วันหนึ่งในตอนกลางวัน ขณะที่นวลกำลังเดินผ่านห้องโถงเพื่อนำน้ำชาไปเสิร์ฟให้พ่อเลี้ยงเกื้อในห้องทำงานลำดวนที่กำลังกวาดบ้านอยู่ใกล้ๆ ก็เห็นเข้าพอดี
“แม่นวล! มานี่ซิ!”
ลำดวนเรียกเสียงห้วน ใบหน้าบูดบึ้ง
นวลหันมามองด้วยความแปลกใจ“มีอะไรหรือจ๊ะลำดวน?”
“แกน่ะ!ทำเป็นเดินสะบัดก้นอวดของดีไปทั่ว คิดว่าตัวเองสวยมากนักหรือไงยะ!”
ลำดวนตวาดเสียงดังดวงตาฉายแววริษยาอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วทำไมแกถึงได้มีเงินใช้มากมายขนาดนี้!แกไปทำอะไรมา บอกมานะ!”
นวลตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเธอไม่คิดว่าลำดวนจะรู้เรื่องเงินของเธอ
“นวล... นวลเปล่านะ...นวลไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
เธอพยายามปฏิเสธเสียงสั่น
“ไม่ต้องมาโกหก!ฉันเห็นแกแอบเอาเงินไปเก็บไว้ในตู้ตั้งหลายครั้งแล้ว แกไปทำอะไรมาบอกมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ลำดวนก้าวเข้ามาประชิดตัวนวลในมือกำไม้กวาดไว้แน่น ราวกับพร้อมที่จะฟาดลงมาได้ทุกเมื่อ
นวลตัวสั่นเทาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ความลับที่เก็บงำไว้กำลังจะถูกเปิดเผยจะให้บอกความจริงทั้งหมดได้อย่างไรว่าเธอได้รับเงินมาจากการ “ปรนนิบัติ”พ่อเกื้อในยามที่เขามีอาการ “เจ็บปวด”
“นวล... นวล...ไม่ได้ทำอะไรเลยนะจ๊ะลำดวน”
นวลพยายามปฏิเสธเสียงสั่นเครือน้ำตาเริ่มคลอเบ้า
“ยังจะมาโกหกอีกรึ!”
ลำดวนโมโหหนักขึ้น เดินเข้าหานวลแล้วบีบแขนของนวลอย่างแรง
“แกต้องบอกฉันมานะไม่งั้นฉันจะไปบอกคุณนายประยงค์ว่าแกขโมยเงินท่าน!”
คำขู่ของลำดวนทำให้นวลหน้าซีดเผือดกว่าเดิมเธอรู้ดีว่าหากคุณนายประยงค์รู้เรื่องเงินก้อนโตที่เธอมีคุณนายจะต้องโกรธแค้นและลงโทษเธออย่างหนักแน่ ๆ
“ไม่นะลำดวน! อย่าบอกคุณนายเลยนะนวลไม่ได้ขโมยเงินใครจริง ๆ นะ!”
นวลร้องอ้อนวอนเสียงสั่นน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอพยายามจะดึงแขนออกจากการเกาะกุมของลำดวน
แต่ลำดวนกลับยิ่งบีบแขนแน่นขึ้น
“งั้นก็บอกมาสิว่าแกได้เงินมาจากไหนถ้าไม่บอกฉันจะไปบอกคุณนายประยงค์เดี๋ยวนี้แหละ!”
