บทที่7
การต่อสู้ของผู้กล้า
การต่อสู้ของพวกเราเริ่มต้นขึ้นตอนเช้ามืดของวันถัดมา ฉัน ไมยะ และคุณไฮบิสุยืนพร้อมรบอยู่บนยอดเขาของศาลเ้าฝั่งทิศใต้ จุดศูนย์กลางของการป้องกันคือเสาโทริอิ พวกเราใช้สนามรบสร้างความได้เปรียบ โดยเน้นการป้องกันไปทางด้านสกัดกั้นการบุกทะลวงของฝูงอสุรกาย พวกเราที่อยู่บนยอดเขาสามารถสกัดพวกมันที่พยายามปีนขึ้นมาได้ ยิ่งตีนเขาเป็พื้นที่ราบ พวกเราเลยได้เปรียบทางด้านทัศนวิสัยขึ้นไปอีก
แต่ถึงแม้เราจะได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ แต่ทางกำลังพลในการต่อกรยังถือว่าน้อยเกินไป ฉันซึ่งมีพลังโจมตีไม่พอสังหารอสุรกายเกราะจึงต้องยืนเฝ้าเสาโทริอิและคอยสนับสนุนคุณไฮบิสุ ยูมิอยู่ด้านหลัง คุณไฮบิสุนั้นถือว่ามีความสามารถในการต่อสู้ค่อนข้างมาก เธอใช้ลูกเตะผู้กล้าสังหารอสุรกายเกราะตัวแล้วตัวเล่าอย่างไม่รู้จักหยุดพัก
พลังของเธอเปล่งประกายเป็สีชมพูบานเย็นสดใสราวกับดอกไฮบิซูกาสุที่เบ่งบานกลางสนามรบ
ส่วนฉันซึ่งยืนเฝ้าเสาโทริอิแทบไม่ได้ออกแรงอะไรเลย มีบ้างบางครั้งที่ฉันยิงธนูขัดขวางการโจมตีของอสุรกายเกราะที่ลอบโจมตีคุณไฮบิสุจากด้านหลัง นอกเหนือจากนั้นฉันก็ทำได้เพียงให้กำลังใจ
“ขอโทษด้วยนะที่ฉันช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย” ฉันบอกคุณไฮบิสุเมื่อเธอเข้ามาพักดื่มน้ำ “เห็นเธอสู้สุดกำลังแล้วฉันก็อดรู้สึกผิดไม่ได้”
“เห~ คุณฮาซูโนะที่เอาแต่เอ็ดฉัน จู่ๆ มาพูดแบบนี้ฉันก็ทำตัวไม่ถูกกันพอดีสิคะ”
“ฉันพูดจริงๆ นะ ฉันรู้สึกเป็ตัวถ่วงเธอมาก”
“อืม...อาจจะเป็ตัวถ่วงจริงๆ ก็ได้นะคะ”
“เอ๊ะ นี่เธอตั้งใจเยาะเย้ยฉันอยู่สินะ หน็อยยย”
“ฮาๆ เอาไวค่อยเลี้ยงราเม็งฉันเป็การตอบแทนแล้วกันนะคะ”
คุณไฮบิสุะโออกไปแนวหน้าของสนามรบอีกครั้ง ฉันมองตามแผ่นหลังของเธอที่ห่างไกลออกไป
“เฮ้ออออ ทำไมฉันไม่มีพลังให้มากกว่านี้นะ”
“คุณโนกิดูถูกพลังของตัวเองเกินไปหน่อยนะคะ”
จู่ๆ ไมยะที่ยืนอยู่หลังกำแพงเขตอาคมก็เดินมายืนข้างๆ ฉัน
“นี่เธอ ใครอนุญาตให้เธอออกมานอกกำแพงฮะ!”
