลั่วั้แ่หัวจรดเท้า
ซึ่งเื่นี้ย่อมทำให้ซูชิงลั่วที่มีประสาทััเฉียบคมรับรู้ได้ หัวใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าเ็าลง
นางแค่นเสียงในลำคอ และไม่พูดอะไรอีก
ส่วนหลินม่อที่อยู่ด้านหลัง ย่อมมองออกว่าคนผู้นี้คิดไม่ซื่อต่อซูชิงลั่ว
'จินฮ่วน? ไอ้เด็กนี่... ไว้ชีวิตไม่ได้!
กล้ามาคิดไม่ซื่อกับลูกสาวตัวน้อยของข้า รนหาที่ตาย!'
ดวงตาของหลินม่อเย็นเยียบ จิตสังหารพลุ่งพล่านในใจ
เขาลองเรียกอีกครั้ง 'เปิดแผงคุณสมบัติของจินฮ่วน!'
วูบ~
ครั้งนี้ทันทีที่สิ้นคำพูด เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นทันที จากนั้น หน้าจอโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลินม่อ
[ชื่อ : จินฮ่วน]
[ความสัมพันธ์ : ศัตรู]
[อายุ : ห้าสิบแปดปี]
[ฐานะ : ศิษย์สำนักชิงอวิ๋น]
[ระดับบำเพ็ญ : สร้างรากฐานขั้นที่เจ็ด]
[วาสนา : ระดับกลาง]
[ชะตา : กามราคะดั่งมีดกระดูก]
[พลังต่อสู้รวม : 980]
[ค่าความประทับใจปัจจุบัน : ไม่มี]
[คำประเมิน : ศิษย์สำนักใหญ่ของแท้ พลังเวทบริสุทธิ์ยิ่งนัก เพียงแต่รนหาที่ตายได้ง่ายเหลือเกิน!]
'จริง ๆ ด้วย! ต้องเรียกชื่อเต็มถึงจะเปิดแผงข้อมูลได้!'
เมื่อเห็นแผงคุณสมบัติที่ปรากฏขึ้นกะทันหัน นอกจากความประหลาดใจแล้ว หลินม่อก็กวาดสายตามองต่อ
'ห้าสิบแปดปี? บัดซบ แก่ขนาดนี้ยังคิดจะจีบลูกสาวตัวน้อยของข้าอีก รนหาที่ตายแท้ ๆ!
วาสนาและชะตาก็ธรรมดา แต่พลังต่อสู้รวมนี่...
980? สูงขนาดนี้เลยหรือ?!'