หลังจบกิจกรรมของมหาลัยใน่เย็นของวันที่ 20 เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง ผมจะได้กลับบ้านไปหาน้องมิ้นแล้ว ไม่เจอกันตั้ง 10 วัน คิดถึงใจแทบขาด (ผมรู้สึกว่าตัวเองคลั่งน้องมากจริงๆ ตอนนั้น) ผมไม่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้านญาติแล้ว ซื้อตั๋วรถทัวร์กลับทั้งชุดนิสิตแบบนั้น พร้อมขึ้นรถยิงยาวกลับบ้านในคืนนั้นทันที เพราะผมจะต้องกลับมามหาลัยอีกครั้งในวันที่ 31 และจากนั้นจะอยู่ยาวเลย ผมจึงคิดได้ว่าผมยังมีเวลาเหลืออีก 10 วัน ผมต้องถนอม่เวลาที่ได้อยู่กับน้องมิ้นนี้ให้ได้มากและมีค่าที่สุด ก่อนที่พวกเราจะห่างกันไกลจนไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะได้เจอกันอีก...
เช้ามืดของวันที่ 21 พฤษภาคม รถทัวร์ได้พาผมกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ พอถึงบ้านปุ๊บผมก็รีบเอาของไปเก็บ รีบอาบน้ำแต่งตัวและขี่มอเตอร์ไซต์เข้าตัวอำเภอเพื่อไปบ้านน้องมิ้นทันที วันนี้เป็วันพุธน้องต้องไปโรงเรียน ดังนั้น่เวลาที่พวกเราจะได้เจอกันคือ่ก่อน 8 โมง ผมจึงโทรนัดน้องไว้ว่าจะเข้าไปรับที่บ้านเพื่อไปส่งที่โรงเรียนตอน 7 โมง
เมื่อไปถึงผมรีบเข้าไปสวัสดีพ่อกับแม่น้องทันทีตามมารยาท พูดคุยกับพวกท่านกันไปไม่นานน้องมิ้นก็ออกมา พวกเราจึงได้ขอตัวออกจากบ้าน น้องมิ้นเดินตามผมออกมาจนถึงหน้าบ้าน ผมขึ้นขี่มอเตอร์ไซต์และน้องได้ขึ้นซ้อนท้ายแบบนั่งหันข้าง (ใส่กระโปรงนักเรียน) จนถึงตอนนี้พวกเราก็ยังไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากดันเลยซักคำ
ผมเริ่มบิดแฮนด์ให้รถค่อยๆ เคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ พอพ้นออกจากพื้นที่บ้าน ผมก็เอามือซ้ายของผมออกจากแฮนด์รถแล้วเปลี่ยนมากุมมือขวาของน้องที่กำลังกอดเอวผมไว้เพื่อพะยุงตัวเองอยู่จนแน่น ผมทำได้เพียงแค่นั้น ทั้งๆ ที่ใจผมโหยหามาก อยากจะหาสถานที่แวะจอดแล้วเข้าไปจูบเข้าไปกอดน้องให้หายคิดถึง แต่ก็ทำอย่างที่คิดไม่ได้ เพราะตอนนี้น้องอยู่ในชุดนักเรียน และพวกเราก็มีคนรู้จักเยอะพอสมควรกลัวจะมีคนเห็นและจะมองดูไม่ดี
จนสุดท้ายผมก็พาน้องมิ้นมาถึงโรงเรียน ตอนนี้ก็เกือบจะ 7 โมงครึ่งแล้ว หลังนำมอเตอร์ไซต์ไปเก็บเสร็จ ผมก็เดินออกจากที่จอดรถแล้วตรงไปยังม้านั่งที่ประจำของพวกเราซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 200 เมตร และน้องมิ้นก็เดินตามผมโดยที่พวกเราก็ยังไม่ได้เอ่ยปากอะไรกันเลยซักคำเช่นเดิม
พอพวกเราเดินมาจนถึงที่นั่งประจำของเราแล้ว ผมนั่งลงและน้องมิ้นก็นั่งตามข้างๆ ผม ผมก็เอามือข้างที่นั่งชิดกันไปกุมมือน้องขื้นมาวางที่ตักและพูดเบาๆ กับน้องว่า
“มิ้น... มิ้นรู้ไหมว่าพี่คิดถึงมิ้นมากขนาดไหน พี่ก็ไม่รู้จะบอกมิ้นว่ายังไง พูดได้แค่ว่า ถ้าเช้านี้พี่ไม่ได้เจอมิ้น พี่คงใจขาดแน่ๆ...”