“ฉันทนเห็นคุณน้อยใจในพลังของตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ได้หรอกค่ะ”
สายตาจริงจังของไมยะทำให้ฉันพูดแก้ตัวไม่ออก
“มันก็ถูกของเธอ ฉันอาจจะดูถูกพลังของตัวเอง แต่เธอก็เห็นแล้วนี่ ฉันยิงอสูรกายเกาะไม่เข้าแม้แต่สร้างาแให้มันยังทำไมได้”
“แล้วคุณโนกิคิดว่าพลังของคุณโนกิมีไว้เพื่อใช้สู้ในแนวหน้าเหรอคะ”
“เธอหมายความว่าไง”
“ถ้าคุณโนกิมองดูพลังของตัวเองดีๆ คุณโนกิจะรู้ค่ะว่าพลังของคุณไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสู้ในแนวหน้าของสนามรบ คุณเคยเห็นพลธนูวิ่งไปสู้กับศัตรูซึ่งๆ หน้าเหรอคะ”
“เธอจะบอกฉันว่า ฉันเปรียบเหมือนพลธนูของกองกำลังป้องกันตัวเองงั้นเหรอ”
“ถูกค่ะ ส่วนคุณยูมิ เธอมีพลังรบสูงจึงอยู่แนวหน้าได้ ถ้าเปรียบเทียบดีๆ คุณยูมิก็เหมือนนักรบผู้เก่งกาจ ดังนั้นคุณโนกิไม่ควรเปรียบเทียบพลังของตัวเองกับคนอื่นนะคะ เพราะแต่ละคนก็มีพลังในรูปแบบที่แตกต่างกัน จะเอาพลธนูไปเปรียบกับนักรบมันเปรียบเทียบได้เสียที่ไหนล่ะคะ ถ้าจะเทียบจริงๆ ก็ต้องเทียบพลธนูกับพลปืนอะไรแบบนี้สิคะ มันถึงจะน่าน้อยใจหน่อย”
ฉันคิดตามคำพูดของไมยะแล้วก็เข้าใจ “มันก็ถูกของเธอ ฉันเป็พลธนูจะเอาตัวเองไปเทียบกับนักรบได้ยังไง สิ่งที่พลธนูทำได้ก็มีเยอะถมไป”
ฉันยกคันธนูขึ้นรวบรวมพลังงานบริสุทธิ์แล้วยิงห่าฝนธนูออกไป
“ฉันจะแบ่งเบาภาระเธอเองคุณไฮบิสุ!!”
“กรร!!”
เสียงคำรามของอสุรกายเกราะดังขึ้นต่อเนื่อง แม้ฉันจะสร้างความเสียหายให้พวกมันไม่ได้ แต่ฉันก็สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมันได้
“โอ้ว เยี่ยมไปเลยค่าคุณฮาซูโนะ”
คุณไฮบิสุใช้โอกาสที่พวกอสุรกายเกราะชะงักพุ่งเข้าจู่โจมอย่างต่อเนื่อง เธอเตะตัวซ้ายแล้วชิ่งไปหาตัวขวา จากนั้นก็ชิ่งไปหาตัวอื่นๆ ด้วยความเร็วสูง
ปัก ปัก ปัก!!
อสุรกายเกราะตัวแล้วตัวเล่าล้มหายตายจากไปราวกับใบไม้ร่วง ผลจากการที่ฉันเข้าช่วยสนับสนุนมันส่งผลให้เห็นอย่างชัดเจน
“แบบนี้พวกเราชนะได้ก่อนรุ่งสางแน่”
ฉันเริ่มสาดห่าฝนธนูอีกครั้ง ทว่ารอบนี้อสุรกายเกราะเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากการสูญเสียพรรคพวกไปเมื่อกี้ มันจึงสร้างโล่โค้งเว้าขึ้นมาแล้วใช้โล่นั้นสะท้อนการโจมตีของฉัน
“บ้าน่า มันจะวิวัฒนาการเร็วไปแล้วเฟ้ยยย!!”
ฉันอุ้มไมยะแล้วะโหลบเข้าไปในกำแพงเขตอาคม ลูกธนูที่สะท้อนกลับมาถูกกำแพงเขตอาคมกันเอาไว้ได้หมด เสียงตึงๆ จากแรงปะทะดังขึ้นต่อเนื่องอยู่พักใหญ่แล้วค่อยสงบลง
“ฉันจะออกไปดูคุณไฮบิสุหน่อย เธอรออยู่ในนี้ห้ามออกไปอีกเข้าใจไหม”
“อื้ม ระวังตัวด้วยนะคะ ดูเหมือนฝั่งนั้นก็เอาจริงแล้วเหมือนกัน”
“วางใจเถอะ พวกฉันจะฆ่ามันให้หมดก่อนรุ่งสางให้ดู!!”
