แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!!
เวลาตีห้าของเช้าตรู่วันหนึ่ง วันนี้ไม่มีหน้าจอข้อความวงกลมหยินหยางของระบบเทพยุทธ์ปรากฏออกมาภายในจิตสำนึกของจูหงเฟย แต่มีปราณจิตลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงที่มีขนาดประมาณลูกวอลเลย์บอลของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคปรากฏตัวออกมาแทน
"เ้าหนูจู..ตื่นได้แล้ว" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคกล่าวกับจูหงเฟยเรียบๆ
"ผมตื่นแล้วครับลุงเฉิน เสียงระฆังดังวินาศสันตะโลขนาดนั้น ยังไงผมก็ต้องตื่นครับ"
"แล้วนี่ยังเหลืออีกตั้ง 2 เดือน กว่าจะถึงเวลาที่ลุงเฉินบอกเอาไว้ว่าไอ้เ้าประตูมิติั์ทั้ง 7 ประตูนั่นมันจะเสถียร แล้วจะมีพวกอสูรเข้ามาบุกโลกนี่ครับ"
"ลุงเฉินจะรีบตื่นจากการพักรักษาปราณจิตของลุงทำไมกันครับ หรือมีภารกิจอะไรเเปลกๆให้ผมทำอีก" จูหงเฟยสงสัยจึงสอบถามออกไปเป็ชุด
"ไม่มีภารกิจอะไรหรอก แต่เป็การปฏิบัติการจริง ลูกทรงกลมประตูมิติั์พวกนั้นมันเสถียรแล้วและพวกเผ่าพันธุ์อสูรก็จะบุกข้ามมิติจากโลกวิถีปราณมายังโลกสีน้ำเงินของพวกเ้าภายในวันนี้ หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือ ภายในเวลาอีก 18 ชั่วโมงนับจากนี้" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตอบกลับจูหงเฟยแบบสบายๆ เหมือนกับว่ายังไงๆเหตุการณ์อสูรบุกโลกก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 1,000 % อยู่แล้ว
"อืม..พวกอสูรจะบุกมาภายในวันนี้เหรอครับ" จูหงเฟยยังคงงัวเงียเมาขี้หูขี้ตาอยู่จึงแค่ฟังผ่านๆเฉยๆ
"ห๊า......!!!!!!!! ว่ายังไงนะครับ..!!!!!! พวกมันจะบุกเข้ามาภายในวันนี้ ภายในอีก 18 ชั่วโมงนี้เหรอครับ แล้วไหนลุงเฉินเคยบอกว่าอีกประมาณ 2 เดือน พวกมันถึงจะบุกมาล่ะครับ แล้วทีนี้ผมต้องทำยังไงบ้างครับ..!!!!" คราวนี้จูหงเฟยตื่นเต็มที่แล้วและใเต็มที่เช่นเดียวกัน
"ก็ไม่ต้องทำยังไง..ฝึกปราณยุทธ์ของเ้าต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเ้าจะบรรลุเข้าสู่ขั้น *นักยุทธ์* เ้าถึงจะสามารถที่จะออกไปรบและต่อสู้กับพวกมันได้"
"เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเพิ่งเลื่อนเลเวลขั้นกายาพื้นฐานขึ้นเป็เลเวล 8 แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่ผมจะได้เป็ซุปเปอร์ฮีโร่ แล้วออกไปต่อสู้กอบกู้โลกล่ะครับ ผมออกไปกอบกู้โลกวันนี้ได้เลยรึเปล่าครับ ผมอยากจะไปลุยกับพวกมันเร็วๆ"
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงกล่าวว่า "ถ้าเ้าอยากจะตายเร็วนัก เ้าก็ออกไปรบตอนนี้เลยก็ได้ ตอนนี้เ้าอยู่ในขั้นกายาพื้นฐาน เ้าเข้าใจคำว่า *พื้นฐาน* หรือไม่..เ้าหนูจู.."
