ณ สวนผัก ผลไม้ขนาดพื้นที่ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไปจากเมืองหลวง ชายคนนั้นได้คนรู้จักแนะนำให้ไปทำงานที่นั้น่ปิดเทอม โดยมีคุณตาวัย 70 ปี นิสัยใจดี มีหน้าตาที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา หลังค่อมหน่อยๆ อยู่เป็เ้าของสวนแห่งนี้
โดยทุกวันชายคนนั้นจะช่วยเก็บผลผลิต รดน้ำ ทำปุ๋ย และแบกข้าวของเครื่องใช้ งานจิปาถะอื่นๆอีกมากมาย ชายคนนั้นหลังจากที่ทำงานเสร็จก็มักที่จะมานั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับคนสวนที่มีประมาณ 3-4 คนและคุณตาเป็กลุ่มเล็กๆแต่ละคนก็มักที่จะเล่าเื่ชีวิตตนเองที่ไปพบไปเจอมามีสุข ทุกข์ปะปนกันไป เเต่การเล่าเื่ตัวเองของคุณตานั้นแกมักจะเล่าเื่เกี่ยวกับลูกชายของเขาอยู่บ่อยๆ ลูกชายของแกชื่อ นิว ไปทำงานอยู่ในบริษัทแห่งนึงในเมืองหลวง เขามีความฝันที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงานที่ดี มีเงินทองมากมาย กินหรูอยู่สบาย แบบเศรษฐีคนนึง แกมักจะเล่าเื่ของลูกชายด้วยอารมณ์ความรู้สึก ปลงกึ่งๆเป็ห่วง เพราะเขามีนิสัยใจร้อน กล้าได้กล้าเสียกับทุกเื่ คุณตาแกเองก็พยายามเตือนลูกชายอยู่หลายๆครั้งแต่ลูกชายของแกก็ไม่ค่อยฟังคำเตือนสักเท่าไร
ถึงแม้ว่า ชายคนนั้นกับคนสวนจำนวน3-4คนที่นั่งกินข้าวอยู่จะฟังเื่ของแก แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนักแต่อย่างน้อยการกินข้าวกันในวงสนทนาเล็กๆนี้ก็พอที่จะทำให้แกรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลายได้บ้าง
ตกดึกคืนนึงนิวได้กลับมาที่บ้านเพื่อมาพูดคุยธุระกับพ่อ ด้วยหน้าตา อารมณ์ที่เร่งร้อนของเขา
“พ่อครับ ตอนนี้ผมมีเงินเก็บจำนวนนึงแล้ว ผมอยากเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว และ้าเงินเก็บที่ในบัญชีที่เคยเก็บสมัยเด็กมาลงทุน”
“ไม่ได้หรอก” แกหลับตาปฎิเสธด้วยน้ำเสียงแบบนิ่งๆ
“ทำไมล่ะพ่อ!! ผมโตแล้วนะ พ่อจะมาบ่งการชีวิตผมอะไรนักหนาเนี่ย!!”
“นี่เป็เงินที่พ่อจะเก็บไว้ให้ลูกยามจำเป็เท่านั้น”
“ก็นี่ไง จำเป็แล้วนี่ไง”
ทั้ง2พ่อลูกทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นชายคนนั้นได้เข้ามาที่บ้านพักของคุณตาเพื่อที่จะมาดูว่ามีเื่อะไรถึงเสียงดังออกไปข้างนอก
“คุณนิวครับ ใจเย็นๆก่อนนะครับมีอะไรก็ค่อยๆคุยกันเถอะครับ”ชายคนนั้นห้ามนิวด้วยวาจาที่หนักแน่น และใจเย็น
“เื่ของครอบครัว อย่ายุ่ง! จะไปไหนก็ไป!!”
“คุณครับ.. ผมไม่ได้อยากยุ่งเื่ของคุณกับพ่อคุณนะครับ แต่ผมทนเห็นคุณะโใส่พ่อคุณแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
นิวเริ่มหัวเสียมากขึ้น และตวาดใส่ชายคนนั้น พร้อมกับกระชากคอเสื้อ
"เลิกยุ่งไม่เข้าเื่ได้แล้ว เป็เเค่คนสวนก็ทำสวนเฉยๆไปเถอะ"
ชายคนนั้นเริ่มทำหน้าโมโห นิ่งใส่ ก่อนที่คุณตาจะเข้ามาห้าม
“นิวพอได้แล้ว”
“พ่ออย่ายุ่งน่า!!”
