ตอนที่ 58 ปะทะคารม
ความคิดเน่าเฟะ!
ข้อกล่าวหานี้รุนแรงเกินไปสีหน้าของทุกคนในครอบครัวหานดูแย่ลงในทันที โดยเฉพาะย่าเฒ่าหานที่แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว
ปกติเหรัญญิกหลี่ไม่ค่อยได้เจอหานชีเยวี่ยดังนั้นเขาจึงไม่เคยสังเกตเห็นว่าหานชีเยวี่ยงดงามเพียงใด
วันนี้เมื่อได้เห็นจึงรู้สึกว่าหานชีเยวี่ยเหมือนคุณหนูตระกูลนายทุน ผิวพรรณผุดผ่อง งดงามไม่เหมือนเด็กสาวบ้านนอกทั่วไปคนแบบนี้ควรได้รับการสั่งสอนให้รู้จักคุณค่าของการทำงาน ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องให้เธอรู้ว่า หากต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในชุมชนนี้ ก็ต้องยอมเสียสละบางอย่าง!
"เหรัญญิกหลี่ทุกวันชีเยวี่ยต้องทำงานบ้าน ทำอาหารซักผ้าให้คนทั้งบ้านส่วนงานที่ได้รับมอบหมายของเธอพวกเราจะช่วยกันทำงานในส่วนของเธอเอง"หานเซี่ยงหยางพูดขึ้นหลังจากตั้งสติได้
หานเซี่ยงหยางพูดความจริงตั้งแต่หานชีเยวี่ยเรียนจบ พี่ชายน้องชายของเธอก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเสี่ยงจึงรีบไปหาคนบันทึกคะแนนงานของชุมชน เพื่อเพิ่มคะแนนงานให้กับหานชีเยวี่ย
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพี่น้องของหานชีเยวี่ยเป็นคนทำงานส่วนของเธอเอง ถึงแม้จะเหนื่อยกว่าปกติแต่เพราะคนเยอะ แถมยังเป็นชายฉกรรจ์ จึงพอรับมือไหว
เหรัญญิกหลี่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนพอได้ยินก็รู้สึกงุนงง ในใจด่าคนบันทึกคะแนนว่าโง่เขลา ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้?
"พวกแกทำงานของตัวเองแล้วยังมีแรงไปทำงานของหานชีเยวี่ยอีก?ดูเหมือนว่างานที่แบ่งให้พวกแกยังน้อยเกินไปสินะ!งั้นวันนี้ฉันจะไปบอกให้พวกแกไปซ่อมเขื่อนกันหมดเลย!"
คำพูดของเหรัญญิกหลี่ฟังดูไม่น่ารักนักทุกคนในครอบครัวหานหน้าเสีย ซ่อมเขื่อนเหรอ? ดูเหมือนวันนี้เหรัญญิกหลี่ตั้งใจจะหาเรื่องครอบครัวพวกเขาเข้าแล้ว!
ย่าเฒ่าหานรู้ดีว่า เด็กๆในบ้านไม่ควรไปซ่อมเขื่อน งานนั้นหนักมากปกติแต่ละครอบครัวจะส่งคนไปแค่คนเดียวต่อปี ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาลูกชายคนโตของครอบครัวเธอก็ไปมาแล้ว
"เหรัญญิกหลี่ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะมันไม่ถูกต้องตามกฎ!" หยางชุนจือรีบพูดแย้ง
"กฎ? ฉันบอกให้แกนะหยางชุนจือ ที่ชุมชนถวนเจี๋ยนี้ ฉันคือกฎ!"