"ถ้าหากเ้ายังไม่ยกระดับเข้าสู่ขั้น *นักยุทธ์* เ้าก็ทำได้แค่ไปให้พวกมันกินเป็อาหารว่างก็เท่านั้นเอง"
"เหอ..พวกอสูรมันแข็งแกร่งมากถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ ตอนนี้ร่างกายของผมมีสภาพที่แข็งแกร่ง,รวดเร็วและทรงพลัง น้องๆนักกีฬาโอลิมปิกกับนักกีฬาอาชีพระดับโลกแล้ว ผมยังสู้พวกมันไม่ได้อีกเหรอครับ" จูหงเฟยถามออกมาอย่างมั่นใจในตัวเอง
"โดยธรรมชาติแล้วเผ่าพันธุ์อสูรก็แข็งแกร่งและทรงพลังกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่แล้ว เหมือนเอามนุษย์ธรรมดามือเปล่าไปสู้ตัวต่อตัวกับสิงโต ยังไงมนุษย์ก็แพ้แน่ๆ"
"แล้วในส่วนของขั้นกายาพื้นฐาน มันก็เหมือนกับการเรียนในระดับชั้นอนุบาล เพื่อที่จะเตรียมตัวขึ้นไปเรียนในระดับชั้นประถมปีที่ 1 นั่นเเหละ"
"บนโลกวิถีปราณนั้นมีพลังปราณแทรกอยู่ในทุกอณูของทุกสรรพสิ่ง เช่น ในอากาศ,ในน้ำ,ในดิน,ในหิน,ในแร่ธาตุ,ในต้นไม้ใบหญ้า,ในสิ่งที่มีชีวิตและในสิ่งที่ไม่มีชีวิต ครอบคลุมไปทั่วทั้งโลกวิถีปราณ"
"ดังนั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรบนโลกวิถีปราณ จึงได้รับการเสริมบำรุงจากพลังปราณรอบๆตัวมาโดยตลอดั้แ่เกิด จนทำให้ร่างกายของเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อสูรบนโลกวิถีปราณมีร่างกายที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากกว่ามนุษย์และสัตว์บนโลกสีน้ำเงินของพวกเ้าที่มีพลังปราณอยู่เพียงแค่น้อยนิดเสียจนน่าสงสารมาก"
"นั่นจึงทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกวิถีปราณพร้อมที่จะฝึกปราณยุทธ์มาั้แ่อายุ 5 ขวบแล้ว ส่วนเผ่าพันธุ์อสูรที่ว่ากันว่าเป็ลูกรักของ์นั้น พวกมันพร้อมที่จะฝึกปราณสายเือสูรมาั้แ่ที่พวกมันเกิดออกมาเลยทีเดียว เ้าเข้าใจแล้วหรือไม่..เ้าหนูจู.."
