บทที่1.
ฉันรีบขาแทบขวิด กับการเปิดเทอมวันแรกกับที่เรียนที่ใหม่ แต่ไม่ใช่การเข้าเรียนเริ่มต้น แต่มันเป็การเข้าเรียนตอนปลาย
ฉันย้ายโรงเรียนมาจากอเมริกามาเข้าเรียนชั้นมอหกที่นี่ คงยากกับการหาเพื่อนใหม่ แต่ยังไงก็ยังเพื่อนคนหนึ่ง ที่ฉันสนิทมาก ถึงมากที่สุดเขามาเรียนก่อนฉันหนึ่งปี เขาเป็ผู้ชายคนดียวที่คอยดูแลฉันมาตลอด เมื่อตอนที่ฉันอยู่อเมริกาและเขาคือคนที่ฉันไว้ใจได้มากที่สุด
ตอนนี้นักเรียนเข้าห้องเรียนกันหมดแล้วฉันรีบสปีดเท้า ก้าวยาวๆ รวบผมยาวหยักโศกสีสนิม มัดด้วยหนังยางแบบลวกๆ
ไม่น่านอนดึกเลย ไม่ใช่สินอนไม่หลับเลยต่างหาก ถึงได้ตื่นสายขนาดนี้ ตื่นเต้นที่วันนี้ฉันจะได้พบกับเพื่อนทั้งสี่คน สี่ยอดกุมารของฉัน
ลุงคนขับรถของพ่อที่มาส่งฉัน แกแก่มากแล้วขับรถยังกับรถทอดผ้าป่า หวานเย็นจริงๆ เลย ไม่รู้ใจวัยรุ่นซะมั่ง
ฉันหยุดฝีเท้าตัวเองหน้าห้องเรียนที่เขียนว่า 6/2ได้ยินเสียง อาจารย์กำลังพูดถึงตัวเอง ฉันรีบก้าวขา เข้าประตูทางด้านหน้า
“ ขอโทษนะคะอาจารย์ ที่มาช้า ”
ฉันยกมือไหว้อาจารย์อย่างสวยงามท่านพยักหน้าให้อย่างใจดี ฉันหันไปมองเบื้องหน้า ทุกคนมองมาที่ฉันเป็จุดเดียวก่อนหันพูดคุยใส่กันเหมือนนกกระจอกแตกรัง ผู้ชายบางคนเป่าปากมาให้มีเพียงผู้ชายเพียงคนเดียว ที่เอาแต่มอง ...มอง และมอง โดยไม่พูด
ตัวจริงของเขาที่ฉันเห็นตอนนี้ดูดีกว่ารูปถ่ายที่ คีย์ ส่งไปให้ ใบหน้าเรียว ดวงตาคมประกายสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากที่เคยัั บนหน้าผากในคืนนั้น ฉันไม่มีวันลืม
เขาตัวสูงใหญ่กว่าตอนนั้นเยอะ นิสัยจะเหมือนเดิมหรือเปล่า อีกสามคนอยู่คนละห้อง ทุกคนจะจำฉันได้ไหมนะ ในเมื่อฉันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตา นิสัย หรือแม้แต่หัวใจ...เพราะ่ที่เราต้องจากกันเป็จุดเปลี่ยนของทุกอย่าง
“ หยู๊ดดดด....พวกเธอนี่นะ ยังกับนกกระจอกแตกรัง เงียบๆ ให้เพื่อนใหม่ ได้แนะนำตัวก่อนสิ ”
อาจารย์ะโบอกแข่งกับเสียงเป็สิบๆเสียง ทุกคนค่อยๆ หยุดพูด รอฟังฉันแนะนำตัว
“ สวัสดีค่ะ ฉัน...พัฒตราภรณ์ บูรณะศาสตรา เรียก เพิร์ล เฉยๆก็ได้ ช่วยชี้แนะ ในสิ่งที่ฉันไม่รู้ด้วยนะคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ ”
ชื่อใหม่นามสกุลของเศรษฐีใหม่ และชีวิตที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่
“ ฝากหัวใจไว้กับฉันก็ได้นะ ฟิ้ววว ”
นายหัวตั้งที่นั่งด้านหลังเป็คนแซวขึ้นมา ฉันเพียงแต่ยิ้มหวานให้ หัวใจเขาคงละลาย ด้วยรอยยิ้มของฉันแล้วไอ้หัวตั้งนั่งใกล้ๆ เขา
ฉันเพิ่งสังเกตุว่าข้างๆเขา ไม่ได้นั่งคนเดียว เขามีผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยผู้หญิงผมยาวตรงสีดำ ผิวขาวจัด หน้าตาเธอสวยมาก สวยไม่มีที่ติ
ทำไมคีย์ไม่เคยบอกว่าเขามีใครแล้ว...หรือคีย์กลัวว่าฉันจะเสียใจ หรือคีย์้าให้ฉันมาเห็นกับตาว่าเขาไม่มีฉันอยู่ในใจแล้ว ไม่เหมือนฉันที่ยังคงเฝ้ารอวันนี้ วันที่จะได้เจอเขาวันที่ฉันได้มาอยู่ ณ. จุดนี้ เพราะการต่อรองบางอย่างจากพ่อ
“ ความฝันของฉันแค่มีเธอ อยู่กับฉัน ตลอดไป ”
“เลิกเป็เถอะผู้ชายน่ะ แล้วก็ไว้ผมยาวๆเหมือนตอนเด็กๆ ”
ฉันคิดกลับไปกลับมาถึงคำพูดครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน
ฉันเป็ผู้หญิงแล้วไงไว้ผมยาวเหมือนที่นาย้า แต่วันนี้ นายกลับมีคนอื่นอยู่ข้างๆ
หรือฉันเป็เพียงความฝันของนายเท่านั้น
“ พัฒตราภรณ์...พัฒตราภรณ์..”
