บทที่ 7 ทำร้ายพวกเราทำไม
นักเลงพวกนั้นมองท่อนฟืนในมือของเล่อเวยอย่างไม่สะทกสะท้าน
เด็กผู้หญิงอายุสิบหกจะใช้ท่อนฟืนนั่นทำอะไรได้ ใช้ตีพวกเขาอย่างนั้นเหรอ
แล้วเด็กอ้วนข้างหลังนั่น จะสู้พวกเขาได้ยังไง!
ทันทีที่เฝิงเจียงก้าวเข้ามา รูปร่างของเล่อเวยก็ดึงดูดสายตาเขาในทันที
เด็กคนนี้สวยจริงๆ
ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ สันจมูกตรง ริมฝีปากเรียวเล็กสีแดงดุจผลเชอร์รี และดวงตาที่เป็ประกายสดใสคู่นั้นก็เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม
เธอสวยเกินกว่าจะเป็เพียงลูกสาวจากครอบครัวที่ไม่มีอันจะกิน
เฝิงเจียงรู้ดีว่าจี่เฟิ่งเป็คนสวย สมัยยังสาวๆ เฝิงเจียงเคยแอบชอบจี่เฟิ่งอยู่เป็เวลานาน
แต่น่าเสียดายที่สกุลจี่เป็ตระกูลเศรษฐี ตอนนั้นเฝิงเจียงยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจเลยยากจนมาก คนบ้านนั้นจึงไม่เคยชายตาแลเขา
ต่อมาจี่เฟิ่งก็หนีตามเล่อฟางผิงชาวนาจนๆ มาที่หมู่บ้านเฟิงเล่อ เธอจึงถูกครอบครัวตัดขาด
หึ หงส์ไฟที่ร่วงหล่นย่อมด้อยค่ากว่าไก่[1]
พอเล่อฟางผิงตาย บ้านขาดผู้ชายคอยดูแล ลูกสาวของเธอก็เลยตกเป็ของเขา!
เฝิงเจียงในตอนนี้ไม่ปรารถนาจี่เฟิ่งที่กลายเป็ไก่ตกน้ำ[2]อีกแล้ว
เล่อเวยเหลือบมองประตูที่กำลังสั่นคลอนเพราะแรงเตะ ก่อนจะโยนถุงผ้าข้ามไปอย่างไม่แยแส “เถ้าแก่เฝิง นี่เงินมัดจำที่จ่ายล่วงหน้ามา ครบถ้วนทั้งสองร้อยหยวน เอากลับไปซะ”
เฝิงเจียงที่กำลังใช้สายตาน่ารังเกียจโลมเลียใบหน้าของเล่อเวย ไม่พอใจมากเมื่อได้ยินประโยคนั้น “อะไร เธอจะกลับคำงั้นเหรอ”
เล่อเวยกำท่อนฟืนในมือแน่น “ฉันไม่เคยตอบตกลงมาก่อน แล้วจะกลับคำได้ยังไง ในเมื่อมันไม่เคยมีเื่แบบนั้นอยู่แล้วั้แ่แรก!”
“ไม่มีเื่แบบนั้น?” เฝิงเจียงยิ้มเยาะ สาวน้อยคนนี้ช่างแตกต่างจากจี่เฟิ่ง เธอมีความก้าวร้าวแบบที่เขาชอบ “ปากดีจริงๆ แม่สาวน้อย ตอนอยู่บนเตียง หวังว่าจะปากดีให้ได้แบบนี้นะ พวกแกสองคน ไปเอาตัวมา!”
เล่อเวยกำท่อนฟืนแน่นขึ้น เล่อตงรู้สึกกังวลและอยากจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อปกป้องเธอตามสัญชาตญาณ
แต่ไม่ทันได้คาดคิด วินาทีต่อมา เล่อเวยก็ะโจนสุดเสียง
“ไอ้ฆาตกร!!”
“มีคนฆ่ากัน!!”
เฝิงเจียงหัวเราะเยาะ คิดจะเรียกให้คนมาช่วยงั้นเหรอ เขากลัวเสียที่ไหน!
ถึงจะเพิ่งเคยมาที่หมู่บ้านเฟิงเล่อเป็ครั้งที่สอง แต่มีใครไม่รู้บ้าง ว่าหมู่บ้านแร้นแค้นแห่งนี้ยากจนที่สุดในพื้นที่โดยรอบ ชาวบ้านเก้าในสิบครัวเรือนมีอาหารไม่พอกินด้วยซ้ำ
แถมนักเลงที่เขาพามาสองคนรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง ต่อให้มีคนมาช่วย พวกนี้ก็ไม่กลัวอยู่แล้ว และคงล้มฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสบายๆ!
ยิ่งเห็นเล่อเวยยกท่อนฟืนขึ้นมาอีกครั้ง เฝิงเจียงก็ยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์ ผู้หญิงตัวแค่นี้ กล้าลองดีกับเขาอย่างนั้นเหรอ
เขาตบเธอคว่ำได้ในครั้งเดียวด้วยซ้ำ!