นวลจนปัญญาเธอรู้ดีว่าหากไม่บอกความจริง ลำดวนจะต้องทำตามคำขู่แน่ ๆด้วยความกลัวและความกดดัน เธอจึงตัดสินใจที่จะสารภาพความจริงบางส่วน
“นวล... นวลไม่ได้ขโมยนะจ๊ะลำดวน...เงินนั่น... เงินนั่น พ่อเกื้อให้มา”
นวลพูดเสียงแผ่วใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอาย
ลำดวนเลิกคิ้วสูง
“พ่อเกื้อให้มางั้นรึ!ทำไมคุณท่านถึงให้เงินแกมากมายขนาดนั้น แกไปทำอะไรให้ท่านนักหนา!”ลำดวนถามอย่างไม่ลดละ ดวงตาจ้องเขม็งเพื่อจับผิด
นวลกัดริมฝีปากแน่น เธอหลับตาปี๋ไม่อยากจะพูดสิ่งที่เกิดขึ้นออกมา แต่เมื่อเห็นแววตาเอาเรื่องของลำดวนเธอก็จำต้องสารภาพ
“นวล นวล... นวลช่วย... นวลช่วย...พ่อเกื้อ... ปรนนิบัติ... เวลาท่าน... ปวด... ตรงนั้นน่ะจ้ะ” นวลพูดเสียงกระซิบสั่นเครือเธอไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าลำดวน
คำสารภาพของนวลทำให้ลำดวนอึ้งไปชั่วขณะได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ขณะใช้ความคิด ก่อนจะฉายแววริษยาอย่างเห็นได้ชัด
“แก... แกพูดอะไรนะ!”
ลำดวนถามเสียงดังขึ้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิดไป
นวลเงียบไป เธอไม่กล้าพูดซ้ำแต่สีหน้าของเธอก็บ่งบอกทุกอย่าง
ลำดวนมองนวลด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงความริษยาที่เคยคุกรุ่นบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและชิงชัง
เพราะไม่เคยคิดเลยว่านวลจะทำเรื่องเช่นนี้และยังคาดไม่ถึงอีกด้วยว่านวลจะได้รับผลตอบแทนมากมายถึงเพียงนี้
‘นี่เอง!นี่เองสินะที่ทำให้แกมีเงินทองใช้สอยสบาย ทำไมแกถึงได้เปรียบฉันนัก!’
ลำดวนคิดในใจอย่างเดือดดาล
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวมีเพียงเสียงลมหายใจของเนื้อนวลที่สั่นเทาและเสียงหัวใจของลำดวนที่เต้นรัวด้วยความโกรธแค้น ความจริงที่เปิดเผยออกมานั้นช่างน่าตกใจและไม่อาจยอมรับได้สำหรับลำดวน
“แก...แกทำอย่างนั้นกับคุณท่านงั้นรึ!”
ลำดวนพูดเสียงต่ำลอดไรฟันดวงตาแดงก่ำด้วยความริษยาที่เปลี่ยนเป็นโทสะ
“ทำไม! ทำไมต้องเป็นแกทำไมถึงไม่ใช่ฉัน!”
นวลเงยหน้าขึ้นมองลำดวนด้วยแววตาหวาดกลัว
“นวล... นวลไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ...พ่อเกื้อ ท่านเจ็บปวด... นวลแค่ช่วยท่าน”
“ช่วยงั้นรึ!”ลำดวนหัวเราะเยาะเสียงดัง ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก
“ช่วยแล้วได้เงินตั้งมากมายขนาดนี้ฉันทำงานแทบตายยังไม่เคยได้แม้แต่ครึ่งเดียวของแกเลย!”
เธอเดินวนรอบๆตัวนวลด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
“แกน่ะ มันมารยา! อวดดีคิดว่าตัวเองสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ!”
นวลน้ำตาไหลพราก
“นวลไม่ได้คิดอย่างนั้นนะจ๊ะลำดวน...นวลแค่... นวลแค่”
เธอพูดไม่ออกสองมือประสานกันแน่นด้วยความกังวล
ลำดวนหยุดยืนตรงหน้านวลมือของเธอยกขึ้นชี้หน้า
“ฉันรู้ความลับของแกหมดแล้วนะนวล!ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณนายประยงค์... แกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
ใบหน้าของนวลซีดเผือดลงทันทีเธอรู้ดีว่าคุณนายประยงค์จะต้องโกรธมากแค่ไหนหากรู้ว่าสามีของเธอไปมีสัมพันธ์กับคนรับใช้ และการลงโทษที่จะตามมาคงไม่พ้นความเจ็บปวด
“ไม่นะลำดวน! อย่าบอกคุณนายเลยนะจ๊ะนวลขอร้อง! นวลจะทำทุกอย่างเลย!”
