บทที่ 6 โดนเข้าใจผิดว่าเป็คนฉวยโอกาส
“ลมแดดรึ?” หลินหัวขมวดคิ้วแล้วถาม “ลมแดดอันใด?”
โอ๊ย!
จ้าวผิงถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่านี่คือยุคโบราณ ยังไม่มีคำว่าลมแดดในยุคนี้ ก่อนจะพูดออกมาว่า “จับไข้ด้วยอากาศร้อน”
“แล้วจับไข้ด้วยอากาศร้อนคือโรคอันใด?” หลินหัวสงสัยก่อนถามขึ้นมาอีก
“ข้า…” จ้าวผิงไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
เวลานี้หญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้นหอบหายใจแรงขึ้นมา ใบหน้าแดงก่ำราวกับเปลวไฟ ตัวก็กระตุกไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าใกล้จะไม่ไหวแล้ว
จ้าวผิงไม่สนใจที่จะอธิบายให้เขาฟังแล้ว เลยรีบสั่งการ
“ขอคนสองคน แบกผู้ไข้ไปยังที่ที่มีร่มเงาหน่อย”
ทว่ากลับไม่มีใครขยับ หนำซ้ำเถาจี๋อันลูกศิษย์ขั้นที่หนึ่งยังพูดเยาะเย้ย
“นางจะตายแล้ว ใครจะกล้าแตะนาง? หากเกิดอันใดผิดพลาดขึ้นมา นั่นชีวิตคนเลยนะ ผู้ใดจะกล้ารับผิดชอบ?”
“สารเลว!” หลินหัวะโด่า “เื่เป็ตายของชีวิต เ้ากลับทำตัวเป็คนขี้ขลาด”
“ข้านี่ตาบอดจริง ๆ ที่ให้คนอย่างเ้ามาเป็ศิษย์เอก”
“ท่านหมอหลิน ข้าทำเพื่อท่านนะ” เถาจี๋อันโต้เถียง “ท่านลองคิดดูสิ ถ้าแม่นางคนนี้ตายในโรงหมอของเรา ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา แต่หากข่าวแพร่กระจายออกไปก็จะมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของพวกเราแน่นอน”
“หากคนผู้นี้เต็มใจที่จะลงมือ ก็ปล่อยเขาจัดการไปสิ”
“ถ้าเกิดเื่อันใด ก็ให้เขารับผิดชอบ”
“เ้า!” หลินหัวชี้ไปที่เขา โมโหจนพูดอะไรไม่ออก
“ผู้าุโ อย่ามัวแต่เสียเวลาพูดกับเขาเลย รีบไปหาที่ที่มีร่มเงา ข้าจะอุ้มนางไปช่วยตรงนั้น ถ้าช้ากว่านี้ จะไม่ทันกาลแล้ว” จ้าวผิงพูดเร่ง
“ตามข้ามาที่ลานด้านหลัง”
หลินหัวนำทางไป จ้าวผิงอุ้มแม่นางผู้นั้นไปที่ลานด้านหลัง เถาจี๋อันและคนอื่น ๆ จะตามไป แต่จ้าวผิงกลับห้ามไว้
เถาจี๋อันไม่พอใจ พูดกับหลินหัวว่า “ท่านหมอหลิน ท่านดูเขาสิ มาทำหยิ่งยโสในโรงหมอเรา คิดว่าตัวเองเป็เ้าของ...”
“เ้าหุบปาก!” หลินหัวตวาดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เถาจี๋อัน ั้แ่นี้ต่อไป เ้าไม่ใช่ศิษย์ขั้นที่หนึ่งอีกต่อไปแล้ว เ้าโดนลดขั้นไปเป็เด็กจัดยา ฝึกฝนต่อไปซะ”
เถาจี๋อันถึงกับอึ้งไป
เขาคิดอยากจะขอร้อง แต่เสียดายที่หลินหัวไม่ให้โอกาสเขาแล้ว เถาจี๋อันจึงปิดประตูดังปัง
ก่อนหลินหัวหันกลับมากลับพบว่าจ้าวผิงกำลังปลดเสื้อผ้าของหญิงสาวคนนั้นอยู่ เขาใรีบห้าม “พ่อหนุ่ม เ้าจะทำอะไร?”