ผมพูดในสิ่งที่รู้สึกจากใจตอนนี้ออกไป น้องมิ้นก็หันหน้ามามองที่หน้าผม แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า
“หนูเอง... ก็คิดถึงพี่แทนมากๆ เหมือนกันค่ะ...”
ผมมองหน้าน้อง เห็นได้ถึงน้ำที่ปริ่มในดวงตาคู่นั้น จนผมเองก็เผลอน้ำตาคลอไปด้วย นี่ถ้าไม่ใช่ที่โรงเรียนและไม่กลัวสายตาผู้คนผมคงจับหน้าน้องเข้ามาจูบให้หายคิดถึงไปแล้ว ตอนนี้ทำได้แค่เพียงกุมมือและบีบมือน้องจนแน่น ได้แค่นั้น ต้องอดทนไว้...
น้องมิ้นเองก็น่าจะััได้ถึงความโหยหาและคะนึงถึงที่ระอุอยู่ในอกของผม จนน้องเผลอตัวดึงแขนผมขึ้นมาคล้องแล้วกอดไว้จนแน่น
“มิ้น นี่เราอยู่ในโรงเรียนนะ...”
ผมพูดออกไปทั้งๆ ที่ใจอยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆ
“หนู ไม่สนได้ไหมค่ะ หนูอยากอยู่แบบนี้...”
น้องมิ้นพูดอย่างงอแง พร้อมกับกอดแขนผมแน่นขึ้นไปอีก
“ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะโดนมองไม่ดีเอา... เชื่อพี่นะคนดีของพี่..”
ผมก็พยายามพูดหาทางให้น้องปล่อยแขนผมให้ได้
“งั้น… หนูปล่อยก็ได้...”
น้องพูดด้วยเสียงงอนๆ แล้วก็คลายมือที่กอดอยู่ออก
“ดีแล้วครับ อย่างอนน้า... เดี๋ยวเย็นนี้พี่ให้กอดนานๆ จนมิ้นพอใจเลยเอ้า...”
ผมพูดปลอบพลางใช้มือที่ถูกคลายออกจากแขนน้องนั้น ขึ้นไปลูบหัวน้องเบาๆ
น้องหันมายิ้มแป้นให้ผม ภาพตรงหน้ามันช่างน่ารักเกินจนผมแทบจะฝืนตัวเองต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ต้องพยายามข่มใจไว้สุดพลัง ต้องหาเื่อื่นมาชวนคุยให้เบี่ยงประเด็น เบี่ยงความคิดในหัวของพวกเราทั้งคู่ออกไปให้ได้ ผมเลยรีบถามเื่เปิดเทอมที่ผ่านมาของน้องว่าเป็ยังไง ทำอะไรบ้าง ยุ่งไหม น่าจะเป็สิ่งที่น้องอยากจะเล่าให้ผมฟังอยู่แล้ว พอผมเปิดประเด็นให้ น้องก็เล่ามาเป็ฉากๆ เลย
ผมนั่งฟังน้องเล่าเหตุการณ์ต่างๆ อย่างตั้งใจจนเวลาล่วงเลยมาจะถึง 8 โมงแล้ว น้องต้องไปเข้าแถวเคารพธงชาติแล้ว ผมจึงได้บอกให้น้องรีบเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องเดี๋ยวไปเข้าแถวสาย พวกเราค่อยเจอกันใหม่ตอนเย็นหลังเลิกเรียน ซึ่งผมได้บอกน้องไปั้แ่ตอนอยู่กรุงเทพแล้วว่าผมจะขอมารับมาส่งน้องทุกวันหลังจากนี้ไปจนกว่าผมจะกลับไปอยู่กรุงเทพแบบยาวๆ
หลังจากที่มองดูน้องมิ้นขึ้นอาคารเรียนและเดินเข้าห้องเรียนไปจนพ้นสายตา ซึ่งห้องเรียนนั้นเคยเป็ห้องเรียนเดิมของผมตอนอยู่ ม.6 ทำให้ผมหวนคิดถึงพอดู นึกถึงบรรยากาศต่างๆ ตอนเรายังคงเป็นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในห้องนั้น ‘คิดถึงจัง…’ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานแท้ๆ จากนั้นผมก็เดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซต์เพื่อจะกลับบ้าน