นิวผลักพ่อล้มลงกับพื้น ก่อนที่นิวจะเดินออกจากบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ชายคนนั้นรีบไปพยุงตัวคุณตาขึ้นมา
“เป็อะไรมั้ยครับ”
ชายคนนั้นถามด้วยความเป็ห่วงก่อนที่คุณตาจะเกิดอาการป่วยบางอย่างขึ้น ชายคนนั้นจึงรีบไปตามคนที่เหลือมาช่วยคุณตาส่งโรงพยาบาล
พวกเขาได้มาส่งคุณตาอยู่โรงพยาบาลแห่งนึงที่ไม่ไกลมากนัก คนสวนทั้งหมดกับชายคนนั้นกำลังนั่งเฝ้าคุณตาอยู่หน้าห้อง icu ด้วยความวิตกกังวล จนกระทั่งคุณหมอได้เดินออกมา
“หมอครับ คุณตาเขาเป็ยังไงบ้างครับ”
หมอมีสีหน้าหนักใจมาก และหยุดนิ่งเพื่อจะบอกความความจริง
“พวกคุณเป็ญาติคนไข้หรือเปล่าครับ”
“เปล่าครับเป็คนสวน”
“หมอคงต้องบอกความจริงว่า คุณตาแกเป็โรคหัวใจอยู่ และหมอคิดว่าน่าจะเป็มานานมากแล้ว อาการค่อนข้างแย่ลงเรื่อยๆ คุณตาแกอายุมากแล้วด้วย ทำให้อาการน่ากังวลขึ้นไปอีก หมอคิดว่าพวกคุณคงต้องทำใจแล้วล่ะครับ แกคงอยู่ได้อีกไม่นาน”
“แล้ว…แกจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนครับหมอ” คนสวนคนนึงในกลุ่มถามด้วยความเป็กังวล
คุณหมอได้ครุ่นคิดอย่างหนักใจก่อนจะตอบ
“ไม่เกิน2วันครับ”
ทุกคนที่อยู่ตรงหน้า มีสีหน้าช็อคกันถ้วนหน้า ก่อนที่คุณหมอจะขอตัวเดินจากไป ชายคนนั้นได้เขาไปในห้อง พักผู้ป่วยที่มีคุณตานอนใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ ด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบราวกับรู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป โดยที่เขาจะอาสาเฝ้าเป็คนเเรกในคืนนี้ ระหว่างที่ชายคนนั้นนั่งเฝ้าคุณตาอยู่นั้นคุณตาก็ฟื้นและลุกขึ้นด้วยการย่ำแย่
“คุณตาครับ นอนพักเถอะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอก ชั้นมีสิ่งที่อยากจะทำอยู่แต่ไม่มีเวลาแล้ว เธอช่วยชั้นหน่อยได้มั้ย”
เวลาต่อมา ณ วัดแแห่งนึง ท้องฟ้าเมฆครึ้ม ได้จัดงานศพของคุณตาเ้าของสวนผัก ผลไม้ ทุกคนที่มางานศพ ไม่ว่าจะเป็ เพื่อน ญาติ หรือคนรู้จักต่างร่วมอาลัยอาวอนกับคุณตา ท่ามกลางงานศพนั้นมีเสียงแขกที่ซุบซิบนินทา นิวลูกชายของเขาที่เป็สาเหตุทำให้คุณตาเสียชีวิต นิวที่รู้สึกผิดได้เเต่ก้มหน้ายืนกุมมือนิ่งเงียบไว้ มองหน้าป้ายรูปพ่อของตัวเองที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน ชายคนนั้นได้เดินมาหานิวและได้ยื่นจดหมายให้
“คุณนิวครับ นี้เป็จดหมายของคุณก่อนที่เเกจะเสียแกฝากให้ผมครับ"
นิวไดัหยิบจดหมายและเปิดอ่านเนื้อความในจดหมายด้วยสีหน้าที่หดหู่
