เถากลืนจิตดึงสตรีอ้วนเข้ามาแล้วมองหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ทั้งจับนางหมุนไปหมุนมา แล้วพูดว่า “อืมตรงนี้หลวมไปหน่อย ตรงนี้คับไปหน่อย”
จากนั้นมันก็ปล่อยนาง
จ้าวเป่าฉินมองตาปริบๆ
เถากลืนจิตหันไปยุ่งง่วนกับกองผ้าต่อ
จ้าวเป่าฉินมองเถากลืนจิตเห็นว่ามันไม่สนใจเธอเลย เธอจึงเดินออกไป
เถากลืนจิตเหลือบมองแวบหนึ่งแล้วหันไปตัดเย็บอาภรณ์ต่อ
จ้าวเป่าฉินเดินไปเรื่อยๆสำรวจสถานที่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงบ้านหลังหนึ่งเธอเห็นชายผมขาวคนนั้นนั่งอยู่หน้าบ้าน เธอชะงักหยุดมองเขา
จางอี้ปินเห็นจ้าวเป่าฉินเขาจึงกวักมือเรียกพร้อมกับลุกขึ้น “มานี่ซิ”
จ้าวเป่าฉินเดินไปหาเธอหยุดยืนตรงนอกชายคา
“เ้ารอก่อนเดี๋ยวข้าไปเอาตำรามาให้” จางอี้ปินบอกแล้วเดินเข้าบ้านไป
จ้าวเป่าฉินมองตามเธอเห็นผ่านประตูเข้าไป เห็นห้องโถง มีเครื่องเรือนไม่กี่ชิ้น ดูเรียบง่ายมาก
สักพักจางอี้ปินก็เดินออกมาเขาถือม้วนผ้ามาหลายม้วนมาก เรียกว่าใช้แขนหอบมาเต็มอ้อมอกเลยทีเดียว “เอ้ารับไปซิ”
จ้าวเป่าฉินมองม้วนผ้าอย่างอึ้งๆ“ทั้งหมดนี่ คือให้ฉัน?”
“เ้าต้องพูดว่าให้ข้าต่างหากหัดพูดให้เหมือนคนที่นี่เสีย เ้าจะได้ไม่ถูกใครรังแกเอา” จางอี้ปินบอก
จ้าวเป่าฉินพยักหน้ารับ
จางอี้ปินก็ใช้พลังทำให้ม้วนตำราทั้งหมดลอยไปตรงหน้าจ้าวเป่าฉิน
“อ้า!” จ้าวเป่าฉินใจนเกือบจะวิ่งแล้ว
“ใอะไรเล่านี่เป็เื่ปกติมากสำหรับแดนเทพแห่งนี้ เ้ามาจากแดนมนุษย์ ซึ่งสามพันโลกใบเล็กสามพันโลกใบใหญ่ย่อมไม่มีเช่นนี้ให้เห็นกระมัง” จางอี้ปินพูด
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าหงึกๆก็เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลยน่ะซิ อย่างพวกคนที่ว่ามีพลังพิเศษอะไรพวกนั้นพอเอาเข้าจริงๆ ก็เป็แค่มายากลเท่านั้นเอง
“เอ้า รับไปซิเ้าจะได้เอาไปอ่าน” จางอี้ปินบอก
จ้าวเป่าฉินจึงรับม้วนผ้าเ่าั้มา
พลัน! จางอี้ปินก็นึกอะไรขึ้นได้ “หือ?”
เขาจ้องมองจ้าวเป่าฉิน“เ้าพูดภาษาเทพได้?”
จ้าวเป่าฉินพยักหน้า
จางอี้ปินก้าวพรวดถึงตัวทันทีเขาจับข้อมือนางขึ้นมา ทำให้จ้าวเป่าฉินทำม้วนผ้าร่วงลงพื้น “อุ้ย!”
