ไม่กี่วันต่อมา มีงานรวมญาติของตระกูลสายน้ำ น้ำฟ้าไปพร้อมกับน้ำเพชร เธอรู้สึกว่าแท้จริงควรจะจัดเป็งานขึ้นบ้านใหม่มากกว่า แต่คงเป็เพราะลุงของเธอคนนี้ขี้ระแวงจึงไม่้าให้คนอื่นเข้ามาในบ้าน
“บ้านสวยขนาดนี้แต่กลับก่อกำแพงซะสูงลิบเหมือนมีความลับยิ่งใหญ่ซ่อนเอาไว้”
“อาเพชรก็รู้สึกเหมือนกันเหรอคะ?”
“อืม...คนพวกนั้นก็เหมือนกัน มีแต่ผู้ชายน่ากลัวๆ ทั้งนั้น”
คนที่ถูกเชิญมาในงานวันนี้ ล้วนเป็ผู้ที่ถือหุ้นในวินเนอร์เบฟเวอเรจ สายน้ำเป็ตัวตั้งตัวตีของตระกูลในการยื่นมือเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร นอกจากครอบครัวของธนาและธเนศแล้วยังมีครอบครัวของกรินทร์ที่ถือครองหุ้นจำนวนมากสูสีกับตระกูลของเขา
“อาเพชรคะ ไม่ใช่ว่าลุงสายคิดจะขอซื้อหุ้นจากอาเพชรอีกนะคะ”
“อาขายให้ไม่ได้หรอก ขืนทำแบบนั้นก็ต้องหย่ากับสามีน่ะสิ อารู้นะว่าพี่สายน่ะแกอยากจะเป็ใหญ่ในวินเนอร์ แต่ตระกูลของคุณกรเขาปั้นธุรกิจนี้มา ไม่มีทางยอมให้คนอื่นเข้ามาชุบมือเปิบได้หรอก”
“นั่นน่ะสิคะ”
น้ำฟ้าแสร้งปวดท้องและขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่ญาติพี่น้องนั่งรับประทานอาหารอยู่ห้องโถงใหญ่ บอดี้การ์ดทั้งหมดของสายน้ำก็ออกไปเฝ้าอยู่ด้านนอก น้ำฟ้าได้โอกาสแอบเข้าไปในห้องทำงานของสายน้ำแล้วติดกล้องอันจิ๋วที่สามารถดูภาพและดักฟังเสียงได้หลบในซอกหนังสือที่เธอเห็นว่ามีฝุ่นเกาะอยู่เล็กน้อย
‘เล่มนี้ไม่อาจชัวร์ มีไว้แค่ประดับบารมี’
หญิงสาวหลบออกมาแล้วเลี้ยวไปเข้าห้องน้ำ เธอเหลือบมองผู้ชายสองคนที่เดินป้วนเปี้ยนไปมาตรงประตูบ้าน ชายผู้หนึ่งกางสาบเสื้อแจ็คเก็ต เธอจึงมองเห็นว่าใต้รักแร้ของเขานูนขึ้นรูปทรงคล้ายปืน เธอขนลุกรีบเข้าห้องน้ำ รอสักครู่ค่อยกลับออกไปที่โต๊ะอาหาร
“ฟ้า ทำไมหน้าซีดแบบนั้น?”
“อาเพชร ฟ้าปวดท้อง อยากกลับไปนอนแล้วค่ะ” น้ำฟ้านึกดีใจที่เธอเตรียมสเปรย์ฉีดหน้าที่ทำให้หน้าดูซีดขาวใส่กระเป๋ามาด้วย
น้ำเพชรได้ข้ออ้างก็รีบขอตัวกลับ เธอไม่อยากอยู่นานกว่านี้เพราะกลัวว่าสายน้ำจะหาโอกาสพูดคุยเื่หุ้นกับเธอตามลำพัง เธอกระอักกระอ่วนใจกับเื่นี้ แม้แต่การมาวันนี้หากไม่มีน้ำฟ้ามาเป็เพื่อนเธอก็จะหาทางปฏิเสธ
น้ำฟ้าต้องอดทนกลั้นใจดื่มยาธาตุไปสองอึกใหญ่เพื่อให้น้ำเพชรเชื่อว่าเธอปวดท้องจริงๆ หญิงสาวทำท่าขอตัวนอนพักที่ห้องรับรองแขกของบ้านศราวุฒิกุล พอลับหูลับตาคน น้ำฟ้าก็กดโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวให้กับณัฐวุฒิทราบ
“ดี เดี๋ยวจะเริ่มเช็คสัญญาณ แบตในกล้องน่าจะอยู่ได้สักสิบห้าวัน หวังว่าจะสืบข่าวสำคัญได้บ้าง ตกลงว่าคุณปวดท้องจริงหรือเปล่า?”
