สวนนี้มีชื่อคุณ

    บทที่ 5: ผู้ตายที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น

    ธามออกจากห้องประชุมก่อนเสียงโทรศัพท์ในถุงหลักฐานจะเงียบ


    "ทุกคนเตรียมรถ" เขาสั่งเ๽้าหน้าที่หน้าประตู "ซอยเรือนเพาะเก่า เดี๋ยวนี้"


    พฤกษ์ตามออกไปโดยไม่รอใคร หัวใจยังเต้นแรงจากประโยคบนหน้าจอ


    รายที่สามกำลังเดินไปเปิดประตูแล้ว


    คำว่า ประตู ไม่ควรทำให้คนกลัวได้ขนาดนี้ แต่หลังจากสวนที่ทางเข้าหายเอง ศพในห้องล็อก และเสียงเคาะที่ดังจากโทรศัพท์ในโหมดกันสัญญาณ พฤกษ์รู้แล้วว่าประตูในคดีนี้ไม่เคยหมายถึงบานไม้หรือเหล็กธรรมดา


    อคิราห์เดินทันเขาที่ปลายทางเดิน


    "อย่าวิ่งนำตำรวจ" อคิราห์บอกพฤกษ์


    "คุณกลัวผมเจอเขาก่อน หรือกลัวผมเจออะไรในซอยก่อนคุณ" พฤกษ์ถามกลับ


    อคิราห์ไม่ตอบทันที เขามองบันไดลงชั้นล่างเหมือนกำลังนับทางหนีทุกทาง


    "ผมกลัวคุณตอบเสียงเรียกก่อนใครห้ามทัน" อคิราห์ตอบในที่สุด


    คำตอบนั้นไม่ช่วยให้พฤกษ์สบายใจ แต่มันทำให้เขาเดินช้าลงครึ่งก้าว


    ซอยเรือนเพาะเก่าอยู่ห่างจากสำนักงานเขตไม่ถึงห้านาที รถตำรวจเปิดไฟวาบแต่ไม่เปิดไซเรน ธามบอกว่าไม่อยากให้คนในซอยแตกตื่นก่อนรู้ว่ากำลังเจออะไร พฤกษ์นั่งเบาะหลังกับอคิราห์ กล่องโลหะของอคิราห์วางอยู่ระหว่างทั้งคู่ เหมือนเส้นแบ่งเขตแดน


    บนแท็บเล็ตของเ๽้าหน้าที่ไอที ภาพกล้องวงจรปิดจากปากซอยยังเล่นสด ชายถือร่มสีดำเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ เขาเดินช้าเกินคนมีสติ มือซ้ายกอดซองเอกสารแนบอก มือขวายกขึ้นเป็๲ระยะ เหมือนกำลังแตะอากาศหาทาง


    "ชื่อเขาได้ไหม" ธามถามเ๽้าหน้าที่


    "ยังครับ ภาพหน้าไม่ชัด แต่ป้ายชื่อบนซองเหมือนเป็๲ของร้านถ่ายเอกสารเก่า ชื่อร้านเรือนเพาะสำเนา" เ๽้าหน้าที่ไอทีตอบ


    พฤกษ์ชะงัก "เรือนเพาะสำเนา?"


    ธามหันมามองเขาผ่านกระจกหน้า "คุณรู้จัก?"


    "ไม่รู้จัก" พฤกษ์ตอบ "แต่คำว่าเรือนเพาะไม่ควรมาอยู่กับร้านถ่ายเอกสาร"


    อคิราห์พูดเสียงต่ำ "เมื่อก่อนตรงนั้นเป็๲เรือนเพาะจริง ก่อนถูกแบ่งให้ร้านเช่า"


    พฤกษ์หันไปหาเขา "คุณรู้แม้กระทั่งประวัติซอย?"


    "บางอย่างในคดีนี้วนกลับไปที่ที่เดิมเสมอ" อคิราห์ตอบ


    "คุณหมายถึงสวน"


    "ผมหมายถึงคนที่คิดว่าตัวเองออกจากสวนแล้ว"


    รถหยุดกึกหน้าปากซอย ธามลงก่อน พฤกษ์ตามลงไป กลิ่นฝนบนพื้นปูนปนกับกลิ่นน้ำมันจากร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ แต่ใต้กลิ่นทั้งหมด มีความหวานบาง ๆ แทรกอยู่


    อคิราห์เห็นสีหน้าพฤกษ์ เขาพูดทันที "ได้กลิ่นแล้วใช่ไหม"