ไมยะพยักหน้าแล้วบอกให้ฉันระวังตัว “พวกอสุรกายจะมาอีกสองระลอก มีจำนวนรวมกันประมาณห้าสิบตัว อย่าประมาทนะคะ”
ฉันพยักหน้าแล้วโดดออกไปนอกกำแพงเขตอาคม คุณไฮบิสุที่ดูจะใกับการวิวัฒนาการของอสุรกายเกราะรีบร้อนหนีมาหาฉัน สีหน้าของเธอดูแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด
“มันแปลกมากเลยค่ะ จู่ๆ พวกมันก็วิวัฒนาการต่อหน้าต่อตาเลย ลูกเตะของฉันถูกสะท้อนกลับมาตั้งสามครั้ง ไม่อยากจะเชื่อเลย!!”
“ใจเย็นๆ ก่อนยัยบ้า พวกมันแค่สะท้อนการโจมตี ไม่ใช่ว่าเธอโจมตีไม่เข้าสักหน่อย!!”
“ละ แล้วทีนี้เราจะเอายังไงกันดีคะ!!”
“ฉันจะยิงธนูล่อให้พวกมันกางโล่สะท้อน ใน่เวลานั้นพวกมันจะหยุดนิ่ง เธอใช้โอกาสนี้ลอบโจมตีพวกมันจากข้างหลัง เธอทำได้ไหม”
“ได้สิคะ ได้แน่นอนอยู่แล้วค่าาา”
“ดีงั้นมาเริ่มกันเลย”
ฉันยิงห่าฝนออกไปสิบครั้งติด กะเอาให้พวกมันไม่มีโอกาสได้วางโล่เลยสักวิ เมื่อพวกมันกางโล่สะท้อนขึ้น คุณไฮบิสุก็พุ่งเข้าโจมตีพวกมัน ตัวที่หนึ่ง ตัวที่สองแล้วก็ตามมาเรื่อยๆ พวกมันถูกกำจัดไปทั้งสิ้นสามสิบกว่าตัว ซึ่งถือได้ว่าระลอกที่หนึ่งพวกเรากำจัดจนเกลี้ยงแล้ว
ฉันกับคุณไฮบิสุเดินกลับมาพักหน้าเสาโทริอิ คุณไฮบิสุดูอิดโรยลงไปหลายส่วน คงเพราะเธอใช้พลังติดต่อกันเป็เวลานาน อีกทั้งยังใช้ท่าลูกเตะผู้กล้าซ้ำๆ มันจึงไม่แปลกที่เธอจะเริ่มหมดแรง
“ยังเหลืออีกหนึ่งระลอก เธอไหวไหม”
“ไหวค่าาา แต่ว่า...คงใช้ลูกเตะผู้กล้าไม่ได้แล้ว ฮือออ ขอโทษนะคะ”
คุณไฮบิสุนวดข้อเท้าที่บวมเป่งจนชุดผู้กล้าปิดไม่มิด
“ยัยบ้า แบบนี้มันไม่ไหวแล้วต่างหาก ข้อเท้าบวมขนาดนี้อาจจะกระดูกหักแล้วก็ได้”
“ฉะ ฉันยังไหว ยังใช้มือทั้งสองข้างได้นะคะ”
“ใช้มือได้แล้วยังไง เธอสู้ระยะประชิดนะ าเ็แบบนี้มีหวังหลบการโจมตีในเวลากระชั้นชิดไม่ได้แน่!!”
“แต่ว่า…”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เธอน่ะเข้าไปพักข้างในก่อนเถอะ ไมยะมียาฟื้นฟูที่ท่านอิสึมิมอบให้มาอยู่ ถ้าใช้ยานั้นร่างกายของเธอจะฟื้นตัวได้ไวขึ้น ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้ รีบไปรักษาตัวเองซะ”
“ระ รับทราบค่า จะรีบกลับมานะคะ!!”
