เสียงไม้กวาดครูดไปบนพื้นหน้าบ้านพักโฮตารุดังขึ้นั้แ่เช้าตรู่
ซ่า
ซ่า
ซ่า
มาซาอากิลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสีจางของเช้าปลายฤดูใบไม้ร่วงลอดผ่านกระดาษโชจิเข้ามาในห้องอากาศเย็นขึ้นกว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างเห็นได้ชัดเขานอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกแขนขึ้นพาดหน้าผากภาพสุดท้ายของเมื่อวานยังอยู่ในหัวพระอาทิตย์สีส้มเหนือูเา เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหนึ่งครั้งและเสียงของหญิงสาวคนหนึ่ง
“ฉันอยากจำวันนี้ให้ได้”
เขาหลับตาลงอีกครั้งไม่รู้ั้แ่เมื่อไรที่คำพูดของอาโออิเริ่มติดอยู่ในความคิดของเขานานขึ้นทุกวันราวกับหญิงสาวคนนั้นกำลังค่อยๆ ทิ้งร่องรอยเอาไว้ในชีวิตของเขาทีละนิด มาซาอากิลุกขึ้นจากที่นอนสวมเสื้อกันหนาวแล้วเลื่อนประตูออกไปด้านนอก ลมเย็นพัดผ่านทันทีใบเมเปิลสีแดงและสีทองกระจายอยู่ทั่วลานหน้าบ้านซาเอโกะกำลังกวาดใบไม้อยู่พอดี
หญิงสูงวัยเงยหน้าขึ้นก่อนยิ้ม“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
เธอชี้ไปที่ต้นเมเปิลหน้าบ้าน“ในที่สุดก็เริ่มร่วงแล้ว”
มาซาอากิเงยหน้ามองตามราวกับจงใจให้เห็นใบเมเปิลสีแดงใบหนึ่งหลุดจากกิ่งมันหมุนช้า ๆกลางอากาศก่อนตกลงบนพื้นอย่างเงียบเชียบ
“ปีนี้เร็วกว่าที่คิดนะครับ”
“ทุกปีก็รู้สึกแบบนี้” ซาเอโกะหัวเราะเบา ๆ “ทั้งที่มันอยู่ตรงนั้นมาตั้งนานแต่พอถึงวันที่มันร่วงจริง ๆ เรากลับรู้สึกว่าเร็วเหลือเกิน”
เธอก้มลงเก็บใบไม้ขึ้นมาหนึ่งใบ“วันนี้ไปสวนบ้านทาคาฮาชิไหมค่ะ”
“ไปครับ”
“ช่วยเก็บใบสวย ๆ กลับมาฝากฉันสักใบได้ไหมคะ”
“เอาไปทำอะไรครับ”
หญิงสูงวัยยิ้ม“เก็บไว้”
“แค่ใบไม้เองนะครับ”
“อือ” เธอพยักหน้า “แต่บางครั้งสิ่งที่เราเก็บไว้ไม่ใช่ตัวสิ่งของ”
เธอมองใบไม้ในมืออยู่ครู่หนึ่ง“เป็ความทรงจำต่างหาก”
ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้งมาซาอากินึกถึงกล้องของอาโออิขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว รูปถ่ายเก็บเวลาไว้หญิงสาวเคยพูดแบบนั้นเขาไม่รู้ว่าทำไมแต่ประโยคเมื่อวานกับประโยคของซาเอโกะกลับเชื่อมต่อกันอย่างประหลาด เขามองใบเมเปิลบนพื้นอีกครั้งก่อนหยิบใบหนึ่งขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อ
---
เมื่อมาถึงสวนทาคาฮาชิแสงแดดยามเช้ากำลังส่องผ่านแนวต้นแอปเปิล อาโออิยืนอยู่กลางสวนเสื้อไหมพรมสีครีมผ้าพันคอสีอ่อน และกล้องตัวเดิมที่คล้องอยู่บนลำคอ เธอกำลังเงยหน้ามองอะไรบางอย่างมาซาอากิหยุดเดินในจังหวะเดียวกันนั้น ใบเมเปิลสีแดงใบหนึ่งก็หลุดจากกิ่ง
หญิงสาวหันตามโดยอัตโนมัติแล้วชะงักเธอเห็นใบไม้เห็นมันกำลังตกแต่ไม่ทันเห็นว่ามันร่วงมาจากตรงไหน อาโออิค่อย ๆเงยหน้ามองต้นไม้คิ้วขมวดเพียงเล็กน้อย ลมพัดผ่านใบไม้บนกิ่งไหวพร้อมกันหลายใบ เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแปลกจังเมื่อกี้เธอมองไม่ทันจริงๆ เหรอ