ระหว่างที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว เสี้ยววินาทีนั้น เล่อเวยก็ฟาดท่อนฟืนลงไปที่หัวของตัวเองอย่างแรง!
เกิดเสียงดังลั่นจนทำให้ผู้ชายทั้งสี่คนใ
ทันใดนั้น เืก็ไหลอาบหน้าผากของเล่อเวย ภาพเืที่ไหลลงมาช่างดูน่ากลัว แต่ในความเป็จริงแล้ว มันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด
เพราะเธอคำนวณทิศทางและแรงตีเอาไว้ ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึง เล่อเวยก็พุ่งเข้าใส่นักเลงคนหนึ่ง แล้วยัดท่อนฟืนใส่มือของเขาโดยไม่อธิบายใดๆ
จากนั้นก็ถอยหลังออกมา เอนตัวพิงเล่อตง ก่อนจะร้องจนสุดเสียง “ช่วยด้วย...!”
เล่อตงรับลูกต่อทันที เขากัดฟันแน่น ะโผสมโรงกับเล่อเวยว่า “กล้าดียังไงมาตีพี่สาวฉัน! ฉันจะสู้กับแกเอง!”
เล่อตงปรี่ไปข้างหน้า เหวี่ยงมืออวบอ้วนไปมา ในขณะที่พวกนักเลงมองเขาอย่างดูแคลน “ไอ้อ้วนนี่พูดกับใครวะ”
ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะพูดจบ ก็ถูกเล่อตงจับทุ่มลงบนพื้น โดยไม่มีโอกาสได้สู้กลับ
เล่อเวยตะลึง
เล่อตงคนนี้เก่งแฮะ!
แต่นี่มันผิดไปจากแผนที่เธอวางเอาไว้ เล่อเวยรีบแสร้งทำตัวอ่อนแอแล้วเรียกเขา “เล่อตง มานี่เร็ว”
เล่อตงเหวี่ยงหมัดใส่หน้าตัวเอง จนเกิดเป็รอยบวมช้ำที่แก้มอันอวบอ้วนของเขาในทันที
เล่อเวยมองอย่างพอใจ
นอกจากทักษะที่ยอดเยี่ยม ิญญาในร่างนี้ยังฉลาดอีกด้วย!
หลังจากชกตัวเองแล้ว เล่อตงก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญ “แกตีเด็กได้ยังไง ทำร้ายพวกเราทำไมกัน!”
บทที่ 8 ตามคนมา
สองพี่น้องทรุดตัวลงกับพื้น พลางร้องไห้เสียงดัง และะโโวยวายขึ้นฟ้า
“มีอะไร เกิดอะไรขึ้น!”
“ใครฆ่าใคร!”
“หนูเวย! พี่จี่!”
คนสองกลุ่มก้าวเข้ามาในลานบ้าน จังหวะเดียวกับที่นักเลงทั้งสองคนกำลังจะสั่งสอนสองพี่น้องที่กำลังเล่นละครฉากใหญ่
พวกเขาเป็คนจากบ้านของน้ากุ้ยและบ้านของลุงเฉียวที่เล่อเวยกำลังรออยู่!
บ้านของพวกเขาไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก จึงได้ยินเสียงะโของเล่อเวย!
เล่อเวยรู้ว่าเฝิงเจียงคิดอะไรอยู่ เขาดูถูกคนของหมู่บ้านเฟิงเล่อและไม่คิดว่าจะมีใครต่อกรกับเขาได้
น่าเศร้าที่เขาคิดผิด ผิดอย่างมหันต์!
ทั้งในชาติก่อนและชาตินี้ เฝิงเจียงมาที่หมู่บ้านเฟิงเล่อที่บ้านสกุลเล่อแค่สองครั้ง และในสองครั้งนั้นเขาได้เจอแค่เล่อเวยกับย่า ไม่เคยเจอชาวบ้านคนอื่นๆ
น้ากุ้ยรูปร่างบึกบึน สูงเมตรเก้าสิบ แค่ยืนเฉยๆ ก็ดูน่าเกรงขามแล้ว ไม่ต้องพูดถึงมัดกล้ามอันแข็งแรงที่ได้จากการทำนาทุกวัน
และถึงแม้ลุงเฉียวทั้งสองจะตัวเตี้ย แต่พวกเขาก็แข็งแรงด้วยกันทั้งคู่
ตอนนี้ น้ากุ้ยถือขวาน โดยมีหลิ่วไถเฉิงกับผู้ชายอีกคนตามมาข้างหลัง
วินาทีที่เล่อตงเห็นหลิ่วไถเฉิง สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เล่อเวยแอบสังเกตและเก็บรายละเอียดนั้นไว้ในใจ
พี่น้องจากบ้านลุงเฉียวมากันหมด พร้อมกับจอบและคราดในมือ
นักเลงสองคนที่เฝิงเจียงพามาชักจะร้อนๆ หนาวๆ
เพราะพวกเขามีแค่มือเปล่า!