“ คะ...อาจารย์ ”
ฉันใกับเสียงเรียกของอาจารย์ครุ่นคิดกับภาพที่เห็น
“ ไปนั่งกับลิลลี่นะ ”
“ ค่ะ”
ฉันเดินตัวลอยเข้าไปหาลิลลี่ หญิงสาวตากลมผมม้า แววตาขี้เล่น เธอยิ้มให้อย่างเป็มิตรตบโต๊ะตัวข้างๆ ที่อยู่ริมหน้าต่าง ก่อนยืนหลบให้ฉันเข้าไปนั่ง
ฉันไม่ได้หันไปมองเขาอีก เกลียดภาพบาดตานึกโกรธ ไอ้บ้าคีย์ที่สุด ฉันอุตส่าห์ไว้ใจให้มันคอยสืบให้ มันกลับไม่บอกฉันให้หมด ยังมีอะไรอีกที่ฉันยังไม่รู้ ฉันไม่น่ากลับมาเลยจริงๆ
ฉันเอนหัวพิงหน้าต่างตอนนี้ยังไม่อยากคุยกับใคร แอบเอาหูฟังเสียบโทรศัทพ์ ขึ้นมายัดใส่หู หลับตาฟังเพลงเฉย จนลิลลี่สะกิดแขน
“ หมดคาบแล้วไปกินข้าวกัน”
“ เดี๋ยวคีย์มารับ ”
“ เธฮมีเพื่อนแล้วเหรอ ”
“ อืม...ไปด้วยกัน เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก หล่อโคตร”
“ จริงอ่ะ”
“ จริง ”
“ หล่อกว่าฟาโรห์มะ ”
ฉันเหล่ตาหันมองไปที่เขา ฟาโรห์ ชายที่ลิลลี่เอ่ยถึง ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังดึงแขนเขาให้ไปกินข้าวด้วยกัน ดูเหมือนเขาจะขืนไว้ ทำหน้าโหดๆใส่
“ หล่อกว่าจมเลย ”
“ เอ๊ะเดี๋ยว คีย์ที่เธอว่าเนี่ย ใช่ คีย์ ม.6/1หรือเปล่าแล้วเขาเป็หัวหน้าชมรมดนตรีสากลใช่มั๊ย! ”
“ ฮื่อ..นั่นแหละ..”