คุณไฮบิสุ กลับเข้าไปในกำแพงเขตอาคม ฉันมองเธอเดินกะเผลกๆ เข้าไปหาไมยะแล้วอดโมโหขึ้นมาไม่ได้ ยัยบ้านี่ชอบทำอะไรเกินตัวอยู่เรื่อย
“ให้ตายสิ เหลือแค่ฉันแล้วสินะ”
ฉันมองพื้นที่ราบด้านล่างตีนเขาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พวกอสุรกายนี่ไม่คิดจะพักกันบ้างเลยหรือยังไง ระลอกแรกเพิ่งหมดไป พวกมันก็ส่งระลอกใหม่มาอีกแล้ว
“ยี่สิบสองตัว ไม่ถือว่าเยอะ ฉันเอาอยู่”
ฉันมองพวกอสุรกายที่กรูกันเข้ามาอย่างซอมบี้แล้วเริ่มยิงห่าฝนธนูออกไป
พวกมันยกโล่สะท้อนขึ้นมา ทว่าในจังหวะที่ลูกธนูกำลังตกกระทบโล่ของพวกมัน ฉันปลดอาวุธผู้กล้าออก ทำให้ลูกธนูทั้งหมดสลายไปในอากาศ
พวกอสุรกายต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น หันรีหันขวางมองหาเหตุผล แต่ยังไม่ทันได้ไขกระจ่าง ฉันก็สวมอาวุธผู้กล้าแล้วเริ่มยิงห่าฝนธนูอีกครั้ง
ฉึก ฉึก ฉึก!!
ลูกธนูของฉันปักเข้าที่เกาะของพวกมัน แม้จะสร้างความเสียหายไม่ได้ แต่ก็สามารถขัดขวางการเดินทัพของพวกมันไปได้หลายนาที
“กรร!!”
เหล่าอสุรกายเกราะคำรามอย่างโกรธแค้นเมื่อไม่สามารถขยับทัพไปไหนได้ ฉันยิงสกัดพวกมันรอบแล้วรอบเล่า แม้มีบางครั้งที่ห่าฝนธนูสะท้อนกลับมาเพราะฉันคำนวณระยะเวลาพลาด แต่ก็ไม่เป็ปัญหา ฉันสามารถปลดอาวุธผู้กล้าเพื่อให้ลูกธนูสลายไปได้ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่ได้รับาเ็ แถมยังไม่ต้องหนีไปหลบหลังกำแพงเขตอาคมด้วย
หากจะถามว่าฉันไปเอาทริคการปลดอาวุธเพื่อสลายลูกธนูมาจากไหน ก็คงต้องบอกว่าฉันรับรู้ได้จากสัญชาตญาณ ฉันรู้ว่าการสร้างลูกธนูต้องรวบรวมพลังงานบริสุทธิ์โดยถือคันธนูเอาไว้ แล้วถ้าหากฉันไม่ถือคันธนูล่ะ หากฉันปลดอาวุธออก พลังงานบริสุทธิ์ที่ฉันรวบรวมมามันก็ต้องสลายหายไป ฉันคิดแบบนี้จึงได้ลองทำดู แล้วมันก็ได้ผล
“ยัยไฮบิสุ อีกนานไหมกว่าจะฟื้นฟูเสร็จ!!” ฉันะโถามข้ามกำแพงเขตอาคม เพราะฉันเริ่มไม่ไหวแล้ว การใช้ฝนธนูติดต่อกันมันกินพลังค่อนข้างมาก ยิ่งสร้างลูกธนูมากเท่าไหร่ ฉันก็เหมือนโดนสูบพลังไปจากร่างมากเท่านั้น
ฉันสร้างลูกธนูไปเกือบสองพันลูก ไม่แปลกเลยที่ฉันจะหอบแดกขนาดนี้
วิ้ง~ วิ้ง~
ฉันมองคันธนูศักดิ์สิทธิ์ในมือที่เริ่มเลือนรางและแตกกระจายเป็ละอองแสงสีฟ้าน้ำทะเลสดใส ธนูของฉันกำลังจะหายไป บ่งบอกว่าพลังเวทของฉันใกล้จะหมดลงแล้ว
“กรร!!”