จางอี้ปินไม่สนใจม้วนตำราเ่าั้เขาตรวจนางอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็พบว่าในจุดตันเถียนของนางมีเืัหยดเล็กๆหยดหนึ่ง
หยดเืนี้เล็กมากจนเท่าปลายเข็มหยดเืนี้กำลังถูกร่างกายนางดูดกลืนไป
เมื่อพบหยดเืัเขาก็เข้าใจในทันทีว่านางกลายเป็ครึ่งเทพได้อย่างไรอีกทั้งยังเข้าใจภาษาเทพได้อย่างไร ทุกอย่างนี้ล้วนเป็เพราะหยดเืัทั้งหมด
เ้าตัวตะกละบอกว่าเห็นัดำเฮยหลงอยู่บริเวณนั้นเช่นนั้นก็หมายความว่าสตรีผู้นี้คงจับพลัดจับผลูได้เืัมาโดยบังเอิญซินะนางจึงกลายเป็ครึ่งเทพขึ้นมา อา ข้าเข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว
เขาปล่อยมือนาง “นับว่าเ้าโชคดีไม่น้อยเืัหายากนัก เ้ายังได้มา”
“เืั?เืัอะไร?” จ้าวเป่าฉินงุนงงไม่รู้เื่รู้ราว
“ในร่างเ้ามีเืัอยู่”จางอี้ปินพูดพลางชี้ไปที่ท้องของจ้าวเป่าฉิน
“หา!” จ้าวเป่าฉินใก้มมองท้องตัวเอง แล้วเงยหน้ามองจางอี้ปิน
จางอี้ปินหัวเราะหึๆแล้วบอกว่า “ไม่ต้องกลัวไป เืันับว่าเป็ของดี เป็ของหายากมากต่อให้หยดลงพื้น ผู้คนยังยอมขุดดินที่มีเืัเลย เ้านับว่าโชคดีจริงๆโชคดีจริงๆ”
เขาพูดแล้วก็เดินจากไปหัวเราะเบาๆ อย่างชอบอกชอบใจไปด้วย
จ้าวเป่าฉินมองตามอย่างงงๆจนกระทั่งจางอี้ปินหายลับไปนานแล้วเธอจึงก้มลงเก็บม้วนผ้าขึ้นมาแล้วเดินกลับบ้านอย่างงงๆ
เมื่อไปถึงบ้านเธอก็เห็นเถากลืนจิตยังง่วนกับกองผ้าอยู่เธอจึงหมุนตัวเดินไปนั่งใต้ต้นไม้แล้ววางม้วนผ้าลงกับพื้น
เธอหยิบม้วนผ้ามา 1ม้วนแล้วเปิดออกดู ภายในม้วนผ้ามีอักขระเรียงเป็แถวๆ เธออ่านอักขระเ่าั้ทีละแถวๆ
แรกๆ เธออ่านยังไม่ค่อยคล่องเหมือนกับคนที่หัดอ่านภาษาต่างประเทศใหม่ๆ นั่นแหละ เธออ่านได้ช้ามากแต่พออ่านไปสักพักเธอก็เริ่มอ่านได้ไวขึ้น ไวขึ้นเรื่อยๆจากไม่คล่องก็เริ่มคล่องขึ้นมาแล้ว
เธอไม่รู้ว่าตัวเองนั่งอ่านม้วนตำรามานานเท่าไหร่แล้วเพราะไม่มีนาฬิกาจนกระทั่งท้องร้องนั่นแหละเธอจึงเงยหน้าขึ้น “หิวอ่ะ”
เธอวางตำราลงแล้วลุกไปเดินหาของกินเธอเดินไปถามเถากลืนจิตว่า “คุณๆ มีของกินป่ะ?”