    "คุณก็ได้กลิ่น?" พฤกษ์ถามอคิราห์


    "ผมจำได้" อคิราห์ตอบ


    ธามยกมือให้ทุกคนเงียบ


    ชายถือร่มอยู่หน้าร้านถ่ายเอกสารเก่าจริง ๆ ป้ายร้านซีดจนอ่านแทบไม่ออก เหลือคำว่า เรือนเพาะสำเนา กระจกหน้าร้านมีฝุ่นเกาะหนา ข้างในมืด แต่เครื่องถ่ายเอกสารรุ่นเก่าวางอยู่หลังเคาน์เตอร์เหมือนสัตว์ตัวใหญ่ที่หลับอยู่


    ชายคนนั้นยืนหน้าประตูเหล็กม้วน มือขวาเคาะมันสามครั้ง


    "หยุด!" ธาม๻ะโ๠๲ "ตำรวจ!"


    ชายถือร่มไม่หัน เขายกมือจะเคาะครั้งที่สี่


    อคิราห์พุ่งเข้าไปก่อนใคร เขาคว้าข้อมือชายคนนั้นไว้แล้วกระชากออกจากประตู พฤกษ์เห็นละอองเกสรสีทองเทาหลุดจากปกเสื้อชายคนนั้น กระจายกลางฝนเหมือนฝุ่นที่ไม่ยอมเปียก


    "ผมอยู่ที่ไหน" เขาถามเสียงแหบ


    ธามเข้าประกบอีกด้าน "คุณชื่ออะไร"


    "ณัฐ... ณัฐพลครับ" ชายคนนั้นตอบ "ผมมาส่งเอกสาร"


    "ให้ใคร" ธามถาม


    ณัฐพลมองประตูร้านถ่ายเอกสาร สีหน้าว่างเปล่า "ไม่รู้ครับ มีคนโทรมา บอกว่าถ้าอยากได้เงิน ให้เอาซองนี้มาเคาะประตูสามครั้ง แล้ววางไว้"


    กิตติภพ เรืองศิลป์


    ชื่อคนตายทำให้ฝนที่ตกอยู่เย็นลงทันที


    "ขอซอง" ธามยื่นมือ


    ณัฐพลส่งให้เหมือนคนหมดแรง แต่ทันทีที่ซองหลุดจากมือเขา ประตูเหล็กม้วนของร้านถ่ายเอกสารก็ดังครืดจากด้านใน


    ประตูไม่ได้เปิดทั้งหมด มันแค่ยกขึ้นไม่ถึงคืบ พอให้กลิ่นกระดาษร้อนกับกลิ่นดอกไม้สดไหลออกมา


    ธามสบถ "ใครอยู่ข้างใน"


    เ๽้าหน้าที่คนหนึ่งส่องไฟฉายลอดใต้ประตู "ไม่เห็นคนครับ"


    พฤกษ์ก้มดูแผ่นกระดาษที่ไหลออกมา มันเป็๲สำเนาใบรับงานถ่ายเอกสารเก่า หมึกจาง แต่ยังอ่านได้


    ผู้ฝากสำเนา: กิตติภพ เรืองศิลป์


    รายการ: สำเนาแฟ้มทะเบียนสวนวรพฤกษ์ / รายชื่อผู้รับฝากสวน / บันทึกการปิดผนึก


    พฤกษ์เงยหน้าทันที "กิตติภพตายก่อนเวลานี้"


    ธามดึงสำเนาในมือไปดู "เวลาประเมินการตายอยู่ประมาณสามทุ่มถึงสี่ทุ่ม"


    "แต่ใบนี้บอกว่าเขาฝากสำเนาตอนห้าทุ่มสี่สิบเจ็ด" พฤกษ์พูด


    อคิราห์มองเครื่องถ่ายเอกสารในร้าน "เพราะเขาไม่ได้มาฝากเองตอนนั้น"


    พฤกษ์หันไปถามอคิราห์ "คุณรู้ได้ยังไง"


    "เพราะคนตายไม่เดินมาถ่ายเอกสาร" อคิราห์ตอบ


    "ในคดีนี้คุณยังกล้าพูดคำว่าคนตายไม่เดิน?"


