วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 เลือกคู่ครอง


           ตำหนักชิงหยวน

            เนื่องจากถูกลอบสังหาร ร่างกายของมู่หรงเฉิงฮ่องเต้แห่งแคว้นเยี่ยนก็แย่ลงอีกครั้ง ต้องพักรักษาตัวเงียบๆ สองวันถึงจะดีขึ้นมาเล็กน้อย

            มู่หรงฉือเพิ่งจะก้าวเข้าตำหนัก ก็ได้ยินเสียงสรวลของเสด็จพ่อกับเสียงอ่อนหวานของเซียวกุ้ยเฟยดังออกมาจากห้องบรรทม นางจึงหยุดอยู่ตรงหน้าตำหนัก

            “ฝ่าบาทพักผ่อนรักษาตัวอย่างวางใจเถิด นักฆ่าได้ถูกสำเร็จโทษไปแล้ว หม่อมฉันสั่งให้ผู้ดูแลหลิวจัดการเหล่าข้าหลวงและองครักษ์ไปรอบหนึ่ง คนที่น่าสงสัยได้ถูกกำจัดไปหมดแล้ว ไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นอีกแล้วเพคะ”

            ดวงตาของเซียวกุ้ยเฟยกระพริบช้าๆ มือเรียวงามลูบไล้แผ่นอกของเขาค่อยๆ ไล้ไปตามใบหน้า ฮ่องเต้สีหน้าอารมณ์ดี สรวลเสียงสดใส “มีสนมรักคอยควบคุมข้าหลวงในวังหลัง มีหลิวอันคอยจัดการ เจิ้นก็วางใจมากแล้ว”

            ดวงตาทั้งสองของนางพราวระยับ “พูดไปแล้ว ครั้งนี้กลับเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของจาวฮวาและอวี้หวาง หากไม่ใช่จาวฮวาอยู่ที่นี่พอดี หยวนซิ่วคนดูแลข้างกายนางก็คงไม่สามารถหยุดนักฆ่าได้ หากอวี้หวางไม่ได้มาทันเวลา แล้วมารอเฝ้าที่ด้านนอกตำหนัก ก็คงไม่อาจจับตัวคนร้ายได้ ฝ่าบาทจะต้องพระราชทานรางวัลให้ทั้งสองคนเพื่อแสดงความชื่นชมที่จัดการคนร้ายได้นะเพคะ”

            “แน่นอนว่าจะต้องตกรางวัล เพียงแต่เจิ้นยังคิดไม่ออกว่าควรจะให้รางวัลอะไรจาวฮวากับอวี้หวางดี” มู่หรงเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “จากที่หม่อมฉันดูแล้ว อวี้หวางควบคุมอำนาจในราชสำนักทั้งหมด เป็นฝ่าบาทที่มอบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนให้เขาด้วยพระองค์เอง การปกป้องฝ่าบาทก็ถือเป็นหน้าที่ของเขา ฝ่าบาทประทานรังนก โสม โอสถสำหรับบำรุงร่างกายให้เขาก็พอ ส่วนจาวฮวาเด็กคนนี้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายปกป้องพระองค์เป็นสิ่งที่หาได้ยาก จะต้องประทานรางวัลให้อย่างงามนะเพคะ” เซียวกุ้ยเฟยคลี่ยิ้ม ใบหน้ารูปไข่ห่านขาวผ่อง “หม่อมฉันนึกออกแล้วเพคะ ฝ่าบาทกำลังหาราชบุตรเขยที่เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ให้นางอยู่มิใช่หรือ? เรื่องนี้หม่อมฉันมีความคิดอยู่บ้างเพคะ”

            “อ้อ? เจ้าลองพูดมา”

            “ในหมู่ประชาชนมีการแข่งขันเพื่อหาคู่แต่งงานอยู่ ในอดีตแคว้นของพวกเราก็มียามที่องค์ชายเลือกเฟย มิสู้จัดการแข่งขันเลือกสวามีให้จาวฮวาดีหรือไม่เพคะ?” นางพูดด้วยรอยยิ้มสดใส ยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น “ในเมื่อจะเลือกคนที่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ นิสัยดี เช่นนั้นก็ต้องแบ่งเป็นการแข่งด้านวิชาการกับแข่งต่อสู้”

            มู่หรงเฉิงเองก็สนใจ ดวงตาเปล่งประกาย “เป็นความคิดที่ดี ลูกหลานของขุนนางในเมืองหลวงที่มีระดับขั้นสี่ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นบุตรจากฮูหยินเอกหรือบุตรจากอนุก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ สุดท้ายคัดเลือกสามคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดมาให้เจิ้นเลือกเองว่าใครจะเป็นคนที่ได้แต่งกับจาวฮวา”