เถากลืนจิตเงยหน้ามองแล้วได้ยินเสียงดังจ๊อกกกก---
จ้าวเป่าฉินทำท่าอายๆ“คือฉันหิวแล้วอ่ะ”
“หิว?” เถากลืนจิตทวนคำมันมองเบื้องนอกแล้วก็ร้องลั่น “อ้า! ข้ายังไม่ได้ทำกับข้าวให้นายท่านเลยแย่แล้วๆ”
มันร้องโวยวายแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งตึงๆออกไป
จ้าวเป่าฉินรีบถอยหลบทันทีแล้วรีบวิ่งตามเถากลืนจิตไป
ก็เถากลืนจิตกำลังจะไปทำกับข้าวใช่ป่ะถ้าเธอตามไปก็อาจจะช่วยทำกับข้าวได้แล้วจากนั้นเธอก็ขอแบ่งข้าวมาสักชามพูนๆก็น่าจะได้มั้ง ถือว่าเป็ค่าแรงที่เธอช่วยทำก็ได้ เธอไม่คิดค่าแรงเป็เงินทองขอแค่ข้าวชามเดียวเองนะ
เถากลืนจิตวิ่งตึงๆไปจนถึงเรือนครัว มันรีบเข้าไปจุดไฟตั้งกระทะ จุดไฟตั้งเตาต้มน้ำร้อนครั้นจุดไฟเสร็จก็หันไปหยิบผักหยิบเนื้อมาหั่นๆ อย่างเร่งรีบ
จ้าวเป่าฉินตามไปมองเห็นเถากลืนจิตกำลังทำนั่น นู่น นี่ ง่วนไปหมด เธอจึงเดินไปถาม “จะให้ฉันช่วยทำอะไรมั่ง?ฉันขอแค่ข้าวชามนึงแลกค่าแรงก็ได้”
“เ้ามาก็ดี มาช่วยข้าล้างผักหั่นผัก ว่าแต่เ้าหั่นผักเป็หรือไม่?” เถากลืนจิตมองอย่างประเมินอยู่ในใจ
“เป็”จ้าวเป่าฉินตอบ
อย่าหาว่าเธอคุยเลยนะั้แ่เธอเริ่มโตก็ออกไปรับจ็อบทำงานหาเงินั้แ่เด็กแล้ว ทั้งแจกใบปลิวรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ ปั่นจักรยานส่งพิซซ่าแถวบ้าน พอโตขึ้นอีกหน่อยก็ไปรับจ้างเป็ลูกจ้างในร้านอาหารเริ่มทำั้แ่ล้างจาน ล้างผัก ช่วยหั่นผัก ช่วยเสิร์ฟ พออยู่ร้านอาหารนานๆเข้าก็ช่วยพ่อครัวทำกับข้าว จากแรกๆ เริ่มทำกับข้าวง่ายๆ อย่างเจียวไข่ ตุ๋นไข่ต่อๆ มาก็เริ่มทำกับข้าวยากๆจนตอนนี้เธอพูดได้เต็มปากว่าตัวเธอก็มีฝีมือด้านทำอาหารคนหนึ่งได้เลยเรียกว่าเป็เชฟแบบฝึกมากับเชฟใหญ่ก็ได้
เถากลืนจิตจึงยื่นถังใส่ผักให้นาง“เอ้า เอาไปล้าง”
จ้าวเป่าฉินรับถังใส่ผักมาแล้วมองๆดูของใช้ในครัว เห็นถังน้ำตั้งอยู่ด้านหนึ่งจึงเดินไปตักน้ำล้างผักครั้นล้างเสร็จแล้วเธอก็เอาผักไปวางบนโต๊ะแล้วถามว่า “ผักนี่จะทำกับข้าวอะไรเหรอ?”
“ผัดกับปลา”เถากลืนจิตบอกแล้วชี้ไปที่ปลาตัวหนึ่งซึ่งอยู่บนโต๊ะริมห้อง
จ้าวเป่าฉินมองตามแล้วอ้าปากค้างเธอไม่เคยเห็นปลาอะไรตัวใหญ่ขนาดนี้เลย ตัวใหญ่ขนาดเท่าเครื่องซักผ้า 10 ก.ก.มันยาวประมาณ 2 เมตร ปลาตัวนั้นมีเกล็ดสีเงินทั้งตัว
“ไม่เคยเห็นปลาเงินซินะ”เถากลืนจิตเดาๆ จากท่าทางของนาง
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าหงึกๆ
ปลาตัวใหญ่ๆเธอเคยเห็นแต่ในคลิปเท่านั้น อย่างพวกปลาโลมา ปลาวาฬ ปลาฉลาม แต่ปลาตัวจริงๆที่ใหญ่ขนาดนี้เธอเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรกก็ครั้งนี้แหละ
ก็บ้านเธอจนอ่ะพ่อแม่ไม่มีเงินพาเธอไปท่องเที่ยวหรอกนะ แค่ค่าเทอมค่าเลี้ยงดูเธอกับพี่สาวพ่อกับแม่ก็ต้องลำบากมากแล้ว
จนกระทั่งพี่สาวเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยพ่อกับแม่จึงลดภาระลงไปได้มาก
เมื่อเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยอีกคนพ่อกับแม่จึงสบายขึ้นมาก แต่พ่อกับแม่ยังสุขสบายไม่ทันไรเธอก็ดันมาตายจากซะแล้วเฮ้อ... แต่อย่างน้อยก็ยังมีพี่สาวของเธอที่สามารถดูแลพ่อกับแม่ได้
“เอ้า หั่นผักซิ”เถากลืนจิตสั่ง
จ้าวเป่าฉินจึงละสายตาจากปลาเงินเธอหยิบมีดขึ้นมา ลองลูบๆ คมมีดดู พบว่ามีดคมดีเธอจึงหยิบเขียงมาแล้วโชว์สกิลหั่นผัก เธอหั่นฉับๆ อย่างว่องไวยิ่ง สมกับที่เป็ลูกมือเชฟใหญ่มาหลายปี
เถากลืนจิตมองแล้วตกตะลึงไปมันไม่เคยเห็นใครหั่นผักได้ไวเท่านี้เลย ช่างเป็การหั่นผักที่ไวมากแล้วผักก็เท่ากันทุกชิ้น โอ...
