ท้องฟ้าเหนือแคว้นเหลียงที่เคยเป็นสีครามบัดนี้ถูกฉาบด้วยสีแดงฉานดุจโลหิต เมฆหมอกหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นตามแรงกดดันของพลังปราณมหาศาลที่ปะทุขึ้นจากร่างของบุรุษผู้มาใหม่ 'อดีตฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ' หรือพระบิดาของไป๋หลินที่ทุกคนเชื่อว่าสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ทรงประทับยืนสง่างามอยู่บนยอดซากปรักหักพังของตำหนัก รัศมีมังกรทองแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ทหารหญิงแคว้นเหลียงต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยสัญชาตญาณ
ไป๋หลินยืนอยู่ใจกลางสนามอารมณ์ที่บิดเบี้ยว ร่างกายที่ผ่านการ "เคี่ยวกรำ" จากบุรุษทั้งสี่และไป๋หยุนบัดนี้เรืองรองด้วยแสงสีทองจางๆ หยดน้ำตาเม็ดสุดท้ายที่นางกลืนลงไปได้หลอมรวมเข้ากับหัวใจ กลายเป็นแหล่งพลังงานที่ทำให้ยอดขุนพลทุกคนในที่นั้นดูเล็กลงไปในทันตา
"ลูกรัก... สิบปีที่ข้าซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ก็เพื่อรอคอยวันนี้" ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับเอ่ยด้วยสุรเสียงทุ้มต่ำที่กังวานดุจเสียงฟ้าคำราม "ข้าประทานความงามที่ล่มเมืองได้ให้แก่เจ้า ประทานสติปัญญาที่เหนือสตรีใดให้แก่เจ้า เพื่อให้เจ้าเป็น 'กุญแจ' เปิดประตูสู่ความเป็นเทพมังกรของข้า!"
## เพลิงพิโรธของเหล่าชายชู้ และการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี
ชินอ๋องที่บัดนี้ร่างกายบอบช้ำพยายามยันกายลุกขึ้น แววตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้เหลือเพียงความแค้นที่ถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ฝ่าบาท... ท่านหลอกลวงคนทั้งแผ่นดิน ใช้แม้กระทั่งลูกสาวตัวเองเป็นเครื่องมือสังเวยกามารมณ์และพลังปราณ... ท่านยังคู่ควรกับคำว่ามนุษย์อยู่อีกหรือ!"
"มนุษย์งั้นหรือ? ชินอ๋อง... เจ้ามันก็แค่หมากเบี้ยที่ข้าเลือกมาให้ 'ช่วยขัดเกลา' เตาหลอมใบนี้ต่างหาก!" ฮ่องเต้หัวเราะกึกก้อง
มู่เฉินกระชับดาบหักในมือ แววตาของเขาแน่วแน่ "ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร หากท่านจะทำร้ายนาง... ข้าจะปลิดชีพท่านเสีย!" มู่เฉินพุ่งทะยานเข้าหาอดีตฮ่องเต้ด้วยวรยุทธ์ขั้นสูงสุด ทว่าเพียงแค่ฮ่องเต้สะบัดแขนเสื้อ พลังมหาศาลก็ซัดมู่เฉินจนกระเด็นไปปะทะเสาหินจนกระอักเลือด
ไป๋หยุนที่ยืนอยู่ข้างไป๋หลินจ้องมองอดีตนายเหนือหัวด้วยความอาฆาต "ท่านส่งข้าไปตายในสุสานร้างเพื่อให้ข้ากลายเป็นกบฏที่จะมาทดสอบนาง... วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่า 'ทาสกบฏ' อย่างข้า ก็สามารถเด็ดหัวมังกรอย่างท่านได้!"
## บทลงทัณฑ์กลางสมรภูมิ และรสสวาทที่เปลี่ยนเป็นพลัง
ท่ามกลางความขัดแย้ง ไป๋หลินกลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ปะทุขึ้นภายในกาย พลังมังกรในร่างของนางกำลังร่ำร้องหาการ 'ปลดปล่อย' นางมองไปที่บุรุษทั้งสี่ (ชินอ๋อง, มู่เฉิน, เยี่ยนเฉิง และไป๋หยุน) ที่บัดนี้ต่างก็บาดเจ็บสาหัส ทว่าสายตาของทุกคนยังคงจดจ้องมาที่นางด้วยความปรารถนาที่ฝังลึก
"ในเมื่อพวกท่านอยากได้ข้านัก..." ไป๋หลินกระซิบเบาๆ ทว่าเสียงของนางกลับดังก้องในโสตประสาทของชายทุกคน "ข้าก็จะมอบ 'วาระสุดท้าย' ที่พวกท่านจะไม่มีวันลืม!"