“อรุณสวัสดิ์” เสียงของมาซาอากิดังขึ้น
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมาจากนั้นรอยยิ้มก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
“มองอะไรอยู่”
เธอกะพริบตาสองครั้งก่อนยิ้มกว้างขึ้น“ใบไม้”
“มันสวยขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็...” เธอหันกลับไปมองต้นเมเปิลอีกครั้ง “มันเริ่มร่วงแล้วนี่”
น้ำเสียงของเธอเบากว่าปกติเล็กน้อยแต่ไม่นานรอยยิ้มเดิมก็กลับมา
“แปลว่าฤดูหนาวใกล้มาแล้ว”
“คุณชอบฤดูหนาวหรือ”
“ชอบ” เธอพยักหน้า “แต่ก็ไม่อยากให้มาถึงเร็วเกินไป”
“ตกลงชอบหรือไม่ชอบกันแน่”
อาโออิหัวเราะ“ทั้งสองอย่างมั้ง”
เธอหันกลับมามองเขา“บางอย่างเราก็ชอบ ทั้งที่รู้ว่ามันอยู่กับเราได้ไม่นาน”
มาซาอากิมองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้น“คุณพูดเื่เวลาอีกแล้ว”
“ฉันพูดบ่อยเหรอ”
“บ่อย”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “แย่เลย”
เธอยิ้มแต่แววตากลับลอยไปที่ต้นเมเปิลอีกครั้งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
---
่สายทั้งสองช่วยกันเก็บกิ่งไม้แห้งและขนลังเข้าโกดังทุกอย่างดูปกติจนกระทั่ง
กึก
เสียงบางอย่างดังขึ้นมาซาอากิหันกลับไป อาโออิยืนอยู่ข้างโต๊ะมือหนึ่งกุมข้อศอกตัวเองเธอเพิ่งเดินชนมุมโต๊ะ
“เป็อะไรไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะ” เธอตอบเร็วทันทีเร็วเกินไป
“ชนหรือ”
“นิดหน่อย”
เธอยิ้ม“ฉันซุ่มซ่าม”
มาซาอากิขมวดคิ้วตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เขาไม่เคยเห็นอาโออิเดินชนอะไรเลย แม้แต่ตอนฟ้ามืดเธอก็ยังเดินในสวนได้คล่องกว่าคนทั่วไป แต่พักหลังเธอสะดุดบ่อยขึ้น เดินช้าลงและวันนี้เดินชนโต๊ะ
“เจ็บไหม”
“ไม่เจ็บค่ะ” เธอยิ้มอีกครั้ง “โต๊ะคงคิดถึงฉัน”
มาซาอากิเกือบหลุดหัวเราะแต่สุดท้ายกลับหัวเราะไม่ออกเพราะรอยยิ้มของเธอดูฝืนกว่าทุกครั้ง
---
คืนนั้นอาโออินั่งอยู่บนเตียงในห้องตัวเองกล้องวางอยู่บนตัก เธอกดเปิดรูปพระอาทิตย์ตกของเมื่อวานภาพสีส้มเหนือูเาสวยเหมือนทุกครั้ง หญิงสาวมองอยู่นานนานกว่าปกติ ก่อนจะเปิดดูรูปเก่าๆ ต่อไป พระอาทิตย์ตกเมื่อเดือนก่อน เมื่อฤดูร้อน เมื่อฤดูใบไม้ผลิแต่ละรูปเหมือนเก็บวันเวลาเอาไว้จริงๆ เธอยกมือขึ้นแตะดวงตาของตัวเองเบา ๆ ก่อนส่ายหน้าคงคิดมากไปเอง
เมื่อเช้าอาจเป็เพราะแสงเข้าตาใช่ ต้องเป็แบบนั้นแน่ หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ให้ตัวเองก่อนปิดหน้าจอกล้อง แล้วกอดมันเอาไว้แนบอกด้านนอกหน้าต่างใบเมเปิลสีแดงอีกใบหนึ่งหลุดจากกิ่งร่วงลงสู่พื้นอย่างเงียบงัน
---
