ค่ำคืนหนึ่ง….
เสี่ยวชวนออกมาฝึกวิชาในป่าลึกนอกนครเทียนหลิง ห่างไกลจากเมืองอยู่หลายลี้
ฝึกทั้ง ก้าวไร้เงา กรงเล็บกระดูกทมิฬ โซ่กระดูกสะกดิญญา ดวงตาไร้หน้า เขตมายาเงียบงัน และยังฝึกโลกมายากลืนจิตที่นักพรตไร้หน้าสอนเพิ่มเติมอีก
“วิชานี้ จะลากจิตคู่ต่อสู้เข้าสู่โลกภาพลวง คนใจไม่แข็งอาจเสียสติได้” นักพรตไร้หน้ากล่าวขึ้นเสียงเรียบ
“หากนำไปใช้ดีๆ ผสานกับเขตมายาเงียบงันรับรองได้เลยว่าน่าหวาดหวั่นนัก!” นักพรตไร้หน้าแนะนำ
“เข้าใจแล้วขอรับผู้าุโ” เสี่ยวชวนตอบ
หลังจากนั้นเขาก็ฝึกกระบี่ฟ้าครามเก้าเงาต่อ
เสี่ยวชวนมาฝึกอยู่เช่นนี้ทุกๆคืน หลังจากฝึก่กลางวันที่สำนักเสร็จ เขาก็มาฝึกเพิ่มเติ่มคนเดียวในป่าต่อ มีเพียงเพ่ยเหยาและซ่งเทียนอวิ๋นเท่านั้นที่รู้ว่าเสี่ยวชวนบ้าการฝึกฝนขนาดไหน
ในขณะที่เสี่ยวชวนกำลังสังหารสัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้นตัวนึงลงไปได้
เขาก็ััได้ถึงสายตาอันตรายที่มองมาจากมุมมืด
เสี่ยวชวนแกล้งทำเป็ไม่รู้ตัวและเดินเข้าไปในป่าอย่างเชื่องช้า
เสี่ยวชวนััได้ถึงการไหลของพลังลมปราณของอีกฝ่ายด้วยวิชาดวงตาไร้หน้า บัดนี้เขาเห็นศัตรูเรียบร้อยแล้ว
ด้วยวิชาดวงตาไร้หน้าทำให้เสี่ยวชวนเห็นการไหลเวียนพลังของอีกฝ่าย มันหมุนวนอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง ศัตรูแบบนี้ เสี่ยวชวนจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ในระหว่างที่เสี่ยวชวนกำลังแกล้งทำท่าจะนั่งลง ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาและฟาดฟันดาบมาทางเขาด้วยพลังอันมหาศาล!
“เคร๊ง!!”
เสี่ยวชวนรับดาบไว้ทัน!
‘ขั้นสร้างแกนพลังขั้นสูง แต่ยังไม่ถึงกับระดับศิษย์พี่หานอวี่…’ เสี่ยวชวนคำนวน
“รับไว้ได้งั้นหรือ?” เสียงของชายคนนั้นเอ่ยขึ้น
“เ้าเป็ใคร?” เสี่ยวชวนถาม
“ไม่จำเป็ต้องตอบ!” มันพูดเสร็จก็พุ่งเข้าหาเสี่ยวชวนและใช้เพลงดาบฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง ด้วยระดับพลังของมันที่เหนือกว่าเสี่ยวชวนถึงสองขั้นย่อย เสี่ยวชวนจะต้องเอาจริง ไม่งั้นเขาไม่รอดแน่นอน!
เสี่ยวชวนสงบลมหายใจเดินเคล็ดลมปราณฟ้าครามอย่างสงบ จากนั้นจึงใช้ก้าวไร้เงาหลบหลีกกระบวนดาบของอีกฝ่ายอย่างว่องไว
ศัตรูไม่เพียงมีพลังมหาศาล เพลงดาบแต่ละครั้งของมันฟันต้นไม้ฟันป่าหายไปเป็แถบๆ ะเิพลังลมปราณออกมามากมายมหาศาล หากเสี่ยวชวนตั้งรับตรงๆ เขามีเพียงต้องใช้เคล็ดวิชากลืนิญญาเท่านั้นจึงจะเอาอยู่
“เฮอะ!! ฝีมือไม่เลว สมแล้วที่เป็ศิษย์ยอดฝีมืออันดับเจ็ดของสำนักกระบี่ฟ้าคราม!!”
