นางรีบเดินตรงไปยังหน้าเตียง ก้มหน้าร่ำไห้สะอึกสะอื้น “ซื่อจื่อ ชัดเจนว่าเป็พวกเขาที่รังแกข้า! ท่านเป็สามีของข้า จะต้องให้ความเป็ธรรมกับข้านะเ้าคะ!”
ฉู่จี้เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ที่แท้ ขณะที่เขาหลับ คนที่พูดจ้อไม่หยุดอยู่ข้างหูเขาก็คือนาง เสียงเจื้อยแจ้วของนางก่อกวนเขาอยู่ตลอด
“สามี?” ฉู่จี้เฟิงก้มหน้ามองนาง น้ำเสียงแหบพร่ามาพร้อมแววตาเ็าแฝงไปด้วยความรังเกียจ
หญิงสาวตรงหน้าที่เดิมรูปร่างผอมบาง ดวงตากลมโตเปล่งประกายสดใส ทว่าตอนนี้ผมเผ้ากลับยุ่งเหยิง บางส่วนปรกลงมาปิดาแบนหน้าผากจนเห็นเพียงรางๆ ช่างเป็ภาพที่ดูไม่ได้เอาเสียเลย
แม้แต่การพักผ่อนดีๆ ยังไม่ได้ นี่ถึงขนาดยัดเยียดภรรยาให้เขาแล้วหรือ
ซูอิ่นเย่ว์รีบพยักหน้า “วันนี้พวกเราเพิ่งทำพิธีแต่งงาน ข้าเป็ภรรยาของท่าน!”
ถึงแม้ว่าเ้าบ่าวของนางจะเป็ไก่ก็ตามเถอะ
พระชายาหลิงอ๋องหัวเราะเยาะ “เฟิงเอ๋อร์ ซูอิ่นเย่ว์แต่งเข้ามาเพียงเพื่อเสริมดวง ตอนนี้เ้าฟื้นแล้ว นางก็หมดประโยชน์ หรือว่าเ้าจะยอมรับหญิงชั้นต่ำเช่นนางเป็พระชายาซื่อจื่อ? พวกเราต่างหากที่เป็ครอบครัวเดียวกัน นางทำร้ายลูกพี่ลูกน้องของเ้า เ้าคิดจะละเว้นชีวิตนางอย่างนั้นหรือ”
ซูอิ่นเย่ว์กัดฟัน
พระชายาหลิงอ๋องผู้นี้ช่างอำมหิตยิ่งนัก! เพียงเพราะนางเป็บุตรีอนุ ชีวิตของนางจึงไม่มีค่าเลยเช่นนั้นหรือ
ฉู่จี้เฟิงปรับท่านั่งให้สบายขึ้น มุมปากหยักยกเป็รอยยิ้มเจือความเย้ยหยัน ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่น
ซูอิ่นเย่ว์ตัดสินใจแน่วแน่ โถมตัวเข้าไปกอดเอวของเขาแน่นทั้งสองมือ “ซื่อจื่อ พวกเราเป็สามีภรรยากัน เช่นนั้นพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกันนะเ้าคะ!”
ฉู่จี้เฟิงเลิกคิ้ว
อืม...หน้าหนาไม่น้อยเลยทีเดียว
ผู้คนภายในห้องต่างพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่
หญิงสาวบุตรีอนุผู้นี้คงโง่เขลานัก! มัจจุราชฉู่เกลียดการถูกผู้อื่นแตะต้องที่สุด เคยมีสาวใช้เผลอไปโดนตัวเขาเพียงครั้งเดียว ถึงกับถูกตัดมือทั้งสองข้างทันที!
พระชายาหลิงอ๋องแสยะยิ้มเ็า
ซูอิ่นเย่ว์ช่างรนหาที่ตายเองโดยแท้!
ทว่านางรอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่เห็นฉู่จี้เฟิงลงมือ
ฉู่จี้เฟิงเอียงศีรษะเล็กน้อย ไม่ได้สนใจพระชายาหลิงอ๋อง กลับหันไปจ้องมองสวีชิงหย่วนแทน
“เ้าอยากตายแบบไหน”
พระชายาหลิงอ๋องตัวสั่นสะท้าน
นางเริ่มสงสัยว่าฉู่จี้เฟิงยังไม่ได้สติจากการหลับใหล หรือเขาจะยอมสังหารหลานชายของนางเพียงเพราะสตรีซึ่งเป็เพียงบุตรีอนุผู้หนึ่ง!