เช้าวันถัดมาท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีขาวบาง ๆ ลมหนาวพัดผ่านหมู่บ้านั้แ่เช้าตรู่ อาโออิยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้าในห้องน้ำดวงตาของตัวเองสะท้อนอยู่ในกระจกบานเล็กเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เธอกะพริบตาช้าๆ จากนั้นก็ยิ้มให้ตัวเอง
“คิดมากไปเองจริง ๆ นั่นแหละ” หญิงสาวพูดเบา ๆแล้วหยิบผ้าพันคอขึ้นมาคล้องคอก่อนเดินลงไปชั้นล่าง
กลิ่นมิโซะซุปหอมลอยมาจากห้องครัวมิซากิกำลังจัดอาหารเช้า
“อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” หญิงสาวเดินไปนั่งที่โต๊ะตามปกติ
เคนจิกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เขาเงยหน้าขึ้น“วันนี้หนาวนะ”
“อือ” อาโออิพยักหน้า “เหมือนฤดูหนาวจะมาเร็ว”
“ดีไม่ใช่เหรอ” มิซากิยิ้ม “เธอชอบหิมะนี่”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “ชอบค่ะ” แต่คำตอบนั้นกลับมาช้ากว่าปกตินิดหนึ่ง
เคนจิเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์มองลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปอ่านต่อโดยไม่พูดอะไร
...
หลังอาหารเช้าอาโออิเดินออกไปที่สวนพร้ะกร้าใบเล็กลมหอบเอาใบเมเปิลปลิวผ่านหน้าสีแดงของมันสวยจนเธอหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้มลงเก็บใบหนึ่งขึ้นมาปลายนิ้วลูบไปตามเส้นใบอย่างแ่เบา
“สวยจัง” เธอพูดกับตัวเองก่อนเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้อ
เมื่อเดินมาถึงสวนมาซาอากิก็มาถึงพอดี
“วันนี้มาเช้า”
หญิงสาวยิ้ม“ฉันต่างหากที่มาเร็ว”
“ต่างกันตรงไหน”
“ต่างค่ะ”
“ตรงไหน”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหัวเราะ“ยังคิดไม่ออก”
มาซาอากิส่ายหน้าบางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจตรรกะของเธอเลยจริงๆ ทั้งสองช่วยกันจัดอุปกรณ์อยู่พักหนึ่ง เช้าวันนี้สวนเงียบกว่าปกติมีเพียงเสียงลมและเสียงใบไม้เสียดสีกันอาโออิเดินไปหยิบเชือกม้วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะแต่ปลายนิ้วกลับคว้าอากาศ เธอชะงักแล้วเอื้อมอีกครั้งคราวนี้จึงหยิบได้
มาซาอากิเห็นทุกอย่างเขาไม่ได้พูดอะไรเพียงมองอยู่เงียบๆ หญิงสาวเองก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อันนี้ใช่ไหม” เธอชูเชือกขึ้น
“อือ”
“งั้นฉันเอาไปเก็บนะ” เธอเดินจากไปด้วยรอยยิ้มแต่หัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อกี้เธอพลาดจริง ๆ หรือ
---
ใกล้เที่ยงทั้งสองช่วยกันเก็บกิ่งไม้ด้านหลังสวน พื้นดินเต็มไปด้วยใบเมเปิลสีแดงทุกย่างก้าวมีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าอาโออิหยุดเดินกะทันหัน
“คุณดูนี่สิ” เธอก้มลงหยิบใบเมเปิลขึ้นมาหนึ่งใบสีแดงเข้มสวยจนเหมือนถูกแต้มด้วยสี
“สวยนะ” มาซาอากิพูด
“ใช่ไหม” ดวงตาของเธอเป็ประกายขึ้นเล็กน้อย
เธอหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อเปิดไปหน้าว่างหน้าหนึ่งแล้วค่อยๆ วางใบเมเปิลลงไป
“ทำอะไร”
“เก็บไว้”
“เดี๋ยวมันก็แห้ง”
“อือ” เธอยิ้ม “แต่ถ้าเก็บดี ๆ สีมันจะอยู่ได้นาน”
ปลายนิ้วของเธอลูบใบไม้เบาๆ ก่อนปิดสมุดลง ลมหนาวพัดผ่านสวนอีกครั้ง
“ฉันชอบเก็บของแบบนี้” เธอพูดขึ้น
“ใบไม้เหรอ”
“ความทรงจำต่างหาก”
มาซาอากิหันมองเธอหญิงสาวกำลังมองต้นเมเปิลตรงหน้าแววตาอ่อนโยนอย่างประหลาด
“บางอย่างอยู่กับเราไม่นาน” เธอพูดช้า ๆ “พอรู้แบบนั้น...เราก็อยากจำมันให้มากขึ้น”
ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสองมาซาอากินึกถึงคำพูดของซาเอโกะเมื่อเช้าวาน สิ่งที่เราเก็บไว้ไม่ใช่ตัวสิ่งของแต่เป็ความทรงจำจู่ ๆเขาก็รู้สึกเหมือนทุกคนในหมู่บ้านนี้กำลังพูดเื่เดียวกันเพียงแต่พูดกันคนละวิธี
---
ตอนบ่ายทั้งสองช่วยกันเก็บกิ่งไม้แห้งกองสุดท้าย อาโออิเดินนำหน้าไปสองก้าวแล้วจู่ ๆ ปลายรองเท้าของเธอก็เกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้เล็กๆ
“อ๊ะ”
เธอเสียหลักจะล้มมาซาอากิรีบคว้าแขนเธอไว้ทันทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่ววินาทีหญิงสาวชะงัก เขาเองก็นิ่งไปเหมือนกัน ระยะห่างของทั้งคู่ใกล้กว่าปกติใกล้จนเขามองเห็นขนตาของเธอชัดเจน
“เป็อะไรไหม” เขาถามเบา ๆ
อาโออิกะพริบตาสองครั้งก่อนพยักหน้า“ไม่เป็ไรค่ะ”
“สะดุดได้ยังไง”
คำถามนั้นทำให้เธอนิ่งไปเสี้ยววินาทีก่อนหัวเราะเบาๆ
“ฉันซุ่มซ่ามไง”
คำตอบเดิมอีกแล้วมาซาอากิไม่พูดอะไรเพียงปล่อยมือจากแขนเธอช้า ๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับค้างอยู่ในใจเขาเริ่มเห็นความผิดปกติมาหลายครั้งแล้วหลายครั้งเกินกว่าจะเรียกว่าเื่บังเอิญ ทว่าเขากลับไม่กล้าถาม
เพราะลึกๆแล้วเขากลัวเหลือเกินว่าคำตอบที่ได้รับอาจเป็คำตอบเดียวกับที่เขาคิดอยู่ในใจและถ้าเป็เช่นนั้นจริงมันหมายความว่าเวลาของอาโออิอาจกำลังเดินเร็วขึ้นกว่าที่ทุกคนคิด
---
วันที่สามของปลายฤดูใบไม้ร่วงมาถึงพร้อมกับท้องฟ้าสีเทาอ่อนลมหนาวพัดแรงกว่าสองวันที่ผ่านมาอาโออิตื่นเช้ากว่าปกติ เธอนั่งอยู่บนขอบระเบียงห้องมือทั้งสองกุมแก้วชาอุ่นเอาไว้ มองูเาไกลสุดสายตาอย่างเงียบงัน
กล้องวางอยู่ข้างตัวแต่เช้าวันนี้เธอยังไม่ได้หยิบมันขึ้นมาเลยเสียงประตูเลื่อนดังขึ้นเบาๆ มิซากิเดินเข้ามาพร้อมผ้าคลุมไหล่
“ตื่นเช้าจัง”
หญิงสาวหันมายิ้ม“หนาวจนตื่นค่ะ”
มิซากินั่งลงข้างๆ ทั้งสองมองูเาอยู่ครู่หนึ่ง
“วันนี้ฟ้าสวยนะ”
“อือ” อาโออิพยักหน้า “สวยดี”
แม่ของเธอหันมามองลูกสาว“เป็อะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ” คำตอบมาทันทีเร็วเกินไปนิดหนึ่ง
มิซากิยิ้มบางๆ “แม่ยังไม่ได้ถามเลยว่าเื่อะไร”
อาโออิชะงักก่อนหัวเราะเบาๆ “เผลอตอบไปแล้ว”
“่นี้ดูเหนื่อย ๆ”
“เพราะช่วยงานเยอะมั้งคะ”