“ตอนแรกก็ไม่ปวดหรอก แต่ตอนนี้กินยาธาตุน้ำขาวเข้าไปสองอึกเหมือนจะปวดจริงๆ แล้ว”
“ถ้างั้นกลับไปนอนที่คอนโดผมดีกว่า”
“ตอนนี้ฉันไม่อยากขยับตัวแล้ว”
เสียงฝีเท้าหนักๆ มาหยุดอยู่หน้าประตู เสียงเคาะสองสามครั้งดังมาจากด้านหน้าและในโทรศัพท์
“คุณเข้ามาในบ้านอาเพชรเหรอ?”
ั้แ่คืนที่เธอกับเขาหนีไปด้วยกัน น้ำฟ้าก็ไม่เรียกจิกหัวเขาว่านายอีกต่อไปแล้ว เธอเห็นว่าเขาเป็คนที่คอยปกป้องครอบครัวของธนากับธเนศ นับว่าเป็คนที่เธอควรขอบคุณ
“บ้านนี้ผมอยู่มาั้แ่เด็กคุณลืมไปแล้วรึไง?”
น้ำฟ้าชะงัก เธอลืมไปได้อย่างไรว่าเขาเป็เด็กที่เติบโตมาในบ้านหลังนี้ บิดาของเขาเป็คนสนิทที่คุณธนากรไว้วางใจอย่างมาก
ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ยอมเคาะซ้ำแต่กลับส่งเสียงดุๆ มาในโทรศัพท์ “เปิดประตูเถอะ ผมี้เีไปเอากุญแจสำรอง”
น้ำฟ้าลุกขึ้นไปเปิดประตู เขาเดินเข้ามาหยิบเอากระเป๋าสะพายของเธอที่วางอยู่เก้าอี้ข้างเตียงนอนคล้องคอแล้วช้อนอุ้มเธอเดินออกจากห้องนอน
“คุณณัฐจะพาคุณฟ้าไปไหนคะ?”
“บอกคุณเพชรว่าผมพาคุณฟ้าไปหาหมอและจะส่งกลับบ้านเองไม่ต้องเป็ห่วง”
น้ำฟ้าอายคนรับใช้สองคนที่พากันยืนมอง เธอจึงทำท่าหลับ คนที่บ้านนี้ต่างก็รู้ว่าเธอเคยเป็คู่ควงของธนาลูกชายคนโตของเ้าบ้านแต่ตอนนี้กลับถูกเลขาหนุ่มของธนามาบุกเข้าไปเอาตัวออกมาจากห้องนอน เธอไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ให้เขารับหน้าทุกคนเองก็แล้วกัน
รถของณัฐวุฒิเลี้ยวออกจากซอยได้พอสมควรชายหนุ่มหัวเราะออกมา
“คุณไม่ต้องแกล้งหลับแล้ว ไม่มีใครตามมาหรอก”
หญิงสาวหน้าง้ำ “คุณทำแบบนี้ อาเพชรต้องสงสัยฉันแน่เลย”
“ถ้าคุณเพชรสงสัย คุณก็บอกไปสิว่าตอนนี้คุณเป็ผู้ช่วยคนสำคัญของผม”
“ฉันนี่นะ จะเป็ผู้ช่วยคุณ อาเพชรเชื่อตายล่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม “งั้นคุณก็บอกความจริงไปสิว่าคุณได้ผมแล้ว ตอนนี้ก็เลยต้องรับผิดชอบคอยช่วยงานผม”
“บ้าสิ ใครเขาจะไปพูดแบบนั้น?”
“หรือคุณยังมีความหวังกับบอสอยู่อีก? เห็นอยู่ทนโท่ว่าเขามีทั้งลูกทั้งเมียอยู่แล้ว คุณคงไม่คิดจะปีต้นงิ้วหรอกนะ?”