“ โหย...กรี๊ดสลบนั่นมันหล่อขั้นเทพ.หล่อทั้งชมรม..รีบไปกันเถอะเพิร์ล ”
“ แหมสนิทเชียวนะ..นั่นไงเขามาแล้ว ”
คีย์มายืนอยู่หน้าห้องโบกมือเรียก ฉันโบกมือตอบรับ สาวในห้องพากันกรี๊ดๆๆ วิ่งไปหาเขากันหมด ไม่เว้นแม้แต่ลิลลี่ทิ้งฉันเฉยเลย
ฉันอยากจะบ้า...ทำไมคลั่งอะไรกันได้ขนาดนี้นะนี่ถ้าแองจี้รู้ว่าแฟนตัวเองถูกรุมขนาดนี้ ยัยนั่นอาละวาดบ้านแตกแน่ คีย์นะคีย์เพราะอย่างนี้ ถึงไม่ค่อยได้เื่
คีย์ถูกล้อมด้วยสาวๆทั้งห้องฉันและห้องอื่นที่ผ่านมาเห็น พวกเธอเอาดอกไม้ ขนม หรือของขวัญส่งให้เขาฉันไม่เห็นมีใครเข้ามากรี๊ด ฟาโรห์ ในเมื่อเขาก็หล่อไม่แพ้กัน
ฉันได้แต่ส่ายหน้า เบะปากเดินออกมาจากห้อง ไปกินข้าวคนเดียวก็ได้วะ
“เพิร์ล...เดี๋ยวรอฉันก่อน”ได้ยินเสียงะโของคีย์ดังไล่หลังมาแต่ฉันไม่สน
“ พี่คีย์สุดหล่อคะ รับดอกไม้ของหนูหน่อยนะคะ ”
เสียงสาวๆแข่งกันพูด จนฟังไม่ได้ศัพท์ ฉันไม่อยากจะฟังแล้ว หิวจะแย่
“ เดี๋ยว...เธออย่าเพิ่งไป ”
ฟาโรห์มาจากไหนไม่รู้เขากางแขนกั้นฉันไว้ ฉันขยับไปทางไหนเขาก็ตามไปกั้นไม่ให้ฉันหนีเขาไปได้
“ทำไมต้องเชื่อ เชื่อก็กลัวดิ ”
ฉันยักคิ้ว มองหน้าเขาตรงๆ ทำหน้ากวนๆ ใส่ แต่ใจเต้นเป็กลองชุด
เขาสูงกว่าฉันเยอะเลยฉันสูงร้อยหกสิบห้า เขาน่าจะประมาณร้อยแปดสิบห้าได้มั้ง คงพอๆ กับคีย์
เขาจ้องหน้าฉันนิ่งสายตากวาดมองไปทั่วใบหน้า เหมือนกำลังสำรวจทุกอย่าง ที่ประกอบขึ้นบนใบหน้าของฉัน ฉันเม้มปากจ้องกลับไปไม่หลบ ถึงแม้จะเขินมากๆ ก็เถอะ
“ ลักยิ้มนี่ ของจริงใช่ไหม ”
บ้าหรือเปล่าวะจ้องหน้าตั้งนาน แต่ถามเื่ลักยิ้ม
“ ปลอม...ทำมา...เขาทำกันเยอะแยะ ”
“ ตากับจมูกทำด้วยหรือเปล่า ”
“ ไม่บอกโว๊ย!! ถอยไป!ฉันหิวข้าว ”
ฉันผลักเขาออกไปทุกคนมองมาที่ฉันกับฟาโรห์ ฉันไม่หันไปมอง ว่าเขาทำหน้าอย่างไร เขาจะตามมาไหมตอนนี้รู้สึกผิดหวัง เพราะทุกอย่างไม่ได้เป็อย่างที่คิด
ฉันรู้เขาสงสัยปนความไม่แน่ใจ ฉันเชื่อว่าเขาจำฉันได้ แต่สำหรับชื่อ และนามสกุลบวกกับชื่อเล่นที่เปลี่ยนไป ทำให้เขาไม่แน่ใจ
ถึงนายจะจำได้ ฉันก็ไม่รับนายมีคนอื่นไปแล้ว และฉัน คลีโอ ได้ตายจากนายไปแล้วเหมือนกัน
แต่ยังไงคงจำไม่ได้หรอก คีย์กับแองจี้เห็นภาพฉันตอนนั้น กับฉันตอนนี้มันบอกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เมื่อก่อน ผอม ซีด เซียว (คนหรือผีว่ะเนี่ย) ตัวเล็กแกร็นตัดผมยังกับเด็กผู้ชาย เดี๋ยวนี้ โตเป็สาวแล้ว ผิวขาวอมชมพู สูงโปร่ง ผมยาวหยักโศกสีน้ำตาลเข้มตาโตเป็ประกายสีฟ้า รูปหน้าเรียวสวย จมูกเล็กโด่ง ยิ้มสยบใจชายด้วยลักยิ้มเล็กๆบนแก้มข้างหนึ่ง ที่แค่เม้มปากก็เห็นแล้ว
ฉันไม่ใช่คลีโอ คนที่พูดมากๆไม่ได้คนที่ทำงานหนักไม่ได้ คนที่ถูกใครต่อใครรังเกียจ ที่จะเป็เพื่อนด้วยเพราะความอ่อนแอขี้โรค คลีโอคนที่ไม่สู้คน คนที่ชอบถูกรังแกคลีโอคนนั้นได้ตายไปเมื่อหกปีก่อนแล้ว
วันนี้มีแต่ เพิร์ล สาวสวย ไม่ยอมคนไม่กลัวใคร ไม่เคยแพ้ ชอบตบตีกับเพื่อนผู้หญิงที่ไม่ชอบขี้หน้าในโรงเรียน จนโดนทัณฑ์บนบ่อยๆ ยกพวกตีกันกับผู้หญิงต่างโรงเรียนจนขึ้นโรงพักหลายครั้ง ปีนกำแพงหนีเรียนแอบดูดบุหรี่ เที่ยวกลางคืนสร้างเื่ เรียนห่วย นั่นคือฉัน
คลีโอกับ เพิร์ล เหมือนกันอยู่อย่างคือไม่กลัวตาย!
ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อเสียใจเพราะจุดอ่อนของพ่อ ก็คือคนที่พ่อบอกว่ารักที่สุดนี่แหละคำว่ารักจากพ่อไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกอะไรทั้งนั้น มันคืออากาศที่ฉันไม่สามารถััมันได้
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะฉันอยากเจอกับพวกเขา....อีกสักครั้ง
โรงเรียนใหม่ ยังไม่เจอฉันในแบบที่ฉันเคยเป็หรอกเพราะฉันยังไม่มีพวก...แต่ฉันสัญญากับพ่อไว้แล้วว่า ถ้ายอมให้ฉันกลับมาที่เมืองไทยฉันจะไม่ทำให้ท่านเสียชื่ออีก ฉันจะต้องเป็ผ้าพับไว้...ชิ!
“ กินด้วยสิ”
คีย์นั่งลงตรงข้ามพร้อมจานข้าวฉันได้แต่เม้มปาก มองเขาตาขวาง
“ ใจเย็นๆ เจ๊ อย่ามองแบบนั้นน่า ขอกินข้าวก่อน ”
ฉันนั่งมองมันกินเงียบๆคิดเรื่อยเปื่อย เขี่ยข้าวในจานไปมา กินไม่ลงสักพักรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ตัวประหลาด เพราะสายตาทุกคู่มองตรงมาที่เราแล้วหันไปซุบซิบกัน บนหัวฉันมีเขางอกออกมาหรือไง
“ ไอ้คีย์ แกกินให้มันเร็วๆ แล้วไปคุยกับฉันห่างๆ พวกแฟนคลับแกหน่อย ”
ฉันรู้แล้วเพราะคีย์เป็จุดเด่น หรือว่าทุกคนคิดว่าเด็กใหม่อย่างฉัน เป็อะไรกับคีย์
“ เร่งคนกินบาปนะเว้ย ”
“ แกตามฉันมาเลย ภายในห้าวิ แกไม่เดินตามฉันมาแองจี้รู้แน่ว่าแกหว่านเสน่ห์ขนาดไหน ”
เฮอะๆๆๆ ฉันกำลังขู่มันได้ผล มันทิ้งจานข้าววิ่งตามก้นฉันมาต้อยๆ
“ ทำไมแกไม่บอกฉันว่า ฟาโรห์มีคนอื่นแล้ว ”
ฉันยืนพิงกำแพงตึกถามมันด้วยสายตาคาดคั้น
“ ฉันอยากให้แกมาเห็นเอง ฉันอยากให้แกทำใจ จะได้เลิกฝันซะทีฉันจะบอกแกอีกอย่างว่า ปริ้น ไนท์แล้วก็ทรีโอน่ะ ก็มีแฟนกันทุกคนนะ พวกมันนัดบอร์ดกันแล้วได้มาคนละคู่ ”
“ แกก็รู้นี่ ถ้าเป็แบบนี้แล้ว ฉันจะกลับมาทำไม ”
ฉันพูดเสียงสั่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างหนัก
“ เราต้องอยู่กับความจริงให้ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเ็ปเวลาที่ผ่านมา แกยังยึดติดกับสิ่งเก่าๆ ใจแกจะมีความสุขเหรอวะเพิร์ลในเมื่อแกยังชอบหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าพวกนั้นยังคงนึกถึงแก ไม่ได้ลืมแกไปแล้ว ”
“ พอแล้ว..คีย์...ฮื่อๆ ”
ฉันเจ็บแปล๊บ...พวกเขาลืมฉันจริงๆเหรอ ฉันไม่มีค่า ควรแก่การจดจำแล้ว อย่างนั้นเหรอ
คีย์ดึงฉันไปกอดลูบหัวให้เหมือนทุกครั้ง
“ อย่าร้องไห้เลยว่ะฉันจะร้องตามแกแล้วนะ ”
ฉันผละออกแล้วด่ามัน
“ไอ้บ้า...แกไม่ต้องมาทำเป็ซึ้ง แต่ยังไงฉันก็ยังอยากเจอพวกนั้น”
ฉันอยากรู้ว่า ปริ้น ไนท์ทรีโอ พวกเขาเป็อย่างไรกันบ้าง
“ เย็นนี้ พวกนั้นจะไปซ้อมดนตรีที่ชมรม แกได้เจอแน่อ้อ...คนที่อยู่กับฟาโรห์ห้องเดียวกับแก เธอเป็นักร้องหญิงของชมรมเราเอง ชื่อว่าโซเฟีย แต่แกทำใจได้แน่นะ ”
“ ฮื่อ.. ”
“ อย่าก่อเื่ อย่าแอบสูบบุหรี่ อย่าเอาแต่ฟังเพลง ตั้งใจเรียนล่ะ ”
“ ฮื้อ... ”
“ เวลาโดนกวนอารมณ์ แกจะต้องท่องว่าขันติๆ นะ ”
“ ขันติบ้าบออะไรของแก ฉันเป็คริสต์ โว๊ย! ”
“ แล้วอย่า..”