            เซียวกุ้ยเฟยหัวเราะแล้วพูด “ใช่เพคะ การแข่งขันด้านวิชาการนั้นแข่งสักหนึ่งรอบก็พอ ส่วนด้านการต่อสู้จะต้องดูว่ามีกี่คนที่เข้าร่วมแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะแบ่งสนามแรกกับสนามสุดท้ายอย่างไร”

            เขายิ้มไม่หุบ “ก่อนหน้านี้เจิ้นปวดหัวมาตลอดว่าจะเลือกคุณชายจากตระกูลไหนจาวฮวาถึงจะพอใจ ความคิดของสนมรักแก้ไขความยุ่งยากใจของเจิ้นได้ สมควรได้รับรางวัล”

            นางหลุบตาลงมองเขา “การแบ่งเบาภาระของฝ่าบาทคือหน้าที่ของหม่อมฉันเพคะ”

            มู่หรงเฉิงที่เกิดมาก็พ่ายแพ้ต่อสตรี หัวใจพลันสั่นไหว เขายกมือขึ้นลูบคางของนาง จากนั้นก็เลื่อนมือลงลูบไล้บ่าหอมกรุ่น ทำเอานางเขินอายจนเบือนหน้าหนี ร้องออกมาเสียงเบา เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่สามารถดื่มดำกับความสุขในด้านนี้ได้แล้ว จึงทำได้เพียงลูบคลำทว่าไม่อาจเสพสุข

            มู่หรงฉือกระแอมเสียงเบา โค้งตัวคำนับก่อนจะกล่าวขึ้น “ลูกถวายบังคมเสด็จพ่อ”

            มู่หรงเฉิงวางมือลงอย่างเสียดาย มองไปนอกห้องบรรทมหน้าตึง

            “ที่แท้เป็นองค์รัชทายาทมาเข้าเฝ้านี่เอง” เซียวกุ้ยเฟยยืนขึ้นเลิกคิ้วพลางยิ้มเย็น

            “เสด็จพ่อ วันนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” มู่หรงฉือเดินเข้าไปในห้องบรรทม ครั้นเห็นสีหน้าของเสด็จพ่อแดงระเรื่อ คิดดูแล้วเลือดลมคงกำลังพลุ่งพล่าน

            หากนางไม่เข้ามาได้ทันเวลา เกิดเสด็จพ่อทนไม่ไหวขึ้นมาเกรงว่าผลที่ตามมาคงยากที่จะคาดเดาแล้ว

            มู่หรงเฉิงพูดเสียงเรียบ “เจิ้นดีขึ้นมากแล้ว”

            นางเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูด ครุ่นคิดรวบรวมความกล้าแล้วจึงกล่าวออกมา “เสด็จพ่อ ท่านหมอเทวดาได้บอกเอาไว้แล้วว่าจะต้องพักรักษาตัวให้ดีถึงจะมีความหวังที่จะรักษาหาย เสด็จพ่ออย่าทำเพื่อความสุขเพียงชั่วคราวจนทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมเลยพ่ะย่ะค่ะ ควรระมัดเอาไว้ตลอดเวลาตามที่หมอเทวดากำชับเอาไว้ถึงจะดี หากลูกรู้ว่ามีคนมายั่วยวนเสร็จพ่อเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน ทำให้ร่างกายของเสด็จพ่อแย่ลง ลูกจะไม่มีทางยอมปล่อยไป”

            ประโยคสุดท้ายเอ่ยออกมาด้วยเสียงดังกังวาน

            นางปรายตามองไปทางเซียวกุ้ยเฟยด้วยดวงตาเย็นชา

            ดวงหน้างดงามราวบุปผาของเซียวกุ้ยเฟยแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เนื่องจากคำพูดของนางเพ่งเล็งยิ่งนัก เลือดลมพลุ่งพล่านตามโทสะที่เพิ่มขึ้น ใบหน้าของเซียวกุ้ยเฟยประเดี๋ยวขาวประเดี๋ยวเขียว สุดท้ายก็เปลี่ยนมาเป็นสีตับหมู นางกัดฟันพูด “ที่องค์รัชทายาทพูดมานั้นหมายความว่าอย่างไร?”