จ้าวเป่าฉินหั่นผักเสร็จแล้วก็เงยหน้ามองเถากลืนจิต“เป็ยังไง?”
“เยี่ยม”เถากลืนจิตชมคำหนึ่ง
จ้าวเป่าฉินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เถากลืนจิตได้ทีจึงชี้นิ้วสั่ง“เ้าหั่นปลาซิ”
“หั่นหมดนี่เลยเหรอ?”จ้าวเป่าฉินถาม
เธอมองปลาตัวใหญ่อย่างคำนวณอยู่ในใจด้วยความที่อยู่ก้นครัวมานาน ดังนั้นจึงติดนิสัยบริหารจัดการวัตถุดิบในครัวมาจากเชฟใหญ่ไปโดยปริยาย
“หั่นหมดนั่นแหละข้าจะผัดให้นายท่านจานหนึ่ง เ้าจานหนึ่ง ที่เหลือข้ากินทั้งหมด” เถากลืนจิตบอก
จ้าวเป่าฉินมองขนาดตัวของเถากลืนจิตแล้วก็ไม่สงสัยว่ามันจะกินหมดไหม?ก็ตัวมันใหญ่ขนาดนั้น กินปลาตัวนี้ก็คงหมดแน่นอน ดังนั้นเธอจึงถือมีดไปแล้วจัดแจงทำปลาก่อนจะลงมีดเธอก็ถามมันว่า “ปลานี่ล้างเรียบร้อยรึยัง?”
“ไม่ต้องล้างใครเขาล้างปลาเงินกัน เสียรสหมด” เถากลืนจิตตอบ
จ้าวเป่าฉินจับๆตัวปลา เธอยื่นหน้าดมๆ กลิ่น เธอไม่ได้กลิ่นคาวปลาจากปลาตัวนี้เลยอีกอย่างเธอก็ไม่รู้เกี่ยวกับปลาชนิดนี้ดังนั้นเมื่อเถากลืนจิตบอกว่าไม่ต้องล้างก็ไม่ต้องล้าง เธอจึงจัดการแล่หนังปลาทันทีแต่พอเธอจรดมีดลงไป คมมีดกระทบเกล็ดเสียงดังเคร้ง
“หือ?”
เธอเอามีดเคาะๆเกล็ดปลา เสียงดังเคร้งๆ เหมือนมีดเคาะโลหะยังไงอย่างงั้น ทำให้เธอรู้ว่าเกล็ดปลาตัวนี้เป็โลหะจริงๆ“โห...”
เธอลองแทงมีดลงไปเกิดเสียงดังเคร้ง! ขึ้นคราหนึ่ง “หือ?เป็โลหะทั้งตัวเลยเหรอ?”
แล้วถ้ามันเป็โลหะทั้งตัวอย่างนี้เนื้อข้างในก็เป็โลหะด้วยรึเปล่า?
เธอจึงลองแทงมันอีกทีเคร้งงงง---
เสียงดังกังวานมากทำเธออึ้งไปเลย
เถากลืนจิตก้าวไปใกล้พูดว่า “เ้าไม่เคยหั่นปลาเงินซินะ”
จ้าวเป่าฉินจึงพูดว่า“เพิ่งจะเคยเห็นครั้งแรกนี่แหละ แล้วจะเคยหั่นได้ไง”
“เช่นนั้น ดูข้า”เถากลืนจิตพูดแล้วยื่นเถาไปหยิบมีดอีกเล่มมามันก้าวเข้าไปจนชิดโต๊ะแล้วจัดแจงแล่ปลาเงินให้ดู มันแทงที่ตาปลาฉึก!