ระหว่างเดินอยู่นั้นได้พบครูหลายท่านที่กำลังเดินมาที่หน้าเสาธง ผมได้ยกมือสวัสดี และพวกท่านก็ได้ถามไถ่ผมอย่างสนิทสนมเป็กันเองจนนานพอสมควร ถ้าไม่ติดที่พวกท่านต้องรีบไปหน้าเสาธงคาดว่าคงได้ยืนคุยกันยาวกว่านี้แน่ๆ หลังจากแยกจากคณะครู ผมก็รีบเดินไปที่มอเตอร์ไซต์ทันทีเพื่อรีบออกจากโรงเรียนก่อนเข้าแถวเสร็จ (ไม่เช่นนั้นตอนขี่ออกไป มันจะเด่นเกินไป กลัวน้องมิ้นจะโดนแซวเอา)
จากนั้นผมก็ขี่มอเตอร์ไซต์กลับบ้าน นั่งพูดคุยกับแม่ซักพักก็ขอตัวเข้าห้องเพื่อไปนอนพักอีกรอบ เพราะนั่งรถทัวร์กลับมาค่อนข้างเพลียไม่ค่อยได้หลับ (ไม่รู้แม่จะคิดยังไง ทีไปหาสาวหล่ะไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย) ผมหลับยาวจนถึงเที่ยงพอตื่นขึ้นมาก็ไปหาข้าวกิน เสร็จแล้วผมก็เปิดคอมนั่งดูนั่นนี่ไป
ระหว่างนี้ผมก็ได้แอด MSN (โปรแกรมแชทที่ฮิตที่สุดใน่นั้นของบริษัทไมโครซอฟต์ที่จะผูกกับ Hotmail ซึ่งเป็อีเมลล์ที่มีกันแทบทุกคนอยู่แล้ว จะคล้ายๆ กับไลน์ของยุคนี้) ของเพื่อนๆ หลายคนจากงานบัณฑิตยุคใหม่ของมหาลัยไป ผมได้พูดได้คุยกับหลายๆ คนพอสมควร พวกเราจะได้ช่วยกันติดตามกำหนดการต่างๆ ของมหาลัยที่มีการอัพเดทอยู่ตลอดจากเพื่อนๆ กันไป พอดูนาฬิกาเป็เวลาบ่าย 3 กว่าๆ ได้เวลาแล้ว ผมก็จับมอเตอร์ไซต์คู่ใจขี่มุ่งหน้าไปโรงเรียน…
ตอนนี้เวลาสี่โมงเย็น น้องมิ้นเลิกเรียนแล้ว แต่ก็ยังมีกิจกรรมหลังเลิกเรียนอยู่อีกนิดหน่อย ระหว่างรอผมก็ได้ไปพูดคุยกับครูหลายๆ ท่านที่มาถามไถ่ ซึ่งพวกท่านส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้วว่าผมกับน้องมิ้นคบกัน จึงไม่แปลกใจที่เห็นผมเข้ามารับมาส่งน้อง เลยไม่มีท่านไหนถามผมเลยว่า “เธอเข้ามาโรงเรียนทำไม…”
พวกท่านจะถามถึงเื่ที่มหาลัยของผมมากกว่า แต่ก็จะมีแอบถามเื่ผมกับน้องมิ้นบางเล็กน้อยเพราะท่านเป็ห่วงเื่รักทางไกล กลัวผมกับน้องจะไม่ราบรื่น ตอนนั้นผมไม่ค่อยได้สนใจคำเตือนอะไรของครูเลย ยังไม่ประสบกับตัวเองเลยยังนึกภาพไม่ออก…
ไม่นานน้องมิ้นที่เสร็จธุระแล้วก็เดินเข้ามาหา ผมเลยเอากระเป๋าน้องมาสะพายเองแล้วก็พาน้องยกมือไหว้และบอกลาครูทุกท่านเพื่อกลับบ้าน พวกเรารีบเดินไปที่มอเตอร์ไซต์และรีบขี่ออกจากโรงเรียนไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ 4 โมงกว่าๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะมืดแล้ว ผมจะพาน้องไปเถลไถลที่ไหนไกลมากไม่ได้ แต่ในใจก็ยังอยากจะอยู่ด้วยกันกับน้องแค่สองคนก่อนแล้วค่อยพาน้องกลับบ้าน เพราะถ้าอยู่ที่บ้านของน้องผมทำอะไรได้ไม่ค่อยจะสะดวก เกรงใจพ่อแม่ของน้อง
ผมเลยตัดสินใจพาน้องไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก หลังจอดรถเสร็จพวกเราก็เดินไปหาที่นั่งกัน เราเลือกม้านั่งที่หันหน้าไปทางบึงและหันหลังออกถนน พอพวกเรานั่งกันเสร็จ ผมก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับน้องเมื่อเช้า คือการให้น้องควงแขนและกอดแขนผมไว้จะนานเท่าไหร่ก็ตามใจน้องเลย…
……….>> เติมใจ…