เหรัญญิกหลี่มองหยางชุนจือ หญิงแก่ทรงเสน่ห์ในใจยังคงรู้สึกจักกะจี้เล็กน้อย เขาเคยผ่านผู้หญิงมามาก แต่สองสาวบ้านหานนี้เป็นสาวที่เขาไม่เคยกล้าแตะต้อง
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะพี่น้องบ้านหานทั้งสองคนต่อสู้เก่งต่อมาก็เพราะมีผู้หญิงคนอื่นที่ยินยอมพร้อมใจเขาจึงไม่สนใจหญิงสาวสองคนนี้อีกต่อไป
"พูดอะไรของแกวะ!แกเป็นเหรัญญิกชุมชน ไม่ใช่พ่อของชุมชนถวนเจี๋ยสักหน่อย!"หานซานหยางถ่มน้ำลายแล้วด่า
ทุกคนในครอบครัวหานรู้ว่าการด่าคนในตอนนี้ไม่ดีแต่ต้องยอมรับว่า พอได้ยินหานซานหยางด่าแบบนี้ พวกเขาก็รู้สึกสะใจ
"เหรัญญิกหลี่คุณพูดแบบนี้เหมือนกับว่าครอบครัวหานเราได้เปรียบไปมาก รู้สึกผิดบ้างไหม?"หานซื่อหยางพูดเสริมทันที
"ปกติเวลาทำงาน งานที่หนักที่สุดเหนื่อยที่สุด พวกเราครอบครัวหานเราไม่เคยบ่น แต่ครอบครัวหลี่อย่างพวกแกได้คะแนนงานสูงแต่ทำงานอะไรบ้าง?" ในเมื่อพูดกันขนาดนี้แล้วหานเซี่ยงหยางก็ไม่ต้องเกรงใจอีกต่อไป
บ้านพวกเขามีลูกชายเยอะการมีลูกชายเยอะไว้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อปกป้องคนในครอบครัว?
ถ้าต่อหน้าพวกเขาแล้วครอบครัวของเขาถูกรังแก พวกเขายังจะมีประโยชน์อะไรอีก?
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนใครให้ความกล้าแกมาพูดกับฉันแบบนี้?"
เหรัญญิกหลี่ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในชุมชนไม่เคยถูกใครดูหมิ่นแบบนี้มาก่อน วันนี้ถูกเด็กหนุ่มบ้านหานหลายคนต่อว่าสีหน้าเขาก็ดูไม่ดีนัก เขามองครอบครัวหานด้วยสายตาอาฆาตอยากจะลากครอบครัวหานไปที่ลานนวดข้าวตอนี้
ในใจเขากำลังคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะลากครอบครัวนี้ไปที่ลานนวดข้าวได้
ทั้งหมดเป็นความผิดของกู้อวิ๋นฉีไอ้ขี้ขลาดตาขาวคนนั้น หลายปีมานี้ชุมชนของพวกเขาจึงไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ใครที่ลานนวดข้าว
คงเป็นเพราะแบบนี้ครอบครัวหานพวกนี้ถึงได้ใจกล้ามาต่อกรกับเขา
"ไม่ต้องมีใครให้ความกล้ามาหรอกเรื่องเป็นยังไง คนในชุมชนก็รู้กันหมด บนสมุดบันทึกคะแนนงานก็ชัดเจนเราจะไปพูดเรื่องนี้ที่สหคามไหม? หรือจะไปพูดกันที่กองทหารของอำเภอล่ะ?"
หานซานหยางโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำท่าทีดูเหมือนจะพุ่งเข้าไปต่อยคนได้ทุกเมื่อ
ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะรู้สึกอับอายแต่เหรัญญิกหลี่เป็นใครกัน? เขาแค่รู้สึกว่าตัวเองเสียหน้าจึงทำให้ยิ่งเกลียดครอบครัวหานมากขึ้น
"หานซานหยาง แกคิดว่าแกเป็นใคร?เจ้าหน้าที่สหคามถึงจะมาหาเรื่องฉันเพราะเด็กเมื่อวานซืนอย่างแก?ยังจะไปกองทหารของอำเภออีก..."