“พี่...พี่...พี่ชาย...” สวีชิงหย่วนหวาดกลัวจนเหงื่อแตกพลั่ก เขาไม่สนใจความเ็ปที่บาดลึก รีบคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต “เป็นางที่ยั่วยวนข้า เื่นี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลย! ข้า...ข้าสูญเสียความสามารถในการสืบทายาทไปแล้ว ขอพี่ชายไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”
ฉู่จี้เฟิงก้มหน้าลงเล็กน้อย แพขนตายาวหนาปิดซ่อนแววตาไว้
พระชายาหลิงอ๋องรู้สึกเหมือนหัวใจถูกเผาไหม้ “เฟิงเอ๋อร์ วันนี้เป็วันสมรสของเ้า จะให้มีคนตายในวันมงคลเช่นนี้ได้อย่างไร”
นางไม่กล้าขัดขวางฉู่จี้เฟิง เพราะในจวนอ๋องแห่งนี้ นางกับหลิงอ๋องไม่เคยเป็ผู้ที่กุมอำนาจ
“ก็จริง” ฉู่จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย
สวีชิงหย่วนตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าฉู่จี้เฟิงจะปล่อยเขาไป
เมื่อได้สติกลับมา ก็รีบโขกศีรษะขอบคุณ “ขอบคุณพี่ชาย! ขอบคุณพี่ชาย!”
“ลุกขึ้นเถอะ” ฉู่จี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ พลางเล่นอะไรบางอย่างในมืออย่างไม่ใส่ใจ
บ่าวรับใช้รีบเข้ามาพยุงสวีชิงหย่วน ทันใดนั้น เสียงลมแหวกอากาศพลันดังขึ้นเสียงหนึ่ง สวีชิงหย่วนที่เพิ่งลุกขึ้นยืน รู้สึกได้ถึงของมีคมเฉือนผ่านลำคอ เขาส่งเสียงสุดท้ายได้เสียงหนึ่งก็ทรุดลงกับพื้น สิ้นใจเสียแล้ว
โลหิตพุ่งกระจายไปทั่ว กลิ่นคาวเือบอวลไปทั่วห้อง!
เหล่าบ่าวไพร่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พากันถอยกรูออกจากห้อง พระชายาหลิงอ๋องที่อยู่ไม่ไกลนักถูกเืสาดใส่ใบหน้า ใแทบสิ้นสติ
ฉู่จี้เฟิงไม่ใส่ใจคราบโลหิตเ่าั้แม้แต่น้อย ราวกับยังรู้สึกพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ เขาเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
“แบบนี้สิถึงจะน่าสนใจ”
คำพูดนั้นแว่วผ่านเหนือศีรษะของซูอิ่นเย่ว์ นางรู้สึกได้ถึงความเย็นะเืที่แล่นขึ้นมาตามไขสันหลังจนมือไม้เย็นเฉียบ นางเผลอปล่อยมือจากตัวเขาโดยไม่รู้ตัว
บุรุษผู้นี้ั้แ่ต้นก็ไม่คิดจะปล่อยสวีชิงหย่วนไป เขาตั้งใจรอจนอีกฝ่ายดีใจเสียก่อนแล้วค่อยลงมือสังหาร
นางแต่งงานกับบุรุษเช่นนี้จริงหรือ!
พระชายาหลิงอ๋องสะบัดตัวออกจากแม่นมที่คอยประคอง โกรธจนเส้นเืบนหน้าผากปูดโปน
“สวีชิงหย่วนเป็หลานของข้า! เป็ลูกพี่ลูกน้องของเ้า! เ้าไม่กลัวฟ้าผ่าหรืออย่างไร!”
“เขาไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้แล้ว ข้าก็แค่ส่งเขาไปให้พ้นทาง จะได้ไม่ทำให้ตระกูลอับอายในภายหลัง” ฉู่จี้เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้า ไม่เห็นพระชายาหลิงอ๋องอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย “อีกอย่าง มารดาของข้าจากไปนานแล้ว เ้ากล้าดีอย่างไรมาอ้างตัวเป็ญาติของข้า”
พระชายาหลิงอ๋องหน้าถอดสีด้วยความโกรธ “ข้าเป็ภรรยาที่พ่อเ้าสู่ขอเข้ามาตามประเพณีสามหนังสือหกพิธีการ [1] เป็ผู้าุโของเ้า!”
ฉู่จี้เฟิงยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มเยียบเย็น “เป็เพียงแค่ภรรยาคนที่สอง มีสิทธิ์อันใดมาทำอวดเบ่งต่อหน้าข้า เ้าคิดว่าข้าควรตัดลิ้นของเ้าทิ้งด้วยดีหรือไม่”
“เ้า...เ้า...!”