            “องค์รัชทายาทคิดมากไปแล้ว เจิ้นย่อมระมัดระวังตามคำสั่งของหมอเทวดา ย่อมต้องรักษาตัวเอง ไม่ทำเรื่องไม่เหมาะสม” มู่หรงเฉิงพูดอย่างไม่พอใจ สีหน้าเย็นชา

            “ฝ่าบาท...” เซียวกุ้ยเฟยออดอ้อนน้อยอกน้อยใจอย่างผู้บริสุทธิ์

            “เจิ้นรู้ว่าเจ้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น” เขาปลอบโยนเสียงอ่อน จากนั้นก็หันไปทางมู่หรงฉือ “องค์รัชทายาทมีธุระใดหรือไม่?”

            “ฝ่าบาท องค์รัชทายาทอายุก็มากแล้ว ควรจะเรียนรู้เรื่องการบริหารบ้านเมือง เรื่องการหาสามีให้จาวฮวา มิสู้มอบให้องค์รัชทายาทเป็นคนคอยตรวจสอบดีกว่าเพคะ” จู่ๆ นางก็หัวเราะออกมา ดวงตาวาวราวกับมีดแหลมคม  “จาวฮวาเป็นน้องสาวขององค์รัชทายาท หม่อมฉันคิดว่าองค์รัชทายาทจะต้องทุ่มเทแรงใจเพื่อน้องสาวแน่นอนเพคะ”

            “ดี” มู่หรงเฉิงรับปากอย่างไม่ลังเล “องค์รัชทายาทขัดข้องหรือไม่?”

            “ลูกจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทำเรื่องนี้ให้ดีพ่ะย่ะค่ะ เพื่อเลือกบุรุษที่โดดเด่น ยอดเยี่ยมที่สุดในแคว้นของพวกเราให้น้องสาว”

            มู่หรงฉือมีหรือจะไม่รู้ว่าเป็นเซียวกุ้ยเฟยที่เสนอความคิดนี้ออกมา ก็แค่อยากจะใช้ข้ออ้างนี้ไปกำหนดชีวิตแต่งงานของจาวฮวา ส่วนอวี้หวางไม่มีทางลงชื่อเข้าร่วม ดังนั้นจะเลือกจะเฟ้นอย่างไรก็ไปไม่ถึงตัวเขา

            อีกอย่าง เซียวกุ้ยเฟยเสนอให้นางมาคอยตรวจสอบการจัดงานก็คือต้องการให้นางยุ่งวุ่นวาย ไม่มีเวลาว่างไปตรวจสอบการตายของจ้าวผิน

            ยิงธนูนัดเดียวได้นกสองตัว เป็นแผนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

            มู่หรงฉือกล่าว “เสด็จพ่อพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ลูกทูลลา ใช่แล้ว กุ้ยเฟย เรื่องคัดเลือกสวามีให้กับน้องสาว เปิ่นกงมีความคิดอยากจะปรึกษากับกุ้ยเฟย ท่านจะไปคุยกับเปิ่นกงได้หรือไม่?”

            มู่หรงเฉิงหัวเราะแล้วพูด “เจิ้นเหนื่อยแล้ว อยากจะพักผ่อนสักหน่อย พวกเจ้าออกไปปรึกษากันด้านนอกดีๆ เถิด”

            เซียวกุ้ยเฟยกับมู่หรงฉือทูลลาแล้วเดินมายังทางเดินด้านนอกตำหนัก มู่หรงฉือเดินไปทางตะวันออก หยุดฝีเท้าลงพร้อมกับดวงตาที่ใสเย็นเหมือนน้ำ “กุ้ยเฟยทำของมีค่าหายไปบ้างหรือไม่?”

            หัวใจของเซียวกุ้ยเฟยเต้นรัว ขนตางอนยาวของนางสั่นไหวน้อยๆ แต่ว่าสีหน้าไม่เปลี่ยน ยิ้มเย็นเหมือนปกติ “ไม่มีนี่ เหตุใดเตี้ยนเซี่ยถึงได้ถามเช่นนี้?”

            “กุ้ยเฟยจำได้แน่นอนใช่หรือไม่?” มู่หรงฉือถามนาง ดวงตาคมปลาบทอประกาย

            “แน่นอนว่าเปิ่นกงต้องจำได้ชัดเจน” เซียวกุ้ยเฟยเชิดลำคอขึ้น สีหน้าเย็นชาราวน้ำในฤดูใบไม้ร่วง

            “เมื่อวันก่อนเปิ่นกงไปเจอกล่องกำมะหยี่โดยไม่ได้ตั้งใจกล่องหนึ่ง ภายในกล่องนั้นมีปิ่นทองรูปกิ่งสนอยู่เล่มหนึ่ง” มู่หรงฉือยกมือขึ้นมาขยับน้อยๆ แล้วพูดต่อ “เปิ่นกงจำได้ว่าเซียวกุ้ยเฟยเหมือนจะมีปิ่นทองอยู่เล่มหนึ่งจึงมาถามดู”