พอพูดถึงกองทหารของอำเภอขึ้นมาเหรัญญิกหลี่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง หานซานหยางเจ้าเด็กคนนี้ไม่ได้พูดถึงกองทหารของอำเภอขึ้นมาโดยปราศจากเหตุผล
หานซวงหยางเป็นทหารประจำการถ้าเรื่องนี้ไปถึงกองทหารของอำเภอจริงๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับความเสียหายอะไรมากแต่ก็คงไม่ได้อะไรดีๆ แน่นอน
น่ารังเกียจจริงๆ
หานลู่หยางเห็นท่าไม่ดีจึงแอบวิ่งออกจากบ้านไป ขณะที่เขายืนอยู่หน้าบ้านเพื่อคิดว่าควรจะไปขอความช่วยเหลือจากใครดี จู่ๆฉู่เจี้ยนกั๋วก็เดินเข้ามา
ฉู่เจี้ยนกั๋วเห็นหานลู่หยางมีสีหน้ากังวลจึงรีบถาม หานลู่หยางเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง
"ฉันเข้าไปดูเองเธอไปหาผู้นำชุมชนเถอะ" ฉู่เจี้ยนกั๋วพูดทันที
ในชุมชนถวนเจี๋ยนี้ถ้าพูดถึงคนที่สามารถจัดการกับเหรัญญิกหลี่ได้ คงมีแค่ผู้นำชุมชนเท่านั้น
ไม่มีเหตุผลอื่นใด ผู้นำชุมชนกู้อวิ๋นฉีพวกเขามีตระกูลกู้หนุนหลัง อิทธิพลของตระกูลกู้ในชุมชนถวนเจี๋ยนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าตระกูลหลี่เลย
ในชุมชนกว่าร้อยหลังคาเรือนมีมากกว่าหกสิบหลังคาเรือนที่เป็นตระกูลกู้ส่วนตระกูลหลี่มีไม่ถึงสี่สิบหลังคาเรือน ยิ่งไปกว่านั้นหัวหน้าชุมชนเป็นคนเที่ยงธรรม ทำงานอย่างยุติธรรม เป็นที่รักของคนในชุมชนจุดนี้เหรัญญิกหลี่เทียบไม่ติด
ฉู่เจี้ยนกั๋วอยู่ในชุมชนถวนเจี๋ยนี้มานานหลายปีเรื่องอื่นเขาอาจจะไม่รู้ แต่เรื่องใครเก่งกาจที่สุดในชุมชนนี้ เขาย่อมรู้ดี
เหรัญญิกหลี่ไม่ทันสังเกตว่าครอบครัวหานหายไปคนหนึ่งเขายังคงเผชิญหน้ากับหานซานหยาง
"หานจิ่งจงแกไม่คิดจะสั่งสอนลูกชายแกหน่อยเหรอ? เด็กแบบนี้โตขึ้นไปต้องลำบากแน่!"
เหรัญญิกหลี่พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่กัดฟันกรอดๆ หานจิ่งจงเป็นคนซื่อๆ แต่ก็เข้าใจความหมายของคำขู่ในใจเขารำคาญเหรัญญิกหลี่มาก แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มเจื่อนๆ
"เหรัญญิกหลี่คุณเป็นคนไม่คิดเล็กคิดน้อย อย่าไปถือสาเด็กเลย"
"เด็ก? ลูกชายบ้านแกอายุก็ไม่น้อยแล้วนะบ้านอื่นอายุเท่านี้ คงได้อุ้มหลานสองคนแล้วแหละ! "เหรัญญิกหลี่พูดด้วยน้ำเสียงถากถาง
ฝีปากของเหรัญญิกหลี่ร้ายกาจมากจงใจพูดให้ครอบครัวหานเจ็บใจ คนในชุมชนรู้กันดีว่าครอบครัวหานฐานะยากจนจึงหาแต่งภรรยาไม่ได้ ในบ้านจึงมีแต่ชายโสด
เหรัญญิกหลี่อยากเห็นสีหน้าโกรธเคืองและอับอายของครอบครัวหานแต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกคนในครอบครัวหานไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
นี่ทำให้เหรัญญิกหลี่รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก
เขาคิดในใจ ไม่น่าจะเป็นไปได้!