พระชายาหลิงอ๋องที่เดิมก็ได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งถูกฉู่จี้เฟิงเย้ยหยันเช่นนี้ ลมหายใจจึงติดขัด ตาเริ่มพร่ามัว จากนั้นจึงเป็ลมหมดสติไปทันที
“รีบพาพระชายากลับไป!” หลี่หมัวมัว [2] ะโสั่ง
เหล่าสาวใช้ต่างลนลานเข้ามาช่วยกันแบกพระชายาหลิงอ๋องออกไป
“เดี๋ยวก่อน” ฉู่จี้เฟิงเอ่ยขัด
หลี่หมัวมัวตัวสั่นเทา รีบคุกเข่า ไม่กล้าสบตาฉู่จี้เฟิง “ซื่อจื่อมีอะไรจะสั่งหรือเ้าคะ”
“เอาศพออกไปด้วย ทำความสะอาดให้เรียบร้อย” ฉู่จี้เฟิงกล่าวเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะปรายตามอง
“เ้าค่ะๆ!” หลี่หมัวมัวรู้สึกโล่งอก หันสั่งให้ทหารยกศพออกไป ก่อนจะให้บ่าวหญิงในเรือนรีบเช็ดถูพื้นให้สะอาดไร้ร่องรอยของโลหิต
ระหว่างเดินออกไป หลี่หมัวมัวขาสั่นจนแทบทรุด เดินสะดุดอยู่หลายครั้ง
เมื่อคนกลุ่มใหญ่จากไป เรือนชูอวิ๋นกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
สายลมยามราตรีพัดผ่านเข้ามาในห้อง กลิ่นคาวเืยังคงอ้อยอิ่งอยู่ใต้จมูก ซูอิ่นเย่ว์เพิ่งรู้สึกตัวว่าร่างกายของตนเองกำลังสั่นสะท้าน
ฉู่จี้เฟิงเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของนาง ในใจครุ่นคิดว่าจะจัดการกับนางอย่างไรดี ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นหอมประหลาดบางอย่าง
“เ้า...”
คิดจะกลั้นหายใจก็ไม่ทันเสียแล้ว เขาไอหนักทันที
ซูอิ่นเย่ว์เผลอขยับเข้าไปใกล้ ถามด้วยความเป็ห่วง “ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ”
ฉู่จี้เฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปลี่ยนเป็สีแดงฉานน่าหวาดหวั่น คล้ายกับเสียสติไปแล้ว ซูอิ่นเย่ว์อยากถอยกลับทว่าไม่ทันการณ์ ถูกเขาจับเหวี่ยงขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว
แม้ศีรษะด้านหลังของนางจะกระแทกลงบนฟูกนุ่ม แต่นางก็ยังเจ็บจนต้องครางออกมาเบาๆ
“โอ๊ย!”
หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่หัวไหล่
บ้าเอ๊ย! นางโดนฉีกเสื้ออีกแล้ว!
“ปล่อยข้านะ!” ซูอิ่นเย่ว์ใจนร้องลั่น ดิ้นรนสุดกำลัง ทั้งต่อยทั้งถีบ
เพิ่งเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว นางยังไม่ได้เตรียมใจจะเข้าห้องหอเสียหน่อย!
แต่ดูเหมือนฉู่จี้เฟิงจะไม่ได้ยินเสียงนางเลย เขากดร่างของนางลงกับเตียงก่อนจะกัดเข้าที่ลำคอราวกับคนเสียสติ
ความเ็ปแล่นพล่าน แม้จะเป็เช่นนั้น แต่ใบหน้าของบุรุษผู้นี้กลับงดงามไร้ที่ติ ถามหน่อยเถอะ มีสตรีสักกี่คนที่ต้านทานเสน่ห์เย้ายวนนี้ได้
เสียงฉีกทึ้งเสื้อผ้าดังขึ้นติดกันอีกหลายเสียง
ซูอิ่นเย่ว์หน้าแดงก่ำ บัดนี้ร่างกายของนางเย็นเฉียบ ไร้สิ่งใดปกปิด!
บัดซบ!
นางออกแรงผลักเขาสุดกำลัง แต่เขากลับมั่นคงราวกำแพงเหล็ก ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
ทันใดนั้น เขากัดลงบนหัวไหล่นางเต็มแรง ซูอิ่นเย่ว์เจ็บจนขมวดคิ้วแน่น เืเริ่มซึมออกมาเปื้อนชุดแดงของฉู่จี้เฟิง ทำให้สีแดงเข้มขึ้นไปอีก
เขาหอบหายใจหนักหน่วง ไม่เหมือนคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงราคะ แต่กลับเหมือน…พิษกำเริบมากกว่า
ซูอิ่นเย่ว์คลั่งไคล้การศึกษาพิษชนิดต่างๆ นางจึงคุ้นเคยกับอาการเหล่านี้เป็อย่างดี
“ซื่อจื่อ!” ซูอิ่นเย่ว์ร้องเสียงดัง “ได้สติหน่อยสิ!”
ฉู่จี้เฟิงชะงักไปชั่วขณะ นางใช้โอกาสนี้ฝังเขี้ยวลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง!
แข็งมาก! ฟันของนางะเืไปหมด
เพราะออกแรงมากเกินไป ลิ้นของนางจึงััได้ถึงรสเื
ฉู่จี้เฟิงครางต่ำ ความพร่ามัวในดวงตาค่อยๆ จางหาย สติกลับคืน
“เ้าคิดจะกัดสามีของตนจนตายหรือ”
เชิงอรรถ
สามหนังสือหกพิธีการ คือ ขั้นตอนการสู่ขอแบบเต็มพิธีการของจีนโบราณ
หมัวมัว คือ คำเรียกหญิงรับใช้าุโ