“ไม่มีเวลาอธิบายให้ท่านฟังแล้ว” จ้าวผิงพูดด้วยความเร่งรีบ “รีบเตรียมอ่างน้ำเย็นให้ข้า แล้วหาผ้าเช็ดหน้าสะอาดมาหนึ่งผืน”
หลินหัวดูออกก็รู้ว่าจ้าวผิงกำลังรีบช่วยชีวิตคน เลยไม่กล้าไปขัดให้เสียเวลา จึงรีบไปนำของมาให้
“ท่านอยู่ข้าง ๆ ช่วยพัดหน่อย ข้าจะช่วยให้นางอุณหภูมิลดลง” จ้าวผิงพูดจบแล้วหยิบผ้าขนหนูจุ่มในน้ำเย็น แล้วเช็ดตัวให้หญิงสาวคนนั้น
ไม่รู้ว่าหลินหัวไปหาพัดมาจากไหน เขายืนอยู่ข้าง ๆ คอยโบกพัดให้ แล้วถามขึ้นมา “พ่อหนุ่ม ลมแดดนี่มันคือโรคอันใดกัน? ทำไมถึงร้ายแรงเช่นนี้ นางถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยหรือ?”
“เมื่อโดนอากาศร้อนมากเข้า จะส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อีกทั้งห้องตรวจของพวกท่านผู้คนแออัด จึงไม่มีอากาศถ่ายเท...”
จ้าวผิงอธิบาย “หากไข้สูงไม่ยอมลด การเผาผลาญอวัยวะภายในง่ายมาก”
“หากช่วยเหลือไม่ทันกาล ก็สามารถเสียชีวิตได้”
“ถึงแม้จะโชคดีช่วยชีวิตไว้ทัน แต่ในอนาคตก็อาจจะมีโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมาอีก ชีวิตที่เหลืออาจต้องใช้ยาช่วยตลอดชีวิต”
แค่ก ๆ!
จ้าวผิงเพิ่งพูดจบ หญิงสาวก็พลันไอออกมา ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“ฟื้นแล้ว นางฟื้นแล้ว เ้ารักษานางได้จริงด้วย” หลินหัวพูดด้วยความซาบซึ้ง
พรึบ!
จ้าวผิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่กำลังคิดจะถามอาการจากหญิงสาว พลันมีมือยื่นตรงมายังเขา
จ้าวผิงมือไวตาไว เลยคว้าข้อมือหญิงสาวเอาไว้ได้
“คนฉวยโอกาส!” หญิงสาวด่าเขา ถอนมือออกจากมือจ้าวผิง ปิดหน้าอกแล้วถอยไปข้างหลังไม่หยุด ปากก็ยังะโด่าทอไม่หยุด
“กลางวันแสก ๆ อยู่ในที่โล่งแจ้ง พวกเ้ากลับรังแก...”
ไม่รอให้นางพูดจบ หลินหัวเดินออกมา “สาวน้อย เ้าเข้าใจผิดแล้ว พ่อหนุ่มคนนี้ช่วยรักษาเ้า”
“เมื่อครู่เ้าเป็ลมแดด ถ้าไม่ได้เขา เกรงว่าตอนนี้เ้าคงเสียชีวิตไปแล้ว”
หญิงสาวนิ่งอึ้งไป ก่อนสำรวจตัวเอง
เหมือนว่านอกจากเสื้อผ้าที่ถูกเปิดออกมาแล้ว ตรงอื่นก็ไม่ได้โดนล่วงเกินแต่อย่างใด
พลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตอนที่นางกำลังสอบถามอาการอยู่ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะ ก่อนล้มลงไปที่พื้น และหมดสติไป
พอรู้ว่านางกล่าวโทษผิดคน ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความเขินอายขึ้นมาทันที ก่อนคุกเข่าลงไปที่พื้น คำนับให้จ้าวผิง
“ผู้มีพระคุณ ขอโทษด้วย ข้าเข้าใจท่านผิด”
“บุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าในครั้งนี้ ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทน มีอยู่อย่างเดียว...”