ไป๋หลินสะบัดมือ พลังปราณสีทองดึงร่างของบุรุษทั้งสี่เข้ามาหาตัวนางพร้อมกัน ก่อเกิดเป็นม่านพลังรูปดอกบัวยักษ์ที่ปกคลุมคนทั้งห้าไว้จากการรบกวนภายนอก ภายในม่านพลังนั้น กาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ไป๋หลินใช้ร่างกายของนางเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อพลังปราณของทุกคนเข้าด้วยกันอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เพื่อเป็นเตาหลอมให้ใคร แต่เพื่อ 'สูบฉีด' พลังเทพมังกรในร่างของนางย้อนกลับไปรักษาและเสริมสร้างพละกำลังให้แก่พวกเขา
บทรักกลางสมรภูมิเริ่มต้นขึ้นอย่างพิสดารและเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งใดๆ ไป๋หลินโผเข้าหาไป๋หยุนและมู่เฉินพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าเบื้องบน นางมอบจุมพิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตให้แก่ชินอ๋องและเยี่ยนเฉิง รสสัมผัสที่เคยเป็นเพียงตัณหา บัดนี้กลายเป็นความอัปยศที่ศักดิ์สิทธิ์ ทุกจังหวะที่สอดประสานคือการถ่ายโอนพลังงานมหาศาล
แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น มู่เฉินกลับแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่เขาสะสมมาตลอดชีวิต เขาค่อยๆ เข้าใกล้ไป๋หลินด้วยการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวลแต่เด็ดขาด มือของเขาเลื่อนไปตามเส้นโค้งของร่างกายนางอย่างช่ำชอง ราวกับเขารู้จักทุกจุดที่จะทำให้นางต้องสั่นสะเทือน
"หลิน'เอ๋อ..." มู่เฉินกระซิบข้างหูนางด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ "วันนี้ข้าจะให้เจ้ารู้ว่า... ความช่ำชองที่แท้จริงคืออะไร"
มือของมู่เฉินเริ่มเคลื่อนไหวอย่างมีจุดหมาย เขาใช้ปลายนิ้วเลื่อนไปตามแนวคอของนางอย่างเบามือ ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนไปทั้งตัว เขารู้ดีว่าจุดไหนของนางที่อ่อนไหวที่สุด และเขาก็ใช้ความรู้นั้นอย่างเต็มที่
"อ๊า..." ไป๋หลินครางออกมาเบาๆ เมื่อมู่เฉินใช้ลิ้นเลียไปตามแนวกระดูกไหปลาร้าของนาง การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลแต่เร่าร้อน ทำให้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนพรั่งพรูเข้ามา
มู่เฉินยิ้มบางๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขาค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการสัมผัส มือของเขาเลื่อนลงไปตามแนวเส้นโค้งของร่างกายนางอย่างช้าๆ ทำให้ไป๋หลินต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่พยายามจะหลุดออกมา
"เจ้าไม่ต้องกลั้น..." มู่เฉินกระซิบ "ข้าอยากได้ยินเสียงของเจ้า... ทุกเสียง"
เขาใช้ปลายลิ้นเลียไปตามแนวหูของนางอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆ ดูดติบบริเวณใต้หูที่อ่อนไหว ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนทำให้นางรู้สึกเหมือนจะละลายไปกับความสุข
"มู่เฉิน... เจ้า..." ไป๋หลินพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเครือไปหมด
"ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร" มู่เฉินกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "และข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสกับสิ่งที่เจ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน"
มือของเขาเลื่อนไปตามแนวเอวของนางอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของเขาเขียนวงกลมเล็กๆ บนผิวหนังของนาง ทำให้ไป๋หลินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกาย ความรู้สึกนี้แปลกใหม่และเร่าร้อนจนนางแทบจะทนไม่ไหว
"อ๊า... มู่เฉิน..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
มู่เฉินยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่านางเริ่มคล้อยตาม เขาค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการสัมผัส มือของเขาเลื่อนไปตามแนวโค้งของสะโพกนางอย่างช่ำชอง ทำให้ไป๋หลินต้องพิงตัวเข้าหาเขาเพื่อรักษาสมดุล