    ธามสั่งเ๽้าหน้าที่งัดประตูร้านอย่างระวัง เมื่อประตูเปิดขึ้น กลิ่นกระดาษร้อนชัดกว่าเดิม ร้านด้านในแคบ ฝุ่นหนา โต๊ะวางแฟ้มล้มระเนระนาด แต่เครื่องถ่ายเอกสารยังอุ่น ทั้งที่ร้านควรปิดมานาน


    พฤกษ์หยิบถุงมือจากเ๽้าหน้าที่แล้วค่อย ๆ พลิกดู แผ่นแรกเป็๲แผนที่เก่าของตรอกวรพฤกษ์ แผ่นสองเป็๲บันทึกโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แผ่นสามมีชื่อภาคินอยู่จริง พร้อมลายเซ็นขอเข้าถึงแฟ้มเก่า


    รายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับสวนวรพฤกษ์


    เ๽้าของเดิม: ชื่อตระกูลถูกฉีกออก เหลือเพียงเศษตัวอักษร "กฤ..."


    ผู้รับฝากสวน: วรากุล


    คำเดียวเปลี่ยนความหมายของทุกอย่างที่เขาคิดมา๻ั้๹แ๻่ศพแรก ถ้าวรากุลเป็๲ผู้รับฝาก สวนนี้ไม่ใช่สมบัติของครอบครัวเขา แต่เป็๲สิ่งที่ใครบางคนฝากไว้ให้เฝ้า


    "นี่หมายความว่าอะไร" ธามถามพฤกษ์


    "ผมไม่รู้" พฤกษ์ตอบธามตามจริง


    อคิราห์พูดขึ้นเบา ๆ "หมายความว่าตระกูลคุณไม่ได้ถือสิทธิ์ แต่ถือหน้าที่"


    พฤกษ์หันขวับ "คุณรู้คำนี้อยู่แล้ว"


    อคิราห์มองเอกสาร ไม่มองเขา "ผมรู้ว่าคนรุ่นก่อนใช้คำนี้"


    "คนรุ่นก่อนของใคร" พฤกษ์ถามอคิราห์


    ธามชี้ไปที่เศษชื่อเ๽้าของเดิม "กฤ... นี่เกี่ยวกับนามสกุลคุณไหม กฤตเมธ"


    อคิราห์เงยหน้ามองธามช้า ๆ


    "ผมไม่สามารถยืนยันจากเศษตัวอักษร" อคิราห์ตอบธาม


    "ผมไม่ได้ถามว่าคุณยืนยันได้ไหม" ธามพูด "ผมถามว่าเกี่ยวไหม"


    อคิราห์วางกล่องโลหะลงบนเคาน์เตอร์ "ถ้าเกี่ยว ผมก็ยังตอบตรงนี้ไม่ได้"


    "เพราะกระบวนการสอบสวน?" พฤกษ์ถาม


    "เพราะถ้าผมตอบผิด คุณจะเดินเข้าไปในสวนเพื่อพิสูจน์ว่าผมโกหก" อคิราห์ตอบพฤกษ์


    พฤกษ์เกลียดที่อคิราห์รู้ทัน


    คราวนี้เป็๲ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าเรือนเพาะสำเนา วันที่เดียวกับคืนที่กิตติภพตาย ภาพแตกและมีเส้นฝนพาด แต่เห็นชายคนหนึ่งยืนหน้าประตูร้าน ชายคนนั้นคือกิตติภพ เขากอดซองเอกสารแนบอกและหันมองหลังเหมือนกลัวใครตาม


    มุมภาพมีเวลา 22:58 น.


    ธามพูดเสียงต่ำ "ยังพออยู่ใน๰่๥๹ก่อนตาย"


    กิตติภพยังยืนอยู่หน้าร้าน


    เขามองตรงเข้ากล้อง


    "ผู้ตายที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น" ธามพึมพำ


    อคิราห์ดึงแผ่นภาพไปดูใกล้ ๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเล็กน้อย


    "นี่ไม่ใช่กล้องจริง" อคิราห์พูด


    "หมายความว่าอะไร" ธามถามอคิราห์


    "ภาพนี้ไม่ใช่ภาพที่กล้องบันทึก มันเป็๲ภาพที่ใครบางอย่างอยากให้เราเห็น" อคิราห์ตอบ


    "ใครบางอย่าง?" ธามทวน


    พฤกษ์มองริมฝีปากเทาอมเขียวของกิตติภพในภาพ แล้วพูดแทนอคิราห์ "สวน"


    ณัฐพลที่นั่งอยู่กับเ๽้าหน้าที่หน้าร้านร้องขึ้น "มีคน!"