"นิวลูก ถ้าลูกได้อ่านจดหมายนี้แล้วก็แปลว่าพ่อไม่ได้อยู่กับลูกแล้ว พ่ออยากจะห้ามลูกมาตลอดเพราะพ่อกำลังเห็นลูกเหมือนกับตัวเองสมัยก่อน ตอนนั้นพ่อเองก็อยากประสบความสำเร็จมีเงินมีทองใช้เหมือนเศรษฐีคนนึง พ่อเอาแต่ทำงานหนักมาตลอดจนกระทั่งแม่ของลูกทนไม่ไหวเราจึงแยกทางกัน พ่อก็ทำงานอยู่แบบนั้นเหมือนเดิมจนกระทั่งพ่อล้มป่วยเป็โรคหัวใจ ต้องใช้เงินรักษาเป็จำนวนมาก ตอนนั้นพ่อได้ตระหนักว่าสิ่งที่พ่ออยากได้มันแลกกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ และสิ่งที่พ่อเหลืออยู่นั้นก็คือลูกหลังจากที่พ่อเกษียนนั้นพ่อก็นำเงินที่เหลือมาทำสวนที่อยู่ต่างจังหวัดนี้ โดยที่หวังว่าจะได้อยู่กับลูกไปนานๆ พ่อขอโทษที่เอาแต่ห้ามลูกมาตลอดเพราะพ่อไม่อยากเห็นลูกต้องมาเป็เหมือนกับพ่อ ถึงตอนนี้พ่อจะไม่อยู่แล้วก็ตามแต่ถ้าลูกยังยืนยันที่จะทำพ่อก็ขอให้เงินเก็บและสวนของพ่อเป็ทุนในการทำตามความฝันของลูกนะ พ่อรักลูกเสมอ
จากพ่อ”
หลังจากที่นิวอ่านจดหมายเสร็จ ก็ได้ร้องไห้แบบออกมา เสียงสะอึกสะอื้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“แกได้เขียนจดหมายถึงคุณตอนอยู่ในโรงพยาบาล พ่อของคุณรักคุณมากนะครับ แม้ว่าแกจะเสียไปแล้วแต่ก็ยังมอบทุกสิ่งที่มีให้กับคุณ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าคุณทำยังไงกับมัน”
งานศพที่จัดอยู่นั้นแขกแต่ละคนเริ่มทยอยกลับไปเหลือแต่นิวที่ยังนั่งอยู่ในศาลากับจดหมายของพ่อที่อยู่ในมือพร้อมกับเขากำลังครุ่นคิดที่จะตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ณ บ้านหลังนึงที่อยู่ในหมู่บ้าน ทีวีที่กำลังเปิดอยู่นั้นได้มีรายการทีวีกำลังนำเสนอ สวนคุณตาที่มีนักท่องเที่ยวมากมายเดินชมสวนผัก ผลไม้โดยมีนิวเป็เ้าของสวนแห่งนี้อยู่ กำลังสัมภาษณ์พิธีกรรายการอยู่
“คุณนิวครับผมขอถามได้มั้ยครับว่า คุณถึงลาออกจากงานมาทำสวนที่อยู่ต่างจังหวัดนี้ครับ”
นิวได้ตอบไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม อย่างภาคภูมิ
“มันเป็สิ่งที่พ่อผมเหลือไว้ให้ก่อนที่ท่านจะเสียน่ะครับ ผมไม่อยากให้สิ่งสุดท้ายที่พ่อมอบให้ผมหายไปน่ะครับ”
รายการนั้นได้ดำเนินไปตามระยะเวลาต่อไปเรื่อยๆ แม่ของชายคนนั้นกำลังดูรายการกับเขาอยู่นั้นได้พูดคุยกับชายคนนั้น
“นั้นเป็สวนที่ลูกเคยไปทำงานใช่มั้ย”
“ครับเเม่”
“ลูกเคยเจอกับเขาด้วยนี่นา เขาเป็คนยังไงหรอ”
“….เขาเป็คนที่ เรียนรู้ข้อผิดพลาดตัวเองได้ดีน่ะครับ”
“งั้นหรอ”
แม่ของเขาได้หลับตาพยักหน้าเชื่อคำพูดของชายคนนั้นตอบรับกลับไป