"เจ้าชอบแบบนี้หรือ?" เขาถามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ ขณะที่มือของเขายังคงเคลื่อนไหวอย่างช่ำชอง
ไป๋หลินพยายามจะตอบ แต่เสียงที่ออกมาเป็นเพียงเสียงครางเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความปรารถนา นางไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่มู่เฉินสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนและน่าตื่นเต้นจนนางแทบจะคิดอะไรไม่ออก
มู่เฉินเห็นว่านางเริ่มหลงใหลในการสัมผัสของเขา เขาจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น มือของเขาเลื่อนขึ้นไปตามแนวลำตัวของนางอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวหนังที่นุ่มนวลและอบอุ่น ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจที่ได้ครอบครองนางในที่สุด
"เจ้าสวยมาก หลิน'เอ๋อ..." เขากระซิบข้างหูนาง "และข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีที่สุดเท่าที่เจ้าเคยรู้สึกมา"
เขาใช้ปลายลิ้นเลียไปตามแนวคอของนางอย่างช้าๆ ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนจนนางแทบจะทนไม่ไหว
"มู่เฉิน... ข้า... ข้า..." นางพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเครือจนพูดไม่ออก
"ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร" เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "และข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสกับความสุขที่เจ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน"
มือของเขาเลื่อนไปตามแนวเส้นโค้งของร่างกายนางอย่างช่ำชอง เขารู้ดีว่าจุดไหนที่จะทำให้นางรู้สึกดี และเขาก็ใช้ความรู้นั้นอย่างเต็มที่ ปลายนิ้วของเขาเขียนลายวงกลมเล็กๆ บนผิวหนังของนาง ทำให้ไป๋หลินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกาย
"อ๊า... อ๊า..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างกายของนางสั่นสะเทือนไปตามจังหวะของการสัมผัสของเขา
มู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขาได้รอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว และตอนนี้เขาก็จะแสดงให้นางเห็นถึงฝีมือที่แท้จริงของเขา
เขาค่อยๆ เลื่อนมือลงไปตามแนวท้องของนางอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวหนังที่นุ่มนวลและอบอุ่น ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนและน่าตื่นเต้นจนนางแทบจะคิดอะไรไม่ออก
"เจ้าชอบแบบนี้หรือ?" เขาถามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่ ขณะที่มือของเขายังคงเคลื่อนไหวอย่างช่ำชอง
ไป๋หลินพยายามจะตอบ แต่เสียงที่ออกมาเป็นเพียงเสียงครางเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความปรารถนา นางไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่มู่เฉินสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนจนนางแทบจะทนไม่ไหว
มู่เฉินเห็นว่านางเริ่มหลงใหลในการสัมผัสของเขามากขึ้น เขาจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น มือของเขาเลื่อนไปตามแนวขาของนางอย่างช้าๆ ปลายนิ้วของเขาเขียนลายวงกลมเล็กๆ บนผิวหนังที่นุ่มนวล ทำให้ไป๋หลินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกาย
"มู่เฉิน... ข้า... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
"ยังไม่หรอก หลิน'เอ๋อ..." เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ข้ายังไม่ทำให้เจ้าถึงจุดสุดยอดเลย"
เขาใช้ปลายลิ้นเลียไปตามแนวคอของนางอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงไปตามแนวลำตัว ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนจนนางแทบจะหมดสติ
"อ๊า... อ๊า... มู่เฉิน..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างกายของนางสั่นสะเทือนไปตามจังหวะของการสัมผัสของเขา