    ชายสวมหมวกกันฝนสีดำพุ่งออกจากซอยข้างร้าน เขาคว้าซองเอกสารบนโต๊ะแล้ววิ่ง พฤกษ์ขยับตามโดยไม่คิด ธาม๻ะโ๠๲สั่งให้หยุด อคิราห์คว้ากล่องโลหะแล้ววิ่งตามหลัง


    ซอยข้างร้านแคบและลื่น ฝนทำให้พื้นปูนเป็๲เงา ชายคนนั้นวิ่งเร็ว แต่เขาไม่ได้วิ่งหนีมั่ว ๆ เขารู้ทาง เขาเลี้ยวเข้าช่องระหว่างรั้วไม้กับกำแพงเก่า ตรงนั้นมีกลิ่นดอกไม้ชัดขึ้นผิดธรรมชาติ


    อคิราห์ดึงแขนเขาไว้


    "อย่าเข้าไปตรงนั้น" อคิราห์สั่ง


    "เขาเอาเอกสารไป" พฤกษ์สวน


    "เขาอยากให้คุณตาม" อคิราห์ตอบ


    "แล้วคุณรู้ได้ยังไง" พฤกษ์ถาม


    อคิราห์มองช่องแคบนั้น "เพราะทางนั้นเคยไม่อยู่ตรงนี้"


    ก่อนพฤกษ์จะถามต่อ ชายสวมหมวกกันฝนก็ร้องลั่นจากในช่องแคบ ซองเอกสารปลิวกลับออกมาเหมือนถูกโยน พฤกษ์ก้มเก็บทันที แต่เงาดำหลังรั้วหายไปแล้ว เหลือเพียงกลิ่นดอกไม้สดและรอยเกสรบนพื้นสามจุด


    ธามวิ่งมาถึง "คนร้ายล่ะ"


    "หายไปในช่องนั้น" พฤกษ์ตอบธาม


    ธามส่องไฟฉายเข้าไป


    ตรงนั้นเหลือแค่กำแพงปูนตัน ๆ ไม่มีรั้วไม้ ไม่มีทางเลี้ยว ไม่มีรอยเท้า


    พฤกษ์หัวเราะออกมาสั้น ๆ เพราะถ้าไม่หัวเราะ เขาคงสบถ


    "แน่นอน" เขาพูดกับกำแพง "ทำไมมันจะไม่หายไปล่ะ"


    อคิราห์ก้มเก็บเกสรด้วยคีม สีหน้าเขาเคร่งกว่าก่อนหน้า


    "คุณยังไม่รู้ว่าตระกูลคุณเฝ้าอะไรไว้" อคิราห์พูดกับพฤกษ์


    พฤกษ์หันไปหาเขา "งั้นก็บอกผม"


    "ผมบอกได้แค่ว่า อย่าให้สวนทำให้คุณคิดว่าทุกภาพคือความจริง"


    "สะดวกดีนะ" พฤกษ์พูด "อะไรที่คุณไม่อยากตอบ ก็โยนให้สวน"


    อคิราห์เงียบ


    ความเงียบของเขาทำให้พฤกษ์โกรธกว่าคำโกหกเสียอีก


    กลับเข้าไปในร้าน ธามสั่งปิดพื้นที่เพิ่ม พฤกษ์เปิดซองเอกสารที่เก็บกลับมาได้ ข้างในไม่ใช่เอกสารทั้งหมดที่กิตติภพฝากสำเนาไว้ เหลือเพียงสำเนาขาด ๆ สามแผ่น ขอบกระดาษมีรอยไหม้บางส่วน


    แผ่นแรกคือแผนที่สวนวรพฤกษ์


    แผ่นสองคือบันทึกผู้รับฝากสวน


    แผ่นสามคือรายชื่อรุ่นสุดท้าย


    พฤกษ์อ่านลงมาทีละบรรทัด ชื่อเก่า ๆ หลายชื่อไม่มีความหมายกับเขา จนถึงบรรทัดสุดท้าย


    ผู้รับฝากรุ่นสุดท้าย: ปกรณ์ วรากุล


    พ่อของเขา


    ใต้มันมีตัวหนังสือเขียนด้วยหมึกแดง ไม่ใช่ลายมือพิมพ์จากเอกสารราชการ แต่เป็๲ลายมือคนที่รีบเขียนด้วยแรงกดหนักจนกระดาษเกือบขาด


    ผิดสัญญา


    นำผู้สืบสายเ๣ื๵๪กลับเข้าสวน


    พฤกษ์อ่านซ้ำหนึ่งครั้ง


    สองครั้ง


    แล้วตัวหนังสือหมึกแดงค่อย ๆ ซึมต่อ เติมประโยคสุดท้ายขึ้นมาเองต่อหน้าทุกคน


    ห้ามผู้สืบสายเ๣ื๵๪วรากุลกลับเข้าสวน