พลัน! ปลาเงินก็ชันเกล็ดขึ้นจนตั้งเด่ จากนั้นมันก็แทงมีดเข้าไปตรงใต้เกล็ดตรงใต้ปากปลาแล้วกรีดเป็รอยยาวไปจนถึงหางปลา แล้วก็ดึงมีดออกมันจับปลาพลิกอีกด้านแล้วแทงตรงใต้เกล็ดเหนือปากปลา กรีดเป็รอยยาวไปจนถึงหางปลา
เมื่อกรีดสองข้างเสร็จแล้วมันก็ดึงหนังปลาตรงหางลอกขึ้นเผยให้เห็นเนื้อปลาที่ขาวราวกับหิมะจากนั้นมันก็พลิกปลาอีกด้านแล้วลอกหนังอีกด้านออก
มันเก็บเกล็ดทั้งสองด้านไว้ในหยกคุนเฉียนเกล็ดปลาเงินนี้พวกปรมาจารย์หลอมอาวุธ้านักเอาไปใช้หลอมประดับศาสตราให้สวยงาม มันจึงเก็บสะสมเกล็ดปลาเอาไปขาย
อีกทั้งปลาเงินก็มีแต่เฉพาะในทะเลสาบในอาณาเขตที่อยู่ของนายท่านเท่านั้นใครก็ไม่กล้ามาตกปลาในอาณาเขตของนายท่านหรอกดังนั้นปลาเงินนี้จึงมีแต่นายท่านตกได้คนเดียว
หลังจากลอกหนังปลาเสร็จแล้วมันก็แล่เนื้อปลาออกมาแล่จนเหลือแต่ก้างและหัว ซึ่งก้างและหัวปลานี้มันก็เก็บไปเช่นกันเพราะสามารถเอาไปขายให้ปรมาจารย์หลอมอาวุธได้ ดังนั้นมันจึงเก็บสะสมเอาไว้
จ้าวเป่าฉินยื่นมือไปจิ้มๆเนื้อปลา เธอพบว่าเนื้อมันเด้งๆ เหมือนเนื้อหอยเชลล์ซึ่งคิดว่าเอามาทำอาหารน่าจะอร่อยมากแน่นอน
เถากลืนจิตก็หั่นเนื้อปลาจนหมด
เมื่อผักพร้อมเนื้อปลาพร้อมแล้วมันก็ตั้งท่าจะผัดทันที จ้าวเป่าฉินส่งเสียงคำหนึ่ง “หือ?”
“นี่ๆ แล้วกระเทียมต้นหอม ผักชี ไม่มีเหรอ?” เธอถามมันพลางมองหากระเทียม ต้นหอม ผักชีหรือไม่ก็หัวหอม
“จะต้องใส่ของพวกนั้นไปทำไม?”เถากลืนจิตพูดแล้วตั้งท่าจะผัด
“ไม่ใส่กระเทียมต้นหอม ผักชี แล้วมันจะอะไรได้ไง?” จ้าวเป่าฉินพูดอย่างติติง
“ข้าทำกับข้าวไม่เคยใส่ของพวกนั้นสักครั้ง”เถากลืนจิตพูดอย่างราบเรียบมาก ก็มันทำกับข้าวทุกครั้งไม่เคยต้องใช้ของพวกนั้นเลย
จ้าวเป่าฉินอ้าปากค้างไปคิดในใจว่า มีแค่ผักกับปลาแล้วมันจะไปอร่อยได้ไงอ่ะ เธอจึงมองหากระเทียม ต้นหอมผักชี แต่มองจนทั่วทั้งห้องครัวก็ไม่เจอเครื่องเทศเครื่องปรุงเลยแม้แต่เกลือยังไม่มี เดาได้เลยว่าอาหารที่เถากลืนจิตทำออกมารสชาติคง ‘หมาไม่แดก’ ชัวร์! คอนเฟิร์มล้านเปอร์เซ็นเลย!
“แล้วจะหากระเทียมต้นหอม ผักชี ซีอิ้วขาว ซอสหอยนางรม พริกไทยดำได้จากไหนเหรอ?” เธอถามมัน
เถากลืนจิตส่ายศีรษะ“จะหาของพวกนั้นมาทำไม?”