“เ้ารู้ข้อมูลนี้ได้อย่างไร? เ้าเป็ใครกันแน่?!!” เสี่ยวชวนถามเสียงสงบ
“หึๆ เ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก” มันเอ่ยขึ้น
“ดี… งั้นเ้าจงตายซะ…”
เสี่ยวชวนไม่พูดมากอีกเขาะเิพลังกลืนิญญายืมพลังจากดวงิญญาเฒ่ากระดูกทมิฬ นักพรตไร้หน้า และเหล่าศัตรูทั้งหลายของตัวเองที่เคยสังหารไปมาเพิ่มระดับพลังและความเร็วให้ตนเอง!
ระดับพลังลมปราณของเสี่ยวชวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนอีกฝ่ายตกตะลึง!
“พะ…พลังระดับนี้มัน…!!!”
“โซ่กระดูกสะกดิญญา!!” เสี่ยวชวนใช้วิชาโซ่กระดูกพันธนาการคู่ต่อสู้ทันที ศัตรูขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่นิ้วยังไม่สามารถกระดิกได้!
“วิชาดาบฟ้าครามเก้าเงากระบวนท่าที่หนึ่ง เงาแรก เฉือนลม!!”
“ฉั่วะ-!!”
เสี่ยวชวนใช้เฉือนลมฟาดฟันไปทางศัตรูด้วยระยะห่างราวยี่สิบก้าว คลื่นลมปราณพุ่งเข้าไปฟาดฟันใส่หน้าอกอีกฝ่ายจนเืสาดกระจาย
มันร้องคำรามลั่นพร้อมลงไปนอนกองจมกองเื
เสี่ยวชวนเดินเข้าไปกำลังคิดจะดูดกลืนิญญามันเพิ่มพลังให้ตนและตรวจค้นร่างกายมันว่าคนผู้นี้เป็ใครมาจากไหน ทันทีที่เสี่ยวชวนแตะตัวมัน เขาก็ััได้ถึงอันตรายทันที!
เสี่ยวชวนรู้สึกเหมือนโดนกัดกร่อนลมปราณ และชีพจรของเขากำลังเสียหายอย่างหนัก
“ข้าโดนพิษ….” เสี่ยวชวนขมวดคิ้ว หน้าเริ่มซีดเผือด เขาตัดสินใจพลาดที่รีบร้อนเข้าไปสำรวจศพของอีกฝ่าย
เสี่ยวชวนเริ่มอาการแย่ลงเรื่อยๆพิษนี้ร้ายแรงมาก หากเขากลับบ้านตอนนี้ หลินเยว่จะต้องใและเป็กังวลมากอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึง หลิงเปา และหลิงเอ๋อขึ้นมาได้ พวกนางอยู่ในตระกูลหลิงเป็ตระกูลที่มีสมุนไพรและรักษาผู้คนไว้มากมาย
เสี่ยวชวนไม่รอช้ารีบมุ่งหน้ากลับเข้าสู่นครเทียนหลิงทันที
หลังจากมาถึงเมืองแล้วเสี่ยวชวนก็สะกดอาการาเ็ของพิษไว้ด้วยเคล็ดลมปราณฟ้าครามอย่างยากลำบากและเร่งเดินทางไปยังตระกูลหลิงทันที!
เมื่อไปถึงตระกูลหลิง เสี่ยวชวนถึงกับตกตะลึง!
ตระกูลหลิงนั้น ช่างโอ่อ่า มีเรือนยา สวนสมุนไพร กลิ่นโอสถลอยไปทั่วบริเวณ ผู้ฝึกยุทธและนักปรุงยาเดินกันขวักไขว่
“พรวดดดด!!!”