            ฉินรั่วเดินเข้ามา แล้วนำกล่องกำมะหยี่มาให้

            มู่หรงฉือรับกล่องมาแล้วเปิดมันต่อหน้าเซียวกุ้ยเฟย “กุ้ยเฟยลองดู ปิ่นทองรูปกิ่งสนนี้เป็นของกุ้ยเฟยหรือไม่? หรือว่ากุ้ยเฟยทำหายไปนานมากแล้ว ลืมไปแล้ว?”

            เซียวกุ้ยเฟยปรายตามองปิ่นทองรูปกิ่งสนเล่มนั้น ดวงตาสวยหรี่ลง บรรยากาศเย็นเยียบพลันปรากฏขึ้นแล้วหายวับไปในทันที นางพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ดูความจำของเปิ่นกงสิ มันหายไปจริงๆ เสียด้วย ปิ่นทองเล่มนี้หายไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่รู้ว่าถูกหัวขโมยที่ไหนเอาไป ขอบคุณเตี้ยนเซี่ยที่นำกลับมา”

            นางรับกล่องกำมะหยี่มา “ปิ่นทองนี้เปิ่นกงคิดว่าไม่ค่อยจะสง่าเท่าใดนัก จึงโยนไปไว้ด้านข้าง หลังจากหายไปก็หาไม่พบ แล้วก็จำไม่ได้แล้ว”

            มู่หรงฉือหัวเราะเบาๆ  ในรอยยิ้มซุกซ่อนเข็มเงินแหลมคมเอาไว้ ปลายแหลมวาววับ “กุ้ยเฟย อย่าคิดว่าคนอื่นจะไม่รู้ถึงสิ่งที่เจ้าทำเอาไว้ในครั้งนี้ อย่างไรก็ต้องถูกคนล่วงรู้ ครั้งนี้แค่ทำปิ่นทองหาย ครั้งหน้าสิ่งที่ทำหายไปอาจจะเป็นชีวิตก็ได้ อย่างไรการเดินอยู่ที่ริมแม่น้ำบ่อยๆ มีหรือที่รองเท้าจะไม่เปียกชื้น[1] ใช่หรือไม่?”

            ประโยคซุกซ่อนความนัยเช่นนี้ เซียวกุ้ยเฟยมีหรือจะไม่เข้าใจ?

            “เตี้ยนเซี่ยเฉลียวฉลาด คงจะรู้ว่าการยุ่งเรื่องของคนอื่นนั้นหาใช่เรื่องดี เตี้ยนเซี่ย ปิ่นกิ่งสนนี่หายไปก็คือหายไป เรื่องเล็กแค่นี้เหตุใดจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตด้วยเล่า?” นางยิ้มทรงเสน่ห์ ดวงตาแฝงรอยยิ้มทิ่มแทงดังมีดอันแหลมคม “พระบิดาของเจ้ากำลังรักษาตัวอยู่ ไม่อาจรับเรื่องน่าตื่นตระหนกได้ หากเตี้ยนเซี่ยกตัญญูจริงๆ ก็จงให้ความสำคัญกับเรื่องใหญ่เอาไว้ก่อน จัดงานของจาวฮวาไป ให้ฝ่าบาทดีพระทัย”

            “เปิ่นกงจะต้องทำเรื่องของจาวฮวาให้ดีแน่นอน ไม่ให้เสด็จพ่อต้องกังวล แต่ขอบอกเอาไว้ประโยคหนึ่ง เซียวกุ้ยเฟยอย่าได้เดินไปไหนมาไหนตอนกลางคืน ไม่เช่นนั้นอาจมีวิญญาณที่ตายไปอย่างไร้ความเป็นธรรมมาตอแยจนเจ้าอยู่ไม่สงบตอนกลางคืน” มู่หรงฉือพูดเสียงเบาทว่าเฉียบคมเป็นอย่างยิ่ง

            พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินไป

            เซียวกุ้ยเฟยมองตาม องค์รัชทายาทไม่ได้เรื่องผู้นี้ถึงกับกล้าข่มขู่นาง!

            แต่องค์รัชทายาทคนดีก็ไม่กล้าเผยแพร่เรื่องนี้ออกไป!

            ...