“ก็เอามาปรุงรสนะซิ”จ้าวเป่าฉินบอก
“กระเทียม ต้นหอมผักชีน่ะ ข้ารู้จัก แต่ซี...ซี กับ ซอส...ซอสอะไรนั่นน่ะข้าไม่รู้จักหรอกนะ”
“งั้นจะหากระเทียมต้นหอม ผักชีได้จากไหน? พริกไทยดำด้วย แล้วก็เกลือ”
“ตามข้ามา”เถากลืนจิตบอกแล้วหันไปยกกระทะลงจากเตา จากนั้นก็เดินนำออกไป
จ้าวเป่าฉินรีบเดินตามไป
เถากลืนจิตเดินนำทางไปจนถึงสวนผักที่นี่มันปลูกผักไว้หลายชนิดมาก ส่วนใหญ่เป็ผักที่นายท่านซื้อเมล็ดจากพ่อค้าเอามาปลูกไว้
ยามนายท่านออกไปข้างนอกแล้วกินอาหารอร่อยที่ไหนก็มักจะถามพ่อครัวว่าอาหารจานนี้ใส่อะไรลงไปบ้างแล้วก็ซื้อหาผักที่ใส่ในอาหารจานนั้นมาปลูกเอาไว้ วันไหนนายท่านอยากกินอาหารจานนั้นแต่ไม่อยากออกไปข้างนอกนายท่านก็จะเก็บผักจากในสวนไปทำกินเองแต่ทำกี่ครั้งรสชาติก็ไม่เคยเหมือนที่เขาเคยกินจากเหลาอาหารเ่าั้เลยสักครั้งจนนายท่านคร้านจะทำอาหารกินเองแล้ว ดังนั้นมันจึงคอยทำอาหารให้นายท่านกินเองซึ่งนายท่านก็ชมว่า ‘ดี’ ทำให้มันยิ้มดีใจมาก
จ้าวเป่าฉินมองสวนผักที่มีผักหลากหลายชนิดเครื่องเทศมีครบหมดทุกชนิด นี่มันซุปเปอร์มาเก็ตชัดๆ
เธอจึงเดินๆ ดูแล้วถอนต้นกระเทียมต้นหอมขึ้นมา ต้นผักชีก็มี ดังนั้นเธอจึงถอนมันมาด้วย เธอเห็นพริกไทยออกลูกจึงเก็บพริกไทยอ่อนมาด้วย เธอเห็นพริก จึงเด็ดพริกมาแล้วกัดชิมนิดหนึ่งพบว่ารสชาติเหมือนพริกหวาน ไม่เผ็ดมาก เอาไปใช้ผัดกับปลาต้องอร่อยแน่นอน
เมื่อได้วัตถุดิบที่จะใช้ผัดกับปลาจนเกือบครบแล้วเธอจึงถามหาเกลือ“แล้วเกลือล่ะ? น้ำตาลด้วย”
“เกลือน่ะมีอยู่ในครัวนั่นแหละ ส่วนน้ำตาล มันคือน้ำอะไร?” เถากลืนจิตทำหน้างงๆมันไม่รู้จักน้ำตาลจริงๆ
“งั้นน้ำผึ้งล่ะมีไหม?”จ้าวเป่าฉินถามหาของทดแทน ไม่มีน้ำตาลใช้น้ำผึ้งปรุงรสแทนก็ได้
“น้ำผึ้งน่ะมีอยู่ในเรือนนายท่าน เดี๋ยวข้าไปเอามาให้” เถากลืนจิตพูดแล้วเดินจากไป
จ้าวเป่าฉินจึงหอบวัตถุดิบทั้งหมดกลับไปที่ห้องครัวเธอคำนวณแล้วว่าวัตถุดิบเท่านี้ย่อมไม่พอสำหรับผัดปลาตัวนั้นหรอกดังนั้นเธอจึงหิ้วถังไม้ย้อนกลับไปที่สวนผักอีกครั้งแล้วถอนวัตถุดิบเพิ่ม
หลังจากได้วัตถุดิบพอแล้วเธอก็หิ้วถังกลับห้องครัวจัดแจงล้างผักที่เก็บมาใหม่แล้วหั่นๆ แยกผักแต่ละชนิดเอาไว้
เธอมองหาเกลือเปิดไหนั้นไหนี้ทั้งห้องครัว ในที่สุดก็เจอเกลืออยู่ในไห เธอจึงหยิบเกลือออกมากะให้พอดีกับผักและปลา
เถากลืนจิตกลับมาถือไหน้ำผึ้งมาไหหนึ่ง มันวางไหบนโต๊ะแล้วมองผักที่ถูกหั่นแยกๆ เอาไว้
จ้าวเป่าฉินเอาฟืนใส่ใต้เตาเพิ่มแล้วยกกระทะขึ้นตั้งบนเตา
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