นวลร้องอ้อนวอนพลางคุกเข่าลงตรงหน้าลำดวน
ลำดวนยิ้มเหยียด
“หึ! ทำทุกอย่างงั้นรึ ดี!ถ้าอย่างนั้น... แกต้อง แบ่งเงินที่ได้มาให้ฉันครึ่งหนึ่ง”
นวลถึงกับอ้าปากค้าง
“แต่... แต่เงินนั่น...นวลต้องเอาไปซ่อมบ้านให้ป้าน้อยนะจ๊ะ”
“ฉันไม่สน!”
ลำดวนตวาดเสียงกร้าว“ถ้าแกไม่อยากให้เรื่องแดงขึ้นมา... แกก็ต้องทำตามที่ฉันสั่ง”
คำพูดของลำดวนทำให้เนื้อนวลอึ้งไปเธอไม่คิดว่าลำดวนจะเรียกร้องเช่นนี้
“แกต้องเลือกนะนวล...จะยอมแบ่งเงินให้ฉัน... หรือจะให้ฉันไปบอกคุณนายประยงค์เรื่องของแกกับคุณเกื้อ...เลือกเอา!”
ลำดวนพูดเสียงเยียบเย็น
นวลมองหน้าลำดวนสลับกับพื้นความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ เธอรู้ดีว่าหากความลับนี้ถูกเปิดเผยชีวิตของเธอจะต้องพังพินาศอย่างแน่นอน
‘ทำไม...ทำไมเรื่องถึงได้เป็นแบบนี้นะ’
นวลคิดในใจอย่างเจ็บปวดแต่ในที่สุด... เธอก็ตัดสินใจ
“ตกลงจ้ะลำดวน...นวลจะยอมทำตามที่ลำดวนต้องการทุกอย่าง...แต่ลำดวนต้องสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลยนะจ๊ะ”
นวลพูดเสียงแผ่วใบหน้าของเธอดูทุกข์ระทมยิ่งนัก
ลำดวนยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจกับชัยชนะในครั้งนี้
“ดีมาก! นวล! แกตัดสินใจถูกแล้วฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใครเลย... ตราบใดที่แกทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง!”
เธอจ้องมองนวลด้วยแววตาที่แฝงไว้ด้วยความอิจฉาริษยาที่ยังคงไม่จางหายไป
…
เย็นวันนั้นหลังจากการสนทนาอันตึงเครียดในห้องครัว นวลกับลำดวนก็กลับมาที่ห้องพักคนรับใช้นวลจำเป็นต้องแบ่งเงินเก็บที่แอบซ่อนไว้ในตู้จำนวนครึ่งหนึ่งมอบให้แก่ลำดวน
นวลนั่งอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกปวดร้าวใจเธอไม่เคยคิดเลยว่าความลับของเธอจะถูกเปิดเผยด้วยน้ำมือของเพื่อนสนิท
“เอาล่ะ... ไหนบอกมาสิ...แกไปทำอะไรกับคุณเกื้อมาบ้าง?”
ลำดวนเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงของเธอยังคงเย็นชาแต่แฝงด้วยความกระหายใคร่รู้
นวลเงียบไป เธอหลับตาแน่น แต่แล้ว...เมื่อนึกถึงคำขู่ของลำดวน เธอก็จำใจต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด
“พ่อเกื้อ... ท่าน... ท่านปวดตรง...ตรงนั้นน่ะจ้ะ”
นวลเริ่มเล่าเสียงสั่นเครือ
“แล้วท่านก็ให้นวลช่วย... ช่วยดูด...ดูดให้ท่านน่ะจ้ะ”
ลำดวนถึงกับตาโต
“ดูด! ดูดอะไรของแก ดูดแบบไหน!”