มู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่านางเริ่มคล้อยตามการสัมผัสของเขา เขาได้รอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว และตอนนี้เขาก็จะแสดงให้นางเห็นถึงความช่ำชองที่แท้จริงของเขา
เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปตามแนวร่องรักของนางอย่างช่ำชอง ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับจุดที่อ่อนไหวที่สุด ทำให้ไป๋หลินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบจะยืนไม่ไหว
"อ๊าา... มู่เฉิน... ข้า... ข้า..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายของนางโค้งงอไปตามความรู้สึกที่เขาสร้างให้
"ใช่แล้ว หลิน'เอ๋อ... ปล่อยตัวไปตามความรู้สึก..." เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพอใจ
มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างช่ำชองและเร่าร้อน เขารู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้นางรู้สึกดีที่สุด ปลายนิ้วของเขาบดท่อนไปทั่วร่องรักของนาง ทำให้ไป๋หลินครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"อ๊า... อ๊า... อ๊าา..." นางครางออกมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของนางสั่นสะเทือนไปตามจังหวะของการสัมผัสของเขา
มู่เฉินรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นว่านางเริ่มใกล้จะถึงจุดสุดยอด เขาเพิ่มความเข้มข้นของการสัมผัส มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและช่ำชองขึ้น ทำให้ไป๋หลินรู้สึกเหมือนจะระเบิดด้วยความสุข
"มู่เฉิน... ข้า... ข้าจะ..." นางพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเครือจนพูดไม่ออก
"ข้ารู้ หลิน'เอ๋อ... ปล่อยออกมาเลย..." เขากระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในที่สุด ไป๋หลินก็ถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ร่างกายของนางสั่นสะเทือนไปทั้งตัว นางครางออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขสมและความปรารถนา ความรู้สึกที่เขาสร้างให้นางนั้นเร่าร้อนและน่าตื่นเต้นจนนางแทบจะหมดสติ
"อ๊าาาา... มู่เฉิน..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร่างกายของนางโค้งงอไปตามความรู้สึกที่ล้นเหลือ
มู่เฉินรู้สึกพอใจและภาคภูมิใจเมื่อเห็นว่าเขาสามารถทำให้นางรู้สึกดีได้ขนาดนี้ เขาค่อยๆ ลดความเข้มข้นของการสัมผัส ให้นางได้พักผ่อนจากความรู้สึกที่รุนแรง
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หลิน'เอ๋อ?" เขาถามด้วยเสียงที่อ่อนโยน ขณะที่มือของเขาลูบไล้ผมของนางอย่างอ่อนโยน
ไป๋หลินหายใจหอบ ร่างกายของนางยังคงสั่นเครือจากความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป นางมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชม
"ข้า... ข้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน..." นางกระซิบด้วยเสียงที่ยังคงสั่นเครือ
มู่เฉินยิ้มอย่างพอใจ "นั่นเพราะเจ้าไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีพอ... แต่ตอนนี้เจ้ามีข้าแล้ว และข้าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด"
เขาโอบกอดนางเข้าหาตัว ให้นางได้พิงพาและพักผ่อน ความรู้สึกที่เขามีต่อนางไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาทางกาย แต่เป็นความรักที่ลึกซึ้งและจริงใจ
"เอ๊ะ! พลังปราณของเยี่ยนเฉิงกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!" ไป๋หยุนอุทานขึ้นเมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนร่วมทีม
"อ๊าาา! พลังนี้มัน..." เยี่ยนเฉิงครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในชีพจร
ไป๋หลินบิดเร้าอยู่กลางวงล้อมของบุรุษทั้งสี่ นางยอมรับรสสัมผัสที่รุนแรงและดิบเถื่อนของทุกคนเพื่อแลกกับการสร้าง 'กองทัพเทพมังกร' ส่วนตัวของนางเอง น้ำตาแห่งความสุขสมที่เจือความแค้นไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