            เรื่องขององค์หญิงจาวฮวาให้กรมพิธีการเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนมู่หรงฉือเป็นคนคอยตรวจสอบดูแล 

            หลังจากองค์ชายทั้งเจ็ดก่อความวุ่นวายเมื่อสิบกว่าปีก่อน ราชวงศ์ก็มีผู้สืบทอดอยู่เพียงคนเดียว เหลือแค่องค์รัชทายาทที่เป็นองค์ชาย องค์หญิงมีเพียงองค์หญิงจาวฮวากับองค์หญิงจิ่นหยาง องค์หญิงฮุ่ยหยางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ดังนั้น เมื่อกรมพิธีการประกาศออกไป คนเก่งบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักก็พากันกระเหี้ยนกระหือรือ คนที่อยากจะเพิ่มตำแหน่งการงานในตระกูล คนที่อยากมีเกียรติยศร่ำรวย คนที่อยากจะทำให้ครอบครัวมีเกียรติ คนที่อยากจะทำให้ตำแหน่งมั่นคง เหล่านี้ต่างทยอยตบมือตบเท้ากันเข้ามา ที่ร่ายมนต์ก็ร่ายมนต์ ที่รำดาบก็รำดาบ ธรณีประตูกรมพิธีการถูกเหยียบจนพังไปหมด

            ภายในเวลาสองวัน กรมพิธีการก็เอารายชื่อคุณชายจากตระกูลขุนนางกับชายหนุ่มจากตระกูลสามัญชนที่สมัครเข้าร่วมการคัดเลือกมาไล่เรียง มีทั้งหมดสามสิบหกคน

            ครั้นมู่หรงฉือรู้ว่ามีรายชื่อผู้เข้าสมัครเยอะขนาดนี้ก็อดหัวเราะเสียงเย็นไม่ได้

            ยามนี้ในราชวงศ์ไม่มีองค์ชายที่พวกตระกูลใหญ่ๆ กับตระกูลมีชื่อเสียงพวกนั้นจะส่งลูกสาวมาเพื่อสร้างความมั่นคง หรือเสริมอำนาจให้ตระกูลได้อีก การเป็นคู่ครองขององค์หญิงจาวฮวาเป็นโอกาสในสิบกว่าปีนี้ที่หาได้ยาก ดังนั้นทุกคนจึงกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วม การคัดเลือกคู่ครองขององค์หญิงจาวฮวากลายเป็นหัวข้อที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง

            องค์หญิงจาวฮวาที่อยู่ในตำหนักจิ่งหงกลับไม่รู้อะไรเลย ทั้งกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะยั่วยวนอวี้หวางได้ หรือควรใช้ข้ออ้างอะไรที่จะไปหาเขาที่ห้องตำราได้

            ตอนที่นางกำนัลรีบวิ่งกลับมาบอกเจ้านายของตนเรื่องนี้ นางตื่นตกใจยิ่งนัก

            เพราะถูกหยวนซิ่วเตือน นางถึงได้ดึงสติกลับมาแล้วรีบไปหามารดาที่ตำหนักอวี้ซิ่ว

            “เสด็จแม่ นี่เป็นเรื่องจริงหรือเพคะ?”

            นางจับแขนเสื้อกว้างถามด้วยความร้อนใจ ดวงตาสวยทั้งสองข้างวาววับ

            จู่ๆ ก็เปิดประเด็นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้เฉียวเฟยชะงักไป แต่เพียงครู่เดียวนางก็เดาได้ว่าบุตรสาวถามถึงเรื่องใด นางปลอบใจแล้วดึงบุตรสาวให้นั่งลง แต่ว่าบุตรสาวกลับสะบัดมือทิ้งแล้วตวาดออกมาด้วยความเดือดดาล “เสด็จแม่รีบพูดสิเพคะ”

            “จาวฮวา เจ้าใจเย็นก่อนเถิด” เฉียวเฟยกล่าวเสียงอ่อนโยน “นี่คือเรื่องที่เสด็จพ่อของเจ้ากำหนดลงมา ถึงเจ้าจะไม่ยินยอมก็ไม่อาจ...”

            “เสด็จแม่ เหตุใดจึงไม้รีบบอกลูก?” มู่หรงฉางทั้งโกรธทั้งเสียใจ เสด็จแม่จงใจปิดบังนาง

             เชิงอรรถ

             [1] เดินอยู่ที่ริมแม่น้ำบ่อยๆ มีหรือที่รองเท้าจะไม่เปียกชื้น เป็นสำนวนหมายถึง เมื่อใช้ชีวิตทำสิ่งไม่ดีลงไป นานวันเข้าก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงที่จะมีนิสัยเสียๆ

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405