“งั้นพักบ้าง”
หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตายังคงมองออกไปไกลเธอรู้ตัวว่าพักสองสามวันที่ผ่านมามีหลายอย่างผิดปกติมากเกินกว่าจะเป็เื่บังเอิญแต่เธอยังไม่อยากคิดถึงมันยังไม่อยากเรียกชื่อมันยังไม่อยากยอมรับว่าความกลัวที่ตามเธอมาหลายปี อาจกำลังเดินมาถึงจริง ๆ
---
่เย็นหลังช่วยงานที่สวนเสร็จ ทั้งหมู่บ้านเริ่มเงียบลงอีกครั้ง อากาศเย็นจนลมหายใจกลายเป็ไอสีขาวมาซาอากิกำลังเก็บอุปกรณ์เข้าที่เมื่อหันกลับมาก็พบว่าอาโออิกำลังยืนมองท้องฟ้าทางทิศตะวันตก
“จะไปดูพระอาทิตย์ตกหรือ”
หญิงสาวหันมารอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า“ไปไหมคะ”
เขาพยักหน้าทั้งสองเดินขึ้นไปบนเนินเขาเงียบๆ เสียงรองเท้าเหยียบใบไม้แห้งดังเป็จังหวะ ลมพัดเอาใบเมเปิลปลิวผ่านไปเป็ครั้งคราวเมื่อมาถึงศาลาเล็กบนเนิน พระอาทิตย์กำลังค่อย ๆ ลดต่ำลง แสงสีทองอาบไปทั่วหุบเขาสวยเหมือนทุกวัน
อาโออิค่อยๆ ยกกล้องขึ้นดวงตาข้างหนึ่งแนบกับช่องมองภาพนิ้วเรียวหมุนวงแหวนโฟกัสเบา ๆ เธอนิ่งไปจากนั้นหมุนอีกครั้งภาพตรงหน้ายังไม่ชัดหญิงสาวกะพริบตาก่อนลองใหม่พระอาทิตย์ยังคงพร่าเลือน เธอสูดหายใจเข้าช้า ๆ แล้วลองอีกครั้งภาพในช่องมองภาพยังเหมือนเดิมลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วครู่นิ้วที่จับกล้องเย็นลงทีละน้อย เธอลดกล้องลงเงยหน้ามองพระอาทิตย์ด้วยตาเปล่ายังเห็นอยู่ ยังสวยเหมือนเดิมแต่เมื่อยกกล้องขึ้นอีกครั้งทุกอย่างกลับพร่าเลือน
“เป็อะไรหรือเปล่า” เสียงของมาซาอากิดังขึ้นข้าง ๆ
อาโออิสะดุ้งเล็กน้อยก่อนรีบยิ้ม“เปล่าค่ะ”
“วันนี้ไม่ถ่ายหรือ”
เธอหันกลับไปมองพระอาทิตย์อีกครั้งแสงสีส้มกำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็สีแดงก้อนเมฆเหนือูเาถูกย้อมด้วยสีทองอ่อนเป็ภาพที่เธอชอบที่สุดเป็ภาพที่เธอถ่ายมาแล้วนับไม่ถ้วนแต่วันนี้...เธอกลับมองมันผ่านกล้องไม่ได้
หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่งก่อนยิ้มบางๆ
“วันนี้อยากดูเฉย ๆ”
มาซาอากิหันมามองไม่ได้ถามอะไรต่อเพียงยืนอยู่ข้าง ๆ เธอเหมือนทุกครั้ง พระอาทิตย์ค่อย ๆลับหลังูเา แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ จางลง ลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเนินเขาอีกครั้งใบเมเปิลสีแดงใบหนึ่งปลิวผ่านปลายเท้าของทั้งสอง
อาโออิกอดกล้องไว้แนบอกสายตายังคงมองไปยังท้องฟ้าราวกับพยายามเก็บทุกสีของเย็นวันนี้เอาไว้ในความทรงจำจนกระทั่งแสงสุดท้ายหายไปจากขอบฟ้า
เธอจึงพูดขึ้นเบาๆ “กลับกันเถอะค่ะ”
ทั้งสองเดินลงจากเนินช้าๆ ไม่มีใครพูดอะไร ด้านหลังของพวกเขาท้องฟ้ากลายเป็สีน้ำเงินเข้มและเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่พระอาทิตย์ตกของวันนั้นไม่มีเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น