หลังจากที่ทุกคนพักรักษาตัวจากอาการาเ็ที่ถูกทำร้ายทุกคนรวมตัวกันที่เซฟเฮาส์ เพื่อความปลอดภัยดาบบุญช่วยเสริมกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบคอยเฝ้าระวัง
เช้าวันรุ่งขึ้นหมวดอิงอิ้งโทรศัพท์เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาของตน ต่อเหตุการณ์ที่สายสืบและตนถูกทำร้ายเพื่อหวังชิงข้อมูล
แจ้งว่าตนมีหลักฐานสำคัญว่าใครคือผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เสียงปลายสายมีน้ำเสียงเข้มกว่าปกติที่หมวดสาวเคยคุยสายด้วย
“รีบส่งข้อมูลหลักฐานให้ผมด่วนเลยหมวดยิงตรงถึงผมคนเดียวนะ...เอ มีใครรู้เื่ตัวการใหญ่รึยัง ผมจะได้ดำเนินการรายงานผู้บัญชาการระดับสูงต่อไป ตอนนี้หมวดอยู่ที่ไหน”
หมวดอิงอิ้งรู้สึกประหลาดใจที่น้ำเสียงของเ้านายดูตื่นเต้นร้อนรนเร่งให้เธอส่งข้อมูลให้
“ท่านคะอิ้งรู้สึกไม่ปลอดภัยนะคะ ขอกำลังเสริมมาคุ้มกันที่เซฟเฮาส์ก่อนค่ะ ส่วนข้อมูลทั้งหมดอิ้งจะส่งให้ภายหลังขอให้ท่านตั้งคณะกรรมการตรวจรับข้อมูลแล้วอิ้งจะส่งมอบให้คณะกรรมการค่ะ เื่นี้ตัวบงการใหญ่มากนะคะ อิ้งรับผิดชอบคนเดียวไม่ไหว”
สายปลายทางแสดงอารมณ์ไม่พอใจขึ้นมาทันที “หมวด.....คุณกำลังก้าวก่ายอำนาจผมนะ ผมสามารถรับข้อมูลจากคุณในฐานะผู้บังคับบัญชาได้ทำไมยึกยักชักช้านักนะ มันจะอะไรกันมากมายคุณก็รู้ เป็ตำรวจมันก็เสี่ยงแบบนี้ละ” เธอไม่ได้รับคำตอบจากเ้านายเื่การตั้งคณะกรรมการ เมื่อวางสายลงเมฆหมอกแห่งความกังวลปกคลุมจิตใจทันที
ผ่านจากเมื่อวานจนถึงเช้าวันนี้เมื่อขุนฟองพบหญิงสาวในดวงใจ แววตาฉายความห่วงใยขณะเดียวกันอมยิ้มอย่างมีความสุข เพราะจากเหตุวิกฤตทำให้เขารับทราบความรู้สึกของเธอว่าไม่ได้รังเกียจเขา
ส่วนหมวดสาวมีอาการเขินอายอย่างชัดเจน “ท่านขุนฟองแผลที่แขนเป็อย่างไรบ้างคะ” สาวสวยยิ้มสบตาเป็ประกายหวานกับชายหนุ่ม
“ข้าเ้าบ่เป็หยังแม่นางหายปวดแผลก่”
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ปวดตัวที่ได้ออกกำลังกายเล็กน้อย 55555”
ชายหนุ่มทำหน้างงกับคำ‘ออกกำลังกาย’ กำลังจะถาม
ทันใดก็มีเสียงโทรศัพท์ของหมวดสาวดังขึ้นซึ่งเป็ไรเดอร์มาส่งดอกกุหลาบขาวช่อโตให้สาวสวยเธอรับดอกไม้ อ่านการ์ดที่แนบมา ข้อความว่า ‘หายไวไวนะคะ สู้ๆพี่กล้าเป็กำลังใจ และเป็ห่วงน้องอิ้งเสมอ’ เธอยิ้มอ่อนๆ อย่างสดชื่นรู้สึกดีที่มีคนมาชอบ
ขุนฟองเห็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ใกล้ชิดกันเมื่อวาน จึงอดถามด้วยความสงสัยเจือความหวงไม่ได้“อะหยังก่อ..ดอกไม้เพื่อบูชาพระยุคนี่บ่ใช้ดอกบัวแต๊ก๋า”