เสี่ยวชวนกระอักโลหิตออกมา สภาพาเ็ของเขา ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในตระกูลหลิงทันที
“เกิดอะไรขึ้น?! เ้าเป็ใคร?!” องค์รักษ์ของตระกูลหลิงเดินเข้ามาถาม
“พี่ชาย… ข้าถูกพิษร้ายเล่นงาน…. นี่เป็ตราที่แม่นางหลิงเอ๋อให้ข้าไว้ ท่านเอาไปดู” เสี่ยวชวนกล่าวเสียงแหบแห้ง
องค์รักษ์รับป้ายตราประจำตระกูลมาดู
“นี่มัน…. ตราระดับทอง!!!” เหล่าองครักษ์ต่างตกตะลึง ผู้ที่จะมอบตราระดับทองของตระกูลให้ผู้อื่นได้ต้องมีอำนาจในตระกูลเป็อย่างมาก
“ที่แท้เป็สหายคุณหนูหลิงเอ๋อนี่เอง ข้าจะไปรีบตามนางมาให้!” องครักษ์กล่าวจบก็พุ่งร่างเหินไปอย่างว่องไวทันที!
ผ่านไปครู่ใหญ่ อาการเสี่ยวชวนเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาไอกระอักโลหิตออกมาไม่หยุด!
“ใครทำท่าน!! ข้าจะพายอดฝีมือในตระกูลไปล้างแค้น!!” หลิงเอ๋อกล่าวขึ้นทันทีที่มาถึงและเห็นสภาพของเสี่ยวชวน
หลิงเปาที่ตามมาด้วยไม่พูดอะไรมาก นางนิ่งกว่าหลิงเอ๋อมาก นางรีบตรวจอาการเสี่ยวชวนทันที พบว่าเป็พิษหายาก หลิงเปามีสีหน้าจริงจังทันที….
“ไป!! พี่เสี่ยวชวน ข้าจะพาท่านไปที่คลังโอสถ ที่นั่นมียารักษามากมาย ย่อมรักษาท่านได้แน่” หลิงเอ๋อกล่าว จากนั้นนางและหลิงเปาก็ช่วยกันพยุงเสี่ยวชวนไปยังคลังโอสถของตระกูลหลิงทันที
เมื่อไปถึงคลังโอสถหลิงเอ๋อก็ขอเบิก โอสถรักษาระดับสูงทันที เม็ดยาชีพจรคืนวสันต์ ซึ่งมีมูลค่าสูงมาก
ทว่า
ผู้ดูแลคลังไม่ยอมมอบของให้คนนอกแม้จะเป็สหายของหลานของท่านประมุขก็ตาม
“บัดซบ!! เ้าเป็แค่ผู้ดูแลคลัง กล้าขัดคำสั่งข้างั้นรึ?!” หลิงเอ๋อชักกระบี่ออกมาเตรียมอาละวาดแล้ว
ทันใดนั้นหลิงเปาได้กล่าวขึ้นมาว่า “ใจเย็นๆก่อนเ้าค่ะพี่หลิงเอ๋อ ข้าว่าเราเอาเื่นี้ไปบอกผู้าุโหลิงซูเหยาก่อนดีกว่า นางย่อมมีวิธีรับมือแน่”
หลิงซูเหยา นางเป็ผู้าุโใหญ่ของตระกูล เป็นักปรุงโอสถอันดับหนึ่งของตระกูล อยู่ในขั้นหลอมิญญาขั้นต้น ฉลาด เ้าเล่ห์ และอ่านคนเก่ง หลิงเปาเชื่อว่านางย่อมมีหนทางแก้ไข
“งั้นเ้ารีบไปตามนางมา พี่เสี่ยวชวนอาการแย่ลงเรื่อยๆแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันการ!” หลิงเอ๋อกล่าวเสียงหนัก
“เ้าค่ะ” หลิงเปาเองก็รับคำแล้วหันมามองเสี่ยวชวนด้วยสายตาเป็ห่วงหนึ่งรอบจากนั้นจึงรีบไปตามผู้าุโหลิงซูเหยาทันที!
“รอก่อนนะพี่เสี่ยวชวน” หลิงเปากล่าวอย่างร้อนรน