“ช่างเถอะ”
จ้าวผิงไม่ปล่อยให้นางพูดประโยคที่เหลือต่อ
ในยุคโบราณ หญิงสาวมักจะตอบแทนบุญคุณด้วยร่างกายตัวเอง ตัวเขาเองยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จะมีปัญญาที่ไหนมาเลี้ยงดูอีกคน
“เื่เล็กน้อยเอง”
“เ้าลองดูว่ามีตรงไหนไม่สบายอีกหรือไม่?”
“โชคดีที่ท่านหมอหลินก็อยู่ที่นี่ ให้เขารักษาเ้าแล้วกัน”
พูดถึงเื่โรค หญิงสาวก็จริงจังขึ้นมา “ข้าเวียนศีรษะ”
“โดยเฉพาะตอนที่ทำงานในไร่นา ข้าเป็ลมในไร่มาหลายครั้งแล้ว”
“ข้าจะช่วยจับชีพจรให้เ้า” หลินหัวไปข้างหน้าจับชีพจรให้หญิงสาว ผ่านไปพักหนึ่งก็พูดขึ้นมา “พลังชี่กับเืพร่อง แต่ไม่ได้เป็โรคร้ายแรงอะไร”
“กลับไปพักผ่อนให้มากหน่อย ข้าจะสั่งยาบำรุงให้ ไม่มีอันใดต้องกังวล” แล้วหลินหัวก็ถามจ้าวผิงอีก “พ่อหนุ่ม เ้าว่าอย่างไร?”
จ้าวผิงส่ายหน้า “เมื่อไม่ได้ตรวจอาการอย่างละเอียด ข้าก็ไม่กล้าบอกว่านางเป็โรคอะไร”
“แต่หากดูจากที่อากาศแบบนี้แล้วเป็ลมง่าย เห็นได้ชัดว่าได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ”
“ที่ท่านหมอหลินวิเคราะห์ก็น่าจะไม่ผิดพลาด”
“ฮ่า ๆๆ ถ้าอย่างนั้นข้าจะสั่งยาให้เ้า” หลินหัวหัวเราะแล้วหยิบกระดาษพู่กันออกมาจากกล่องยาแล้วเขียนใบสั่งยาให้หญิงสาว
“ไปรับยาเถอะ”
หญิงสาวพยักหน้า หยิบใบยาแล้วออกไป
ตอนนี้หลินหัวถึงค่อยกลับมาพูดกับจ้าวผิง “พ่อหนุ่ม ขอบใจมากที่ช่วยแก้สถานการณ์ให้โรงหมอของพวกเรา”
“ขอถามหน่อยว่าเ้าชื่อแซ่อะไร? ร่ำเรียนมาจากที่ใด?”
“ถ้ามีเวลาข้าก็อยากไปเคารพท่านอาจารย์ เพื่อแสดงความขอบคุณท่านสักหน่อย” หลินหัวกล่าว
“ข้าชื่อจ้าวผิง และข้าไม่มีอาจารย์” จ้าวผิงตอบ
“ไม่มีอาจารย์?” หลินหัวสงสัย “แล้วทักษะการรักษาของเ้า?”
“เมื่อก่อนข้าเคยอ่านตำราเล่มหนึ่งชื่อ ‘บันทึกการใช้พืชสมุนไพร’ ข้าเรียนจากสิ่งนั้น”
“บันทึกการใช้พืชสมุนไพร? ผู้ใดเป็คนเขียน?”