“อ๋อ..มีคนส่งดอกไม้ให้ชั้นค่ะในยุคนี้การส่งดอกไม้ให้เป็การแสดงความรู้สึกต่างๆ เช่นความห่วงใย แสดงความยินดี แสดงความรักระหว่างชายกับหญิง”
คำสุดท้ายหญิงสาวพูดทิ้งท้ายเป็การหยั่งเชิงอย่างมีเลศนัย ส่วนชายหนุ่มสะดุดใจกับคำ ‘แสดงความรักระหว่างชายกับหญิง’
อารมณ์หม่นหมองจากความผิดหวังก่อตัวขึ้นจนไม่กล้าสบตากับสาวงาม แต่กลั้นใจถามเพื่อกลบเกลื่อนความความรู้สึกของตน
“แล้วใช้บูชาพระได้ก่” อิงอิ้งอดทำหน้าผิดหวังจนต้องคิด “นี่พ่อคู้น...ทำไมช่างซื่อแบบนี้นะคะคุณชายเราก็อุตส่าห์จะปั่นไม่รู้เื่ซะงั้น” เธอยิ้มพร้อมพยักหน้าเบาๆ แทนการตอบคำถาม
ขณะที่ดร.จักรินทร์พยายามหาข้อมูลเพื่อหาทางเดินทางย้อนเวลากลับของของขุนฟองกับไอ้คำ ความมุ่งมั่น ครุ่นคิดสะท้อนผ่านแววตาเกิดความเหนื่อยล้าจนต้องพิงผนักเก้าอี้เพื่อพักสายตา เขาผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัวในสภาวะจิตที่กึ่งหลับกึ่งตื่นนั้น พลันเกิดแสงสว่างชุ่มเย็นนวลตา กลางแสงสว่างนั้นปรากฏพระภิกษุรูปหนึ่ง
“เจริญพรโยมนักปราชญ์” ในนิมิตนั้นดร.จักรินทร์ก้มกราบพระมหาเถระรูปนั้นด้วยความศรัทธาทั้งที่ไม่เคยพบกันมาก่อน
“กราบนมัสการขอรับหลวงพ่อมาหากระผมมีอะไรให้ผมช่วยเหลือได้บ้างขอรับ”
“บ่เป็หยังอาตมาแค่มาทักทายขอฝากข้อความไว้เน้อ
วันเดือนปีเคลื่อนคล้อย สรรพชีวิตลอยตามกระแส
ไม่มีวันหวนแต่กลับผันแปร ตะวันแม้ลาลับ
ถ้าจันทร์นั้นเวียนกลับมา คืนวันสัปดาห์นับตรงกัน
ดวงแก้วจ้าสว่างพลัน มิพลิกผันได้หวนคืน
จบคำดร.จักรินทร์สะดุ้งตื่น ความรู้สึกที่ััได้นั้นชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริงคิ้วขมวดคิดทบทวนบทกลอน พลันสายตาเหลือบไปที่โต๊ะทำงานของตน ขนลุกวาบจากศีรษะถึงปลายเท้ายกมือพนมไหว้ด้วยความศรัทธา มีกระดาษสาโบราณพร้อมคำกลอนวางอยู่บนโต๊ะ
ดร.จักรินทร์พยายามไขปริศนาจากคำกลอนท่องกลอนวนไปมา “ตะวันแม้ลาลับ ถ้าจันทร์นั้นเวียนกลับมา คืนวันสัปดาห์นับตรงกัน มันต้องเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์แน่นอน หรือหมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์เรียงกันเป็เส้นตรง....เฮ้ย จันทรุปราคารึปล่าว” คิดวิเคราะห์แต่หาคำตอบไม่ได้ จึงกุมหัวพร้อมถอนหายใจยาวๆ ส่ายหัวแววตาแสดงความท้อ
“หนูอิ้ง ลุงจั๊กกำลังหาทางย้อนเวลากลับไปให้ท่านขุนฟองมาๆท่านด้วย ขอถามขอมูลหน่อย”
พร้อมเล่าให้ขุนฟองฟังที่มีพระรูปหนึ่งร่ายกลอนเพื่อเป็ปริศนาในนิมิต
“คงเป็ครูบาจันทร์อาจารย์ของข้าเ้าเปิ้นคงมาแจ้งทางกลับบ้านเฮาแม่นก่”