“ ไปเล้ย...แกจะไปไหนก็ไป ”
ฉันขว้างก้อนหินใส่คีย์รำคาญ ทำตัวยังกับพ่อ แต่ยังไง มันก็ไม่เคยทิ้งฉัน รวมทั้งแองจี้แฟนของมันด้วย
เราสนิทกันตอนที่ฉันไปอยู่ที่อเมริกาใหม่ๆ
คีย์ เป็ญาติของแม่เลี้ยงซึ่งฉันไม่เคยเกลียดมันเลย มันรู้เื่ทุกอย่าง ช่วยฉันทุกเื่ที่ฉันขอร้อง
ฉันเป็คนให้มันสืบเื่ของสี่ยอดกุมารว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนกันบ้าง เรียนที่ไหน จนรู้
ฉันยังให้มันทิ้งแฟนมาเรียนที่โรงเรียนนี้ตอนแรกเรานัดว่าจะมาตอนมอห้าพร้อมกันแต่ฉันติดการซ้อมและการแข่งขันรอบสุดท้ายของการประกวดช่างตัดผมมืออาชีพจึงไม่ได้มาพร้อมเขา เมื่อคีย์เรียนจบมอหกที่เมืองไทยปีหน้าเขาก็จะกลับไปเรียนมหาลัยต่อที่อเมริกา
การประกวดคือสิ่งเดียวที่ฉันทำให้พ่อภูมิใจทั้งๆ ที่อยากทำให้ท่านเสียใจทุกเื่ แต่การประกวด เป็ความฝันของฉันถึงแม้ว่าครั้งนี้ ฉันจะได้ที่สามก็เถอะ แต่เชื่อไหมว่า ฉันดังมากกว่าที่หนึ่ง เพราะฉันอายุน้อยที่สุดสวยที่สุด แต่สักวันฉันจะเอาคำว่า เก่งที่สุดมาให้ได้
ทางสมาคมของฝรั่งเศส้าตัวฉัน เขาให้โอกาสฉันในการเข้าเรียนกับอาจายร์ที่ดังที่สุด เป็ช่างผมของดาราฮอลิวู๊ดและนักร้องที่ดังระดับโลก คิดแล้วอยากไปมากๆ เพราะฉันอยากเจอพระเอกหนังฝรั่ง และนักร้องวัยรุ่นที่หล่อได้ใจอย่างจัสติน บีเบอร์ แต่ติดว่า อยากเจอสี่ยอดกุมารของเมืองไทยเสียก่อนเวลาเรียนที่เหลืออีกหนึ่งปี ฉันจึงอยากมาอยู่กับพวกเขาที่นี่และปีหน้าฉันจะต้องไปเรียนมหาลัยที่ฝรั่งเศสเพื่อที่จะมีเวลา่เสาร์-อาทิตย์ฝึกเรียนเพิ่มเติมกับสมาคมเมื่อถึงเวลานั้นฉันจะไม่มีเวลาทำอะไรเลย ฉันจึงได้ปรึกษากับทางสมาคมแล้วและคณะกรรมการก็มีความเห็นตรงกัน คือรอให้ฉันเรียนจบมอหกก่อนแต่ฉันก็ยังอยากลงแข่งขันในปีหน้าอีก เพราะอยากได้อันดับหนึ่ง
ฉันจับไปที่หัวใจของตัวเองแล้วพูดกับหัวใจเบาๆ ประหนึ่งราวกับว่า มันคือชีวิตอีกชีวิตหนึ่ง
“ ขอบคุณนะคะแม่หนูดีใจที่สุด ที่มีแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา แม่ช่วยเป็กำลังใจให้หนูด้วยนะคะ ”