“พี่เฝิง เอาไงดี”
ไม่ใช่แค่คนเยอะกว่า แต่พวกนั้นยังมีอาวุธติดมือมาด้วย!
พวกเขาคงสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน!
“เวยเวย!” นางกุ้ยเห็นเืบนศีรษะของเธอ จึงรีบวิ่งเข้าไปหา ก่อนจะจ้องนักเลงทั้งสองตาเขม็ง
คนของเธออยู่ที่นี่ เธอไม่กลัวไอ้พวกชั่วพวกนี้หรอก!
“ทำไมเืออกเยอะขนาดนี้!”
“น้า...น้าสะใภ้กุ้ย” เืบนศีรษะของเล่อเวยนั้นดูสมจริงยิ่งนัก “ผู้ชายคนนี้กับนักเลงสองคนบุกเข้ามา ปากบอกว่าชอบฉันแล้วโยนเงินให้เป็ค่าสินสอด ขู่ว่าถ้าไม่ตกลง ก็จะบังคับพาตัวไป...”
นางกุ้ยโกรธจนสบถออกมาหลายครั้ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าฝ่ายนั้นเป็ใคร
นี่มันเถ้าแก่เฝิงไม่ใช่เหรอ
ใครๆ ก็รู้ว่าเฝิงเจียงไม่ใช่คนดี แต่งเมียสองคนก็ตายทั้งคู่!
ว่ากันว่าเมียของเขาเสียชีวิตจากอาการป่วย แต่คนลือกันว่า พวกเธอตายเพราะถูกเฝิงเจียงทุบตี
ชื่อเสียงของเขาเลวร้ายมาก
แค่เพราะมีเงินสกปรกในมือ พวกแม่สื่อก็เลยยังช่วยหาคู่ให้ แต่เขาไม่เคยได้เ้าสาวที่ถูกใจ เพราะความจู้จี้เื่มากของตัวเอง
นางกุ้ยและชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างก็รังเกียจเดียดฉันท์เฝิงเจียง เขาคิดว่าตัวเองเป็ใคร อายุตั้งห้าสิบกว่า แก่เกินกว่าจะแนะนำผู้หญิงอายุสามสิบสี่สิบให้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงยังกล้าหาสาวรุ่นลูกมาแต่งงานด้วย
ตอนนั้น พวกเธอแค่คุยกันสนุกปาก ไม่คิดเลยว่าเฝิงเจียงจะกล้าพุ่งเป้าไปที่เล่อเวยซึ่งมีอายุเพียงสิบหกปี แถมจะมาบังคับเอาตัวเธอไปอีก!
คิดว่าไม่มีใครในหมู่บ้านเฟิงเล่อสู้เขาได้สินะ!
นางกุ้ยลุกขึ้น ก่อนจะยกมือเท้าสะเอว พูดกับเฝิงเจียงและพรรคพวกว่า “กลางวันแสกๆ บ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปหรือไง ถึงคิดจะมาฉวยเอาผู้หญิงดีๆ จากบ้านเราไปได้ง่ายๆ ไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยเหรอ บอกให้รู้ไว้เลยนะ แค่เพราะว่าสกุลเฝิงมีเงิน ก็ใช่ว่าจะมารังแกคนบ้านเฟิงเล่ออย่างเราได้ เหล่ากุ้ย รีบไล่พวกมันออกไปเถอะ!”
นางกุ้ยไม่จำเป็จะต้องพูดอะไรให้มากความ พวกผู้ชายก็พุ่งตัวเข้าไปจัดการเฝิงเจียงกับสองนักเลงอย่างดุเดือด กะสั่งสอนให้พอได้แผลแต่ไม่ถึงตาย เอาแค่ให้หน้าบวมจมูกช้ำกันทุกคน!
เล่อเวยไม่กลัวว่าพวกเขาจะแจ้งตำรวจ เธอรู้ดีว่าในยุคนี้ เื่ทะเลาะเบาะแว้งในหมู่บ้าน ไม่มีใครมาใส่ใจ ตราบใดที่ไม่มีคนตาย
นักเลงร่างกำยำสองคนมีเพียงแค่มือเปล่าๆ ไม่อาจสู้ชาวบ้านที่มีอาวุธครบมือได้ พวกเขาถูกสั่งสอนอย่างหนักจนร้องะโออกมาว่า “พวกแกไม่รู้อะไร เด็กคนนี้หมั้นหมายกับพี่เฝิงแล้วเว้ย!”
[1] หงส์ไฟที่ร่วงหล่นย่อมด้อยค่ากว่าไก่ เป็สำนวนจีน เปรียบเปรยบุคคลหรือสิ่งของที่เคยรุ่งโรจน์ เมื่อตกจากที่สูงจึงกลายเป็ของไร้ค่า เป็เพียงของดาษดื่นทั่วไป
[2] ไก่ตกน้ำ เป็สำนวนจีน เปรียบเปรยหญิงแก่ตัวที่ไม่มีค่า เหมือนมุกเก่ากลายเป็สีเหลืองไร้ราคา