“ท่านขุนฟอง วันที่ท่านมาถึงที่เคยบอกว่ามีแสงสว่าง แสงมาจากไหนครับ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดทบทวนอยู่สักครู่จึงเล่าว่า“ข้าเ้าบ่ฮู้แจ้งนักคงเป็แสงจากแก้วมณีของข้าเ้า บัดนั้นกองตะหานกำลังล้อมข้าเ้ากับไอ้คำยิงธนูเข้าใส่นักบ่เมินข้าก็มาถึงที่นี่”
ดร.จักรินทร์เอามือเท้าคางครุ่นคิดอย่างหนัก “แสงจากดวงแก้ว แสงจันทร์ข้างขึ้น สัมพันธ์กันยังไงอนุภาคที่ละเอียดทำให้เกิดพลังงานมหาศาล จึงเคลื่อนที่เร็วมากจนข้ามเวลามาอนาคตได้ แต่จะกำหนดวันเวลาที่มาได้ไง”คิดพลางเปิดคอมพิวเตอร์หาข้อมูลเพิ่ม จดข้อมูลที่ได้บนกระดาษขีดเขียนไปมาจนเหนื่อยล้าต้องถอดแว่นพักสายตาลงชั่วครู่
วันถัดไปหมวดอิงอิ้งปรากฏตัวที่สถานีตำรวจเพื่อสืบเบาะแสถึงแก๊งที่บุกจับตัวเธอ เป้าหมายของเธอคือการเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมดเข้ากับการที่เธอถูกทำร้าย เพื่อผลักดันให้มีการตั้งคณะกรรมการรับมอบข้อมูลเกี่ยวกับคดีทั้งหมด และที่ขาดไม่ได้คือจอมบงการที่เป็บิ๊กมีสีในวงการตำรวจ หมวดสาวรู้สึกขุ่นข้องหมองใจใบหน้าเรียบสงบปราศจากรอยยิ้ม
จากที่ได้รับรายงานจากดาบบุญช่วยเื่สายสืบถูกทำร้าย เธอจึง้าหาหลักฐานจากการลงมือของคนร้าย เพื่อเตรียมกระชากหน้ากากจอมบงการค้ายาเสพติดรายใหญ่นี้ หมวดอิงอิ้งจึงไปพบพันตำรวจตรีสุดกล้า บุญมานันท์ รองผู้กำกับการกองบังคับการข่าวกรองยาเสพติดเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ณ ห้องทำงาน
นับั้แ่วันแรกที่เหยียบย่างเข้าปฏิบัติการในพื้นที่นี้สารวัตรกล้าก็พยายามสานสัมพันธ์เพื่อจีบหมวดสาวคนสวยอย่างชัดเจน แต่หมวดสาวกลับไม่ได้รุ้สึกมีใจให้แม้แต่น้อย สารวัตรหนุ่มเพียรพยายามส่งดอกไม้ ขนมในโอกาสสำคัญต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ใจเธอเต้นแรงได้เลย บางครั้งกลับสร้างความรำคาญให้ด้วยซ้ำจนเธอตั้งกำแพงใจขึ้นกั้นไว้สูงระดับหนึ่ง
ทันที่ที่สารวัตรสุดกล้าเห็นหมวดคนสวยเข้ามา ใบหน้ามีรอยยิ้มกว้างแววตาฉายความหวานฉ่ำเป็ประกายขึ้นมาทันที “แผลที่แขนเป็ยังไงบ้างคะ หายเจ็บรึยัง พี่กล้าเป็ห่วงอิ้งมากนะคะ ดอกไม้ที่ส่งไปสวยไม๊คะพี่ไปเลือกเองที่ร้านเลยนะ ชอบไม๊”
หมวดอิงอิ้งยิ้มตอบแต่แววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งประกายแวววาวแม้แต่น้อย
“ชอบค่า...ดอกไม้สวยมากค่ะขอบคุณพี่กล้ามากๆ นะคะอิ้งเกรงใจมากเลย ครั้งหน้าไม่ต้องนะคะ” แม้จะรู้สึกดีที่มีคนส่งดอกไม้ให้ แต่เธอไม่ได้รู้สึกประทับใจหรือหวามไหวกับความรู้สึกที่‘เพื่อนรุ่นพี่’ คนนี้ให้ความสำคัญกับเธอ