เมื่อพิธีกรรม "ร่วมรักเพื่อคืนชีพ" เสร็จสิ้น บุรุษทั้งสี่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยพละกำลังที่มากกว่าเดิมร้อยเท่า ผิวพรรณของพวกเขามีประกายสีทองปกคลุม พวกเขาไม่ได้มองหน้ากันด้วยความริษยาอีกต่อไป ทว่ามองไปที่ศัตรูคนเดียวกันด้วยเป้าหมายเดียว... ปกป้องสตรีที่เป็นเจ้าชีวิตของพวกเขา
"ไป๋หลิน... เจ้ากล้าทรยศพ่อแท้ๆ!" ฮ่องเต้คำรามด้วยความตกใจเมื่อเห็นกองทัพบุรุษที่ทรงพลังพุ่งเข้าหาพระองค์พร้อมกัน
การต่อสู้ระดับถล่มแผ่นดินเกิดขึ้น ชินอ๋องใช้พลังมังกรฟาดฟัน มู่เฉินใช้ดาบปราณพุ่งทะลวง ไป๋หยุนและเยี่ยนเฉิงสลับกันโจมตีจากเงามืด โดยมีไป๋หลินยืนร่ายรำอยู่เบื้องหลังเพื่อส่งพลังสนับสนุน การปะทะกันทำให้แคว้นเหลียงทั้งเมืองสั่นสะเทือนดุจแผ่นดินไหว
ในที่สุด ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับที่พยายามจะก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ก็มิอาจต้านทานพลังรวมของบุรุษที่ขับเคลื่อนด้วย 'ความรักที่วิปริต' และ 'ตัณหาที่บ้าคลั่ง' ร่างของพระองค์ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ด้วยพลังปราณสีทองที่ไป๋หลินส่งผ่านมือของชายทุกคนที่นางเคยนอนด้วย
เมื่อศัตรูสิ้นซาก ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ไป๋หลินยืนหอบหายใจอยู่กลางซากศพ ร่างกายของนางถูกคลุมด้วยผ้าแพรสีแดงที่ไป๋หยุนนำมาห่อหุ้มไว้ ชายทั้งสี่จ้องมองนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—พวกเขาเป็นหนี้ชีวิตนาง ทว่านางก็คือคนที่ทำลายชีวิตพวกเขาเช่นกัน
"ตอนนี้... ใครจะเป็นคนครองบัลลังก์?" เยี่ยนเฉิงถามขึ้นพลางมองไปที่บัลลังก์ทองที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากวัง
ไป๋หลินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูเศร้าทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ "ไม่มีใครทั้งนั้น... เพราะแผ่นดินนี้จะเหลือเพียง 'เถ้าถ่าน'!"
ทันใดนั้นเอง ร่างของ อาเฉิง (ทาสที่ทุกคนคิดว่าตายไปในการระเบิดครั้งก่อน) กลับปรากฏตัวขึ้นจากใต้ดิน ทว่าเขามิได้มาคนเดียว ในมือของเขาหิ้ว 'หัว' ของฮองเฮาแคว้นเหลียงมาด้วย และที่สำคัญที่สุด... ข้างหลังเขามี กองทัพหุ่นเชิด นับแสนที่ถูกสร้างขึ้นจากศพทหารที่ตายในสงครามครั้งนี้!
"พระชายา... กระหม่อมทำตามสัญญาแล้ว... ข้าฆ่าผู้หญิงที่พยายามจะแย่งน้ำตาของท่าน..." อาเฉิงกล่าวเสียงสั่นเครือ แววตาของเขาบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิท "และตอนนี้... ถึงเวลาที่ท่านต้องเลือก... ว่าจะไปกับข้าสู่โลกแห่งความตายที่นิรันดร์... หรือจะอยู่กับชายโฉดเหล่านี้ในโลกที่แหลกสลาย!"
อาเฉิงไม่ได้มาเพื่อช่วย... แต่เขามาเพื่อ 'ลักพาตัว' วิญญาณของไป๋หลิน! เขาชูมือขึ้นและเปิด 'ประตูนรก' ที่แท้จริงขึ้นมากลางลานพระราชวัง แรงดึงดูดมหาศาลกำลังดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป
แต่ก่อนที่ร่างของไป๋หลินจะถูกดูดเข้าไป ชินอ๋องและมู่เฉินก็พุ่งเข้าไปคว้าแขนของนางไว้คนละข้าง ส่วนไป๋หยุนคว้าเอวของนางไว้แน่น
"หากนางต้องไปนรก... พวกข้าก็จะตามไปย่ำยีนรกนั่นพร้อมกับนาง!" ชินอ๋องคำราม
ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจะถูกดูดเข้าสู่ความมืดมิด... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษคนที่หกก็ดังกขึ้นจากประตูวังที่พังทลาย... เขามาพร้อมกับตราประทับมังกรเก้าเศียรที่เป็นของ 'จักรพรรดิเทพมังกร' องค์ปฐมกาล!
"พวกเจ้าเล่นกันพอหรือยัง?" บุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้ดาบไปที่ไป๋หลิน "นางพญาดอกบัวขาว... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นเพียง 'สนมเอก' ที่หนีออกจากวังหลวงของข้ามาเมื่อสามร้อยปีก่อน!"
ไป๋หลินเบิกตากว้าง... ความทรงจำที่ถูกปิดผนึกนับร้อยปีพรั่งพรูเข้ามา... นางมิใช่เพียงลูกสาวตระกูลไป๋ แต่นางคือนางมารที่จุติลงมาเพื่อปั่นหัวโลกมนุษย์!