เหล่าอสุรกายเกราะเริ่มกลับมาขยับได้อีกครั้ง พวกมันดึงลูกธนูที่ปักตามตัวออกอย่างโมโห ฉันคงยื้อเวลาพวกมันได้แค่อีกครั้งเดียว ถ้าหากยัยไฮบิสุยังฟื้นฟูไม่เสร็จ ก็มีแต่หวังพึ่งกำแพงเขตอาคมเท่านั้น
“นี่ฟังให้ดีนะยัยบ้า ฉันยื้อพวกมันได้อีกแค่สามนาที หากเธอยังไม่พร้อม พวกเราก็ต้องเสี่ยงให้กำแพงเขตอาคมต้านเอาไว้แล้วล่ะ”
“ไม่จำเป็ต้องให้พวกมันบุกมาถึงกำแพงหรอกค่า” เสียงของยัยไฮบิสุดังขึ้นข้างๆ ฉัน เรือนผมสีชมพูสดใสของนางพลิ้วไหวไปตามแรงลม “ขอบคุณที่ยื้อเวลาไว้ให้นะคะ” รอยยิ้มสดใสของนางทำให้ฉันเบาใจลงไปได้หลายส่วน
“กว่าจะมาได้นะยะ”
ฉันทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้วสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ในที่สุดก็ได้พักแล้ว แข้งขาไม่มีแรงเหลือเลย
“ที่เหลือฉันจะจัดการต่อให้เอง แต่ว่านะคะแต่ว่า” ยัยไฮบิสุนั่งยองๆ ตรงหน้าฉันจากนั้นก็พนมมือขอร้องให้ฉันใช้พลังเฮือกสุดท้ายสร้างโอกาสให้นางลอบโจมตี
ฉันได้แต่ถอนใจแล้วถอนใจอีก จากนั้นก็รวมพลังทั้งหมดที่มีลุกขึ้นยิงห่าฝนธนูสร้างโอกาสให้นาง
เหล่าอสุรกายต่างกางโล่สะท้อนขึ้นมาตั้งรับ ในจังหวะนั้นยัยไฮบิสุก็พุ่งตัวออกไปเริงระบำลูกเตะผู้กล้าอย่างสนุกสนาน
แสงสว่างของเช้าวันใหม่สาดส่องไปทั่วอาณาบริเวณสนามรบบ่งบอกให้พวกเราได้รับรู้ว่าชัยชนะนี้ตกเป็ของพวกเราเหล่าผู้กล้า
แข้งขาฉันไร้เรี่ยวแรงจนไม่สามารถฝืนยืนได้อีกต่อไป ฉันทรุดลงนั่งกับพื้นมองดูวิวทิวทัศน์ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติแล้วก็อดยิ้มให้กับความสวยงามแห่งชัยชนะไม่ได้
“พวกเราทำได้แล้ว ทำได้แล้วจริงๆ”
วิ้ง~ วิ้ง~
แสงละอองสีฟ้าน้ำทะเลค่อยๆ แตกกระจายออกมาจากคันธนูของฉัน จากนั้นอาวุธคู่กายของฉันก็สลายหายไป
“ขอโทษนะคะท่านเทพ ฉันใช้พลังของท่านจนหมดเลย”
รายงานการต่อสู้ครั้งที่ 1
สรุปผลการต่อสู้
คุณไฮบิสุ ยูมิ และคุณฮาซูโนะ โนกิ สามารถปกป้องเสาโทริอิเอาไว้ได้
อสุรกายเกราะมีการวิวัฒนาการ สามารถสร้างโล่สะท้อนกลับได้
รายงานการได้รับาเ็
คุณไฮบิสุ ยูมิ ได้รับาเ็ที่ข้อเท้าเนื่องจากใช้โจมตีมากเกินไป ปัจจุบันพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
คุณฮาซูโนะ โนกิ ร่างกายอ่อนเพลียมากเนื่องจากใช้พลังเทพคุ้มครองจนหมด ปัจจุบันเธอเสียอาวุธเทพไป ยังไม่มีข้อมูลว่าสามารถเรียกอาวุธออกมาใช้งานได้อีกไหม
รายงานทักษะการต่อสู้
สามารถยับยั้งการโจมตีที่ถูกสะท้อนกลับด้วยการปลดอาวุธผู้กล้า
รายงานการใช้ชุดผู้กล้า
มากาทามะ (รุ่นที่1) ทำงานปกติดี ชุดผู้กล้ามีความเสถียรสามารถป้องกันความเสียหายภายนอกได้ 100% แต่ผลกระทบจากแรงปะทะ แรงกระแทกยังส่งผ่านชุดเข้ามาสร้างความเสียหายให้ร่างกายผู้กล้าถึง 80% ส่งผลให้ผู้กล้าได้รับาเ็ ช้ำใน และกระดูกร้าว ในอนาคตจำเป็ต้องอัปเกรดชุดเพื่อลดความเสียหายจากแรงปะทะลง มิเช่นนั้นผู้กล้าจะตายจากการบอบช้ำภายใน หรือไม่สามารถร่วมรบได้เพราะต้องผลัดกันฟื้นฟู
รายงานการใช้ยาฟื้นฟู
ผลการใช้ยาฟื้นฟู (รุ่นที่1) สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ 22% ในเวลา 48 นาที
จบการรายงาน
ไมยะ มิโกะลำดับที่สิบสอง