สารวัตรรุ่นพี่ถึงกลับหน้าเจื่อน รอยยิ้มที่เบ่งบานก่อนหน้านี้หายไปทันใด ดวงตาฉายแววผิดหวังขึ้นวูบหนึ่ง
“พี่กล้า อิ้งจะขอข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายหลักฐานต่างๆที่เก็บได้จากตอนที่อิ้งโดนระดมยิงที่เซฟเฮาส์ คลิปจากกล้องวงจรปิดแถวนั้นกับคลิปจากกล้องในรัศมีโดยรอบสองสามร้อยเมตรจากจุดที่อิ้งโดนรุมทำร้ายเมื่อวันก่อนด้วยนะคะพี่กล้าช่วยน้องหน่อยนะคะ” ประโยคหลังน้ำเสียงหมวดสาวเปลี่ยนไปดูเหมือนอ้อนเล็กน้อย
สารวัตรหนุ่มจับน้ำเสียงได้จึงรู้ทันว่าหมวดสาวกำลังอ้อนเพื่อหวังผล
“อ้าว...พี่เคยส่งให้ท่านผู้กำกับฉัตรไปแล้วนะทำไมมาขออีกคะ” พร้อมแววตางุนงงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้กำกับฉัตรคือพันตำรวจเอกฉัตรชัย ยอดเมฆาผู้กำกับการ กองกำกับการปราบปรามยาเสพติด ประจำพื้นที่ภาคนี้
“คือตอนนี้อิ้งไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น อิ้งเลยจะขอดึงทุกอย่างมาดำเนินการเอง พี่กล้าสัญญากับน้องได้ไหม”พูดพลางจับแขนของสารวัตรหนุ่มเขย่าเบาๆ แววตาแสดงออกให้เห็นถึงความไว้วางใจ แต่แฝงแววซับซ้อนซ่อนความรู้สึกบางอย่างปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง
“ห้ามไปบอกเื่ที่อิ้งไม่ไว้ใจใครกับคนอื่นๆ.แต่อิ้งแจ้งท่านฉัตรแล้วว่าจะยื่นคำร้องขอตั้งกรรมการรับมอบข้อมูลการสอบสวนของอิ้ง คืออิ้งอยากให้รู้กันสามคนคือพี่กล้าในฐานะที่พี่รับผิดชอบงานข้อมูล......และอีกอย่าง...” ทิ้ง่คำพูดส่งสายตาหวานให้สารวัตรหนุ่มก่อนพูดต่อ
“ในฐานะที่เราคุ้นเคยชอบพอกันนะคะรับปากน้องนะคะพี่กล้าส่วนท่านฉัตรควรรับทราบในฐานะผู้บังคับบัญชาในสายงานค่ะ”
การที่หมวดอิงอิ้งร้องขอพันตำรวจเอกฉัตรชัยเพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจรับข้อมูล ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมต่อหน่วยงานของตน เป็การประกาศท้าชนกับจอมบงการบิ๊กมีสีอย่างเต็มที่
สัญญาณความไม่ปลอดภัยฉายแสงอย่างชัดเจนทำให้หมวดสาวอดกังวลไม่ได้ ดาบบุญช่วยอดเป็ห่วงคุณหนูของเขาไม่ได้จึงแนะนำให้ย้ายมาอยู่ที่บ้านพักส่วนตัวของดร.จักรินทร์จนกว่าภัยคุกคามจะจางหายไป เขาพยายามเสริมกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบตามติดทั้งยามอยู่เซฟเฮาส์และนอกเซฟเฮาส์ การย้ายมาบ้านพักดร.จักรินทร์ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับอิงอิ้งเพราะมีโอกาสมาค้างกับจีมเพื่อนรักเป็ประจำยิ่งทำให้บรรยากาศในบ้านอบอุ่นมากขึ้น สองสาวรู้สึกมีชีวิตชีวาจากการอยู่ใกล้ชายหนุ่มที่ตนต่างพึงใจ