[ มนุษย์ = ฝึกปราณยุทธ์,ปราณเซียน / อสูร = ฝึกปราณสายเือสูร,ปราณสายเืเซียนอสูร ]
"ก็พอเข้าใจครับลุงเฉิน แล้วอย่างนี้มนุษย์ธรรมดาๆบนโลกนี้จะสู้กับพวกอสูรได้เหรอครับ" จูหงเฟยถามต่อ
"ก็ยังพอสู้ได้..เพราะประตูมิติั์ทั้ง 7 ประตูนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเสถียรแล้วก็จริง แต่มันก็เสถียรแค่พอให้พวกเผ่าพันธุ์อสูรใน *ขั้นอสูรพื้นฐาน* ซึ่งก็เทียบได้กับ *ขั้นกายาพื้นฐาน* ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ผ่านมาได้เท่านั้น เพราะถ้าพวกมันฝืนส่งพวกเผ่าพันธุ์อสูรใน *ขั้นอสูรรวมปราณ* ซึ่งเทียบได้กับ *ขั้นกายารวมปราณ* หรือขั้นพลังปราณที่สูงกว่านั้นข้ามมา พวกมันก็จะถูกความผันผวนของกำแพงมิติภายในประตูมิติั์ทั้ง 7 ประตูนั้นสังหารจนตกตายลงไปไม่เหลือแม้แต่ซากอย่างแน่นอน"
"ดังนั้น..จากการที่ข้าได้ศึกษาข้อมูลมา อาวุธบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ เช่นปืนพก,ปืนกลและอาวุธาชนิดต่างๆรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ที่พวกเ้ามีอยู่ ก็ยังคงจะสามารถใช้สังหารพวกมันลงได้ แต่ก็คงจะต้องใช้จำนวนลูกะุที่มากพอ ตลอดจนขนาดลูกะุที่ใหญ่พอถึงจะทำได้"
"อ้อ..ถ้าอย่างนั้นทหารที่ตั้งฐานทัพและค่ายอยู่รอบๆประตูมิติั์พวกนั้นก็คงจะสู้กับพวกมันได้สบายแน่เลยครับ แล้วถ้าพวกมันมากันเยอะๆเราก็ใช้ขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ยิงใส่พวกมันซะเลย จะได้จบๆไป" จูหงเฟยวิเคราะห์บ้าง
"อืม..ก็น่าจะเป็อย่างนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ประตูมิติั์ก็จะมีความเสถียรมากขึ้นไปเรื่อยๆ ข้าจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบก็เช่น ตอนนี้ประตูมิติั์พวกนั้น มีความเสถียรอยู่ที่ 10 % ดังนั้นพวกมันจึงส่งอสูรข้ามมาได้เพียงแค่พวกอสูรใน *ขั้นอสูรพื้นฐาน*"
"แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเสถียรของประตูมิติั์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็ 20 % พวกมันก็จะสามารถส่งอสูรใน *ขั้นอสูรรวมปราณ* ข้ามมาได้"
"และหากเวลาผ่านไปนานๆเข้า เมื่อความเสถียรของประตูมิติั์มีถึง 50 % พวกมันก็จะสามารถส่งอสูร *ขั้นเซียนอสูร* มาได้ แล้วในตอนนั้นขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์จะกี่หัวรบก็ไร้ผล เพราะเซียนอสูรนั้นสามารถที่จะหลบหนีจากวิถีการยิงของขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ไปได้อย่างง่ายดาย"
"และถ้าหากเซียนอสูรเ่าั้โดนะเินิวเคลียร์เข้าไปเต็มๆ ข้าคิดว่าก็คงจะทำให้เซียนอสูรเ่าั้ได้รับาเ็สาหัสเป็อย่างมาก แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องตกตายลงไป แถมพวกเซียนอสูรมันก็ยังมีศักยภาพในการรบเหลือมากพอที่จะทำลายกองทหารนับหมื่นของพวกเ้าลงไปได้อีกด้วย" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคค่อยๆอธิบาย
"โห.. แค่ *ขั้นเซียน* ยังขนาดนี้ แล้ว*ขั้นาาเซียน* จนกระทั่งถึง *ขั้นจักรพรรดิเซียน* อย่างลุงเฉินนี่ แค่ตดปู๊ด..เดียว โลกของผมก็จะไม่เละเป็โจ๊กไปเลยเหรอครับ.." คราวนี้จูหงเฟยเริ่มถามออกมาอย่างหวั่นๆในใจแล้ว
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้น..แต่ทางเผ่าพันธุ์มนุษย์จากโลกวิถีปราณของพวกข้าก็ได้เตรียมทางรอดเอาไว้ให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์บนโลกสีน้ำเงินของพวกเ้าเอาไว้แล้ว" จักรพรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตอบจูหงเฟยแบบจริงจัง
"ทางรอดยังไงเหรอครับ ลุงเฉิน รีบบอกผมมาเร็วๆครับลุง" จูหงเฟยถามอีกด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก..
----------------