“หลี่ฉือเจิน”
“หลี่ฉือเจินหรือ?” หลินหัวถามซ้ำ
ขณะขบคิดชื่อนี้ หลินหัวพลันคิ้วขมวดเข้าหากัน “ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อท่านผู้นี้มาก่อนนะ?”
‘เขาเคยได้ยินนี่สิแปลก!’
จ้าวผิงพึมพำในใจแล้วฝืนยิ้มพูดขึ้นมา “ท่านหมอหลิน ราชวงศ์ต้าเว่ยใหญ่โตขนาดนี้ ท่านไม่สามารถได้ยินชื่อของทุกคนได้หรอก”
“อีกอย่างตอนที่ข้าเก็บตำรานี้ได้ สภาพก็ทรุดโทรมมากแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่ของจากยุคพวกเรา”
“แล้วตำราล่ะ?”
หลินหัวเดินไปข้างหน้าจับมือจ้าวผิงอย่างรู้สึกซาบซึ้ง ไม่ใช่ของในยุคสมัยนี้ แถมไม่มีชื่อเสียงด้วย หากตนได้ศึกษาความรู้จากตำรานี้ ไม่แน่ว่าอนาคตหมอของเขาต้องยาวไกลแน่ ๆ
ไม่แน่อาจจะได้เข้าไปเหยียบโรงหมอในเมืองหลวง
แต่จ้าวผิงกลับลูบจมูก สีหน้าอึดอัด
“เมื่อก่อนข้าสุรุ่ยสุร่าย เอาหนังสือไปแลกสุรา ตอนหลังนึกขึ้นได้ พอกลับไปหา ก็หาไม่เจอเสียแล้ว”
“เ้า!” หลินหัวชี้ไปที่จ้าวผิง อีกนิดเดียวจะโกรธจนอกแตกตายแล้ว
นั่นเป็ถึงสมบัติล้ำค่าเชียวนะ โดนเอาไปย่ำยีเช่นนั้น ทำเสียของซะจริง!
“หมอหลิน ท่านอย่าโกรธเลย ถึงแม้จะไม่มีตำราแล้ว แต่อย่างน้อยข้าก็ยังจำได้บ้าง” จ้าวผิงพูดปลอบ
“ถ้าวันข้างหน้าหมอหลินมีเื่จำเป็ ข้าพร้อมยอมฟังคำสั่งท่านเลย”
“ช่างเถอะ ถือว่าข้ากับตำรานั่นอาจจะไม่มีวาสนาต่อกัน”
หลินหัวถอนหายใจ ก่อนคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงถาม “จ้าวผิง เ้ามาที่โรงหมอข้าทำไม? ไม่สบายหรือ?”
“ข้าไม่ได้เป็อันใด เพียงแต่้ามาพบท่านหมอหลินเพื่อที่จะคุยเื่หนังสือรับรองขายสมุนไพร”
“เ้าจะเอาหนังสือรับรองไปทำอะไร?” หลินหัวถามสีหน้าจริงจัง
“ถึงแม้เมื่อกี้เ้าเพิ่งช่วยรักษาแม่นางคนนั้นได้ แต่เื่หนังสือรับรองนี่จะเอามาล้อเล่นไม่ได้”
“ถ้าไม่มีทักษะการรักษาที่ถูกต้อง ข้าไม่สามารถออกหนังสือรับรองให้เ้าได้”
“นอกจากว่าเ้าจะทำบททดสอบของข้าผ่าน”
“บททดสอบอะไร?”
“ในห้องปีกตะวันตกมีคำถามอยู่ ถ้าเ้าสามารถ...”
“ข้าตอบเสร็จแล้ว”
“ตอบเสร็จแล้ว?”
“อืม”
“งั้นข้าจะเข้าไปดู”