“ไม่ต้องพูดก็ไม่มีคนว่าคุณเป็ใบ้นะ”เธอสะบัดหน้าหนีไปทางกระจก
“ผมเตือนคุณไว้ก่อน อย่าคิดนอกลู่นอกทางกับบอสผมเป็อันขาด อ้อ คุณเนศก็ไม่ได้ ตอนนี้คุณวุ่นวายกับผมได้แค่คนเดียว”
น้ำฟ้านึกถึงปืนสี่กระบอกที่อยู่ในห้องของเขาและนึกถึงตอนที่เขาถลกขากางเกงชักปืนลงจากรถไปลุยกับคนร้ายสองคนที่ไล่ยิงรถของเธอ ในใจก็นึกแช่งชักหักกระดูกเขา
‘ใครจะไปกล้าขัดใจคุณล่ะ? เล่นขู่ฉันด้วยปืนตั้งหลายกระบอกขนาดนั้น’
พอกลับถึงคอนโดเขาก็ทำโจ๊กหอมกรุ่นให้เธอกิน น้ำฟ้ารู้สึกว่าอยู่กับเขาก็สบายมากเลยทีเดียว เธอคิดไปตักโจ๊กใส่ปากไปจนหมดชาม
“สบายท้องไหม?”
“อือ” เธอพยักหน้าหงึกหงัก
เขาถือถ้วยไปล้างและคว่ำไว้เหนืออ่างล้างจาน เดินกลับมาถามเธอ “เดินไปแปรงฟันไหวไหม?”
เธอส่ายหน้า เขาก็อุ้มเดินลิ่วไปห้องน้ำ วางเธอให้นั่งลงบนฝาโถส้วม เขาหยิบยาสีฟันขึ้นมาบีบแล้วยื่นให้เธอพร้อมกับแก้วน้ำ
“ฉันแค่ปวดท้องนะ พอยืนได้ ไม่ถึงกับต้องแปรงฟันบนโถส้วมหรอก”
เขายืนกอดอกดูเธออยู่ข้างหลัง พอเธอบ้วนปากเสร็จก็อุ้มเธอไปวางบนเตียงนอน “คุณพักก่อนนะ เดี๋ยวผมจะออกไปดูดฝุ่นห้องนั่งเล่นสักหน่อย”
เธอเอนตัวพิงหัวเตียง เลื่อนดูความเป็ไปของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ไปเรื่อยเปื่อย เฟิร์นกับไลลาโพสภาพคู่กับแฟนใหม่ น้ำฟ้าได้แต่ยกยิ้มมุมปาก หากเธอยังอยู่กับแก็งค์เจ็ดดาวต่อไป เธอก็ต้องถูกผู้หญิงพวกนี้ปั่นหัว พอเลื่อนต่อไปอีก รตาก็โพสภาพกับคู่ควงคนใหม่เป็นักแข่งรถที่ลือกันว่าครอบครัวมีฐานะร่ำรวย
ประตูห้องนอนของณัฐวุฒิถูกเปิดอ้าเอาไว้ เสียงคุยโทรศัพท์ของเขาดังเข้ามาในห้อง
“คิดจะลงมือแล้วเหรอ? พรุ่งนี้พี่จะเข้าไปปรึกษาบอส”
น้ำฟ้าหูผึ่ง คำว่าลงมือของณัฐวุฒิไม่น่าจะใช่เื่ดี คราวก่อนเนื้อของเขาฟกช้ำดำเขียวและยังหัวแตก ครั้งหน้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าเขาถูกยิงจนได้รับาเ็หรือตายขึ้นมา เธอจะดีใจหรือเสียใจ?
“เตรียมคนเพิ่มอีกหน่อย แค่ตอนงานศพก็รู้แล้วว่าคนของสายน้ำมีร่วมยี่สิบคน แต่ถ้ากรินทร์ไม่รู้ว่ามีอีกมากน้อยแค่ไหน?”
ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งริมเตียง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล น้ำฟ้าเพิ่งนึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้
“คุณต้องสวมเสื้อเกราะกันะุไว้ตลอดแล้วนะ คราวหน้าอาจจะไม่โชคดีหลบะุได้เหมือนคืนนั้น”
เขามองหน้าเธอนิ่ง “คุณเป็ห่วงผมเหรอ?”
“ฉันก็แค่กลัวคุณตายน่ะ ฉันกลัวผี”
**************